ประชามติรัฐธรรมนูญ

“ชูศักดิ์” หวังเห็นการแก้ รธน. เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายร่วมมือ

“ชูศักดิ์” หวังเห็นการแก้ รธน. เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายร่วมมือ

กลายเป็นประเด็นที่ร้อนแรงและน่าจับตาที่สุดในแวดวงการเมืองไทยขณะนี้ หลังจากที่มีการยืนยันว่า “ชูศักดิ์” หวังเห็นการแก้ รธน. เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายร่วมมือ กันอย่างจริงจัง ล่าสุด นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า ทางพรรคเพื่อไทยเตรียมจะเดินหน้ายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 นี้ เพื่อผลักดันให้เกิดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ตอบโจทย์ประชาชน

รายละเอียดการขับเคลื่อน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่เป็นการรวมพลังของหลายพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงเดียวกัน โดยนายชูศักดิ์ระบุว่ามีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนญัตติดังกล่าวมากถึง 189 คน จากหลากหลายพรรคการเมือง ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ ฯลฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “ชูศักดิ์” หวังเห็นการแก้ รธน. เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายร่วมมือ อย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายคือการสร้างกติกาที่เป็นธรรมและยั่งยืน

สาระสำคัญของร่างฉบับนี้มีหัวใจหลักที่น่าสนใจดังนี้:

  • คงความเป็นรัฐเดี่ยวและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • ยึดมั่นในหลักนิติรัฐและนิติธรรมอย่างเคร่งครัด
  • เน้นความเสมอภาคและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้โปร่งใส
  • ส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายชูศักดิ์ย้ำว่า แม้ที่ผ่านมาอาจมีความเห็นต่างในรายละเอียดของแต่ละพรรค แต่เชื่อมั่นว่าในขั้นตอนการตั้งกรรมาธิการจะสามารถพูดคุยปรับจูนให้เป็นเอกภาพได้ เพื่อให้การแก้ไขครั้งนี้สมบูรณ์ที่สุด และเป็นชัยชนะของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงที่เคยส่งเสียงผ่านการลงประชามติมาแล้ว

การผลักดันให้รัฐธรรมนูญเป็นวาระแห่งชาตินั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันคือรากฐานสำคัญของการเมืองไทยในอนาคต หากทุกฝ่ายร่วมมือกันได้จริงโดยไม่ยึดติดกับผลประโยชน์ส่วนตน เราก็มีโอกาสที่จะเห็นรัฐธรรมนูญที่มาจากความต้องการของประชาชนจริงๆ อีกครั้ง การจับมือกันในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ จึงเป็นการตัดสินใจบนเส้นทางที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังว่า “ชูศักดิ์” หวังเห็นการแก้ รธน. เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายร่วมมือ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวข้ามผ่านความขัดแย้งเดิมๆ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับระบบรัฐสภาไทย เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การยื่นร่างในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับและผลักดันไปจนถึงฝั่งฝันได้สำเร็จหรือไม่

ที่มา – “ชูศักดิ์” หวังเห็นการแก้ รธน. เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายร่วมมือ ยื่นสภาฯ 4 มิ.ย.

พร้อมเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ “กล้าธรรม” เคารพผลประชามติ เห็นด้วยตั้ง สสร.

ในยุคที่การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ การขยับตัวของพรรคการเมืองต่างๆ กลายเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งล่าสุดทางพรรคกล้าธรรมได้ออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า พร้อมเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ “กล้าธรรม” เคารพผลประชามติ เห็นด้วยตั้ง สสร. เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศชาติในระยะยาว

พร้อมเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ “กล้าธรรม” เคารพผลประชามติ เห็นด้วยตั้ง สสร. อย่างเป็นทางการ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางของพรรคหลังจากที่มีการประชุมภายใน โดยยืนยันว่าพรรคให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับเสียงของประชาชน ดังนั้นแนวทางการขับเคลื่อนทุกอย่างจะต้องยึดโยงไปที่การเคารพผลประชามติเป็นหลัก เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความชอบธรรมและได้รับการยอมรับจากคนทุกกลุ่มในสังคม

เปิดมุมมองพรรคกล้าธรรมกับการตั้ง สสร. เพื่ออนาคตไทย

สำหรับประเด็นเรื่องการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) นั้น พรรคกล้าธรรมมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้การปฏิรูปการเมืองมีความเป็นธรรมและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง การสนับสนุนการตั้ง สสร. จึงเป็นคำตอบที่พรรคเชื่อว่าจะช่วยคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งในอดีตได้ โดยพรรคเน้นย้ำว่า:

  • การแก้ไขต้องไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย
  • ต้องมีการหารือกันอย่างรอบคอบจากหลายฝ่าย
  • ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่

ทางพรรคได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน พบว่าทุกฝ่ายต่างมีความเห็นตรงกันในแง่ของความระมัดระวังเกี่ยวกับช่องโหว่ทางกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคกล้าธรรมให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเดิมที่กระทบต่อเสถียรภาพของประเทศ

หากถามว่าพรรคกล้าธรรมมีแนวทางอย่างไรต่อจากนี้ คำตอบคือทางพรรคพร้อมที่จะสนับสนุนร่างแก้ไขไม่ว่าจะมาจากทางใดก็ตาม หากข้อเสนอนั้นพิสูจน์ได้ว่าส่งผลดีต่อประชาชนและเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องของการเมืองเพียงอย่างเดียว นี่ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราจะได้เห็นการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่และคนทุกรุ่นในสังคมไทยไปพร้อมๆ กัน

บทสรุปของเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า พรรคกล้าธรรมพร้อมทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านกลไกสภาฯ อย่างสร้างสรรค์ การยึดถือผลประชามติเป็นเข็มทิศจะทำให้กระบวนการนี้เดินหน้าได้อย่างราบรื่นและลดความระแวงลงไปได้มาก และนี่คือหัวใจของการเมืองที่ดีที่ต้องรู้จักรับฟังและร่วมมือกันเพื่อก้าวข้ามทุกความท้าทายในอนาคตครับ

ที่มา – พร้อมเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ “กล้าธรรม” เคารพผลประชามติ เห็นด้วยตั้ง สสร.

ยังตอบชัดไม่ได้ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 ยัน ภท. พร้อมเติมเสียงให้ พท.

ยังตอบชัดไม่ได้ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 ยัน ภท. พร้อมเติมเสียงให้ พท.

การเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังจาก นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าล่าสุด โดยระบุว่า ยังตอบชัดไม่ได้ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 ยัน ภท. พร้อมเติมเสียงให้ พท. ซึ่งถือเป็นท่าทีที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนของการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและกระบวนการทางรัฐสภาในปัจจุบัน

ปัจจัยที่ทำให้ ยังตอบชัดไม่ได้ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 ยัน ภท. พร้อมเติมเสียงให้ พท.

นายภราดรได้อธิบายเหตุผลที่ยังไม่สามารถสรุปกรอบเวลาการทำงานที่แน่นอนได้ว่า เนื่องจากขณะนี้ต้องรอการพิจารณารับหลักการในวาระที่ 1 เสียก่อน อีกทั้งยังต้องดูสถานการณ์ว่าจะมีพรรคการเมืองอื่นยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมอีกจำนวนกี่ฉบับ รวมถึงความชัดเจนจากพรรคประชาชนว่าจะมีการรวมรายชื่อเสนอด้วยหรือไม่ ดังนั้นสถานการณ์ที่ ยังตอบชัดไม่ได้ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 ยัน ภท. พร้อมเติมเสียงให้ พท. จึงเป็นเรื่องของกลไกรัฐสภาที่ต้องดูปัจจัยสนับสนุนรายวัน

สำหรับประเด็นสำคัญที่น่าสนใจในการแถลงครั้งนี้ ประกอบด้วย:

  • พรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจในการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยได้ยื่นร่างของพรรคออกมาเป็นรายแรกๆ เพื่อให้สังคมร่วมวิพากษ์วิจารณ์
  • ขั้นตอนหลังผ่านวาระ 1 จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการพูดคุยและถกเถียงจุดยืนของแต่ละฝ่าย
  • นายภราดรยืนยันว่าได้มีการหารือร่วมกับนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยพร้อมจะสนับสนุนเสียงจากพรรคภูมิใจไทยเพื่อเติมให้ครบตามเงื่อนไขทางกฎหมาย เนื่องจากลำพังพรรคเพื่อไทยเองยังมีเสียงไม่เพียงพอในการเสนอร่าง

ในส่วนของงบประมาณสำหรับการทำประชามติครั้งที่ 2 ทางรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีได้ย้ำชัดเจนว่ามีความพร้อมดำเนินการทุกรูปแบบ เพื่อตอบสนองต่อเจตนารมณ์ของประชาชนกว่า 26.7 ล้านเสียง รัฐบาลถือเป็นหน้าที่สำคัญที่ต้องบริหารจัดการให้เป็นไปตามกฎหมาย

ในมุมมองของผม การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือครั้งใหญ่ที่ต้องใช้ความอดทนและการประนีประนอมสูงที่สุด เพื่อผลักดันกฎหมายสูงสุดของประเทศให้ก้าวหน้าไปได้ภายใต้ความเห็นชอบของทุกฝ่าย ไม่ว่าไทม์ไลน์จะเป็นอย่างไร การรักษาความโปร่งใสและประโยชน์ของประชาชนควรเป็นธงนำที่สำคัญที่สุดสำหรับนักการเมืองทุกคนครับ

ที่มา – ยังตอบชัดไม่ได้ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 ยัน ภท. พร้อมเติมเสียงให้ พท.

“ภราดร” แง้ม ภูมิใจไทยยกร่างรัฐธรรมนูญ 19 พ.ค.

การเมืองไทยกำลังร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อ “ภราดร” แง้ม ภูมิใจไทยยกร่างรัฐธรรมนูญ เตรียมนำเข้าวงประชุมพรรค 19 พ.ค. นี้ ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนจับตา พรรคภูมิใจไทยภายใต้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ด้วยตัวแทน ส.ส. 192 คน หากที่ประชุมพรรคเห็นชอบในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้

“ภราดร” แง้ม ภูมิใจไทยยกร่างรัฐธรรมนูญ เตรียมนำเข้าวงประชุมพรรค 19 พ.ค. นี้

นายภราดร ปริศนานันทกุล ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยชี้แจงถึงกระแสวิจารณ์จากฝ่ายค้านที่กล่าวหารัฐบาลไม่ใส่ใจประชามติ 21 ล้านเสียงที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เขายืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เพิกเฉย แต่ร่างที่ค้างในสภาชุดก่อนนำไปสู่ความขัดแย้งเรื่องการตัดอำนาจวุฒิสภา (สว.) จนเกิดการยุบสภา หากยืนยันร่างเดิม อาจติดปัญหาเดิมและเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

ด้วยเหตุนี้ พรรคภูมิใจไทยจึงเตรียมร่างใหม่ที่หลีกเลี่ยงปัญหาเก่า โดยเนื้อหาหลักคือกำหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการคัดเลือกโดยกลไกรัฐสภา ผู้สนใจสามารถสมัครได้ เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันและเดินหน้าต่อได้ ร่างนี้จะยื่นโดยพรรคเดียวด้วย ส.ส. 192 เสียง ซึ่งเพียงพอตามเงื่อนไข 1 ใน 5 ของสภา

ภูมิใจไทยยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เน้นแก้ปัญหาความขัดแย้ง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของพรรคภูมิใจไทยถือเป็นก้าวสำคัญในการตอบสนองเจตนารมณ์ประชาชน หลังจากสภาชุดใหม่เริ่มทำงาน ร่างใหม่จะไม่นำประเด็นถกเถียงเก่าๆ มาซ้ำ เช่น การลดบทบาท สว. ในกระบวนการแก้ไข เพื่อป้องกันความล้มเหลวซ้ำรอย นอกจากนี้ นายภราดร ยังกล่าวถึงการหารือกับนายกรัฐมนตรี เพื่อเตรียมเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาล” ในวันที่ 15 พฤษภาคม โดยจะเชิญ CEO บริษัทใหญ่มาพูดคุยผลกระทบจากสงครามต่อซัพพลายเชนและธุรกิจ

รัฐบาลมุ่งฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้ประกอบการใหญ่ SME หรือกลุ่มอื่นๆ เพื่อนำไปปรับนโยบาย ซึ่งเป็นมิติใหม่ในการเปิดพื้นที่ทำเนียบให้ประชาชนมีเสียง

  • ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่จากพรรคภูมิใจไทย: หลีกเลี่ยงปัญหาเก่า
  • ยื่นด้วย ส.ส. 192 คน ในที่ประชุมพรรค 19 พ.ค.
  • ส.ส.ร. จากการสมัครและคัดเลือกโดยรัฐสภา
  • รัฐบาลเปิดฟัง CEO แก้วิกฤติเศรษฐกิจ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็น敏感ที่เกี่ยวข้องกับอนาคตชาติ หากพรรคภูมิใจไทยเดินหน้าสำเร็จ จะช่วยให้กระบวนการมีส่วนร่วมมากขึ้น ลดความขัดแย้ง และตอบโจทย์ประชาชนที่รอคอยมานาน ผู้สนใจควรติดตามการประชุมพรรคในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของนายภราดรและพรรคภูมิใจไทยแสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชามติ นี่คือโอกาสที่รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลจะพิสูจน์ศักยภาพ ในการนำพาประเทศสู่รัฐธรรมนูญที่ทันสมัยและเป็นประชาธิปไตยแท้จริง คุณคิดอย่างไรกับร่างนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจาย

ที่มา – “ภราดร” แง้ม ภูมิใจไทยยกร่างรัฐธรรมนูญ เตรียมนำเข้าวงประชุมพรรค 19 พ.ค. นี้

“วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสำคัญทางการเมืองที่กำลังเป็นกระแสกันเลยนะครับ “วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง เป็นข่าวที่แสดงให้เห็นถึงความคึกคักของประชาชนในวันเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกคนตื่นตัวกันมาก มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

“วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ร่วมกับนายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร ส.ส. เขตสุพรรณบุรี เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งพร้อมกันที่เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยที่ 27 บริเวณเต็นท์ที่จอดรถห้าง Big C อำเภอเมืองสุพรรณบุรี บรรยากาศคึกคักมาก มีประชาชนมารอคิวกันยาวเหยียดตั้งแต่เช้า

วราวุธ ใช้สิทธิเลือกตั้ง
บรรยากาศการเลือกตั้งสุพรรณบุรี

หลังจากกาบัตรเสร็จ นายวราวุธให้สัมภาษณ์แบบเป็นกันเองว่า วันนี้เราต้องกาบัตร 3 ใบเลยนะครับ ส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติรัฐธรรมนูญ ขอชวนทุกคนพกบัตรประชาชนมาออกมาใช้สิทธิถึง 5 โมงเย็น เพื่อกำหนดอนาคตประเทศไทย ที่สำคัญต้องระวังอย่าใส่เสื้อที่มีสัญลักษณ์พรรคหรือเบอร์มาเข้าคูหา ถ้าทำอะไรกับบัตรอาจกลายเป็นคดีได้ และต้องกากบัตรให้ถูกต้อง ไม่งั้นบัตรเสียนะครับ

วราวุธให้สัมภาษณ์หลังลงคะแนน

จตุพร หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัว

ขณะเดียวกัน เวลา 09.30 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ เดินทางใช้สิทธิที่เขตเลือกตั้งที่ 9 หน่วยที่ 30 บริเวณลานจอดรถกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประตู 3 จตุจักร กรุงเทพฯ บรรยากาศก็คึกคักไม่แพ้กัน

จตุพร ใช้สิทธิเลือกตั้ง
ประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง

นายจตุพรบอกว่าดีใจมากที่เห็นประชาชนออกมาใช้สิทธิกันตั้งแต่เช้า ชวนทุกคนมาร่วมกำหนดทิศทางประเทศด้วยหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง คาดหวังการเมืองสุจริตและเปลี่ยนแปลง ฝาก กกต. ยึดกฎหมายเคร่งครัด ทำงานสุจริต แม้มีแรงกดดันแต่ต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายเพื่อประเทศ

ข้อควรระวังในการเลือกตั้งวันนี้

เพื่อไม่ให้สิทธิของเราสูญเปล่า มาดูข้อกำหนดสำคัญกันครับ

  • พกบัตรประชาชน ทุกคนต้องมีเพื่อรับบัตร
  • อย่าใส่เสื้อหรือเครื่องหมายพรรค เข้าคูหา ไม่งั้นโดนไล่ออก
  • กากบัตรให้ถูกต้อง กากในช่องวงกลม ห้ามลบหรือขีดฆ่า ไม่งั้นบัตรเสีย
  • อย่าถ่ายรูปบัตร ในคูหา ผิดกฎหมาย
  • ลงคะแนนให้ครบ 3 ใบ ส.ส.เขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมกำหนดอนาคต ไม่ว่าจะพรรคไหนหรือผู้สมัครคนไหน สิทธิของคุณมีค่าเสมอ “วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง แสดงให้เห็นว่าทุกคนใส่ใจเรื่องนี้มาก

ในมุมมองของผม การเห็นประชาชนตื่นตัวแบบนี้คือสัญญาณดีของประชาธิปไตยไทย มันทำให้เรามีความหวังว่าการเมืองจะดีขึ้น หากทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านที่ยังไม่ได้ไป รีบออกมาใช้สิทธิ์ก่อน 17.00 น. นะครับ อนาคตประเทศไทยอยู่ในมือคุณ!

ที่มา – “วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง

เหล่าคนดังตื่นตัว ใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569

เหล่าคนดังจากหลากหลายวงการต่างตื่นตัวและพร้อมใจกันออกมาใช้สิทธิในวันเลือกตั้ง 2569 บรรยากาศทั่วประเทศคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ ประชาชนทยอยเดินทางไปหน่วยเลือกตั้งเพื่อแสดงพลังประชาธิปไตยในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบแบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และออกเสียงประชามติที่สำคัญครั้งนี้

บรรยากาศเลือกตั้ง 2569 คึกคักทั่วกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังเปิดหีบเลือกตั้ง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับบัตร 3 ใบ ได้แก่ บัตรสีเขียวสำหรับเลือก ส.ส. แบ่งเขต บัตรสีชมพูสำหรับบัญชีรายชื่อ และบัตรสีเหลืองสำหรับประชามติ หน่วยเลือกตั้งต่างๆ รายงานคิวยาวแต่เจ้าหน้าที่บริการดีเยี่ยม ทำให้ประชาชนรู้สึกอบอุ่นใจ

ที่โรงเรียนวัดหัวกระบือ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก นักแสดงสาวชื่อดัง ปั่นจักรยานมาถึงหน่วยเลือกตั้ง สวมเสื้อหงส์แดงลิเวอร์พูลฤดูกาลใหม่แบบไร้หมายเลข เรียกความสนใจจากสื่อ เมื่อถูกถามถึงความหมายแฝง เธอหัวเราะตอบว่า “ไม่มีความหมายแฝงอะไร หยิบตัวไหนได้ก็ใส่ตัวนั้น” แสดงถึงความเป็นกันเองของเหล่าคนดังในวันสำคัญ

ไอซ์ รักชนก ร่วมใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569

ภาพของไอซ์กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย สร้างแรงบันดาลใจให้แฟนๆ ออกมาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น การปรากฏตัวของคนดังเช่นนี้ช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมของเยาวชน

เหล่าคนดังคนอื่นๆ ที่ตื่นตัวกับเลือกตั้ง 2569

ที่เขตออกเสียงที่ 6 หน่วยที่ 39 ซอยรัชดาภิเษก 3 แยก 14 แขวงดินแดง เขตดินแดง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง เดินทางมาใช้สิทธิเวลา 09.59 น. แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม

  • เอ๋ สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือ “นิ้วกลม” นักเขียนดัง โพสต์เชิญชวน “ไปเลือกตั้งกันมา ใครคิวยาว-คิวสั้น เล่าสู่กันฟังหน่อยครับ ของผมหน่วยคึกคักเลย เจ้าหน้าที่ให้บริการดีมาก”
  • อิมเมจ สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ นักร้องและนักแสดง โพสต์รูปพร้อมแคปชั่นสั้นกระชับ “ตื่นได้แล้ว ไปเลือกตั้ง”

นอกจากนี้ ยังมีคนดังอีกมากมายที่โพสต์ภาพและข้อความเชิญชวน เช่น นักแสดง นักร้อง และอินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ สร้างกระแส “#เลือกตั้ง2569” trending บนทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก

ความสำคัญของการเลือกตั้ง 2569 และประชามติ

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เลือก ส.ส. แต่รวมถึงประชามติที่อาจเปลี่ยนแปลงอนาคตการเมืองไทย ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการมีส่วนร่วมของคนดังช่วยเพิ่มอัตราการมาใช้สิทธิให้สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่มักเฉยเมยในอดีต ข้อมูลจาก กกต. คาดว่ามีผู้มีสิทธิกว่า 50 ล้านคนทั่วประเทศ

บรรยากาศไม่เพียงคึกคักในกรุงเทพฯ แต่ต่างจังหวัดก็เช่นกัน หน่วยเลือกตั้งในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ รายงานผู้มาใช้สิทธิหนาแน่นตั้งแต่เปิด หากเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน การมีคนดังร่วมยิ่งทำให้ปีนี้พิเศษ

นอกจากนี้ การเลือกตั้ง 2569 ยังเป็นโอกาสให้ประชาชนแสดงจุดยืนต่อประเด็นร้อน เช่น เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสิทธิเสรีภาพ คนดังที่ออกมาใช้สิทธิ จึงไม่ใช่แค่ภาพ แต่เป็นการส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์

สุดท้ายนี้ การเลือกตั้ง 2569 แสดงให้เห็นถึงพลังของประชาชนและคนดังที่ร่วมกันขับเคลื่อนประชาธิปไตย คุณล่ะ ได้ไปใช้สิทธิแล้วหรือยัง? มาคุยกันในคอมเมนต์ว่าบรรยากาศหน่วยของคุณเป็นอย่างไร และคาดหวังอะไรจากผลการเลือกตั้งครั้งนี้บ้าง สนับสนุนให้ทุกคนมีส่วนร่วมเพื่ออนาคตที่ดีกว่า!

ที่มา – เหล่าคนดังตื่นตัว! พร้อมใจไปใช้สิทธิ “เลือกตั้ง 2569” และออกเสียงประชามติ

5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดคึกคักที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย กันเถอะ! ในวันหาเสียงสุดท้ายก่อนเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แกนนำพรรคประชาชนอย่าง “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, “ทิม” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และศิริกัญญา ตันสกุล ได้ผนึกกำลังขึ้นรถคาราวานหาเสียงทั่วกรุงเทพฯ อ้อนวอนพี่น้องประชาชนให้กาพรรคส้มทั้ง 2 ใบแบบถล่มทลาย เพื่อตั้งรัฐบาลประชาชนที่แท้จริง

คาราวานแบ่งเป็น 2 สายสุดมันส์: สาย “ก่อนอรุณจะรุ่ง” นำโดยเท้งและทิม วิ่งจากฝั่งธน ผ่านกาญจนาภิเษก กัลปพฤกษ์ บรมราชชนนี ตลาดสดธนบุรี พรานนก พุทธมณฑลสาย 4 ไปเยาวราช ส่วนสาย “ปักธงไชย” นำโดยพิธา วิ่งกรุงเทพเหนือ-ตะวันออก จากฉลองกรุง เลียบวารี ตลาดมีนบุรี รามอินทรา ตลาด AC สายไหม เกษตร รัชโยธิน ก่อนบรรจบที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” บรรยากาศตลอดทางอบอุ่นมาก ประชาชนออกมาต้อนรับ โบกมือ ถ่ายรูปแน่นขนัด โดยเฉพาะหน้าห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวและสถานีรถไฟฟ้า

คาราวานหาเสียงพรรคประชาชนที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ ทิม-เท้ง

ระหว่างทาง เท้งปราศรัยเชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิ ไม่ต้องเผื่อใจ กาส้มทั้งสองใบเพื่อเปลี่ยนแปลง ทิมเน้นว่านี่โอกาสรอบ 30 ปี สลัดการเมืองอุปถัมภ์เพื่ออนาคตที่ดี ส่วนพิธาเตือนให้ไปโหวตตั้งแต่เช้า 8.00-17.00 น. ช่วยกาเห็นชอบประชามติ และเป็นอาสาเฝ้าหน่วยเลือกตั้งเพื่อความโปร่งใส บอกต่อให้ถล่มทลาย!

ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว “อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้”

ฮาแตก! เวลา 14.15 น. ขบวนผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แซวเสียงดัง “สวัสดีพรรคภูมิใจไทย อยู่ภูมิใจไทยก็เลือกประชาชนได้” พิธาขอบคุณสื่อ ชี้ป้าย “มีส้มไม่มีเทา มีเราไม่มีสแกมเมอร์” ที่ติดหน้าพรรค บอกให้แข่งกันเต็มที่ ประชาชนตัดสิน พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล ขอฝากประชาชนกาพรรคประชาชนถล่มทลาย

ขบวนคาราวานผ่านพรรคภูมิใจไทย

5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย

ประชาชนล้นทะลัก เรียก “นายกฯ เท้ง” ส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม

ไคลแม็กซ์ที่ 16.10 น. ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว! แกนนำปักหลักปราศรัยย่อย ประชาชนแน่นพื้นที่ หน้าห้างและสถานี BTS ล้นกว่าเดิมปี 66 เสียงเชียร์ “นายกฯ เท้ง” ดังลั่น เท้งขอ 20 ล้านเสียง ถล่มทลาย สัญญาทำงานหนักเป็นวัวเป็นควาย เจอกัน 9 ก.พ. ที่ทำเนียบ และทิ้งท้ายสุดน่ารัก “ตี๋ก็รักส้มเหมือนกัน”

ปราศรัยที่ 5 แยกลาดพร้าว
แซวพรรคภูมิใจไทย
ด้อมส้มที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก
ประชาชนรอฟังปราศรัย
บรรยากาศคึกคัก
เรียกนายกฯ เท้ง

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นพลังประชาชนที่พร้อมเปลี่ยนแปลง หากคุณอยากเห็นการเมืองที่ใสสะอาดเพื่อประชาชน ลุกขึ้นมากาให้พรรคส้มทั้ง 2 ใบพรุ่งนี้เลย! แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ช่วยกันถล่มทลายเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

ที่มา – 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย

เลือกตั้ง 2569 ประชามติ เรื่องอะไร กาบัตรสีไหน

เลือกตั้ง 2569 ประชามติ กำลังมาเยือน! ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนไทยทุกคนจะได้มีส่วนร่วมไม่ใช่แค่เลือก ส.ส. แต่ยังต้องออกเสียงเลือกตั้ง 2569 ประชามติ ควบคู่กันด้วย คำถามสำคัญคือ ควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนฉบับปี 2560 หรือไม่? วันนี้เราจะมาสรุปข้อมูลครบถ้วน แบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเตรียมตัวไปใช้สิทธิได้อย่างมั่นใจ ไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

เลือกตั้ง 2569 ประชามติ คืออะไร

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักเลือกตั้ง 2569 ประชามติ กันก่อน ประชามติคือกระบวนการที่ประชาชนออกเสียงใช้อำนาจอธิปไตยโดยตรง ตัดสินใจเรื่องสำคัญของชาติ โดยไม่ผ่านตัวแทนอย่าง ส.ส. หรือ ส.ว. เป็นกลไกประชาธิปไตยที่ให้ทุกคนมีเสียงเท่ากันในการกำหนดกติกาบ้านเมือง เช่น รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด

ครั้งนี้ จัดควบคู่กับการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่าต้องการรัฐธรรมนูญใหม่หรือยึดฉบับเดิมต่อ ช่วยลดขั้นตอน ทำให้การเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น

ทำไมต้องมีประชามติในเลือกตั้ง 2569

รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ถูกวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่ามีปัญหา เช่น อำนาจ ส.ว. ที่แต่งตั้ง การเลือกตั้งที่ซับซ้อน หรือบทบาทองค์กรอิสระ การทำประชามติจึงเป็นช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมจริงๆ ไม่ใช่แค่เลือกตัวแทน แต่กำหนดอนาคตชาติด้วยตัวเอง

เลือกตั้ง 2569 ประชามติ วันไหน บัตรสีอะไร

วันสำคัญคือ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00-17.00 น. ไปที่หน่วยเลือกตั้งตามบัตรประชาชน หากไปช้าเกิน 17.00 น. จะใช้สิทธิไม่ได้นะ!

สำหรับเลือกตั้ง 2569 ประชามติ คุณจะได้บัตรเพิ่มคือบัตรสีเหลือง แยกจากบัตรเลือก ส.ส. (สีอื่นๆ) คำถามบนบัตรชัดเจน: “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ต้องกากบาท (X) ในช่องใดช่องหนึ่ง

  • เห็นชอบ (ต้องการร่างใหม่)
  • ไม่เห็นชอบ (ใช้ฉบับเดิมต่อ)
  • ไม่แสดงความคิดเห็น (คะแนนไม่นับ)

จำไว้ว่า ต้องกากบาทแค่ช่องเดียว ถ้ากากหลายช่องหรือไม่กาก บัตรเสีย!

เลือกตั้ง 2569 ประชามติ ถามเรื่องอะไรโดยละเอียด

คำถามตรงประเด็น: เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่แทนฉบับ 2560 หรือไม่? ไม่ได้ถามเนื้อหาย่อยๆ เพราะนี่เป็นขั้นตอนแรก ถ้าประชาชนเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง รัฐสภาจะตั้งกรรมาธิการร่างใหม่ โดยมีประชาชนมีส่วนร่วมต่อไป แต่ถ้าไม่เห็นชอบ ก็ใช้รัฐธรรมนูญเดิมต่อ

ทำไมถึงถามแค่นี้? เพื่อให้ประชาชนโฟกัสที่หลักการใหญ่ ว่าต้องการเปลี่ยนหรือไม่ แล้วค่อยลงรายละเอียด ถ้าผลออกมาเห็นชอบ จะมีการถกเถียงเนื้อหา เช่น ลดอำนาจ ส.ว. ปรับสูตรคำนวณ ส.ส. หรือเพิ่มสิทธิประชาชน

ผลกระทบถ้าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

เห็นชอบ: เปิดทางร่างใหม่ อาจแก้ปัญหาเก่าๆ ได้ เช่น ทำให้การเมืองเสถียรกว่า สร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน
ไม่เห็นชอบ: คงสถานะเดิม หลีกเลี่ยงความวุ่นวาย แต่ปัญหาเดิมยังอยู่ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งต่อเนื่อง

ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง นี่คือโอกาสทองให้ประชาชนแสดงพลัง อย่าปล่อยให้คนอื่นตัดสินแทน!

ข้อควรรู้ก่อนไปเลือกตั้ง 2569 ประชามติ

– เตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน (ถ้าจำเป็น)
– ห้ามใส่เสื้อผู้สมัครหรือสัญลักษณ์พรรค
– สามารถถ่ายรูปบัตรได้ แต่ห้ามโชว์เครื่องหมายโหวต
– หลังโหวต ได้สติกเกอร์ “ฉันเลือกได้” ไว้โชว์

นอกจากนี้ ยังมีบัตรเลือกตั้งอื่นๆ เช่น เขต ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ส.ว. (ถ้ามี) แต่ประชามติแยกชัดเจน

การเลือกตั้ง 2569 ประชามติ ครั้งนี้มีความหมายมาก เพราะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชาติ ศึกษาข้อมูลดีๆ คิดให้รอบคอบ เพราะคะแนนของคุณจะกำหนดอนาคตไทย

คำแนะนำ: ไปใช้สิทธิให้ครบทุกใบ อย่าลืมบัตรสีเหลือง! ทุกเสียงมีค่า ช่วยให้ประชาธิปไตยไทยก้าวหน้า

เตรียมตัวให้พร้อม ไปโหวตกันเยอะๆ นะ! คะแนนของคุณคือพลังเปลี่ยนแปลง

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 “ประชามติ” เรื่องอะไร กาบัตรสีไหน รู้ไว้ก่อนไปเลือกตั้ง

“เรืองไกร” ยื่นฟ้อง กกต. ระงับประชามติ 8 ก.พ.

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ ดราม่าร้อนแรงสุดๆ เมื่อ“เรืองไกร” ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครอง ขอมีคำสั่ง ระงับการทำประชามติ 8 ก.พ.นี้ เพื่อให้ทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายและคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่คนไทยหลายคนจับตา เพราะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 2569 และอนาคตรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

“เรืองไกร” ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครอง ขอมีคำสั่ง ระงับการทำประชามติ 8 ก.พ.นี้

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 น. ที่ศาลปกครองกลาง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนการทำประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ทันที และสั่งให้ กกต. ส่งเรื่องกลับไปยังรัฐสภาเพื่อแก้ไขมติให้ตรงตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ผ่านทางคณะรัฐมนตรี (ครม.)

นอกจากนี้ ยังมีคำขอให้ศาลออกมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราว โดยสั่งระงับการจัดทำประชามติทั่วประเทศในวันที่ 8 ก.พ. นี้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากดำเนินการต่อไปโดยไม่ถูกต้อง

เหตุผลหลักที่ “เรืองไกร” ยื่นฟ้อง กกต.

นายเรืองไกร อธิบายเหตุผลอย่างชัดเจน โดยอ้างถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดว่ารัฐสภาต้องลงมติเห็นชอบในการตั้งคำถามประชามติ โดยใช้คำว่า “เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” แต่จากเอกสารมติรัฐสภา ตามหนังสือสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ด่วนที่สุด ที่ สผ 0014/13808 ลงวันที่ 12 ธ.ค. 2568 พบว่ารัฐสภาใช้คำว่า “เห็นด้วย” แทน “เห็นชอบ” และคำถามที่ใช้ตามญัตติด่วนของนายชูศักดิ์ ศิรินิล คือ “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”

ดังนั้น มติรัฐสภาและคำถามประชามติของ กกต. จึงไม่ตรงตามคำวินิจฉัยศาล ทำให้การแจ้งให้ประชาชนไปลงคะแนนไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 9 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 นายเรืองไกร จึงอ้างว่าตนได้รับความเดือดร้อนและขอให้ศาลสั่งตามที่ร้อง

  • ปัญหาคำถามไม่ตรง: “เห็นชอบ” vs “เห็นด้วย” – สร้างความคลุมเครือ
  • ขั้นตอนไม่ถูกต้อง: กกต. ดำเนินการโดยไม่มีอำนาจเต็ม
  • ผลกระทบ: อาจทำให้ประชามติล้มเหลว สิ้นเปลืองงบประมาณ

กรณีนี้สะท้อนปัญหาการร่างกฎหมายและขั้นตอนการเมืองที่ต้องเคร่งครัด โดยเฉพาะในยุคที่ประชาชนให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ประชามติครั้งนี้เป็นขั้นตอนแรกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรองรับการเลือกตั้ง 2569 หากถูกระงับ อาจทำให้กระบวนการล่าช้า ส่งผลต่อตารางเลือกตั้ง

背景และความสำคัญของประชามติ 8 ก.พ.

ประชามติครั้งนี้เกิดจากกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2568 เพื่อให้มีฉบับใหม่ที่ทันสมัยมากขึ้น คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เป็นตัวกำหนดกรอบชัดเจน แต่การใช้คำไม่ตรงกันกลายเป็นจุดถ่วง หากศาลรับคำร้องและสั่งระงับ จะเป็นการย้อนกลับไปแก้ไขที่รัฐสภาใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือน

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเมืองมองว่า เรื่องนี้เป็นการตรวจสอบถ่วงทางกฎหมาย (judicial review) ที่สำคัญ ช่วยให้การเมืองไทยเดินหน้าอย่างถูกต้อง ไม่ใช่แค่เร่งรีบเพื่อผลประโยชน์บางกลุ่ม

ในมุมมองของผู้เขียน การยื่นฟ้องครั้งนี้ของนายเรืองไกร แสดงถึงความมุ่งมั่นในการรักษากฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่การเมืองไทยต้องการมากในตอนนี้ หากไม่แก้ไขจุดบกพร่องเล็กๆ อย่างคำศัพท์ อาจนำไปสู่ข้อพิพาทใหญ่ในอนาคต สุดท้ายแล้ว ประชาชนคือผู้ตัดสินใจ แต่ต้องเป็นกระบวนการที่ถูกต้อง 100%

คุณคิดอย่างไรกับกรณี “เรืองไกร” ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครอง ขอมีคำสั่ง ระงับการทำประชามติ 8 ก.พ.นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตคดีจากศาลปกครองได้ที่นี่!

ที่มา – “เรืองไกร” ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครอง ขอมีคำสั่ง ระงับการทำประชามติ 8 ก.พ.นี้

Scroll to top