ปีเตอร์ แมนเดลสัน

นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง

นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง สถานการณ์ทางการเมืองในสหราชอาณาจักรกำลังตึงเครียดสุดขีด เมื่อเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีจากพรรคแรงงาน กำลังเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากทั้งภายในพรรคและสาธารณชน ล่าสุดมีรัฐมนตรีช่วยถึง 4 คนประกาศลาออกพร้อมกัน เพื่อกดดันให้เขาลาออกจากอำนาจทันที

นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง

เหตุการณ์ร้อนระอุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 (ค.ศ. 2026?) รัฐมนตรีช่วยในคณะของสตาร์เมอร์ประกาศลาออกติดๆ กัน 4 คน โดยมีจุดมุ่งหมายชัดเจนเพื่อบีบให้ผู้นำพรรคแรงงานก้าวลงจากเก้าอี้รัฐบาล แรงกดดันนี้มาจากปัญหาภาวะผู้นำที่ถูกวิจารณ์หนัก รวมถึงความล้มเหลวในการจัดการเศรษฐกิจที่ซบเซาและปัญหาการย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมายที่พุ่งสูง

รายชื่อรัฐมนตรีช่วยที่ลาออกและข้อความกดดัน

  • มีอัตตา ฟาห์นบุลเลห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงชุมชนและการเคหะ: ในจดหมายลาออก เธอระบุว่า “สาธารณชนกำลังเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง แต่ไม่เชื่อมั่นว่าท่านจะนำพาได้ ข้าพเจ้าก็เช่นกัน”
  • เจส ฟิลลิปส์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านการคุ้มครองความปลอดภัยและต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีและเด็กหญิง: แถลงว่า “การกระทำสำคัญกว่าคำพูด” ชี้ว่าสตาร์เมอร์ขาดการลงมือจริงจัง
  • อเล็กซ์ เดวีส์-โจนส์: เรียกร้องให้นายกฯ “กระทำเพื่อผลประโยชน์ของชาติ และกำหนดเวลาลาออกให้ชัดเจน”
  • ซูเบียร์ อาเหม็ด รัฐมนตรีช่วยด้านความปลอดภัยและนวัตกรรมสุขภาพ: ย้ำว่า “สาธารณชนสูญเสียความเชื่อมั่นในท่านอย่างสิ้นเชิง”

การลาออกครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการประสานงานกันเพื่อสร้างแรงกดดันสูงสุด ส.ส. พรรคแรงงานกว่า 70-80 คนออกมาเรียกร้องให้สตาร์เมอร์ลาออกหรือกำหนดไทม์ไลน์ชัดเจน โดยเฉพาะหลังพรรคพ่ายยับในการเลือกตั้งท้องถิ่น สูญเสียคะแนนให้ทั้งพรรคซ้ายและขวา

สาเหตุหลักที่ทำให้นายกฯ อังกฤษระส่ำ

นอกจากปัญหาการเมืองภายใน สตาร์เมอร์ยังถูกโจมตีจากกรณีอื้อฉาว เช่น การแต่งตั้งปีเตอร์ แมนเดลสัน เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ทั้งที่แมนเดลสันมีความเชื่อมโยงกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินฉาวโฉ่ผู้ล่วงลับ ทำให้ภาพลักษณ์ย่ำแย่ยิ่งขึ้น ปัญหาเศรษฐกิจถดถอย การย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมายที่ไม่ได้รับการแก้ไข และภาวะผู้นำที่ถูกมองว่าอ่อนแอ ล้วนเป็นปัจจัยเร่งวิกฤต

แม้สตาร์เมอร์จะปฏิเสธลาออก โดยอ้างว่าการชิงตำแหน่งผู้นำตอนนี้จะนำความวุ่นวาย แต่ก็มี ส.ส. กว่า 100 คนลงนามสนับสนุนเขา สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การแตกแยกในพรรคแรงงานครั้งใหญ่ คล้ายกับวิกฤตที่เกิดกับนายกฯ คนก่อนๆ ในอังกฤษ

สำหรับประชาชนชาวไทยที่สนใจการเมืองต่างประเทศ นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง นี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าภาวะผู้นำที่อ่อนแอสามารถล้มรัฐบาลได้อย่างไร หากคุณอยากอัปเดตข่าวต่างประเทศล่าสุด แนะนำติดตามเว็บไซต์ข่าวชั้นนำเพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเวทีการเมืองอังกฤษ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อนโยบายเศรษฐกิจและการต่างประเทศของยุโรปทั้งทวีป

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่นี่

ที่มา – นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง

ปีเตอร์ แมนเดลสัน ถูกจับกุมข้อหาประพฤติมิชอบ โยง เจฟฟรีย์ เอปสตีน

ปีเตอร์ แมนเดลสัน ถูกจับกุมข้อหาประพฤติมิชอบ โยง เจฟฟรีย์ เอปสตีน สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองสหราชอาณาจักร ลอร์ดอดีตรัฐมนตรีคนนี้ตกเป็นข่าวใหญ่หลังถูกตำรวจบุกจับกุมที่บ้านพัก เรื่องนี้โยงใยไปถึงคดีดังของมหาเศรษฐีเพศชายผู้ล่วงลับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ซึ่งมีเอกสารลับเปิดเผยพฤติกรรมน่าสงสัย

ปีเตอร์ แมนเดลสัน ถูกจับกุมข้อหาประพฤติมิชอบ โยง เจฟฟรีย์ เอปสตีน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น กรมตำรวจนครบาลลอนดอนบุกเข้าจับกุมชายวัย 72 ปีที่บ้านพักย่านแคมเดน ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน โดยกล่าวหาว่าสงสัยประพฤติมิชอบในหน้าที่สาธารณะ แม้ตำรวจจะไม่ระบุชื่อ แต่สื่อหลายแห่งยืนยันว่าเป็นลอร์ดปีเตอร์ แมนเดลสัน อดีตรัฐมนตรีและกรรมาธิการยุโรปด้านการค้า

ก่อนหน้านั้น ตำรวจยังเข้าตรวจค้นบ้านพักในมณฑลวิลต์เชียร์ด้วย มีพยานเห็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบคุมตัวลอร์ดแมนเดลสันขึ้นรถตำรวจที่ไม่มีเครื่องหมาย ก่อนนำตัวไปสอบสวนที่สถานีในลอนดอน

เอกสารคดีเอปสตีนชี้เป้าแมนเดลสัน

จุดเชื่อมโยงสำคัญมาจากเอกสารคดีเจฟฟรีย์ เอปสตีนที่รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผย โดยระบุว่าปีเตอร์ แมนเดลสันแบ่งปันข้อมูลอ่อนไหวของรัฐบาลที่กระทบตลาดการเงินให้เอปสตีนในสมัยที่เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ข้อมูลเหล่านี้อาจช่วยให้เอปสตีนได้เปรียบในการลงทุน

เจฟฟรีย์ เอปสตีน คือมหาเศรษฐีนักการเงินที่ถูกกล่าวหาคดีค้ามนุษย์และล่วงละเมิดทางเพศเด็กสาวจำนวนมาก ก่อนเสียชีวิตในคุกปี 2019 คดีของเขาดึงดูดบุคคลดังมากมาย รวมถึงนักการเมืองและราชวงศ์ ลอร์ดแมนเดลสันเคยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าไม่กระทำผิดทางอาญาและไม่มีผลประโยชน์ทางการเงิน

ประวัติลอร์ดปีเตอร์ แมนเดลสัน

ลอร์ดปีเตอร์ แมนเดลสันเป็นนักการเมือง Labour Party ชื่อดัง เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง รวมถึงรัฐมนตรีเศรษฐกิจและกรรมาธิการการค้า EU เขามีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ แต่ก็เคยถูกวิจารณ์เรื่องจริยธรรมการเมืองหลายครั้ง

  • เคยลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีเนื่องจากข้อกล่าวหายืมเงินจากนักธุรกิจ
  • มีชื่อปรากฏในไฟล์ลับเอปสตีนตั้งแต่ปีก่อน
  • ยังไม่แสดงความเห็นต่อสาธารณะในรอบหลายสัปดาห์

ผลกระทบต่อการเมืองสหราชอาณาจักร

กรณีปีเตอร์ แมนเดลสัน ถูกจับกุมข้อหาประพฤติมิชอบ โยง เจฟฟรีย์ เอปสตีน อาจสั่นคลอนความเชื่อมั่นในระบบการเมืองอังกฤษ โดยเฉพาะ Labour Party ที่กำลังพยายามฟื้นฟูภาพลักษณ์ นักวิเคราะห์ชี้ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบคดีเอปสตีนที่ลุกลามไปทั่วโลก

ในช่วงที่ผ่านมา สื่อ BBC และสำนักข่าวอื่นๆ ติดตามใกล้ชิด โดยลอร์ดแมนเดลสันยังเงียบมาตลอด แม้จะยืนยันจุดยืนเดิม นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสอบสวนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองหลายคน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าตำรวจนครบาลกำลังขยายการตรวจค้นไปยังสถานที่อื่นๆ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่ระดับสูง

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเมืองสมัยใหม่ต้องมีกลไกตรวจสอบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการใช้อำนาจในทางมิชอบ โดยเฉพาะเมื่อโยงกับบุคคลระดับโลกอย่างเอปสตีน

ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ความเห็นส่วนตัว: กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่านักการเมืองต้องรักษาความซื่อสัตย์สูงสุด หากพิสูจน์ได้จริง ควรมีบทลงโทษที่รุนแรงเพื่อคืนความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ที่มา – ปีเตอร์ แมนเดลสัน ถูกจับกุมข้อหาประพฤติมิชอบ โยง เจฟฟรีย์ เอปสตีน

นายกฯ UK สั่งตรวจสอบอดีตทูต ปมพัวพันคดีเอปสตีน

นายกฯ UK สั่งตรวจสอบอดีตทูต ปมพัวพันคดีเอปสตีน สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองอังกฤษ หลังจากเอกสารลับจากสหรัฐฯ ถูกเปิดเผย เผยความสัมพันธ์อันน่าสงสัยระหว่าง ลอร์ด ปีเตอร์ แมนเดลสัน กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีเพศชายผู้ถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กสาวจำนวนมาก

นายกฯ UK สั่งตรวจสอบอดีตทูต ปมพัวพันคดีเอปสตีน ด่วนที่สุด

เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ได้ออกคำสั่งให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โดยสำนักนายกรัฐมนตรีที่บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ได้แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าการสืบสวนนี้มุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่าง ปีเตอร์ แมนเดลสัน อดีตรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐฯ กับ เอปสตีน ผู้ต้องหาคดีดังกล่าวที่เสียชีวิตในเรือนจำสหรัฐฯ ไปแล้ว

เหตุการณ์นี้จุดชนวนมาจากการที่ทางการสหรัฐฯ ปล่อยเอกสารคดีเอปสตีนกว่า 3 ล้านหน้าเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีหลักฐานการติดต่อระหว่างทั้งคู่อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่แมนเดลสันยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจภายใต้รัฐบาลกอร์ดอน บราวน์

หลักฐานสำคัญที่ทำให้ นายกฯ UK สั่งตรวจสอบอดีตทูต ปมพัวพันคดีเอปสตีน

เอกสารที่ถูกเปิดเผยรวมถึงบันทึกทางการเงินที่พบว่า ในปี 2552 แมนเดลสันได้ส่งรายงานสรุปทางเศรษฐกิจที่เตรียมไว้ให้บราวน์ไปยังเอปสตีน พร้อมข้อความว่า “บันทึกที่น่าสนใจซึ่งส่งถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว” นอกจากนี้ ยังมีการโอนเงินจำนวน 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากเอปสตีนไปยังบัญชีที่เชื่อมโยงกับแมนเดลสัน ผ่านการชำระ 3 ครั้งในช่วงปี 2547-2548

  • การติดต่ออย่างใกล้ชิด: อีเมลและบันทึกการสนทนาระหว่างแมนเดลสันกับเอปสตีน
  • การโอนเงินต้องสงสัย: รวม 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเวลาที่แมนเดลสันเป็นรัฐมนตรี
  • รายงานเศรษฐกิจลับ: ส่งตรงให้เอปสตีนโดยตรง
  • การลาออกทันที: แมนเดลสันประกาศลาออกจากพรรคแรงงานเพื่อหลีกเลี่ยงความอับอาย

แมนเดลสัน ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญเบื้องหลังการฟื้นฟูพรรคแรงงานในยุค 1990 ภายใต้โทนี แบลร์ ได้ยอมรับว่ายังคงความสัมพันธ์ฉันมิตรกับเอปสตีน และเคยขอโทษต่อเหยื่อของคดีนี้ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่เขาอ้างว่าไม่จำเรื่องการโอนเงินได้ และสงสัยในความถูกต้องของเอกสาร

นายกฯ สตาร์เมอร์แสดงจุดยืนชัดเจน โดยเชื่อว่าแมนเดลสันไม่สมควรได้รับบรรดาศักดิ์ “ลอร์ด” หรือนั่งในสภาขุนนางอีกต่อไป แม้รัฐบาลจะไม่มีอำนาจถอดถอนโดยตรง แต่สตาร์เมอร์ได้เรียกร้องให้สภาขุนนางปรับปรุงกระบวนการวินัยให้ทันสมัย เพื่อถอดถอนสมาชิกที่ทำให้สภาเสื่อมเสียได้ง่ายขึ้น

กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่แมนเดลสันถูกถอดจากตำแหน่ง เขาถูกปลดจากลอร์ดในเดือนกันยายน 2568 หลังได้รับแต่งตั้งจากสตาร์เมอร์เองเมื่อปลายปี 2564 สร้างคำถามถึงการตัดสินใจของรัฐบาลแรงงาน

คดีเอปสตีนเป็นหนึ่งในเรื่องอื้อฉาวที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ดึงดูดบุคคลดังระดับโลกมากมาย เช่น เบิล เกตส์ และเจ้าชายแอนดรูว์ ซึ่งเคยถูกกล่าวหาเช่นกัน การที่นักการเมืองอังกฤษระดับสูงพัวพัน ยิ่งทำให้เกิดแรงกดดันต่อระบบการเมือง UK

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการตรวจสอบครั้งนี้อาจนำไปสู่การปฏิรูประบบสภาขุนนาง และเพิ่มมาตรฐานจริยธรรมสำหรับนักการเมืองอังกฤษ โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย คริส วอร์มัลด์ จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการสืบสวน

ในมุมมองของผู้เขียน กรณี นายกฯ UK สั่งตรวจสอบอดีตทูต ปมพัวพันคดีเอปสตีน นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวของนักการเมืองกับบุคคลมีประวัติอื้อฉาวอาจทำลายชื่อเสียงและเสถียรภาพทางการเมืองได้ ผู้ติดตามข่าวการเมืองควรจับตาการพัฒนาของคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่ารัฐบาลสตาร์เมอร์จะจัดการอย่างไร

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ

ที่มา – นายกฯ UK สั่งตรวจสอบอดีตทูต ปมพัวพันคดีเอปสตีน

Scroll to top