ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผลนิด้าโพล: คน กทม. ไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ 2569

สวัสดีครับชาวกรุงเทพ! วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง ผลนิด้าโพล คน กทม. ไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 พอคาดเดาได้ใครจะชนะ กันแบบชิลๆ เลยนะ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. วันที่ 28 มิ.ย. 2569 กำลังใกล้เข้ามา แต่จากผลสำรวจล่าสุดของนิด้าโพล ดูเหมือนว่าคนกรุงเทพหลายคนจะไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? มาดูข้อมูลกันเลย

ผลนิด้าโพล คน กทม. ไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 พอคาดเดาได้ใครจะชนะ

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5-6 พฤษภาคม 2569 กับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ครอบคลุม 50 เขต รวม 1,310 ตัวอย่าง จากทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ผลออกมาสุดเซอร์ไพรส์ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยแคร์ปัจจัยบางอย่างเท่าไหร่

การเมืองระดับประเทศส่งผลต่อการโหวตหรือไม่?

เมื่อถามว่าการเมืองระดับประเทศส่งผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ผลคือ

  • 33.97% บอกว่าไม่ส่งผลเลย
  • 22.98% ค่อนข้างส่งผล
  • 21.91% ส่งผลมาก
  • 20.99% ไม่ค่อยส่งผล
  • 0.15% ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เห็นมั้ยครับ คนกรุงเทพอยากแยกการเมืองท้องถิ่นออกจากระดับประเทศชัดเจน ไม่อยากให้ดราม่าข้างบนมาพันกัน

ประวัติรองผู้ว่าฯ สำคัญแค่ไหน?

ส่วนรายชื่อและประวัติรองผู้ว่าฯ ส่งผลต่อการตัดสินใจยังไง พบว่า

  • 30.61% ไม่ส่งผลเลย
  • 24.20% ค่อนข้างส่งผล
  • 23.59% ส่งผลมาก
  • 21.60% ไม่ค่อยส่งผล

น่าสนใจนะ คนกรุงดูเหมือนจะโฟกัสที่ตัวผู้ว่าฯ หลักมากกว่า ทีมรองอาจไม่ใช่จุดขายหลัก

การเลือกตั้งนี้ตื่นเต้นมั้ย?

คำถามเด็ดคือความน่าตื่นเต้นในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ผลโพลบอกชัด

  • 32.59% ไม่ตื่นเต้น เพราะพอคาดเดาได้ใครจะชนะ (ตรงกับผลนิด้าโพล คน กทม. ไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 พอคาดเดาได้ใครจะชนะ)
  • 29.24% ไม่ตื่นเต้น เพราะใครชนะก็เหมือนกัน
  • 22.06% ตื่นเต้นเฉพาะ 2-4 คนที่มีสิทธิ์
  • 16.11% ตื่นเต้นทุกคนมีสิทธิ์
ผลนิด้าโพล เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

จากตัวเลขนี้ เห็นได้ชัดว่าคนกรุงเทพรู้สึกเบื่อๆ กับการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจเพราะผู้สมัครหลักๆ คาดเดาได้ หรือเพราะปัญหาเก่าๆ ยังค้างคา เช่น การจราจร น้ำท่วม ขยะ ที่ยังแก้ไม่ตก ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเปลี่ยนใครก็คล้ายเดิม

แต่เอาเข้าจริง ผลนิด้าโพล คน กทม. ไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 พอคาดเดาได้ใครจะชนะ สะท้อน mindset ของคนเมืองหลวงที่อยากเห็นนโยบายจริงจัง มากกว่าดราม่าหรือชื่อเสียงเก่าๆ ถ้าผู้สมัครคนไหนนำเสนอวิชั่นชัดเจน เช่น แก้รถติดด้วย BTS สายใหม่ หรือจัดการน้ำท่วมด้วยระบบสูบน้ำสมัยใหม่ ก็น่าจะพลิกเกมได้นะ

ส่วนตัวผมคิดว่าผลโพลนี้เป็นสัญญาณเตือนผู้สมัครทุกคน ต้องทำให้คนกรุงตื่นเต้นด้วยนโยบายที่โดนใจจริงๆ ไม่ใช่แค่เล่นการเมืองเก่าๆ คุณล่ะ คิดว่าใครจะชนะ? หรือรู้สึกไม่ตื่นเต้นเหมือนโพลมั้ย? มาคุยกันในคอมเมนต์เลย แล้วอย่าลืมไปใช้สิทธิ์โหวตวันที่ 28 มิ.ย. นะครับ เพราะทุกคะแนนมีค่า!

ที่มา – ผลนิด้าโพล คน กทม. ไม่ตื่นเต้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 พอคาดเดาได้ใครจะชนะ

ตัดเกรดตัวเอง 5 ให้ทีมงาน 8 ชัชชาติ ห้ามเกียร์ว่าง

ในวันสำคัญก่อนหมดวาระผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตัดเกรดตัวเอง 5 ให้ทีมงาน 8 ชัชชาติ ได้เปิดใจทิ้งทวนอย่างน่าประทับใจ ในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้สรุปบทเรียน 4 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณทุกคน และกำชับ 6 ประเด็นสำคัญเพื่อให้การทำงานต่อเนื่อง ไม่เกียร์ว่าง โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่านและการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กับ สก. ที่กำลังจะมาถึง

ตัดเกรดตัวเอง 5 ให้ทีมงาน 8 ชัชชาติ

ชัชชาติให้คะแนนตัวเองแค่ 5 จาก 10 แต่ยกให้ทีมงานถึง 8 คะแนนเต็ม! เขากล่าวขอบคุณบุคลากรทุกคนที่ร่วมมือกันทำงานเพื่อประชาชนตลอด 4 ปี แม้ผลงานจะยังไม่สมบูรณ์ 100% แต่ประชาชนรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เช่น การแก้ปัญหาน้ำท่วม จัดการหาบเร่แผงลอย และดูแลคนไร้บ้าน ชัชชาติย้ำว่า “หัวใจคือการทำงานเพื่อประชาชน” และขอให้ทุกคนเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

ชัชชาติ กำชับห้ามเกียร์ว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน

นอกจาก ตัดเกรดตัวเอง 5 ให้ทีมงาน 8 ชัชชาติ แล้ว ยังสั่งการชัดเจนไม่ให้เกิดช่องว่างในการทำงาน โดยเฉพาะ 6 ประเด็นหลักที่ต้องเข้มงวด ดังนี้

  • คนไร้บ้านและหาบเร่แผงลอย: สถานการณ์เศรษฐกิจแย่ คนไร้บ้านอาจเพิ่ม ชวนเข้าบ้านอิ่มใจที่ยังรับได้อีก 100 คน เน้นทำความเข้าใจไม่บังคับ สำหรับหาบเร่ ยึดแนวทางเดิมเข้มข้น ฝ่ายเทศกิจตรวจตราเพิ่ม ห้ามแอบอ้างผู้บริหารใหม่
  • รับมือน้ำท่วม: ทบทวนจุดน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ก่อสร้าง เร่งลอกท่อ ลอกคลอง ตรวจโครงการค้างคา เพื่อลดผลกระทบฝนตกหนัก
  • โครงการบำบัดน้ำเสียฝั่งธน: ห่วงผลกระทบยุง น้ำเสีย บ้านร้าว สั่งเขตลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน และกดดันผู้รับเหมาให้แก้ไขด่วน
  • จดทะเบียนแจ้งเกิดต่างด้าว: หลังพบความผิดปกติ สั่งสำรวจกระบวนการให้รัดกุม ติดตามตัวเลขผิดปกติ ไม่ใช้วิจารณญาณคนเดียว
  • วางตัวเป็นกลางเลือกตั้ง: ขอให้ขรก. ทุกคนเท่าเทียมกับผู้สมัคร สร้างความเชื่อมั่นระบบเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก.

ทีมงานผู้ช่วยอย่างนายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษา ย้ำถึงการทำตามสัญญา เช่น พัฒนาบุคลากร กระจายการมีส่วนร่วมประชาชน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ ชี้ว่าขรก.ประจำอยู่ยาว ต้องทำตามนโยบายเพื่อประชาชน นายวิศณุ ทรัพย์สมพล เน้นพัฒนาระบบไม่ยึดติดคน และรศ.ทวิดา กมลเวชช เล่าคำสอนชัชชาติ “ทำงานเหมือนอยู่แค่วาระเดียว” เพื่อสร้างระบบแข็งแกร่ง

การประชุมครั้งนี้สะท้อน leadership ของชัชชาติที่ถ่อมตัวและมุ่งมั่น สร้างแรงบันดาลใจให้ทีมต่อสู้เพื่อกรุงเทพฯ แม้หมดวาระ แต่บทเรียนเหล่านี้จะอยู่กับ กทม. ไปนาน

คุณคิดอย่างไรกับการตัดเกรดแบบนี้? มันแสดงถึงผู้นำที่ดีหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวอัปเดตการเมืองท้องถิ่นกับเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ตัดเกรดตัวเอง 5 ให้ทีมงาน 8 “ชัชชาติ” กำชับห้ามเกียร์ว่าง-เป็นกลางเลือกตั้ง

“ชัชชาติ” ยันไม่เคยเคลมผลงาน จ่ายหนี้บีทีเอส ใช้เงินสะสม

“ชัชชาติ” ยันไม่เคยเคลมผลงาน จ่ายหนี้บีทีเอส ใช้เงินสะสม เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ โดยเฉพาะเรื่องการเงินของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง วันนี้เราจะมาวิเคราะห์และสรุปข้อมูลสำคัญจากคำชี้แจงของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เข้าใจง่าย ๆ กันครับ

“ชัชชาติ” ยันไม่เคยเคลมผลงาน จ่ายหนี้บีทีเอส ใช้เงินสะสม

วันที่ 7 พฤษภาคม 2567 นายชัชชาติ ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่งบประมาณประจำปี 2568 ของ กทม. มีรายรับสูงกว่ารายจ่ายมากถึง 5,000 ล้านบาท โดยยืนยันชัดเจนว่า “ชัชชาติ” ยันไม่เคยเคลมผลงาน จ่ายหนี้บีทีเอส ใช้เงินสะสม ที่สะสมมาหลายสิบปี ไม่ใช่ผลงานใหม่ที่เกิดขึ้นในสมัยตนเอง การตั้งงบประมาณของ กทม. จะยึดหลักสมดุล คือตั้งรายรับเท่ากับรายจ่ายเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการกู้ยืม แต่ในทางปฏิบัติ หากหารายได้ได้มากกว่าที่คาดการณ์ หรือประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ก็จะเกิดส่วนต่างหรือเงินเกินขึ้นมา

ยกตัวอย่างปีงบประมาณ 2568 ที่มีเงินเกินกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แม้ช่วงโควิด-19 รายได้จะลดลง แต่ปัจจุบัน กทม. พยายามบริหารให้มีเงินเหลือมากที่สุด เพราะต้องนำไปจ่ายหนี้บีทีเอส กว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจ่ายขาดสะสมมานาน ไม่ใช่มาจากงบประมาณปกติ หากเงินก้อนนี้หมด ผู้บริหารชุดถัดไปจะขาดแคลนเงินสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉิน ดังนั้น การสร้างส่วนต่างงบประมาณจึงสำคัญมาก โดยเงินที่ไม่ได้ใช้จะไหลลงสู่กองทุนสำรอง เพื่อพร้อมรับมืออนาคต

หลักการบริหารงบประมาณ กทม. ในยุคชัชชาติ

นายชัชชาติเน้นย้ำว่า ไม่ได้อ้างผลงานส่วนตัว แต่เป็นการต่อยอดจากอดีต โดยให้นโยบายชัดเจนให้ทีมงานหารายได้ให้มากที่สุด ประหยัดค่าใช้จ่าย และประมูลโครงการให้ได้ราคาถูกสุด เพื่อสร้างส่วนต่าง เช่น ประมูลได้ถูกลงกว่าที่ตั้งไว้ หรือเก็บภาษี ค่า concession ได้เกินเป้า สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ กทม. มีเงินหมุนเวียนดีขึ้น

ตอบโต้ข้อครหาเรื่องเงินสะสมจากยุคอดีต

ส่วนที่นายพงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษก กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าเงินจ่ายหนี้บีทีเอสมาจากยุค พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง นายชัชชาติยอมรับตรง ๆ ว่าเป็นเงินสะสมต่อเนื่องจริง ๆ และขอบคุณผู้บริหารก่อนหน้าที่ช่วยเติมเงินกองทุน ค่าใช้จ่ายหนี้บีทีเอสเกิดขึ้นก่อนสมัยตน แต่สิ่งสำคัญคือการบริหารปัจจุบันที่ช่วยไม่ให้ขาดทุนเพิ่ม และสร้างสมดุลการเงินให้ยั่งยืน

การจ่ายหนี้บีทีเอสเป็นภาระใหญ่ของ กทม. มูลค่าหลายหมื่นล้าน ซึ่งเกิดจากสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าที่ต้องชดเชยรายได้ขาดทุนให้เอกชน หากไม่บริหารดี อาจกระทบบริการสาธารณะอื่น ๆ เช่น ถนน สวนสาธารณะ หรือสวัสดิการประชาชน การที่ กทม. มีเงินเกินในงบประมาณจึงเป็นสัญญาณบวก แสดงถึงการวางแผนการเงินที่รอบคอบ

  • ตั้งงบสมดุลรายรับ-รายจ่าย
  • หารายได้เกินเป้า
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายจริง
  • นำเงินเหลือจ่ายหนี้และสำรองฉุกเฉิน

จากข้อมูลนี้ เห็นได้ชัดว่าการบริหารของชัชชาติเน้นประสิทธิภาพและความโปร่งใส ไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อ นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระประชาชนในระยะยาว หากคุณสนใจเรื่องการเงินสาธารณะหรือนโยบาย กทม. ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติม และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ เพราะการมีส่วนร่วมของประชาชนคือกุญแจสู่การพัฒนาที่ดีขึ้น

สุดท้าย ขอให้เป็นบทเรียนว่าการบริหารงบประมาณที่ดีต้องมองยั่งยืน ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยงามในปีเดียว

ที่มา – “ชัชชาติ” ยันไม่เคยเคลมผลงาน จ่ายหนี้บีทีเอส ใช้เงินสะสม

ปชป. อนุมัติ สก. 50 เขต ผู้ว่าฯกทม. เปิดตัว พ.ค.

สวัสดีครับชาวกรุงเทพฯ ทุกท่าน วันนี้มีข่าวการเมืองท้องถิ่นที่น่าติดตามมากเลยทีเดียว พรรคประชาธิปัตย์ หรือที่เราคุ้นเคยในชื่อ ปชป. ได้ประกาศข่าวใหญ่ไปแล้ว นั่นคือ ปชป. อนุมัติว่าที่ผู้สมัคร สก.ทั้ง 50 เขต ครบทีมสมบูรณ์แบบ พร้อมทั้งแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ โดยมี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคเป็นผู้ประกาศเอง เรียกได้ว่าปชป. พร้อมลุยศึกเลือกตั้งกทม. แบบเต็มสูบเลยครับ

ปชป. อนุมัติว่าที่ผู้สมัคร สก.ทั้ง 50 เขต

ข่าวนี้มาจากนายสกลธี ภัททิยกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงานพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคได้อนุมัติรายชื่อว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ครบทั้ง 50 เขตเรียบร้อยแล้ว นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของปชป. ในการลงแข่งขันเลือกตั้งสก.กทม. ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในอนาคตอันใกล้นี้

การอนุมัติรายชื่อนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะครับ เพราะกรุงเทพฯ มี 50 เขตเลือกตั้งสก. และปชป. สามารถปิดเกมได้ครบทุกเขต แสดงถึงฐานเสียงที่แข็งแกร่งและทีมงานที่ลงตัว ผู้สมัครแต่ละคนล้วนเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ รับรู้ปัญหาชาวบ้าน เช่น การจราจรติดขัด น้ำท่วม ถนนพัง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นร้อนในกทม. มาดูรายชื่อกันเลยครับ

รายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สก. ปชป. ครบ 50 เขต

  • 1. เขตดุสิต นายศรราม ภูมิไชย
  • 2. เขตพระนคร น.ส.นัชธนัญญ์ ทรัพย์ญาณกรณ์
  • 3. เขตบางซื่อ นายฐานวัฒน์ สถิตโอฬารโรจน์
  • 4. เขตพญาไท นายอนุชาญ กวางทอง
  • 5. เขตราชเทวี น.ส.ทัดดาว ตั้งตรงเจริญ
  • 6. เขตปทุมวัน นายธนนรินทร์ ศิริหิรัญพงษ์
  • 7. เขตบางรัก นายธนากร ลิ้มวาทะรส
  • 8. เขตสัมพันธวงศ์ นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์
  • 9. เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย น.ส.นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ
  • 10. เขตยานนาวา นายสมเกียรติ ปัญญะธารา
  • 11. เขตสาทร นายมนตรี เปรมบุญ
  • 12. เขตบางคอแหลม ดร.สุดคนึง แก้วทอง
  • 13. เขตคลองเตย นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ
  • 14. เขตห้วยขวาง นายประพฤทธ์ หาญกิจจะกุล
  • 15. เขตวัฒนา นายเมธวิน มีสุวรรณ
  • 16. เขตดินแดง น.ส.จันทิมา สิทธิสุราษฎร์
  • 17. เขตจตุจักร นายชุมพล รุ่งวิชานิวัฒน์
  • 18. เขตหลักสี่ นายต้นรังสรรค์ กียปัจจ์
  • 19. เขตดอนเมือง นายไกรศักดิ์ เสาเวียง
  • 20. เขตสายไหม นายกร สิงห์ธีร์
  • 21. เขตบางเขน นายชัชชนะพงศ์ แก้วทอง
  • 22. เขตลาดพร้าว นายอัทรัณ มานุพีรพันธ์
  • 23. เขตวังทองหลาง นายอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์
  • 24. เขตบางกะปิ นายปรัชญา ศรีสะอาด
  • 25. เขตบึงกุ่ม ดร.อาคร ประมงค์
  • 26. เขตคันนายาว น.ส.เกษนันท์ เรืองตาบ
  • 27. เขตสะพานสูง นายอรรถวิทย์ เซะวิเศษ
  • 28. เขตสวนหลวง นายณัชกรณ์ เชิดชูกิจกุล
  • 29. เขตประเวศ นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล
  • 30. เขตบางนา นายศิวโรจน์ แสงจรัสโชติ
  • 31. เขตพระโขนง นายตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ
  • 32. เขตหนองจอก นายเชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์
  • 33. เขตลาดกระบัง นสพ.อนันต์ ฤกษ์ดี
  • 34. เขตมีนบุรี นายจิรัฎฐ์ เชาว์อริยรัฐ
  • 35. เขตคลองสามวา นายมนูญ อินช่วย
  • 36. เขตธนบุรี นายสามารถ คุ้มทรงธรรม
  • 37. เขตคลองสาน นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล
  • 38. เขตบางพลัด น.ส.ภัทราพร ปาลวงษ์
  • 39. เขตบางกอกน้อย นายนภาพล จีระกุล
  • 40. เขตตลิ่งชัน นางลักขณา ภักดีนฤนาถ
  • 41. เขตภาษีเจริญ นายวงศธรร์ พิศาลกาญจนกิจ
  • 42. เขตบางกอกใหญ่ นายวิรัช คงคาเขตร
  • 43. เขตจอมทอง นายเจริญ เพ็ชรกิจ
  • 44. เขตราษฎร์บูรณะ นายไสว โชติกะสุภา
  • 45. เขตทุ่งครุ นายพงศ์พัทธ์ เปี่ยมสวัสดิ์
  • 46. เขตบางขุนเทียน น.ส.เนตรสกาว ชาหอม
  • 47. เขตบางบอน นายสมพร คงโครัด
  • 48. เขตบางแค นายกวิน ชาตะวนิช
  • 49. เขตหนองแขม ดร.ฮารูน มูหมัดอาลี
  • 50. เขตทวีวัฒนา นายยิ่งยงค์ จิตเพียรธรรม

แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ของปชป. ใกล้เปิดตัว

นอกจากสก.แล้ว ทางปชป. ยังอนุมัติแคนดิเดตผู้ว่าฯกทม. เรียบร้อยเช่นกัน แต่ยังเก็บเป็นความลับสุดยอด รอให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นผู้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในกลางเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ครับ ชื่อนี้ไม่ธรรมดา เพราะอภิสิทธิ์เคยเป็นนายกฯ และมีประสบการณ์การเมืองสูง คาดว่าจะดึงดูดฐานเสียงอนุรักษนิยมและคนรุ่นใหม่ได้ดี

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของปชป. แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการกลับมาครองกทม. ซึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นเก่าแก่ ปัญหาของกทม. ในปัจจุบัน เช่น การจัดการขยะ การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด ล้วนเป็นวาระที่ปชป. วางแผนแก้ไข ผู้สมัครสก. 50 เขตนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนผู้ว่าฯ หากชนะเลือกตั้ง

ในมุมมองของผม ปชป. ดูพร้อมที่สุดทีมหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยรายชื่อที่ครอบคลุมทุกเขตและผู้นำที่แข็งแกร่ง ชาวกทม. ควรติดตามใกล้ชิด เพราะการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. จะกำหนดอนาคตเมืองหลวงของเรา

คุณคิดอย่างไรกับการ ปชป. อนุมัติว่าที่ผู้สมัคร สก.ทั้ง 50 เขต ครั้งนี้? แคนดิเดตผู้ว่าฯ จะเป็นใคร? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ในกทม. เพื่อติดตามข่าวสารล่าสุด!

ที่มา – ปชป. อนุมัติว่าที่ผู้สมัคร สก.ทั้ง 50 เขต – แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. เปิดตัวกลาง พ.ค.

“สกลธี”แย้มเพิ่ม แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. เป็นนักธุรกิจ

ข่าวการเมืองกรุงเทพฯ ร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อ “สกลธี”แย้มเพิ่ม แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. เป็นนักธุรกิจ และเตรียมประกาศรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ครบ 50 เขตในเย็นวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ดูมั่นใจเต็มเปี่ยม ภายใต้การนำของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่กลับมาสร้างความเข้มแข็งให้พรรคในพื้นที่กทม.

“สกลธี”แย้มเพิ่ม แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. เป็นนักธุรกิจ

นายสกลธี ภัททิยกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2567 ว่า พรรคประชาธิปัตย์ใกล้สมบูรณ์แบบแล้วในการสรรหาผู้สมัคร สก. โดยก่อนหน้านี้อนุมัติไป 45 เขต และล่าสุดคณะกรรมการสรรหาได้พิจารณาเขตที่เหลืออีก 5 เขต ได้แก่ สายไหม บางเขน ดุสิต หนองแขม และบางนา จะประกาศอย่างเป็นทางการหลังประชุมบอร์ดพรรคเวลา 16.00 น.

ในบรรดาผู้สมัคร 50 เขตนี้ มีทั้งอดีต สก. พรรคประชาธิปัตย์ที่เคยทำคะแนนดี สก. จากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนที่ยอมย้ายมาร่วม รวมถึงบุคคลที่มีผลงานโดดเด่นที่สกลธีเคยเห็นตอนเป็นรองผู้ว่าฯกทม. พรรคคัดสรรจากผลงานและแนวคิดที่สอดคล้องกัน มั่นใจว่าจะปักธงได้หลายเขต เพราะการเลือกตั้ง สก. ไม่ดุเดือดเท่าเลือกตั้งใหญ่

เตรียมเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. กลางเดือนพ.ค.

สำหรับ “สกลธี”แย้มเพิ่ม แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. เป็นนักธุรกิจ ที่จะเปิดตัวช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ สกลธีย้ำว่ายังไม่เปิดชื่อเพราะเจ้าตัวมีภารกิจต้องเคลียร์ แต่รับประกันว่ามีประสบการณ์การเมืองและบริหารธุรกิจเอกชน จะประสานงานกับรัฐบาลได้ดีเยี่ยม ที่สำคัญ ตัดสินใจลงเพราะอยากร่วมงานกับ “อภิสิทธิ์” และพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อเทียบกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบัน สกลธียอมรับว่าแชมป์เก่าน่ากลัว แต่ชี้ 4 ปีที่ผ่านมา ยังมีจุดอ่อนหลายเรื่อง เช่น

  • ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมที่ยังไม่ครบ
  • ระบบ Feeder เชื่อมต่อการเดินทางสาธารณะไม่สมบูรณ์
  • ปัญหาน้ำท่วม การจราจร ที่ประชาชนยังบ่น

แคนดิเดตของพรรคจะตอบโจทย์คนกรุงได้ดีกว่า และพรรคโปร่งใส ส่งในนามพรรค ไม่แอบหนุนหลังแบบอิสระ สกลธีตั้งคำถาม “ชัชชาติอิสระจริงหรือ?” เพราะทุกคนรู้ว่ามีพรรคหนุน

พรรคให้อิสระผู้สมัครทำนโยบายเอง แต่เชื่อว่าทุกคนจะชนะในนามพรรค และพร้อมร่วมมือกับผู้ว่าฯ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร

ความนิยมพรรคประชาธิปัตย์ในกทม.พุ่งสูงขึ้นหลังอภิสิทธิ์กลับมา ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ลุ้นสุดๆ ผู้สมัครทั้งผู้ว่าฯและ สก. มีศักยภาพสูง ลุ้นว่าจะ “ว้าว” คนกรุงได้แค่ไหน

ติดตามข่าวสารการเลือกตั้งกทม. ล่าสุด และวิเคราะห์นโยบายผู้สมัครแต่ละพรรค เพื่อเลือกตั้งอย่างมีสติในครั้งนี้ คุณคิดว่าแคนดิเดตนักธุรกิจรายนี้จะสู้ชัชชาติได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – “สกลธี”แย้มเพิ่ม แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. เป็นนักธุรกิจ เตรียมประกาศชื่อผู้สมัคร สก. เย็นนี้

พรรคประชาชนใช้ “โปร 5 เดือน 5” เปิดตัว ดร.โจ ชิงผู้ว่าฯ กทม.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามีข่าวการเมืองกรุงเทพฯ ที่กำลังมาแรงสุดๆ เลยนะ พรรคประชาชน (ปชน.) กำลังใช้กลยุทธ์เจ๋งๆ อย่าง โปร 5 เดือน 5 เพื่อเตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) นั่นคือ “ดร.โจ” หรือนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ชิงเก้าอี้ใหญ่เมืองหลวงนี่เอง งานเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะมีในวันที่ 5 พ.ค. 2567 เวลา 17.00 น. ที่ The Mitr-ting room ชั้น 5 สามย่าน มิตรทาวน์ (เดิมกำหนดมิวเซียมสยาม แต่เปลี่ยนแล้วนะครับ)

ก่อนหน้านี้ ดร.โจ ได้เริ่มโผล่หน้าต่อสาธารณะแล้ว ในกิจกรรมเดินรณรงค์ยื่นร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมของพรรค จากสี่แยกบางโพ สู่รัฐสภา เมื่อวันแรงงาน 1 พ.ค. ที่ผ่านมา พรรคยังโพสต์สโลแกนสุดคูล “กรุงเทพง่ายๆ BY ผู้ว่าประชาชน” มาดูกันว่าทำไมกรุงเทพถึงยากจังสำหรับคนกรุงเทพฯ บ้านเรา

โปร 5 เดือน 5 จากพรรคประชาชน

กรุงเทพฯ เมืองสวยแต่ชีวิตยาก! พรรคประชาชนชู โปร 5 เดือน 5 เพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานให้ชีวิตง่ายขึ้น พวกเขาบอกว่า เมืองนี้มีตึกสูง รถไฟฟ้า นักท่องเที่ยวเพียบ แต่เรื่องพื้นฐานอย่างการใช้ชีวิตประจำวันยังลำบาก ลองดูตัวอย่างปัญหาที่คนกรุงเทพฯ เจอทุกวัน:

  • พาพ่อแม่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลรัฐ ต้องรอคิวยาวเหยียด
  • กลับบ้านหลังเลิกงาน ท่ามกลางรถติดนรก
  • ออมเงินแต่ละเดือนให้ได้ก้อนใหญ่ แต่รายจ่ายพุ่งไม่หยุด
  • เดินกลับบ้านคนเดียวตอนดึกๆ กลัวไม่ปลอดภัย
  • เปิดบริษัททำธุรกิจ ต้องเจอส่วยหรืออุปสรรคจากระบบ

นี่แหละครับที่ทำให้กรุงเทพ “โคตรยาก” พรรคประชาชนจึงเสนอ “กรุงเทพง่ายๆ” ให้เป็น safety net โอบอุ้มชีวิตทุกวัน ชูวิสัยทัศน์ให้โรงเรียนดีๆ ใกล้บ้าน เดินทางไม่เกิน 1 ชม./วัน ขายของสบายใจไร้ส่วย เดินซอยบ้านปลอดภัย

เตรียมพบโปร 5 เดือน 5 วันที่ 5 เดือน 5

สุดยอดไปเลย! ส.ส.พรรคอย่างนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ก็แชร์โพสต์จากเพจพรรคประชาชนกรุงเทพฯ เตือนว่า 5/5 17.00 น. พบ โปร 5 เดือน 5 #กรุงเทพง่ายๆ แคนดิเดตผู้ว่าฯ ของพรรคจะนำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ๆ ที่ทำให้กรุงเทพง่ายกว่าเดิม พบกันที่สามย่าน มิตรทาวน์เลยครับ คงเป็นนโยบาย 5 ข้อที่ทำได้จริงใน 5 เดือนแรกของการบริหาร แบบนี้แหละที่คนรอคอย!

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. รอบนี้ดุเดือดแน่ๆ พรรคประชาชนมาพร้อมทีมเวิร์ค ส.ส.ช่วยกันโปรโมท ดร.โจ ที่มี background เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ น่าจะมีไอเดียเจ๋งๆ จากประสบการณ์ในสภา ช่วยแก้ปัญหาเมืองหลวงได้จริง ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ นะครับ

ส่วนตัวผมคิดว่า โปร 5 เดือน 5 นี่แหละคือจุดขายสำคัญ แสดงให้เห็นว่าพรรคพร้อมลุยทันที ไม่ต้องรอ ช่วยสร้างความมั่นใจให้ชาวกรุงเทพฯ ที่เบื่อระบบเก่าๆ ถ้าคุณกำลังเหนื่อยกับชีวิตเมืองหลวง ลองไปฟังวิสัยทัศน์ดูสิครับ อาจจะเป็นทางออกที่รอคอย!

ติดตามข่าวเพิ่มเติมและแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ ว่าคิดยังไงกับโปรนี้? กรุงเทพง่ายๆ จะเป็นจริงได้มั้ย? หรือเชิญชวนเพื่อนๆ ไปร่วมงานเปิดตัว 5 พ.ค. นี้ ร่วมกันผลักดันเมืองหลวงให้ดีขึ้น!

ที่มา – พรรคประชาชนใช้ “โปร 5 เดือน 5” เตรียมเปิดตัว “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

“ชัชชาติ” เผยก่อน 21 พ.ค. ประกาศสมัครผู้ว่าฯกทม. ปัดดีล ปชน.

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำลังมาเยือน และข่าวล่าสุดที่ทุกคนจับตามองคือ “ชัชชาติ” เผยก่อน 21 พ.ค. ประกาศความพร้อมสมัครผู้ว่าฯ กทม. ปัดข่าวดีล ปชน. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบัน ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 เกี่ยวกับแผนการลงสมัครเลือกตั้งรอบใหม่ โดยยืนยันว่าจะประกาศความพร้อมก่อนวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ แต่ยังคงทำงานปัจจุบันให้เต็มที่ก่อน

“ชัชชาติ” เผยก่อน 21 พ.ค. ประกาศความพร้อมสมัครผู้ว่าฯ กทม. ปัดข่าวดีล ปชน.

ชัชชาติระบุว่า แม้จะยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ทีมงานรุ่นใหม่ที่เคยร่วมงานกัน ได้เริ่มทบทวนผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา และรวบรวมนโยบายใหม่กว่า 300 ข้อแล้ว โดยเชิญชวนอาสาสมัครมาร่วมคิด เหมือนโครงการ “เพื่อนชัชชาติ” ในอดีต เพื่อฟังเสียงประชาชนและปรับปรุงสิ่งที่ขาดตกบกพร่อง ทีมนี้ทำงานแบบ “work work work” เพื่อข้อเสนอที่นโยบายที่ตอบโจทย์คนกรุงจริงๆ

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เผยแผนสมัครผู้ว่าฯกทม.

ชัชชาติ ยืนยันไม่สนับสนุนผู้สมัคร สก. และปัดข่าวดีลพรรคประชาชน

นอกจากนี้ ชัชชาติยังชี้แจงกรณีภาพและโลโก้ที่คล้ายแคมเปญเก่า ถูกนำมาใช้กับผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) โดยย้ำชัดว่า ยังไม่ส่งใครลงสมัคร เพราะต้องรักษาความเป็นกลางในฐานะผู้ว่าฯปัจจุบัน ขอให้ประชาชนฟังจากปากตัวเอง หากจะสนับสนุนใคร จะประกาศชัดเจน แต่ตอนนี้ยังไม่มี และภาพถ่ายร่วมกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่การหนุนหลัง

ชัชชาติฝากถึงประชาชนในการเลือก สก. ว่าต้องเลือกคนทำงานดี โปร่งใส ซื่อสัตย์ ให้เกียรติทุกฝ่าย หากภาพแบบนี้เยอะเกินไป คงต้องขอร้องให้หยุดใช้รูปตัวเอง

ชัชชาติ ปัดข่าวดีล ปชน. ลงสมัครอิสระ

ส่วนกระแสข่าวที่ พรรคประชาชน (ปชน.) ชวนลงในนามพรรค ชัชชาติร้อง “ห้ะ” แล้วยืนยันไม่มีเรื่องนั้น แม้จะคุยแลกเปลี่ยนกันเพราะเป็นเพื่อนเก่า แต่ย้ำจุดยืนลงสมัครแบบอิสระ เพราะคล่องตัวกว่า สามารถตัดสินใจเอง เลือกรองผู้ว่าฯเอง (มี 4 คนครบวาระ) และทำงานให้ทุกคนได้ ไม่ต้องฟังพรรค แตกต่างจากระดับประเทศที่ต้องการฐานพรรค

  • จุดแข็งของการลงอิสระ: คล่องตัว ตัดสินใจเร็ว
  • ผลงาน 4 ปี: เก็บภาษีดี จ่ายหนี้ BTS สำเร็จ เงินเหลือไหลลงตุ่ม
  • นโยบายใหม่: กว่า 300 ข้อ จากทีมอาสา

ชัชชาติยังมองบวกต่อคู่แข่ง โดยเฉพาะพรรคประชาชนที่จะเปิดตัวแคนดิเดต 5 พ.ค. นี้ ว่าเป็นเรื่องดี มีตัวเลือกเยอะ การแข่งขันคือเสนอสิ่งดีที่สุดให้ประชาชน ไม่ใช่โจมตีกัน และเชื่อว่าระบอบประชาธิปไตยจะคัดคนเก่งได้ 4 ปีที่ผ่านมาไม่ใช่แค่บริหารกทม. แต่สร้างความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้ง

ชัชชาติ พูดถึงการเงินกทม. และอนาคต

ด้านการเงินกทม. ชัชชาติบอกว่ามีรายรับมากกว่ารายจ่าย ขอบคุณทีมเก็บภาษี (เช่น ภาษีป้าย) ไม่กู้หนี้ ประหยัดประมูล จ่ายหนี้ BTS เยอะ ตั้งงบเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่มีงบกลางปีเพิ่ม หวังส่งต่อเงินสำรองให้ผู้บริหารชุดใหม่

สรุปแล้ว “ชัชชาติ” เผยก่อน 21 พ.ค. ประกาศความพร้อมสมัครผู้ว่าฯ กทม. ปัดข่าวดีล ปชน. แสดงวิสัยทัศน์ชัดเจน เน้นอิสระและผลงานจริง การลงสมัครแบบนี้คงทำให้การเลือกตั้งกทม. รอบนี้เข้มข้นยิ่งขึ้น คุณคิดว่าชัชชาติจะคว้าชัยอีกสมัยไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตได้ที่นี่!

ที่มา – “ชัชชาติ” เผยก่อน 21 พ.ค. ประกาศความพร้อมสมัครผู้ว่าฯ กทม. ปัดข่าวดีล ปชน.

“เท้ง” ปัดไร้ดีลลับส่ง “ชัชชาติ” ลงชิงผู้ว่า กทม.

“เท้ง” ปัดไร้ดีลลับส่ง “ชัชชาติ” ลงชิงผู้ว่า กทม. ในนามพรรคประชาชน ยืนยันว่าจะเปิดตัวตัวเลือกที่ดีที่สุดให้ชาวกรุงเทพฯ ได้ตัดสินใจในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กำลังจะมาถึง ชาวกรุงกำลังจับตาการเคลื่อนไหวของพรรคประชาชนอย่างใกล้ชิด

“เท้ง” ปัดไร้ดีลลับส่ง “ชัชชาติ” ลงชิงผู้ว่า กทม.

วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง” ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาแถลงข่าวปัดกระแสข่าวลือเรื่องดีลลับในการส่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัยในนามของพรรค โดยยืนยันว่าไม่มีข้อตกลงทางการเมืองใดๆ ที่มุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตัว การพูดคุยที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการหารือเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนเท่านั้น

นายณัฐพงษ์ ยังได้เปิดเผยถึงแคมเปญ “กรุงเทพฯ ง่าย ๆ” ที่พรรคเพิ่งเปิดตัวป้ายบิลบอร์ดเมื่อวานนี้ โดยตั้งเป้าทำให้ชีวิตคนกรุงง่ายขึ้น เช่น การใช้สิทธิบัตรทองให้สะดวกยิ่งขึ้น หรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีคุณภาพเทียบเท่าต่างจังหวัด พรรคจะเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พฤษภาคม 2566 เวลา 17.00 น. ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

คุณสมบัติผู้สมัครผู้ว่า กทม. ของพรรคประชาชน

หัวหน้าพรรคประชาชนเน้นย้ำว่าผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติเด่น ดังนี้

  • ยืนเคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง
  • บริหารงบประมาณท้องถิ่นอย่างโปร่งใส เนื่องจากงบ กทม. มีมูลค่าสูงถึงแสนล้านบาทต่อปี
  • รับมือข้อจำกัดทางการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผลักดันนโยบายผ่านสภากรุงเทพมหานครได้จริง

ในส่วนของนายชัชชาติที่ประกาศลงชิงผู้ว่าฯ กทม. อีกครั้ง นายณัฐพงษ์แสดงความชื่นชมการทำงานของทีมผู้ว่าฯ ชุดปัจจุบัน ส.ก. และ ส.ส. ทั้ง 33 เขตของพรรค โดยเชื่อว่าการแท็กทีมที่เข้มแข็งจะช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของกรุงเทพฯ เช่น การจราจรติดขัด น้ำท่วม และค่าครองชีพที่สูงขึ้น

สำหรับประเด็นรายรับของ กทม. ที่สูงกว่ารายจ่าย นายณัฐพงษ์มองว่าเป็นเรื่องปกติของท้องถิ่นที่นำเงินสะสมไปใช้ต่อ แต่สิ่งสำคัญคือการจัดซื้อจัดจ้างต้องโปร่งใส ป้องกันข่าวซื้อของแพงเกินจริงที่เคยเป็นปัญหาในอดีต

พรรคประชาชน : ตัวเลือกโปร่งใสสำหรับคนกรุง

พรรคประชาชนสีส้มยืนยันจุดยืนทางการเมืองที่ตรงไปตรงมา ไม่แบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อต่อรองผลประโยชน์ ท้ายที่สุด เสียงของประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ ในสนามการเมืองท้องถิ่นที่ซับซ้อนนี้ พรรคเรียกร้องให้ชาวกรุงเลือกแบบยกทีม เพื่อผลักดันวาระกรุงเทพฯ ให้ก้าวหน้า

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะกรุงเทพฯ เป็นหัวใจเศรษฐกิจของประเทศ ปัญหาใหญ่ๆ อย่างมลพิษทางอากาศ การจัดการขยะ และที่อยู่อาศัยราคาแพง ต้องอาศัยผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และทีมที่แข็งแกร่ง พรรคประชาชนมั่นใจว่าตัวเลือกของตนจะตอบโจทย์เหล่านี้ได้ดี

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นนโยบายเด่นที่พรรคเตรียมนำเสนอ เช่น การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และการดูแลสุขภาพประชาชนในยุคโควิด-19 ที่ยังต้องระวัง ชาวกรุงเทพฯ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์พรรคประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน พรรคประชาชนแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสที่หายากในวงการเมืองไทย การปัดข่าวลืออย่างรวดเร็วและชัดเจนนี้ สร้างความน่าเชื่อถือได้ดี คุณคิดอย่างไรกับข่าว “เท้ง” ปัดไร้ดีลลับส่ง “ชัชชาติ” ลงชิงผู้ว่า กทม. ? ชวนแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามการเปิดตัวแคนดิเดตในวันที่ 5 พ.ค. นี้ เพื่อเลือกผู้ว่าฯ ที่ดีที่สุดสำหรับกรุงเทพฯ

ที่มา – “เท้ง” ปัดไร้ดีลลับส่ง “ชัชชาติ” ลงชิงผู้ว่า กทม. ยืนยัน ปชน. เปิดตัวเลือกที่ดีที่สุด 5 พ.ค.นี้

ปชน. จัดทัพอาสาส้มขยายฐานผู้ว่าฯกทม. ตรวจแลนด์บริดจ์

ปชน. จัดทัพอาสาส้มขยายฐานเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลุยใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบแลนด์บริดจ์ เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วงใกล้การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนกำลังเร่งขยายฐานเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ ผ่านเครือข่ายอาสาส้มที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยการตรวจสอบโครงการแลนด์บริดจ์ที่รัฐบาลเร่งรัดอย่างน่าสงสัย

ปชน. จัดทัพอาสาส้มขยายฐานเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลุยใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบแลนด์บริดจ์

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้จัดกิจกรรมพบปะพูดคุยกับอาสาส้มที่ที่ทำการพรรคเขตบางบอน-บางขุนเทียน เวลา 10.15 น. กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปูพรมขยายฐานเสียงสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังจะมาถึง โดยนายณัฐชา เน้นย้ำว่าการจัดตั้งอาสาส้มไม่ได้จำกัดแค่ผู้สมัครเลือกตั้งเท่านั้น แต่ครอบคลุมภารกิจหลากหลาย เช่น การพัฒนานโยบาย การสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ และการลงพื้นที่จริงเพื่อรับฟังปัญหา

บทบาทสำคัญของอาสาส้มในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

อาสาส้มเหล่านี้จะเป็นกลไกหลักในการขยายฐานเสียง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนเตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และทีมบริหาร รวมถึงนโยบายหลักที่เข้าใจง่ายและตอบโจทย์คนกรุง ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 จากนั้นจะเร่งปฏิบัติการในช่วง 2 เดือนก่อนวันเลือกตั้ง 28 มิถุนายน 2569 อาสาส้มจะลงพื้นที่ทำแบบสำรวจ สอบถามความต้องการของประชาชน เพื่อให้พรรคเข้าใจปัญหาจริงๆ เช่น ปัญหาจราจร น้ำท่วม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจฐานราก

  • ลงพื้นที่สำรวจความต้องการประชาชน
  • ช่วยรณรงค์นโยบายพรรคประชาชน
  • เชื่อมโยงสมาชิกพรรคกับชุมชน
  • สนับสนุนการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

การมีแกนนำพรรคไปอธิบายและมอบหมายภารกิจ ทำให้อาสาส้มพร้อมรบเต็มที่ สร้างความแข็งแกร่งให้พรรคในเวทีการเลือกตั้งใหญ่ครั้งนี้

จับตาโครงการแลนด์บริดจ์ที่เร่งรัดผิดปกติ

ขณะที่กำลังขยายฐานใน กทม. พรรคประชาชนยังลุยตรวจสอบโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล ซึ่งประชาชนภาคใต้กำลังจับตาอย่างใกล้ชิด นายณัฐชา ชี้ว่าการเร่งรัดโครงการนี้ดูผิดปกติ แม้จะไม่ใช่นโยบายหลักที่พรรครัฐบาลเคยสัญญาไว้กับคนใต้ แต่หลังจากขึ้นสู่อำนาจไม่กี่เดือน ก็พยายามดันทุร้นทุกขั้นตอน แม้กระทบฝ่ายบริหารด้วยกัน จนพูดถึงไม่ได้เพราะโกรธจัด สะท้อนว่ามีพลังงานบางอย่างผลักดันเบื้องหลัง

โครงการแลนด์บริดจ์ที่ใช้เงินภาษีและลงทุนเอกชนมหาศาล แต่ไม่เปิดรับฟังความเห็นประชาชนจริงจัง ทำแค่พิธีกรรมเล็กน้อย แล้วเร่งผลักดัน ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตประชาชน และโครงสร้างพื้นฐาน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค ซึ่งเป็นแม่ทัพภาคใต้ ได้ประชุมด่วนแล้ว พรรคจะใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบเข้มข้น อาจแถลงและถกในสภาเร็วๆ นี้ เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์จริง ไม่ใช่แค่กลุ่มทุน

ปชน. จัดทัพอาสาส้มขยายฐานเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลุยใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบแลนด์บริดจ์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการทำงานสองทาง ทั้งขยายอิทธิพลในเมืองหลวงและปกป้องสิทธิประชาชนจากโครงการเสี่ยงภัย การเคลื่อนไหวนี้จะช่วยให้พรรคประชาชนก้าวสู่การเป็นทางเลือกหลักในเวทีการเมืองไทย

ในมุมมองของผู้เขียน การตรวจสอบโครงการใหญ่เช่นนี้จำเป็นมาก เพื่อป้องกันการใช้อำนาจไม่โปร่งใส ชาวกรุงเทพฯ และคนใต้ควรติดตามใกล้ชิด หากสนใจร่วมเป็นอาสาส้มหรืออยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อพรรคประชาชนได้ทันที เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

ที่มา – ปชน. จัดทัพอาสาส้มขยายฐานเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลุยใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบแลนด์บริดจ์

Scroll to top