ฝนตกหนัก

ประกาศฉบับ 4 พายุดีเปรสชัน เตือนรับมือฝน!

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 4 เรื่อง “พายุดีเปรสชัน” ที่คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามในช่วงเย็นวันนี้ ขอเตือนจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทยเตรียมรับมือกับฝนตกหนักมาก ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 นี้

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา (http://www.tmd.go.th) ได้ออกประกาศเรื่องสถานการณ์ พายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 4 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางห่างจากเมืองกว๋างบินห์ ประเทศเวียดนามไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 210 กิโลเมตร โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองก๋วงบินห์ ประเทศเวียดนามในช่วงเย็นวันนี้ (30 ส.ค. 68) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน ก่อนจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนวันนี้ (30 ส.ค. 68) และเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค. 68)

จากอิทธิพลของ พายุดีเปรสชัน ดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ พร้อมกับลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้:

ประกาศฉบับ 4 พายุดีเปรสชัน เตือนรับมือฝน!

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังจากพายุดีเปรสชัน

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น และเลย
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี, สระแก้ว, ระยอง, จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดชุมพร, ระนอง, พังงา และภูเก็ต

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน และแม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, เลย, กาฬสินธุ์, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, ขอนแก่น และชัยภูมิ
  • ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี, สระบุรี, นครสวรรค์ และอุทัยธานี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา และภูเก็ต

วันที่ 1 กันยายน 2568

  • ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน และแม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร
  • ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นครสวรรค์ และอุทัยธานี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี, จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ พายุดีเปรสชัน ครั้งนี้ นับว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เราต้องเตรียมตัวรับมืออย่างเต็มที่ อย่าประมาท และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

ที่มา – ประกาศฉบับ 4 “พายุดีเปรสชัน” เตือนจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนัก 30 ส.ค. – 1 ก.ย.

เตือน! “พายุดีเปรสชัน” ฉบับ 2 เช็กจังหวัดเสี่ยง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 2 เตือนภัย “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ขอให้ประชาชนในจังหวัดเสี่ยงเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง “พายุดีเปรสชัน” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 2 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันดังกล่าว พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงเย็นวันที่ 30 สิงหาคม 2568

หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน ก่อนที่จะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนวันที่ 30 สิงหาคม 2568 และเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันที่ 31 สิงหาคม 2568

จากอิทธิพลของ “พายุดีเปรสชัน” ดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ รวมถึงลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้

“พายุดีเปรสชัน” จังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวัง

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และเลย

ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น และชัยภูมิ

ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี นครสวรรค์ และอุทัยธานี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 1 กันยายน 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ และอุทัยธานี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ “พายุดีเปรสชัน” ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – เตือน “พายุดีเปรสชัน” ฉบับที่ 2 จ่อทวีกำลังแรงขึ้น เช็กจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

เตือน! พายุดีเปรสชัน ทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนภัย “พายุดีเปรสชัน” ที่มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ประเทศไทยมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เรามาเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้ไปด้วยกันค่ะ

พายุดีเปรสชัน ทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่อง “พายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้พัฒนาเป็น พายุดีเปรสชัน แล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ละติจูด 16.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.5 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงบ่ายของวันที่ 30 สิงหาคม 2568

หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบน และอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในคืนวันที่ 30 สิงหาคม 2568 และเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันที่ 31 สิงหาคม 2568

ผลกระทบจากพายุดีเปรสชันที่ทวีกำลัง

จากอิทธิพลของ “พายุดีเปรสชัน” ที่ทวีกำลังขึ้น จะส่งผลให้ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งลมกระโชกแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และชัยภูมิ

ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะจังหวัดน่านตอนล่าง แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน 2568

สิ่งสำคัญคือ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะกลายเป็น “พายุโซนร้อน” นี้ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนัก น้ำท่วม และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นนะคะ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอุตุนิยมวิทยา จะช่วยให้เราทุกคนปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือน “พายุดีเปรสชัน” มีแนวโน้มทวีกำลังเป็น “พายุโซนร้อน” กระทบไทย

ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” คร่า 8 ศพ! ไทย-เวียดนามอ่วม

ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” พ่นพิษ! คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 8 ราย ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และมีการแจ้งเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มเพิ่มเติมอีกในหลายพื้นที่

พายุโซนร้อน ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานและบ้านเรือนประชาชน ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของมันยังคงส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มในหลายจังหวัดของทั้งเวียดนามและประเทศไทย

ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” คร่าแล้ว 8 ศพในเวียดนาม-ไทย เตือนน้ำท่วมฉับพลันเพิ่มอีก

รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” เพิ่มขึ้นเป็น 8 ราย โดยในเวียดนามมีผู้เสียชีวิต 7 ราย และในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิต 1 ราย นอกจากนี้ ยังมีรายงานความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนอีกจำนวนมาก

ในประเทศไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจากอิทธิพลของพายุ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มใน 8 จังหวัด สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชนมากกว่า 180 หลังคาเรือน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง การเดินทางถูกตัดขาดในหลายพื้นที่

สถานการณ์ในเวียดนามยิ่งน่าเป็นห่วง บ้านเรือนและอาคารต่างๆ กว่า 10,000 หลังได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม นาข้าวและพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ถูกน้ำท่วมกว่า 86 เฮกตาร์ เสาไฟฟ้าหลายต้นหักโค่น ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง กระทบประชาชนกว่า 1.6 ล้านคนในจังหวัดห่าติ๋ญและเงียอาน

ท้องถนนในกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ฮานอยกำลังเตรียมจัดงานสวนสนามวันชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีการประกาศอิสรภาพ

ผลกระทบจากไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ต่อประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขาและใกล้แหล่งน้ำ

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย จัดหาที่พักพิงชั่วคราว และแจกจ่ายสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

สถานการณ์ ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การวางแผนอพยพที่รัดกุม รวมถึงการสร้างความตระหนักและความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้องเมื่อเกิดภัยพิบัติ ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความแข็งแรงและทนทานต่อภัยพิบัติ การบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ก็เป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติในระยะยาว

ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมและรับมือกับมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเราทุกคนร่วมมือกันและให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

ที่มา – ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” คร่าแล้ว 8 ศพในเวียดนาม-ไทย เตือนน้ำท่วมฉับพลันเพิ่มอีก

ลำปางอ่วม! น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก บ้านเรือนจม

ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านกว่าร้อยหลังคาเรือน ขนของหนีน้ำไม่ทัน ทำทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 ส.ค. 68 นายสมจิต จุลเจริญ นายอำเภองาว จังหวัดลำปาง ลงพื้นที่หมู่บ้านดอกคำใต้ และบ้านแม่งาว ตำบลแม่ตีบ อำเภองาว จังหวัดลำปาง หลังในพื้นที่เกิดฝนตกหนักติดต่อกันมา 2 วันติด และตกต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ทำให้เกิดน้ำป่าไหลลงอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นอ่างดินขนาดเล็กความจุ 220,000 ลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่บ้านแม่ตีบหลวงเกิดแตก มวลน้ำจำนวนมหาศาลจึงไหลลงมาตามลำห้วยหลาวในช่วงเช้ามืด เข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านหลายหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ซึ่งชาวบ้านเก็บข้าวของไม่ทันทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายไหลไปกับกระแสน้ำจำนวนมาก สถานการณ์ ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก ครั้งนี้ สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก

นอกจากนี้มวลน้ำยังได้ซัดสะพานไม้ที่ใช้ข้ามหมู่บ้านระหว่างบ้านน้ำหลงและบ้านงิ้วงามพังเสียหาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและอบต.แม่ตีบ กว่า 100 นายกำลังเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน และเร่งสำรวจความเสียหาย แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงแล้วแต่มวลน้ำก็ได้ทิ้งความเสียหายเอาไว้เป็นจำนวนมาก

ด้านนายสุวรรณ บุญเรือง นายกอบต.แม่ตีบ เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้ในพื้นที่ฝนตกต่อเนื่องอย่างหนัก ทำให้น้ำเกินความจุของอ่างดินทำให้อ่างแตกส่งผลให้มวลน้ำไหลมาตามลำห้วยหลาวเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน 2 หมู่บ้านคือ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 5 และน้ำยังได้ซัดเอารถไถนา, รถจยย. และข้าวของเครื่องใช้ของชาวบ้านไปกับกระแสน้ำจำนวนมาก

แม้กระทั่งอบต.แม่ตีบก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน ทำให้เอกสารบางรายการและทรัพย์สินราชการเสียหายและน้ำยังได้ซัดเอาโคลน, เศษหินและเศษไม้มาจำนวนมาก ขณะนี้ทางอบต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังช่วยเหลือชาวบ้านแล้วและอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายทั้งพืชผลทางการเกษตรและทรัพย์สินของชาวบ้านอยู่.

ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก

ผลกระทบจากเหตุการณ์ ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก ครั้งนี้ ทำให้หลายภาคส่วนต้องเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก

หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างระดมกำลังและทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก การสนับสนุนด้านอาหาร น้ำดื่ม ที่พักอาศัยชั่วคราว และยารักษาโรค เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้

  • การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว: เพื่อรองรับผู้ที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย
  • การแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม: เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
  • การให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์: เพื่อดูแลสุขภาพของผู้ประสบภัย
  • การฟื้นฟูพื้นที่: หลังน้ำลด ต้องมีการสำรวจและฟื้นฟูความเสียหาย

การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ การสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เป็นมาตรการที่สำคัญในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เหตุการณ์ ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน จะช่วยให้เราสามารถลดผลกระทบจากภัยพิบัติ และสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ที่มา – ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนกว่าร้อยหลังคาเรือน

แพร่อ่วม! จากฤทธิ์พายุคาจิกิ เร่งอพยพ

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดแพร่ยังคงน่าเป็นห่วงจาก ฤทธิ์พายุคาจิกิ ที่ทำให้ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอลอง อำเภอเด่นชัย และอำเภอวังชิ้น รวมแล้ว 10 ตำบล 44 หมู่บ้าน ประสบปัญหาน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ทำให้ต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นการด่วน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝนตกหนักในหลายอำเภอของจังหวัดแพร่ ไม่ว่าจะเป็น อำเภอลอง อำเภอเด่นชัย อำเภอวังชิ้น อำเภอสูงเม่น และอำเภอเมืองแพร่ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมและสาขาต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าสถานการณ์ล่าสุดจะเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม

ที่ตำบลเวียงต้า อำเภอลอง จังหวัดแพร่ นายบุญโชติ ยานสกุล ส.อบจ.แพร่ เขต 2 อำเภอลอง ได้โพสต์คลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยระบุว่ามีฝนตกหนักตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 09.00 น. ในตำบลเวียงต้า ส่งผลให้น้ำป่าจากห้วยแม่พร้า ห้วยแม่แหลง (หมู่ 6-9) และหัวฝาย (หมู่ 2) ไหลทะลักเข้าท่วมข้ามเส้นทางสัญจร บริเวณโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเหล่า (รพ.สต.) ทางผู้นำหมู่บ้านได้แจ้งเตือนให้ชาวบ้านเก็บข้าวของและอพยพออกจากพื้นที่ประสบภัยทันที

ส่วนที่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ นายประจักษ์ จินดาจำรูญ นายอำเภอเด่นชัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นายก อบต.ห้วยไร่ และกำลังทหาร ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสมาคมกู้ภัยเด่นชัยร่วมบุญ โดยนำเรือท้องแบนออกให้ความช่วยเหลือชาวบ้านและผู้ป่วยติดเตียงที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย เนื่องจากระดับน้ำสูงถึง 2 เมตร ตัดขาดเส้นทางจราจรภายในหมู่บ้าน ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และค่อยๆ ลดระดับลง เจ้าหน้าที่ได้ให้ความช่วยเหลือนำผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยอพยพไปยังที่ปลอดภัย พร้อมทั้งเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาในพื้นที่

ฤทธิ์พายุคาจิกิ ทำแพร่อ่วม น้ำท่วมหนัก

นายประจักษ์ จินดาจำรูญ นายอำเภอเด่นชัย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเด่นชัย เกิดจากฝนที่ตกหนักตั้งแต่เช้ามืด ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 ตำบล 16 หมู่บ้าน โดยเฉพาะในตำบลห้วยไร่ ซึ่งเป็นจุดที่ลำน้ำแม่พวกไหลมาบรรจบกับลำน้ำฮ่อมและลำน้ำห้วยไฮ่ ทำให้น้ำขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ยังสามารถสัญจรได้ในช่วงเช้า แต่หลังจากนั้นเพียง 10 นาที ก็เกิดน้ำป่าไหลหลากจนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นมีผู้ป่วยติดเตียง 1 รายที่ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยเด่นชัยร่วมบุญ

ว่าที่ ร.ต.เสฎฐวุฒิ คำวิเศษ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมเด่นชัยร่วมบุญ เล่าว่า สถานการณ์น้ำเริ่มทรงตัวแล้ว โดยระดับน้ำจากแม่พวกบ้านข่วงบุกที่ไหลลงมาเริ่มลดลง แต่ชาวบ้านแจ้งว่ามีน้ำจากเขาพลึงไหลมาสมทบอีก ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น บริเวณที่น้ำมาชนกัน ส่วนการช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่ในพื้นที่ มุ่งเน้นไปที่ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยเร่งนำออกจากพื้นที่ ส่วนชาวบ้านที่ช่วยเหลือตัวเองได้ก็จะเฝ้าบ้าน เนื่องจากเป็นบ้านยกสูง 2 ชั้น และเกรงว่าคืนนี้จะมีน้ำมาอีก จึงขอให้อพยพผู้ป่วยติดเตียงออกมาก่อน โดยระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 2 เมตร กระแสน้ำไม่แรง แต่จะแรงเฉพาะทางน้ำ

ผลกระทบจากฤทธิ์พายุคาจิกิ

ฤทธิ์พายุคาจิกิ ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงพื้นที่อำเภอเด่นชัยและอำเภอลองเท่านั้น แต่อำเภออื่นๆ ในจังหวัดแพร่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมจะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาในบางพื้นที่

  • อำเภอวังชิ้น: พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขัง
  • อำเภอสูงเม่น: น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ
  • อำเภอเมืองแพร่: มีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นจากฤทธิ์พายุคาจิกิ ในจังหวัดแพร่ครั้งนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติ และความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย การมีแผนอพยพที่ชัดเจน และการมีหน่วยงานที่พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

การแก้ไขปัญหาระยะยาว เช่น การสร้างระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคตได้

ที่มา – ฤทธิ์พายุคาจิกิ แพร่อ่วม 3 อำเภอ น้ำป่าไหลทะลักต้องเร่งอพยพคนออกนอกพื้นที่

ฤทธิ์พายุคาจิกิ ‘เลยอ่วม’ ฝนถล่มต่อเนื่องจนน้ำเหืองล้นตลิ่ง

จากการที่พายุโซนร้อนคาจิกิ ได้ขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนาม ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) ก่อนที่กรมอุตุนิยมวิทยาจะรายงานเมื่อช่วงเวลา 04.00 น. ของวันที่ 26 ส.ค. ระบุว่า พายุได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน ส่งผลให้พื้นที่ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักระหว่างวันที่ 25-27 ส.ค. 2568 นั้น

ล่าสุดบรรยากาศที่จังหวัดเลยมีฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางดึกวันที่ 25 ส.ค. ทำให้แม่น้ำเหือง ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับลาว ที่บ้านเหมืองแพร่ อ.นาแห้ว จ.เลย ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในหมู่บ้านแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้เข้าไปแบกกระสอบข้าวช่วยชาวบ้านขนขึ้นไปบนที่สูง ขณะเดียวกัน สะพานไม้ไผ่ข้ามแม่น้ำเหืองที่บ้านนาข่า ต.ปากหมัน อ.ด่านซ้าย ก็ถูกกระแสน้ำพัดขาด ประชาชนทั่งสองฝั่งไม่สามารถข้ามไปมาได้ ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำเลย ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัด เริ่มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งแม่น้ำ ลำห้วย แหล่งน้ำสาธารณะ ก็มีระดับเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/news/5053096/

พายุคาจิกิ ลดเป็นพายุโซนร้อน! เช็กจังหวัดฝนตกหนัก


สถานการณ์ล่าสุด! กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 15 แจ้งว่าพายุโซนร้อนกำลังแรง “คาจิกิ” ได้ลดกำลังลงเป็น “พายุโซนร้อน” แล้ว และคาดว่าจะอ่อนกำลังลงอีกเมื่อเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นวันนี้ ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ต้องเตรียมรับมือกันให้พร้อมนะครับ

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 พายุโซนร้อนกำลังแรง “คาจิกิ” ได้ลดกำลังลงเป็น “พายุโซนร้อน” บริเวณแขวงบอลิคำไซ ประเทศลาว มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดการณ์ว่าพายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและเข้าปกคลุมประเทศลาว รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของไทยในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนที่จะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นของวัน

พายุคาจิกิ ลดกำลังลงเป็น พายุโซนร้อน!

ผลกระทบจาก“พายุโซนร้อน” คาจิกิ จะทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ และมีลมแรง โดยเฉพาะบริเวณใกล้เส้นทางพายุ ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม อุดรธานี หนองบัวลำภู เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และลำปาง ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะได้รับผลกระทบทางอ้อม

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักจากพายุโซนร้อน

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้:

วันที่ 26 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ลพบุรี, สระบุรี, กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต

วันที่ 27 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, สุโขทัย, ตาก
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย
  • ภาคกลาง: อุทัยธานี, กาญจนบุรี, ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง, พังงา

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่ง และประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งด้วย

เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์พายุมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรัก

ที่มา – ประกาศฉบับ 15 “พายุคาจิกิ” ลดกำลังลงเป็น “พายุโซนร้อน” เช็กจังหวัดฝนตกหนัก

เตือน! พายุคาจิกิ ฝนตกหนักถึงหนักมาก หลายจังหวัดรับมือ

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 12 เตือนภัยพายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ที่กำลังเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม ส่งผลให้หลายจังหวัดในประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนเรื่อง “พายุคาจิกิ และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 12 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ พายุไต้ฝุ่นคาจิกิ บริเวณอ่าวตังเกี๋ยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 120 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้

พายุ “คาจิกิ” จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชันตามลำดับ เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาวและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นวันเดียวกัน

อิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” จะทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” หลายพื้นที่ และมีลมแรง โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับเส้นทางเดินพายุ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา แพร่ เชียงราย และลำปาง สำหรับภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากพายุ

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” มีดังนี้:

พายุคาจิกิ และฝนตกหนักถึงหนักมาก: จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง

วันที่ 25 สิงหาคม 2568: จังหวัดที่ต้องระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ลำปาง พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 26 สิงหาคม 2568: สถานการณ์พายุคาจิกิและผลกระทบ

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 27 สิงหาคม 2568: เฝ้าระวังต่อเนื่อง

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนระมัดระวังจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์พายุ “คาจิกิ” และ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – ประกาศฉบับ 12 พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” หลายจังหวัดเตรียมรับมือ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

Scroll to top