ฝนตกหนัก

ประกาศอุตุฯ ฉบับ 7 เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 26-30 ก.ค.

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรือต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องตรวจสอบสภาพอากาศกันให้ดีครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศอุตุฯ ฉบับ 7 เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 26-30 ก.ค. นี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศในสัปดาห์นี้มีความแปรปรวนค่อนข้างสูงจากปัจจัยทางธรรมชาติหลายประการ

ประกาศอุตุฯ ฉบับ 7 เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 26-30 ก.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกคำเตือนผ่านประกาศอุตุฯ ฉบับ 7 เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 26-30 ก.ค. โดยระบุว่าร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้น จะส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและฝนตกหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำควรหมั่นติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ผลกระทบในทะเลและคำเตือนการเดินเรือ

นอกจากเรื่องฝนฟ้าอากาศบนแผ่นดินแล้ว ทางทะเลเองก็ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลมรสุมเช่นกัน โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูงถึง 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และงดการเดินเรือเล็กหากมีการประกาศเตือนเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน

หากเราย้อนกลับไปดูรายละเอียดใน ประกาศอุตุฯ ฉบับ 7 เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 26-30 ก.ค. จะพบว่าจังหวัดที่อยู่ในโซนเสี่ยงมักจะเป็นพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ดังนั้น การตรวจสอบรายชื่อจังหวัดในแต่ละวันจึงสำคัญมาก หากคุณต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมด้วยอุปกรณ์กันฝนและวางแผนการเดินทางเพื่อเลี่ยงช่วงเวลาที่ฝนตกหนักที่สุด

  • ตรวจสอบกรมอุตุฯ ประจำวันผ่านหน้าเว็บไซต์หลัก
  • หลีกเลี่ยงการจอดรถหรืออยู่อาศัยในพื้นที่ทางน้ำไหลผ่าน
  • ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • หากต้องเดินทางไปต่างประเทศหรือมณฑลกวางตุ้ง จีน ควรเช็กพายุโซนร้อนโนอึลก่อนเสมอ

ท้ายที่สุดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือความไม่ประมาทครับ อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีสติและจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ให้พร้อมเผื่อเหตุฉุกเฉิน แม้จะมีการประกาศเตือนออกมา แต่หากเรามีการเตรียมตัวล่วงหน้าก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมากครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยผ่านพ้นสัปดาห์แห่งฝนไปได้อย่างราบรื่นนะครับ

ที่มา – ประกาศอุตุฯ ฉบับ 7 เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 26-30 ก.ค.

เช็กพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 26-30 ก.ค. อัปเดตล่าสุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องตรวจสอบสภาพอากาศกันให้ดีนะครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 6 แจ้งเตือนเรื่อง เช็กพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 26-30 ก.ค. ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังกันเป็นพิเศษเลยครับ

เช็กพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 26-30 ก.ค. ผลกระทบทั่วไทย

เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและอีสานตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เพื่อนๆ ที่อาศัยอยู่ใกล้น้ำหรือพื้นที่ลาดเชิงเขาต้องหมั่น เช็กพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 26-30 ก.ค. ตามประกาศกรมอุตุฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ

การเตรียมพร้อมและคำเตือนเรื่องคลื่นลมแรง

สำหรับชาวเรือและผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะช่วงนี้คลื่นลมค่อนข้างแรง สูงถึง 2-3 เมตร ในขณะที่อ่าวไทยก็มีคลื่นสูงเช่นกัน สำหรับพายุไต้ฝุ่น “โนอึล” ที่หลายคนกังวล ล่าสุดได้เคลื่อนขึ้นฝั่งที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนเรียบร้อยแล้ว โดยไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยครับ

  • ภาคเหนือ: ระวังฝนตกหนักในแม่ฮ่องสอน ตาก น่าน พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ฝนตกหนักครอบคลุมหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก: จับตาพื้นที่จันทบุรีและตราดเป็นพิเศษ
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): ระนองและพังงาควรเฝ้าระวังฝนสะสมและคลื่นลมแรง

อย่างไรก็ตาม แม้พายุจะไม่ได้เข้ามา แต่การเตรียมตัวในช่วงที่ต้อง เช็กพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 26-30 ก.ค. ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนนะครับ ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงานหรือพักผ่อน ขอให้เช็กพยากรณ์อากาศรายวัน ติดตามข่าวสารพื้นที่เสี่ยงภัย และรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 6 เช็กพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 26-30 ก.ค. “โนอึล” ขึ้นฝั่งกวางตุ้งแล้ว

อุตุฯ ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดฝนถล่ม 26-30 ก.ค.69 ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่มีแพลนจะออกเดินทางหรือต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 5 มาแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์สภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ โดยเฉพาะในหัวข้อ อุตุฯ ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดฝนถล่ม 26-30 ก.ค.69 ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เราประมาทไม่ได้เลย

อุตุฯ ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดฝนถล่ม 26-30 ก.ค.69 ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า

เนื่องจากมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ช่วงวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยของเราจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และหนักมากบางแห่งในหลายภูมิภาค ข้อมูลจาก อุตุฯ ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดฝนถล่ม 26-30 ก.ค.69 ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมตัวรับมือ

พื้นที่เสี่ยงและข้อควรระวัง

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

นอกเหนือจากฝนที่ตกหนักแล้ว คลื่นลมในทะเลยังมีกำลังแรงอีกด้วย โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบนที่มีคลื่นสูง 2-3 เมตร และหากบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและงดออกจากฝั่งหากจำเป็น

สำหรับพายุไต้ฝุ่น “โนอึล” ที่หลายคนกังวลนั้น ทางอุตุฯ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ซึ่งพายุลูกนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยของเรา แต่อย่างไรก็ตาม ท่านที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศช่วงนี้ควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศในพื้นที่นั้นๆ ให้ดีก่อนออกเดินทางเสมอ

สิ่งที่ควรทำในช่วงนี้เพื่อความปลอดภัย:

  • ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านให้พร้อมใช้งาน
  • งดกิจกรรมทางน้ำและหลีกเลี่ยงการเดินทางในจุดเสี่ยงภัย
  • ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทรสายด่วน 1182
  • จัดเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินและเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย

สุดท้ายนี้ ฝากเตือนพี่น้องทุกคนให้ดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยกันด้วยนะครับ อย่าลืมเตรียมร่มหรืออุปกรณ์กันฝนให้พร้อมเสมอ และหวังว่าทุกคนจะปลอดภัยจากสถานการณ์ฝนตกหนักในครั้งนี้ครับ

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดฝนถล่ม 26-30 ก.ค.69 ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า

เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย 26-30 ก.ค. 69

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรือต้องออกไปทำธุระนอกบ้านต้องตรวจสอบสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะคะ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 4 ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กรกฎาคม 2569 นี้ค่ะ

เกาะติดสถานการณ์ เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย

จากประกาศล่าสุด พบว่าร่องมรสุมกำลังแรงจะพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ทั่วประเทศมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก อยากให้ทุกท่านเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ค่ะ โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ลาดเชิงเขาหรือใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเลยนะคะ

ผลกระทบและสิ่งที่คุณต้องเตรียมตัว

นอกจากเรื่องของฝนที่จะตกหนักแล้ว ในทะเลก็ต้องระวังเช่นกันค่ะ

  • ทะเลอันดามันตอนบน: คลื่นสูง 2-3 เมตร และหากมีฝนฟ้าคะนองอาจสูงเกิน 3 เมตร ชาวเรือควรเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเด็ดขาด
  • อ่าวไทยตอนบนและอันดามันตอนล่าง: คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และหากมีฝนฟ้าคะนองอาจสูงเกิน 2 เมตร
  • การเดินทาง: หลีกเลี่ยงเส้นทางที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมขัง และตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

สำหรับพายุโซนร้อนกำลังแรง \”โนอึล\” ที่หลายคนอาจกังวลนั้น ทางกรมอุตุฯ แจ้งว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน และไม่มีทิศทางเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตาม การเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยในรอบนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่พวกเราไม่ควรละเลยค่ะ

หากเพื่อนๆ ต้องการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยาหรือโทรสอบถามได้ที่สายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมงนะคะ ช่วงนี้หยิบร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอนะคะ จะได้เดินทางด้วยความปลอดภัยค่ะ สุดท้ายนี้ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ฝนตกบ่อยแบบนี้ต้องระวังเรื่องไข้หวัดกันด้วยค่ะ

ที่มา – เตือน “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 4 ช่วง 26-30 ก.ค. 69

อุตุฯ ฉบับ 3 เตือนฝนตกหนักช่วง 26-30 ก.ค. 69

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่มีแพลนจะออกไปเที่ยวหรือต้องเดินทางบ่อยๆ ต้องรีบเช็กสภาพอากาศกันด่วนเลยครับ เพราะล่าสุดทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 3 เกี่ยวกับสถานการณ์ฝนฟ้าอากาศที่น่าเป็นห่วง โดยมีหัวข้อหลักคือ อุตุฯ ฉบับ 3 เตือนฝนตกหนักช่วง 26-30 ก.ค. 69 ให้ประชาชนในหลายพื้นที่เตรียมรับมือกับฝนที่อาจตกสะสมจนเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้

สถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังตามประกาศ อุตุฯ ฉบับ 3 เตือนฝนตกหนักช่วง 26-30 ก.ค. 69

ในช่วงวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ดังนี้:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
  • ภาคกลางและภาคตะวันออก: ฝนตกสะสมต่อเนื่อง
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: เตรียมรับมือฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

หากใครอาศัยอยู่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านหรือที่ราบลุ่มต่ำ ควรคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะความเสี่ยงเรื่องน้ำป่าไหลหลากถือเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้เลยครับ

อัปเดตเส้นทางพายุโนอึลและผลกระทบที่คุณต้องรู้

นอกจากเรื่องฝนตกหนักแล้ว หลายคนคงกังวลเกี่ยวกับพายุโซนร้อน “โนอึล” หลังจากที่ได้อ่าน อุตุฯ ฉบับ 3 เตือนฝนตกหนักช่วง 26-30 ก.ค. 69 ทางกรมอุตุฯ ได้ชี้แจงว่า พายุลูกนี้กำลังเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ และจะไปขึ้นฝั่งที่ประเทศจีนในช่วงวันที่ 26-27 กรกฎาคมนี้ ซึ่งข่าวดีคือพายุลูกนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรงครับ แต่ถึงอย่างนั้น ใครที่มีแผนเดินทางไปประเทศจีนก็อย่าลืมเช็กพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทางด้วยนะครับ

ในส่วนของคลื่นลมในทะเล โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบน จะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และหากบริเวณฝนฟ้าคะนองอาจสูงถึง 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยและอันดามันตอนล่าง คลื่นจะสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และเรือเล็กในพื้นที่ข้างต้นควรงดออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัยนะครับ

สรุปสั้นๆ สำหรับทุกคนคือ ในช่วง 5 วันนี้ เตรียมร่ม เสื้อกันฝน และรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไกลตัว และการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เชื่อถือได้เป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากสภาพอากาศแปรปรวนในรอบนี้กันถ้วนหน้าครับ

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 3 เตือนฝนตกหนักช่วง 26-30 ก.ค. 69 พร้อมอัปเดตเส้นทางพายุโนอึล

กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับ 2 เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนัก เปิดเส้นทาง “พายุโนอึล”

กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับ 2 เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนัก เปิดเส้นทาง “พายุโนอึล”

สวัสดีครับทุกคน! ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรือต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง คงต้องหันมาโฟกัสกับการติดตามสภาพอากาศกันให้ดีเลยครับ เพราะล่าสุดทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 2 เพื่อแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ฝนที่กำลังจะทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีการระบุสาระสำคัญเกี่ยวกับ กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับ 2 เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนัก เปิดเส้นทาง “พายุโนอึล” ให้พวกเราได้เตรียมตัวรับมือกันตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ

สำหรับช่วงวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2569 นี้ ประเทศไทยเราจะได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่ต้องระวังเป็นพิเศษครับ

รายละเอียดและเส้นทางของพายุโนอึล

ในส่วนของ กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับ 2 เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนัก เปิดเส้นทาง “พายุโนอึล” นั้น ทางกรมฯ ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับพายุโซนร้อน “โนอึล” ที่ก่อตัวบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของฟิลิปปินส์ครับ แม้ว่าพายุลูกนี้จะไม่มีทิศทางเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่การจับตาดูการเคลื่อนที่ของพายุเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศจีนหรือฟิลิปปินส์ในช่วงนี้ โดยพายุมีแนวโน้มจะขึ้นฝั่งที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในช่วง 25-26 กรกฎาคมนี้ครับ

สิ่งที่ประชาชนควรระวังในระยะนี้:

  • ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำที่น้ำอาจท่วมถึง
  • ชาวเรือในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตามประกาศเตือน

ท้ายที่สุด การอ่าน กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับ 2 เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนัก เปิดเส้นทาง “พายุโนอึล” ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เราวางแผนชีวิตได้อย่างปลอดภัย อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้านทุกครั้งนะครับ เพราะสถานการณ์สภาพอากาศอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา หากใครมีข้อสงสัยสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมงครับ หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยจากภัยธรรมชาติในรอบนี้กันนะครับ

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับ 2 เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนัก เปิดเส้นทาง “พายุโนอึล”

สภาพอากาศวันนี้ 24 ก.ค. 69 กรมอุตุฯ เตือนไทยตอนบนฝนตกหนัก กทม. ฝนถล่ม 60%

สภาพอากาศวันนี้ 24 ก.ค. 69 กรมอุตุฯ เตือนไทยตอนบนฝนตกหนัก กทม. ฝนถล่ม 60%

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน เช้านี้ใครกำลังจะออกจากบ้านต้องเช็กด่วนเลยครับ เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาได้เผยรายงาน สภาพอากาศวันนี้ 24 ก.ค. 69 กรมอุตุฯ เตือนไทยตอนบนฝนตกหนัก กทม. ฝนถล่ม 60% โดยมีสาเหตุมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมอยู่บริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนฟ้าคะนองกระจายตัวในวงกว้างครับ

สำหรับสถานการณ์ฝนในวันนี้ถือว่าต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษครับ เพราะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนตกถึงร้อยละ 60 ของพื้นที่ แถมบางจุดอาจมีฝนตกหนักด้วย ทำให้การเดินทางในช่วงเช้าและเย็นอาจจะการจราจรติดขัดหรือมีน้ำท่วมขังรอการระบายได้ ใครที่ต้องใช้รถใช้ถนนอย่าลืมเผื่อเวลาเดินทางและพกร่มติดตัวไว้นะครับ

สรุปพื้นที่เสี่ยงภัยตามการพยากรณ์สภาพอากาศวันนี้ 24 ก.ค. 69 กรมอุตุฯ เตือนไทยตอนบนฝนตกหนัก กทม. ฝนถล่ม 60%

กรมอุตุนิยมวิทยาได้แบ่งการพยากรณ์ออกเป็นรายภาค ซึ่งสถานการณ์ สภาพอากาศวันนี้ 24 ก.ค. 69 กรมอุตุฯ เตือนไทยตอนบนฝนตกหนัก กทม. ฝนถล่ม 60% มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

  • ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ เน้นหนักที่แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน ตาก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ฝนฟ้าคะนองหนัก 70% กระจายตัวในหลายจังหวัด เช่น หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนอง 60% ตกหนักบางแห่งโดยเฉพาะในพื้นที่ลพบุรีและสระบุรี
  • ภาคตะวันออก: มีฝนสูงสุดถึง 70% บริเวณนครนายก ระยอง จันทบุรี และตราด ระวังคลื่นลมแรง
  • ภาคใต้: ฝั่งอันดามันต้องระวังฝน 70% ส่วนฝั่งอ่าวไทยอยู่ที่ 40%

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องพายุโซนร้อน “โนอึล” ที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านประเทศฟิลิปปินส์มุ่งหน้าสู่ทะเลจีนใต้ แม้ว่าพายุลูกนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่ก็เป็นสัญญาณว่าช่วงนี้เรายังคงต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอยู่ครับ

ในส่วนของชาวเรือและผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางทะเล บริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และอาจสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ขอให้งดเดินเรือหรือใช้ความระมัดระวังสูงสุดด้วยนะครับ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: แม้จะมีการประกาศเตือนฝน แต่สภาพอากาศในหลายพื้นที่ยังคงมีความอบอ้าวสลับกับฝนตก การดูแลสุขภาพร่างกายไม่ให้เปียกชื้นเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไข้หวัดที่มักมาพร้อมกับหน้าฝนครับ ขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัยในวันที่มีฝนตกแบบนี้ครับ!

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ 24 ก.ค. 69 กรมอุตุฯ เตือนไทยตอนบนฝนตกหนัก กทม. ฝนถล่ม 60%

เหยื่อดินถล่มในนครฉงชิ่ง เพิ่มเป็น 11 ศพ ยังสูญหายอีก 50 ราย

เหยื่อดินถล่มในนครฉงชิ่ง เพิ่มเป็น 11 ศพ ยังสูญหายอีก 50 ราย

เหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติยังคงเป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนทั่วโลก ล่าสุดมีรายงานข่าวเศร้าจากประเทศจีนเกี่ยวกับเหตุการณ์เหยื่อดินถล่มในนครฉงชิ่ง เพิ่มเป็น 11 ศพ ยังสูญหายอีก 50 ราย ซึ่งถือเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเผิงซุย โดยเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นหลังจากการเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจนทำให้ภูเขาไม่สามารถต้านทานมวลน้ำและดินได้พังทลายลงมา

จากการรายงานของสำนักข่าวซินหัวระบุว่า ปฏิบัติการกู้ภัยในครั้งนี้มีความยากลำบากอย่างยิ่ง เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่เป็นหุบเขาและมีก้อนหินขนาดมหึมาทับถมกันอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลาในพื้นที่แคบๆ ท่ามกลางความเสี่ยงจากดินที่อาจเลื่อนไถลลงมาซ้ำเติม ทำให้ในขณะนี้สถานการณ์สำหรับผู้ที่ยังสูญหายนั้นดูน่าห่วงมาก เนื่องจากทีมค้นหาไม่พบสัญญาณชีพใดๆ เหลืออยู่แล้ว

ความคืบหน้าปฏิบัติการกู้ภัยในเหยื่อดินถล่มในนครฉงชิ่ง เพิ่มเป็น 11 ศพ ยังสูญหายอีก 50 ราย

นอกจากตัวเลขของผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเป็น 11 รายแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 10 คน ซึ่งได้รับความช่วยเหลือและส่งตัวเข้าโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย ในขณะที่ครอบครัวของผู้ที่ยังสูญหายอีกกว่า 50 รายต่างเฝ้ารอคอยปาฏิหาริย์ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ขั้นตอนการกู้ภัยเชิงลึกแล้วก็ตาม

สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้ภารกิจนี้ดำเนินการด้วยความยากลำบาก ได้แก่:

  • ปริมาณดินและโคลนจำนวนมหาศาลที่ทับถมอาคารบ้านเรือน
  • ก้อนหินขนาดใหญ่ที่ต้องใช้การระเบิดทำลายเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ได้
  • ความเปราะบางของหน้าดินที่อาจเกิดการถล่มซ้ำ
  • สภาพภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสูงชันและซับซ้อน

ประเทศจีนมีสถิติการเกิดเหตุการณ์ดินถล่มบ่อยครั้งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและการขยายตัวของพื้นที่จัดตั้งที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่เสี่ยง เหตุการณ์เหยื่อดินถล่มในนครฉงชิ่ง เพิ่มเป็น 11 ศพ ยังสูญหายอีก 50 ราย ในครั้งนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของระบบการจัดการภัยพิบัติและการวางผังเมืองที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง

แม้โอกาสที่จะพบผู้รอดชีวิตจะริบหรี่ แต่ทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังคงไม่ละความพยายามในการคลี่คลายสถานการณ์และกู้ร่างของผู้เสียชีวิตกลับคืนสู่ครอบครัว เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต

ที่มา – เหยื่อดินถล่มในนครฉงชิ่ง เพิ่มเป็น 11 ศพ ยังสูญหายอีก 50 ราย

ฝนถล่มรัฐอัสสัม น้ำท่วมคร่าแล้ว 41 ศพ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สถานการณ์ภัยพิบัติในอินเดียกำลังอยู่ในสภาวะน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเหตุการณ์ ฝนถล่มรัฐอัสสัม น้ำท่วมคร่าแล้ว 41 ศพ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งถือเป็นวิกฤตครั้งใหญ่จากอิทธิพลของลมมรสุมที่พัดกระหน่ำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้หลายชีวิตต้องตกอยู่ในภาวะลำบากและสูญเสียทรัพย์สินมหาศาล

วิกฤตฝนถล่มรัฐอัสสัม น้ำท่วมคร่าแล้ว 41 ศพ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เหตุการณ์ ฝนถล่มรัฐอัสสัม น้ำท่วมคร่าแล้ว 41 ศพ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการตกของฝนตามปกติ แต่เป็นการที่ปริมาณน้ำฝนพุ่งสูงกว่าสถิติเดิมถึง 436% ประกอบกับปรากฏการณ์ฝนตกหนักฉับพลัน (Cloudbursts) บริเวณต้นน้ำ ส่งผลให้พื้นที่ที่ไม่เคยประสบภัยมาก่อนต้องจมอยู่ใต้น้ำอย่างรวดเร็ว จนชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน

มาตรการเร่งด่วนในการรับมือสถานการณ์

ปัจจุบันทางรัฐบาลอินเดียไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ ฝนถล่มรัฐอัสสัม น้ำท่วมคร่าแล้ว 41 ศพ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมุขมนตรีแห่งรัฐอัสสัมได้สั่งการให้หน่วยงานทุกภาคส่วนทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาทุกข์ให้ได้มากที่สุด ดังนี้:

  • ระดมกำลังกองทัพอากาศและหน่วยกู้ภัยภาครัฐเข้าพื้นที่
  • ใช้โดรนขนส่งลำเลียงอาหารและยาเข้าสู่พื้นที่ห่างไกล
  • นำเรือขนาดเล็กกว่า 50 ลำเข้าช่วยเหลือผู้ติดค้างในพื้นที่น้ำตื้น
  • จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับประชาชนกว่า 30,000 คน

ความเสียหายในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผู้เสียชีวิตเท่านั้น แต่ยังมีปศุสัตว์ล้มตายเป็นจำนวนมาก และบ้านเรือนประชาชนอีกเกือบ 900,000 คนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง วิกฤตการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปกำลังเป็นความท้าทายระดับโลก ที่ประเทศต่างๆ ต้องเตรียมพร้อมรับมือเชิงรุกมากกว่าเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์คลี่คลายลงในเร็ววัน และขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวอินเดียที่เผชิญกับเหตุการณ์นี้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้โดยเร็วที่สุด

ที่มา – ฝนถล่มรัฐอัสสัม น้ำท่วมคร่าแล้ว 41 ศพ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

Scroll to top