พยายามข่มขืน

สาววัย 26 วิ่งเปลือยกาย ร้อง ‘หนูถูกข่มขืน’

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจเกิดขึ้นที่ชลบุรี เมื่อสาววัย 26 วิ่งเปลือยกายออกจากป่า ร้องตะโกนให้ช่วยบอก “หนูถูกข่มขืน” ชาวบ้านที่พบเห็นรีบเข้าให้การช่วยเหลือทันที กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาและเตือนภัยให้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิงที่เดินทางคนเดียวในช่วงค่ำคืน

สาววัย 26 วิ่งเปลือยกายออกจากป่า ร้องตะโกนให้ช่วยบอก “หนูถูกข่มขืน”

จากข้อมูลที่ได้รับรายงาน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงประมาณ 2 ทุ่ม ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณริมถนนสายห้วยใหญ่ (ถนนสาย 331 – บ้านห้วยใหญ่) ใกล้ศาลเจ้าแม่สาคร ม.6 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นทางขึ้นเขาที่รถสัญจรไม่พลุกพล่าน ชาวบ้านขับรถผ่านมาเจอหญิงสาววัย 26 ปี วิ่งข้ามถนน 4 เลนในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน ร้องตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างตกใจสุดขีด

ผู้เสียหายเป็นชาวจังหวัดปราจีนบุรี เดินทางมาหางานทำแถวจอมเทียน พัทยา โดยใช้ GPS นำทางผ่านมือถือ ระหว่างทางถูกชายวัยกลางคน หัวล้าน ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX สีน้ำเงิน ประกบจากด้านหลัง เอื้อมมือมาบิดกุญแจรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 125 สีดำแดงของเธอ ทำให้เครื่องดับ จากนั้นฉุดกระชากเข้าไปในบ้านร้างใกล้ศาลเจ้าแม่สาคร พยายามถอดเสื้อผ้าเพื่อข่มขืน

การต่อสู้และหนีรอดของสาววัย 26

ด้วยความกล้าหาญ ผู้เสียหายฮึดสู้ ผลักคนร้ายจนล้มกระเด็น ก่อนวิ่งหนีตายออกจากป่าในสภาพเปลือยกาย ร้องตะโกนสาววัย 26 วิ่งเปลือยกายออกจากป่า ร้องตะโกนให้ช่วยบอก “หนูถูกข่มขืน” ชาวบ้านที่ขับรถกระบะผ่านมาเห็นเหตุการณ์ ตอนแรกลังเลเพราะกลัวอันตราย แต่สุดท้ายตัดสินใจจอดรถ ถอดเสื้อให้สวม รีบพาขึ้นรถและไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กเพื่อเรียกความช่วยเหลือและสกัดกั้นคนร้าย

ใกล้จุดเกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจอดทิ้งไว้ ตำรวจเข้าตรวจสอบทันที แต่บริเวณดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด ทำให้การสืบสวนต้องอาศัยพยานและเบาะแสจากผู้เสียหายเป็นหลัก เบื้องต้นส่งตัวผู้เสียหายตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และสอบปากคำเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจเรียกประชุมสืบสวนเพื่อเร่งคลี่คลายคดี นำคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้

ลักษณะคนร้ายและคำเตือน

  • ชายวัยกลางคน หัวล้าน
  • ขี่รถฮอนด้า PCX สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน
  • มุ่งหน้ามาทางชุมชนบ้านห้วยใหญ่

เหตุการณ์สาววัย 26 วิ่งเปลือยกายออกจากป่า ร้องตะโกนให้ช่วยบอก “หนูถูกข่มขืน”นี้ สะท้อนถึงความเสี่ยงที่ผู้หญิงเผชิญเมื่อเดินทางคนเดียวในพื้นที่เปลี่ยว โดยเฉพาะเส้นทางที่ GPS นำไป ซึ่งอาจเป็นจุดอันตราย เราควรเพิ่มความระมัดระวัง เช่น แจ้งเส้นทางให้คนรู้, หลีกเลี่ยงการหยุดรถในจุดมืด, หรือใช้บริการแท็กซี่ที่เชื่อถือได้

นอกจากนี้ ชาวบ้านและพลเมืองดีที่เข้าใจรวดเร็ว สามารถช่วยชีวิตได้ทันเวลา แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกของคนไทยที่อบอุ่นเสมอ อย่างไรก็ตาม ตำรวจควรเพิ่มการลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันเหตุร้ายในอนาคต

บทเรียนจากกรณีนี้คือ ความกล้าหาญของผู้เสียหายที่ไม่ยอมจำนน และการตอบสนองที่รวดเร็วของชาวบ้าน ทำให้เรื่องจบลงด้วยดี (เท่าที่เป็นไปได้) แต่หากไม่มีใครช่วย คงน่าเศร้าใจนัก ขอให้ทุกท่าน โดยเฉพาะสาวๆ ระวังตัวให้มากขึ้น ตรวจสอบเส้นทางล่วงหน้า และมีนาฬิกาสัญญาณขอความช่วยเหลือติดตัว

สุดท้ายนี้ อย่าลืมแชร์ข่าวนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ และครอบครัว เพื่อให้สังคมของเราปลอดภัยยิ่งขึ้น หากมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคนร้าย กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ที่มา – สาววัย 26 วิ่งเปลือยกายออกจากป่า ร้องตะโกนให้ช่วยบอก “หนูถูกข่มขืน”

รวบชายพยายามข่มขืนยายวัย 84 เมาอ้างเปลี่ยนใจ

รวบแล้วชายพยายามข่มขืนยายวัย 84 เมาเกิดอารมณ์ อ้างเปลี่ยนใจเพราะยายนอนสวดมนต์

ในสังคมไทยที่เราอาศัยอยู่ การเกิดเหตุการณ์รุนแรงทางเพศถือเป็นปัญหาที่น่ากังวลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหยื่อเป็นผู้สูงอายุที่เปราะบาง ล่าสุดเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญในจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อชายวัย 53 ปีถูกจับกุมในข้อหาพยายามข่มขืนยายวัย 84 ปี อ้างว่าเมาสุราจนเกิดอารมณ์ แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจเพราะเห็นยายนอนสวดมนต์ ข่าวนี้ไม่เพียงแต่ช็อกสังคม แต่ยังจุดประกายให้เราคิดถึงมาตรการป้องกันอาชญากรรมในชุมชน

รวบแล้วชายพยายามข่มขืนยายวัย 84 เมาเกิดอารมณ์ อ้างเปลี่ยนใจเพราะยายนอนสวดมนต์

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่บ้านพักในพื้นที่ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ชายคนร้ายบุกเข้าไปในบ้านของยายวัย 84 ปี ทำร้ายร่างกายและพยายามข่มขืน จนยายบาดเจ็บสาหัสและสลบไปข้ามวัน หลังจากฟื้นขึ้นมา ยายได้ร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านใกล้เคียง ซึ่งนำไปสู่การแจ้งความและการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากรายงานของเจ้าหน้าที่ พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผู้กำกับการ สภ.บางพลี ได้นำทีมชุดสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องสงสัยจนพบตัวนายสิทธิพร หรือโจ อายุ 53 ปี ที่บ้านพักไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 การสอบสวนพบว่านายสิทธิพรมีร่องรอยบาดแผลขีดข่วนทั่วร่างกาย ซึ่งตรงกับพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพพฤติกรรมน่าสงสัยของเขา

สาเหตุที่นำไปสู่การก่อเหตุรุนแรง

จากการให้การของผู้ต้องหา นายสิทธิพรยอมรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุเขาได้ดื่มสุราหนักกับเพื่อนที่ร้านค้าใกล้บ้าน หลังจากนั้นในช่วงดึก เขาเกิดอยากดื่มเพิ่มจึงออกจากบ้านโดยถอดเสื้อผ้า เดินไปที่ร้านเหล้าที่ปิดแล้ว สุดท้ายเดินผ่านบ้านของยายและปีนรั้วเข้าไปหวังขโมยเงินไปซื้อเหล้า แต่ยายตื่นขึ้นมาโวยวาย ทำให้เขาตกใจและใช้มือปิดปาก ก่อนตบหน้าถึง 2 ครั้ง จากนั้นเกิดอารมณ์ทางเพศและพยายามข่มขืน แต่เนื่องจากอวัยวะเพศไม่แข็งตัว เขาจึงลวนลามแทน

สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ ผู้ต้องหากลับว่าปล่อยยายไปเพราะเห็นยายนอนสวดมนต์ ซึ่งทำให้เขาสำนึกผิดและเดินหนีกลับบ้านทันที คำให้การนี้ถูกยืนยันโดย พ.ต.อ.ไพโรจน์ ที่ระบุว่าผู้ต้องหาเมาจนขาดสติ แต่การสวดมนต์ของยายอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เขาหยุดยั้งพฤติกรรมรุนแรงได้

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าผู้ต้องหามีประวัติการดื่มสุราอย่างหนัก ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุของพฤติกรรมก้าวร้าวในครั้งนี้ ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา การเมาสุราเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่การก่ออาชญากรรมทางเพศ โดยเฉพาะในชุมชนชนบทที่การเฝ้าระวังอาจไม่เข้มงวดเท่าที่ควร

ผลกระทบต่อผู้เสียหายและสังคม

ยายวัย 84 ปีได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ เธอถูกทำร้ายจนน่วมทั้งตัวและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อชีวิตของยายเท่านั้น แต่ยังสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ผู้สูงอายุหลายคนเริ่มกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน การบุกรุกในยามวิกาลเช่นนี้ ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัยของชุมชน

  • การติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในพื้นที่เสี่ยง
  • การรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของการดื่มสุรา
  • การสนับสนุนผู้สูงอายุให้มีระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน

เบื้องต้น ตำรวจ สภ.บางพลี ได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายและกระทำอนาจารแก่ผู้ต้องหา ขณะที่ข้อหาบุกรุกในยามวิกาล พยายามข่มขืน และกระทำชำเรา อยู่ระหว่างรอผลตรวจร่างกายของผู้เสียหายและพยานหลักฐานเพิ่มเติม คาดว่าจะดำเนินคดีเต็มรูปแบบในเร็วๆ นี้

เหตุการณ์รวบแล้วชายพยายามข่มขืนยายวัย 84 เมาเกิดอารมณ์ อ้างเปลี่ยนใจเพราะยายนอนสวดมนต์ นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ การสวดมนต์ที่ช่วยหยุดยั้งอาชญากรรมในครั้งนี้อาจเป็นพลังแห่งศรัทธาที่น่าประทับใจ แต่สังคมต้องร่วมมือกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

ในฐานะที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย เราขอแนะนำให้ทุกท่านติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมและรายงานเหตุการณ์น่าสงสัยทันที หากคุณมีประสบการณ์หรือคำแนะนำ สามารถแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อช่วยเหลือชุมชนของเรา

ที่มา – รวบแล้วชายพยายามข่มขืนยายวัย 84 เมาเกิดอารมณ์ อ้างเปลี่ยนใจเพราะยายนอนสวดมนต์

Scroll to top