พรรคการเมืองใหม่

“ชัยวุฒิ” เปิดตัว “พรรครักชาติ” ขึ้นแท่นเบอร์ 1

“ชัยวุฒิ” เตรียมเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ “พรรครักชาติ” ชวนดารา อินฟลูฯ นักข่าว มาร่วมงาน พร้อมดันตัวเองเป็นหัวหน้าพรรค ขึ้นแท่นปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เตรียมแถลงเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ในชื่อ “พรรครักชาติ” ในวันที่ 10 ธันวาคม เวลา 13.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ (ลานด้านหน้า ทิม ฮอร์ตันส์) พร้อมเปิดตัวคณะกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค อาทิ นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค นายทัศนัย ทองมี ผู้ประกาศข่าว จะมาเป็นรองหัวหน้าพรรค น.ส.ชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร Miss Fabulous Thailand 2022 นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว หรือโฟล์ค ดารานักแสดง เป็นสมาชิกพรรค

นอกจากนี้ ยังมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) เข้าร่วมด้วย อาทิ นัท นิสามณี บิวตี้บล็อกเกอร์ และเจ้าของเพจ “สะบัดแปรง”มาร่วมสร้างสีสัน

ทั้งนี้มีรายงานว่า นายชัยวุฒิจะนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรค และจะเป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรค

“ชัยวุฒิ” เตรียมเปิดตัว “พรรครักชาติ” ขึ้นแท่นเบอร์ 1

การเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่มักได้รับความสนใจจากประชาชนเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการเข้าร่วม และยิ่งเมื่อพรรคใหม่นี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการ “รักชาติ” ก็ยิ่งดึงดูดความสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก การที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตัดสินใจออกมาตั้งพรรคใหม่ และเตรียมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งวางตัวเองเป็นหัวหน้าพรรคและเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่จะเข้ามามีบทบาทในการเมืองอย่างเต็มตัว

อะไรคือจุดเด่นของ “พรรครักชาติ”?

แน่นอนว่าชื่อพรรคย่อมบ่งบอกถึงแนวคิดหลักของพรรค นั่นคือ “ความรักชาติ” แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ รายละเอียดของนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของพรรคจะเป็นอย่างไร พรรคจะนำเสนอแนวทางในการพัฒนาประเทศอย่างไรให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และจะสามารถสร้างความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ ได้อย่างไร การมีบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ หรือนักข่าว ย่อมช่วยสร้างความน่าสนใจและดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจการเมืองมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พรรคจะต้องสามารถนำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบายที่ชัดเจนและจับต้องได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

การที่พรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้น ย่อมเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงและความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตามอง การแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้น ย่อมเป็นผลดีต่อประชาชน เพราะจะทำให้พรรคการเมืองต่างๆ ต้องพยายามนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อดึงดูดคะแนนเสียง การที่ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น ย่อมทำให้การตัดสินใจในการเลือกผู้แทนเป็นไปอย่างรอบคอบและมีข้อมูลมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การเปิดตัว “พรรครักชาติ” จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด

ถึงแม้ว่า “พรรครักชาติ” จะยังเป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่ด้วยชื่อพรรคที่สื่อถึงความรักชาติ และการดึงดูดบุคคลจากหลากหลายวงการมาร่วมงาน ก็ทำให้พรรคนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ จึงเป็นโอกาสที่พรรคจะได้แสดงวิสัยทัศน์และนโยบายที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชน หากพรรคสามารถนำเสนอแนวทางในการพัฒนาประเทศที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และสามารถสร้างความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ ได้ “พรรครักชาติ” ก็อาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การมีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่สุดท้ายแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าพรรคใดเหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของพวกเขา อย่าลืมติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจนโยบายของแต่ละพรรค เพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพ

ที่มา – “ชัยวุฒิ” คิดการใหญ่ เตรียมเปิดตัวพรรคการเมือง “พรรครักชาติ” ขึ้นแท่นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1

“ธรรมนัส” ลั่นเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยืนยันยังไม่ได้คุยกับนายเดชอิศม์ ขาวทอง เรื่องการย้ายมาซบพรรคกล้าธรรม พร้อมเตรียมเปิดตัวผู้สมัครครั้งใหญ่ต้นเดือนหน้า ลั่นในการเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขตแน่นอน

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมนำ สส. ในสังกัดย้ายเข้าพรรคกล้าธรรมว่า “ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน เรื่องนี้ยังมีเวลาคุย”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายเดชอิศม์ตัดสินใจย้ายไปพรรคอื่นก่อน จะทำอย่างไร ร.อ. ธรรมนัส ตอบว่า “ตอนนี้ทุกคนต่างตัดสินใจแล้ว แต่ยังไม่พูดถึงเฉย ๆ” อย่างไรก็ตาม พรรคกล้าธรรมกำลังเตรียมการเปิดตัวผู้สมัครครั้งใหญ่พร้อมกันทั้งหมดในช่วงต้นเดือนหน้า และยืนยันหนักแน่นว่าพรรคจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขตอย่างแน่นอน เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ 3 คน ร.อ. ธรรมนัส ตอบว่า “ไม่ครับ ยังอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นต่ออยู่”

“ธรรมนัส” ลั่นเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต

การประกาศความพร้อมในการส่งผู้สมัครครบทุกเขต สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจและความมุ่งมั่นของพรรคกล้าธรรมในการลงสนามเลือกตั้งครั้งหน้า แม้ว่าการเจรจากับนายเดชอิศม์ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง แต่พรรคก็ยังคงเดินหน้าเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่

พรรคกล้าธรรมกับการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง

พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส ดูเหมือนจะมีความคึกคักเป็นพิเศษในการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต การเปิดตัวผู้สมัครครั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในต้นเดือนหน้า น่าจะเป็นการแสดงศักยภาพและความพร้อมของพรรคให้ประชาชนได้รับรู้

การที่ ร.อ.ธรรมนัส ยังคงสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป บ่งบอกถึงทิศทางทางการเมืองและความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคกล้าธรรมกับรัฐบาลปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจสุดท้ายเกี่ยวกับตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ยังคงต้องติดตามดูกันต่อไป

นอกจากเรื่องของการส่งผู้สมัครและสนับสนุนนายกรัฐมนตรีแล้ว พรรคกล้าธรรมยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชน การนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของพรรค จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลการเลือกตั้งของพรรค

การเมืองไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พรรคการเมืองต่างๆ ต้องปรับตัวและพัฒนาอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ พรรคกล้าธรรมก็เช่นกัน การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน และการสร้างความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งหน้า

  • การคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของประชาชน
  • การพัฒนานโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของประชาชน
  • การสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ
  • การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนและกลุ่มต่างๆ

ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนมีความสำคัญต่อการสร้างความสำเร็จให้กับพรรคกล้าธรรมในการเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต การที่พรรคสามารถบริหารจัดการปัจจัยเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้พรรคสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นสนามแข่งขันที่สำคัญสำหรับทุกพรรคการเมือง พรรคกล้าธรรมจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมในทุกด้าน เพื่อที่จะสามารถคว้าชัยชนะและเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตประเทศไทย

การตัดสินใจทางการเมืองเป็นเรื่องซับซ้อนและมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง การติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลและรอบคอบ

ที่มา – “ธรรมนัส” ลั่นเลืิอกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต แย้มยังไม่ได้คุย “เดชอิศม์” ซบ “กล้าธรรม”

นิด้าโพล: คนหนุน “นักธุรกิจ” นั่งนายกฯ

ผลนิด้าโพลล่าสุด เผยประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุน “นักธุรกิจ” นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป รองลงมาคือบุคคลจากสายทหาร และมองว่าผู้ที่อยู่ในช่วง Gen X มีความเหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะเลือกพรรคการเมืองใหม่ที่ยังไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในสภาปัจจุบันอีกด้วย

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เผยแพร่ผลสำรวจ เรื่อง “สนใจไหม นายกใหม่ พรรคการเมืองใหม่” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,310 ตัวอย่าง กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ เพื่อสำรวจความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนเกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ผลนิด้าโพล: คนหนุน “นักธุรกิจ” นั่งนายกฯ

ผลการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับอาชีพของบุคคลที่ประชาชนต้องการให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า:

  • ร้อยละ 32.44 ระบุว่า นักธุรกิจ เจ้าของกิจการขนาดใหญ่
  • ร้อยละ 24.05 ระบุว่า ทหาร
  • ร้อยละ 19.54 ระบุว่า นักการเมืองอาชีพระดับชาติ
  • ร้อยละ 16.26 ระบุว่า นักกฎหมาย (เช่น ทนาย อัยการ ผู้พิพากษา เป็นต้น)
  • ร้อยละ 16.11 ระบุว่า ข้าราชการ
  • ร้อยละ 14.89 ระบุว่า ผู้บริหารองค์การภาคธุรกิจ (ที่ไม่ใช่เจ้าของ หรือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ในกิจการ) และนักวิชาการ ในสัดส่วนที่เท่ากัน
  • ร้อยละ 12.75 ระบุว่า นักธุรกิจ เจ้าของกิจการขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง (SME)
  • ร้อยละ 11.83 ระบุว่า นักการเมืองอาชีพระดับท้องถิ่น
  • ร้อยละ 7.18 ระบุว่า ผู้ทำอาชีพอิสระ (เช่น ฟรีแลนซ์ อินฟลูเอนเซอร์ เน็ตไอดอล นักเขียน เป็นต้น)
  • ร้อยละ 6.18 ระบุว่า คนในวงการ NGO อาสาสมัครเพื่อสังคม
  • ร้อยละ 4.81 ระบุว่า ตำรวจ
  • ร้อยละ 3.21 ระบุว่า พ่อค้า แม่ค้าในตลาด
  • ร้อยละ 3.13 ระบุว่า ไม่ตอบ
  • ร้อยละ 3.05 ระบุว่า แพทย์ พยาบาล
  • ร้อยละ 2.82 ระบุว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
  • ร้อยละ 1.98 ระบุว่า มนุษย์เงินเดือนในบริษัทเอกชน
  • ร้อยละ 0.84 ระบุว่า คนในวงการบันเทิง ดารา นักร้อง นักแสดง
  • ร้อยละ 0.61 ระบุว่า คนในวงการไฮโซ

จากผลสำรวจนี้ ชี้ให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทางธุรกิจ และความสามารถในการบริหารจัดการ เมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี

คนส่วนใหญ่มอง Gen X เหมาะสมเป็นนายกฯ ตามผลนิด้าโพล

ในส่วนของช่วงอายุ (เจเนอเรชัน) ของบุคคลที่ประชาชนต้องการให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า:

  • ร้อยละ 65.57 ระบุว่า Gen X (อายุระหว่าง 45-60 ปี)
  • ร้อยละ 24.96 ระบุว่า Millennials หรือ Gen Y (อายุระหว่าง 29-44 ปี)
  • ร้อยละ 9.24 ระบุว่า Baby Boomers (อายุระหว่าง 61-79 ปี)
  • ร้อยละ 0.23 ระบุว่า Silent Gen (อายุระหว่าง 80-100 ปี)

ผลสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าคนในช่วง Gen X มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำประเทศในปัจจุบัน เนื่องจากมีประสบการณ์และความเข้าใจในสถานการณ์ต่างๆ เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเลือกพรรคการเมืองใหม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า:

  • ร้อยละ 32.21 ระบุว่า ไม่แน่ใจ แต่มีแนวโน้มที่จะเลือกผู้สมัคร สส.จากพรรคการเมืองใหม่
  • ร้อยละ 31.76 ระบุว่า เลือกผู้สมัคร สส.จากพรรคการเมืองใหม่แน่นอน
  • ร้อยละ 17.48 ระบุว่า ไม่เลือกผู้สมัคร สส.จากพรรคการเมืองใหม่แน่นอน
  • ร้อยละ 11.15 ระบุว่า ไม่แน่ใจอะไรเลย
  • ร้อยละ 7.40 ระบุว่า ไม่แน่ใจ แต่มีแนวโน้มที่จะไม่เลือกผู้สมัคร สส.จากพรรคการเมืองใหม่

และสำหรับแนวโน้มในการเลือก สส.ระบบบัญชีรายชื่อจากพรรคการเมืองใหม่ พบว่า:

  • ร้อยละ 32.75 ระบุว่า เลือกพรรคการเมืองใหม่แน่นอน
  • ร้อยละ 32.06 ระบุว่า ไม่แน่ใจ แต่มีแนวโน้มที่จะเลือกพรรคการเมืองใหม่
  • ร้อยละ 18.09 ระบุว่า ไม่เลือกพรรคการเมืองใหม่แน่นอน
  • ร้อยละ 11.15 ระบุว่า ไม่แน่ใจอะไรเลย
  • ร้อยละ 5.95 ระบุว่า ไม่แน่ใจ แต่มีแนวโน้มที่จะไม่เลือกพรรคการเมืองใหม่

โดยสรุปแล้ว ผลนิด้าโพลครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นผู้นำที่มีประสบการณ์ทางธุรกิจ มีความเข้าใจในสถานการณ์ปัจจุบัน และเปิดโอกาสให้กับพรรคการเมืองใหม่ๆ เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาประเทศ

ผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนกำลังมองหาความเปลี่ยนแปลงและผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ใหม่ๆ ในการนำพาประเทศไปข้างหน้า การที่ “นักธุรกิจ” ได้รับความนิยมสูงสุด อาจเป็นเพราะประชาชนมองว่าพวกเขามีความสามารถในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ผลนิด้าโพล คนหนุน “นักธุรกิจ” นั่งนายกฯ รองลงมาเป็นทหาร มอง Gen X เหมาะ

Scroll to top