พรรคร่วมฝ่ายค้าน

เพื่อไทยพร้อมยื่นซักฟอก มั่นใจคะแนนนิยมกลับมา

เพื่อไทยพร้อมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เล็งจับนายกฯ ขึ้นบัญชีซักฟอก รอพิสูจน์คำพูดพรรคประชาชนจะตรงกับการกระทำหรือไม่ มั่นใจคะแนนนิยมพรรคกลับมา หลังยกเครื่องและเปิดหน้าแคนดิเดตนายกฯ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงความพร้อมพรรคเพื่อไทยในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมรอเปิดสมัยประชุมรัฐสภา โดยพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมแน่นอน ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อในพรรค และจะพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ส่วนจะยื่นอภิปรายใครบ้างนั้น อย่างน้อยๆ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำสูงสุดต้องมีความรับผิดชอบสูงสุดอยู่แล้ว ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นรอดูตามความเหมาะสม

ในคำถามเสียงของฝ่ายค้านเพียงพอที่จะล้มรัฐบาลได้หรือไม่นั้น โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ถ้านับดูตัวเลขแล้วเพียงพอ แต่ต้องรอดูสัญญาณหลายด้าน ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านสื่อสารไป เห็นค่อนข้างชัดว่ารัฐบาลนี้บริหารผิดพลาดจริงๆ แต่ในจุดนั้นรอดูความชัดเจนและความจริงใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะร่วมมือหรือไม่ ไม่ใช่แค่พรรคเพื่อไทยที่พูดว่ารัฐบาลบริหารงานผิดพลาด หลายพรรคร่วมฝ่ายค้านก็สื่อสารในหลายเรื่อง เช่น ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ เรื่องเงินสีเทา เมื่อถึงเวลาโหวตก็รอดูว่าพรรคนั้นเวลาพูดอย่าง เวลาทำในสภาฯ จะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพรรคประชาชนเรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วหรือยัง นายศึกษิษฏ์ ตอบว่า เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุยนอกรอบไปแล้ว แนวทางน่าจะเห็นตรงกัน ทุกพรรคร่วมฝ่ายค้านสื่อสารตรงกันหมดว่ารัฐบาลบริหารจัดการผิดพลาดอย่างไร ทุกพรรคมีข้อมูลแน่นอยู่แล้ว แต่จะประสานงานอย่างไรให้การดำเนินงานในสภาฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทางด้านคำถามว่า มองอย่างไรที่พรรคประชาชนแบ่งรับแบ่งสู้กับรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย นายศึกษิษฏ์ ตอบว่า เป็นการแสดงความจริงใจของพรรคประชาชน สส.พรรคประชาชน สื่อสารชัดเจนรัฐบาลทำงานผิดพลาด บุคลากรและรัฐมนตรีหลายคนเกี่ยวโยงกับทุนสีเทาอย่างไร ต้องรอดูเมื่อพูดออกมาแล้ว การกระทำจะทำตามสิ่งที่พูดหรือไม่

ในตอนท้าย นายศึกษิษฏ์ ยังกล่าวถึงโพลสำรวจความนิยมของความนิยมที่พรรคเพื่อไทย มีคะแนนตามพรรคประชาชนในภาคอีสาน ภาคกลาง ว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยแถลงทั้งการยกเครื่องพรรค การสื่อสารของพรรค การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในพรรค และที่สำคัญตัวนโยบายและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ยืนยันว่าหากมีการเปิดตัวทั้งสองเรื่องดังกล่าวนี้ เชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคกลับคืนมาอีกครั้งแน่นอน.

เพื่อไทยพร้อมยื่นซักฟอก มั่นใจคะแนนนิยมกลับมา

สถานการณ์ทางการเมืองไทยกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ พรรคเพื่อไทยแสดงความพร้อมอย่างเต็มที่ในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยเล็งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำสูงสุด พวกเขาพร้อมจะพิสูจน์ว่าสิ่งที่พรรคประชาชนพูดนั้นจะสอดคล้องกับการกระทำจริงหรือไม่ การยื่นซักฟอกครั้งนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญของพรรคเพื่อไทยในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังมั่นใจว่าคะแนนนิยมของพรรคจะกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่มีการปรับปรุงโครงสร้างภายในพรรค และเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การปรับปรุงพรรคและการนำเสนอนโยบายใหม่ๆ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้อีกครั้ง

ปัจจัยที่ทำให้เพื่อไทยมั่นใจว่าคะแนนนิยมจะกลับมา

  • การยกเครื่องพรรค: การปรับปรุงโครงสร้างและกระบวนการภายในพรรค
  • การสื่อสารที่ชัดเจน: การสื่อสารนโยบายและจุดยืนของพรรคไปยังประชาชน
  • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายใน: การปรับบทบาทและหน้าที่ของสมาชิกพรรค
  • นโยบายที่โดนใจ: การนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน
  • แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี: การเปิดตัวผู้ที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำประเทศ

ความพร้อมในการยื่นซักฟอกครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทยในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และสร้างความโปร่งใสในการบริหารประเทศ การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นกลไกสำคัญในระบบรัฐสภา ที่เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้แสดงความเห็นและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างละเอียด

พรรคเพื่อไทยหวังว่าการยื่นซักฟอกครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเป็นทางเลือกในการนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่า การดำเนินการครั้งนี้จะช่วยให้ เพื่อไทยพร้อมยื่นซักฟอก มั่นใจคะแนนนิยมกลับมา อย่างแน่นอน นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ เพื่อให้การอภิปรายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การที่พรรคการเมืองต่างๆ ร่วมมือกันตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะทำให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง หาก เพื่อไทยพร้อมยื่นซักฟอก มั่นใจคะแนนนิยมกลับมา จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงโครงสร้าง การสื่อสาร หรือการนำเสนอนโยบายใหม่ๆ ล้วนมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และแสดงให้เห็นว่าพรรคพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ ดังนั้น หากประชาชนให้โอกาส พรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเอง

ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจว่าจะให้ความไว้วางใจใครเป็นเรื่องของประชาชน พรรคเพื่อไทยเพียงแต่ต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถในการบริหารประเทศ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าพรรคเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อไทยพร้อมยื่นซักฟอก มั่นใจคะแนนนิยมกลับมา และพร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่

การเมืองไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน แต่พรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน

ที่มา – เพื่อไทยพร้อมยื่นซักฟอก มั่นใจคะแนนนิยมกลับมาหลังยกเครื่อง-เปิดหน้าแคนดิเดตนายกฯ

“สรวงศ์” ลั่น หัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ!

“สรวงศ์” ชี้ หากอยากนั่งรัฐมนตรี “ศักดิ์ดา” ต้องลาออกจาก สส. มอง คนไม่มีใจ ไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งไว้ ลั่น พรรคเพื่อไทยพร้อม หัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 กันยายน 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวที่พรรคเพื่อไทย ถึงกรณี นายวัน อยู่บำรุง กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ออกมาเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยขับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ ออกจากพรรค ว่า พรรคเพื่อไทยมีคณะกรรมการจริยธรรม ที่จะต้องมีการชงเรื่องให้คณะกรรมการบริหาร ส่วนตัวมองว่าท่านใดที่ไม่มีใจอยู่กับพรรคแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรั้งไว้ แต่ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค

ส่วนกรณีของ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ที่จะไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จะต้องขอมติคณะกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ นายสรวงศ์ ตอบว่า ใช่ ถ้าตัวท่านจะนั่งเป็นรัฐมนตรีก็ต้องลาออกจาก สส. เพราะเป็น สส.เขต ในส่วนนี้ต้องพิจารณากันต่อไป ส่วนภาพรวมโผคณะรัฐมนตรีที่ออกมานั้น ทุกคนมีประสบการณ์ ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะสามารถนำพารัฐบาลและประเทศชาติไปในทางที่ดีได้ และเป็นกำลังใจให้

ในประเด็นที่ นายอนุทิน ประกาศว่าอาจจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเอง ซึ่งจะทำให้ไม่ใช่คนกลางในการมาดู ทำให้มีข้อกังวลเรื่องการถูกแทรกแซง โดยเฉพาะเรื่องคดีเขากระโดง และคดีฮั้วเลือก สว. หรือไม่ นายสรวงศ์ ระบุว่า ประชาชนจับตาอยู่ เคยให้ข้อคิดตั้งแต่อยู่ในสภาฯ แล้ว เมื่อมาถึงจุดนี้ ถ้าหากนายอนุทิน จะดำรงตำแหน่งด้วยตัวเอง น่าจะต้องระมัดระวังในการกระทำต่างๆ และประชาชนก็ให้ความสนใจอยู่ ซึ่งต้องจับตาดู

ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะมีการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีหลังมีการโปรดเกล้าฯ หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า เดี๋ยวต้องรอดู การจะร้องหรือยื่นอะไรไม่ทำพร่ำเพื่อ ยืนยันจะทำให้ดีที่สุดแต่ก็ต้องรอคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้สรุป เมื่อถามอีกว่าจะเตรียมการเลือกตั้งเลยหรือไม่ นายสรวงศ์ เผยว่า จริงๆ ก็พร้อมอยู่เสมอ นักการเมืองเป็น สส. ก็ต้องพร้อมลงพื้นที่อยู่แล้ว ต้องรอดูว่าหัวหน้าพรรคจะว่าอย่างไร แต่ก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ

ขณะที่คำถามถึงแนวทางในการร่วมงานกับพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน สามารถทำงานด้วยได้หรือไม่ นายสรวงศ์ บอกว่า จริงๆ แล้วต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เป็นอะไรที่สุ่มเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดทำด้วยความรอบคอบก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ตนมั่นใจว่าสามารถทำงานร่วมกันได้ในการตรวจสอบรัฐบาล พรรคอื่นจะว่าอย่างไรตนไม่ก้าวล่วง แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยทำเต็มที่.

“สรวงศ์” ลั่นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ ชี้ “ศักดิ์ดา” ต้องลาออก สส. หากอยากนั่ง รมต.

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนแรงล่าสุด “สรวงศ์” ได้ออกมากล่าวถึงประเด็นสำคัญหลายเรื่องที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะเรื่องของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่ยังคงพร้อมที่จะสู้ต่อไป รวมถึงกรณีของนายศักดิ์ดาที่ต้องลาออกจาก สส. หากต้องการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดในแต่ละประเด็นกัน

หัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ: สัญญาณแห่งความมุ่งมั่น

นายสรวงศ์ได้เน้นย้ำถึงความพร้อมของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่จะสู้ต่อไป ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ แม้ว่าจะมีอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ ก็ตาม การที่หัวหน้าพรรคแสดงความมุ่งมั่นเช่นนี้ ย่อมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับสมาชิกพรรคและผู้สนับสนุนพรรคเป็นอย่างมาก

การประกาศว่า หัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ มีความหมายมากกว่าแค่คำพูด แต่เป็นการแสดงถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะนำพาพรรคก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่างๆ และเดินหน้าต่อไปเพื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้ นี่คือสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเมืองในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวน

“ศักดิ์ดา” ต้องลาออก สส. หากอยากนั่ง รมต.

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ กรณีของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ที่มีข่าวว่าจะไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี นายสรวงศ์ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า หากนายศักดิ์ดาต้องการนั่งเป็นรัฐมนตรีก็ต้องลาออกจาก สส. เนื่องจากเป็น สส.เขต ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายของพรรคเพื่อไทย การที่นายสรวงศ์ออกมาพูดถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าพรรคเพื่อไทยจะยึดมั่นในหลักการและไม่ยอมให้มีการกระทำใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย

นอกจากนี้ นายสรวงศ์ยังได้กล่าวถึงภาพรวมของโผคณะรัฐมนตรีที่ออกมา โดยแสดงความเชื่อมั่นว่าท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะสามารถนำพารัฐบาลและประเทศชาติไปในทางที่ดีได้ พร้อมทั้งให้กำลังใจในการทำงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของสมาชิกพรรคเพื่อไทย

  • การตัดสินใจของนายศักดิ์ดาจะเป็นอย่างไร?
  • พรรคเพื่อไทยจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในอย่างไร?
  • ประชาชนคาดหวังอะไรจากรัฐบาลใหม่?

คำถามเหล่านี้ยังคงเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจและรอคอยคำตอบ หวังว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนและนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

โดยรวมแล้ว การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายสรวงศ์ในครั้งนี้เป็นการให้ข้อมูลที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์ทางการเมืองและแนวทางการดำเนินงานของพรรคเพื่อไทยได้มากยิ่งขึ้น การที่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง อย่าลืมติดตามข่าวสารและสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดเพื่อจะได้เข้าใจถึงความเป็นไปของประเทศเรา

ที่มา – “สรวงศ์” ลั่นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยสู้ต่อ ชี้ “ศักดิ์ดา” ต้องลาออก สส. หากอยากนั่ง รมต.

ฝ่ายค้านถล่ม! “ไชยา” ชิงปิดประชุมสภาฯ หนี MOU 43-44

พรรคร่วมฝ่ายค้านแท็กทีมถล่ม “ไชยา พรหมา” ชิงปิดประชุมสภาฯ หนีถกญัตติ MOU 43-44 พรรคประชาชนฉุนฉีกข้อตกลง 2 วิป ลั่น ไม่มีการประสานให้ปิดประชุม ภูมิใจไทยห่วงกวักมือเรียกรัฐประหาร

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ภายหลังจากที่ นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม สั่งปิดประชุมก่อนการพิจารณาญัตติด่วนเรื่อง MOU 2543 และ MOU 2544 พรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน, นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นำ สส.พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ลงมาแถลงข่าวทันที

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง ล่าสุดที่เกิดขึ้นไม่ตรงกับข้อตกลงที่วิป 2 ฝ่ายได้ตกลงกันไว้ ทั้งที่ประชาชนอยากเห็นสภาฯ เป็นเวทีหาทางออกการศึกษาหาทางออกความขัดแย้งไทย-กัมพูชา แต่รัฐบาลกลับปิดกั้นพื้นที่ปลอดภัยที่สุด ชิงปิดสภาฯ เป็นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพ เสียงปริ่มน้ำ เราควรทำหน้าที่เต็มที่ ให้สภาฯ เป็นพื้นที่หาทางออก ไม่ใช่สะดุดลงเหมือนสภาฯ เป็นง่อยทำอะไรไม่ได้

ขณะที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ญัตติด่วนเรื่อง MOU 2543 และ MOU 2544 บรรจุเป็นเรื่องเร่งด่วนตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว มีการตกลงระหว่างวิป 2 ฝ่าย จะนำขึ้นมาพิจารณาหลังจากเสร็จวาระรับทราบรายงานการประชุม และมีการประสานงานว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมาศึกษา เตรียมรายชื่อ กมธ.วิสามัญไว้หมดแล้ว แต่ต่อมาขอให้ยกเลิกตั้ง กมธ.วิสามัญ และส่งเรื่องให้ กมธ.สามัญที่เกี่ยวข้องศึกษาแทน ฝ่ายค้านก็ยินยอมตามนั้น แต่การชิงปิดสภาฯ โดยฝ่ายค้านไม่รู้ล่วงหน้าเป็นสิ่งอันตรายมากต่อระบอบประชาธิปไตยและความหวังของประชาชน หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

ส่วนที่นายไชยา ให้เหตุผลการปิดประชุมว่าได้รับการประสานมาจากวิปทั้ง 2 ฝ่าย หากหมดวาระรับทราบรายงานการประชุมแล้วให้ปิดประชุมได้เลยนั้น ยืนยันว่าไม่มีการประสานให้ปิดประชุม ส่วนจะมีใบสั่งหรือไม่ ให้ไปถามนายไชยา โดยเมื่อถามว่าฝ่ายค้านโดนหักหลังหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ ตอบว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดน แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีประชาชนมาชุมนุมที่สภาฯ แต่การไม่เปิดพื้นที่ในสภาฯ ให้แสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องใหญ่มาก

ทางด้าน นายไชยชนก กล่าวว่า อยากฝากข้อความถึงรัฐบาลว่า ความจริงเริ่มออกมาแล้ว วันนี้เขื่อนแตกแล้ว ไม่ว่าท่านจะพยายามใช้อำนาจในทางใด ไม่สามารถปกปิดสิ่งที่กำลังออกมาเวลานี้ได้ ประชาชนที่รักชาติพร้อมนำเสนอข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ฝากบอกรัฐบาลอย่าฝืนเลย และฝากบอกประชาชนให้สามัคคีกัน อดทน อย่ายอมแพ้ ทุกคนไม่มีใครต้องการเห็นการรัฐประหาร เราเชื่อว่ายังสู้ไหว พยายามสู้ต่อไปตามระบบที่มี แต่หากไม่ไหวจริงๆ ก็เป็นเรื่องอนาคต เชื่อว่าสุดท้ายความจริงชนะทุกอย่าง

ส่วน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า การปิดประชุมที่เกิดขึ้น ทั้งที่วิป 2 ฝ่ายตกลงกันแล้วจะพิจารณาญัตติด่วน MOU 2543 และ MOU 2544 ต้องตั้งคำถามว่า นายไชยา คือคนไปรับหนังสือจากประชาชนที่มายื่นเรื่อง MOU 2543 และ MOU 2544 เหตุใดไม่ฟังเสียงประชาชน พร้อมเผยว่ามีบางพรรคไม่พร้อมจะคุย ต้องใช้เวทีใดจึงยอมพูดคุย.

ฝ่ายค้านแท็กทีมถล่ม “ไชยา” ชิงปิดประชุมสภาฯ หนีถกญัตติด่วน MOU 43-44

การชิงปิดประชุมสภาฯ หนีการอภิปรายญัตติสำคัญอย่าง MOU 43-44 ทำให้เกิดคำถามมากมายถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาล การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ขัดขวางการทำหน้าที่ของสภาฯ ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ แต่ยังเป็นการปิดกั้นเสียงของประชาชนที่ต้องการให้มีการพิจารณาประเด็นสำคัญอย่างรอบด้าน

MOU 43-44 คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?

ถึงแม้รายละเอียดของ MOU 43-44 จะไม่ได้ถูกกล่าวถึงอย่างละเอียดในข่าว แต่การที่ญัตตินี้ถูกบรรจุเป็นเรื่องด่วนและมีการตกลงระหว่างวิปทั้งสองฝ่ายว่าจะนำมาพิจารณา แสดงให้เห็นว่ามันเป็นประเด็นที่มีความสำคัญและอาจส่งผลกระทบต่อประเทศในวงกว้าง การที่รัฐบาลพยายามหลีกเลี่ยงการอภิปรายจึงน่าตั้งข้อสังเกตและเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างโปร่งใส

การที่พรรคร่วมฝ่ายค้านออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการกระทำของนายไชยา พรหมา สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น การชิงปิดประชุมสภาฯ ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายข้อตกลงระหว่างวิปทั้งสองฝ่าย แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงการขาดความเคารพต่อกระบวนการทางรัฐสภาและความต้องการของประชาชน

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันจะเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนยังคงมีความหวังและศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย การที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันรักษาและพัฒนาระบอบนี้ให้มีความเข้มแข็งและโปร่งใส จะเป็นหนทางเดียวที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ที่มา – ฝ่ายค้านแท็กทีมถล่ม “ไชยา” ชิงปิดประชุมสภาฯ หนีถกญัตติด่วน MOU 43-44

Scroll to top