พรรคโอกาสใหม่

“จตุพร” นำทัพ อ้อนเลือก “วิไลพร” เข้าสภา

“จตุพร” นำทัพโอกาสใหม่บุกกาฬสินธุ์ อ้อนชาวกมลาไสย เลือก “วิไลพร” เข้าสภาแก้ปัญหา ชูแช่แข็งหนี้–ไฟฟรี–แก้จนทั้งระบบ

วันที่ 5 ม.ค. 2569 ที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พรรคโอกาสใหม่ นำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค พร้อมนายประภาส ยงคะวิสัย แม่ทัพภาคอีสาน ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่หาเสียงช่วยนางวิไลพร นิพัฒน์ ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ เขต 5 เบอร์ 4 โดยเสนอชุดนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายจตุพร ย้ำความเชื่อมั่นในทีมบุคลากรของพรรค พร้อมชูนโยบายที่ตอบโจทย์ชาวอีสาน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การพัฒนาระบบน้ำให้น้ำถึงไร่นา และมีประปาครบทุกครัวเรือน การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน และการลดภาระเกษตรกรผ่านการเปิด “ร้านค้าธงเขียว” จำหน่ายปุ๋ยและอุปกรณ์การเกษตรราคาถูก ควบคู่กับนโยบายแช่แข็งหนี้และการสร้างงานรองรับนักศึกษาจบใหม่

ด้านนายประภาส ชูนโยบายภายใต้สโลแกน “มีเรา ไม่มีมืด” เดินหน้าผลักดันการติดตั้งโซลาร์รูฟให้ครอบครัวยากจน เพื่อให้ใช้ไฟฟ้าฟรีตลอดชีวิต ควบคู่กับนโยบายดูแลตั้งแต่ในครรภ์ “ท้องปุ๊บ ดื่มนมปั๊บ” เพื่อลดภาระครอบครัว พร้อมมาตรการลดต้นทุนเกษตรกร อาทิ “1 หมู่บ้าน 1 รถเกี่ยวข้าว” และนโยบายแช่แข็งหนี้นาน 10 ปี นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการผลักดันการแข่งขันเจ็ตสกีระดับโลก ที่เขื่อนลำปาว เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้พื้นที่

ขณะที่นางวิไลพร ขอบคุณประชาชนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมขอโอกาสเข้ามาทำงานรับใช้พื้นที่ ยืนยันด้วยประสบการณ์ ในฐานะอดีตรองนายก อบจ.กาฬสินธุ์ จะนำความรู้ความสามารถมาพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้น และเชิญชวนประชาชนเปิดใจให้โอกาสพรรคโอกาสใหม่ เพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลงกาฬสินธุ์อย่างยั่งยืน

“จตุพร” นำทัพโอกาสใหม่ อ้อนชาวกมลาไสย เลือก “วิไลพร” เข้าสภา

การลงพื้นที่ของนายจตุพรในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า พรรคโอกาสใหม่ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคอีสานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่นางวิไลพร นิพัฒน์ เป็นผู้สมัคร การปราศรัยในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การนำเสนอนโยบายที่จับต้องได้ และแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างตรงจุด

ทำไมต้องเลือก “วิไลพร” เข้าสภา?

คำถามนี้ดังก้องอยู่ในใจของชาวกมลาไสย และเป็นสิ่งที่นางวิไลพรต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า เธอมีความพร้อมและศักยภาพที่จะเป็นปากเสียงแทนพวกเขาในสภา ด้วยประสบการณ์การทำงานในระดับท้องถิ่น ทำให้นางวิไลพรเข้าใจถึงปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

นโยบายที่พรรคโอกาสใหม่นำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการแช่แข็งหนี้, การให้ไฟฟ้าฟรี, หรือการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ล้วนเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ทั้งสิ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่นโยบายเหล่านี้จะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และเกิดผลเป็นรูปธรรม

พรรคโอกาสใหม่ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยมีนโยบายที่ครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่การลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การสร้างงานสร้างรายได้ ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญของชาวกมลาไสยที่จะร่วมกันกำหนดอนาคตของตนเอง และเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาพวกเขาไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้ การตัดสินใจเลือก “วิไลพร” เข้าสภา จึงเป็นการตัดสินใจที่จะส่งผลต่อชีวิตของพวกเขาในระยะยาว

การสนับสนุน “วิไลพร” เข้าสภา ไม่ใช่แค่การเลือกคนๆ หนึ่ง แต่เป็นการเลือกอนาคต เลือกโอกาส และเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงกาฬสินธุ์ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน การปราศรัยของนายจตุพรในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำความมั่นใจให้กับชาวกมลาไสยว่า พรรคโอกาสใหม่พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างพวกเขา และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีกว่าเดิม

มาร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ให้กาฬสินธุ์ ด้วยการสนับสนุน “วิไลพร” เข้าสภา

ที่มา – “จตุพร” นำทัพโอกาสใหม่ อ้อนชาวกมลาไสย เลือก “วิไลพร” เข้าสภา

“หมอทศพร” ส่งหลานสาว “ไข่มุก พริกไทย” ชิงเก้าอี้ กทม.


“หมอทศพร” ส่งหลานสาว “ไข่มุก พริกไทย” ชิงเก้าอี้ กทม.

พรรคโอกาสใหม่ เปิดตัว “ไข่มุก” นักร้องนำวงพริกไทย หลานสาวหมอทศพร ชิงสนาม กทม. ท้าชนเขต 3 บางคอแหลม-ยานนาวา หลังเคยชิมลางงานการเมืองมาแล้ว ชูแก้ความยากจน สาธารณสุข

วันที่ 2 ม.ค. 2569 พรรคโอกาสใหม่ สร้างความฮือฮา เปิดตัว น.ส.ปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์ หรือ “ไข่มุก” นักร้องนำวงพริกไทย และนางสาวไทยจังหวัดแพร่ ปี 2568 (Road to Miss Thailand 2025) ซึ่งเป็นหลานสาวของนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับ 2 และผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ อันดับ 3 ของพรรคโอกาสใหม่ ลงสนามการเมืองอย่างเต็มตัว ในฐานะผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขต 3 บางคอแหลม-ยานนาวา หลังจากก่อนหน้านี้เคยชิมลางการเมืองมาแล้วในตำแหน่งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข และ อนุกรรมาธิการกลั่นกรองเรื่องที่เข้าสู่การพิจารณา

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ระบุว่า พรรคโอกาสใหม่ พร้อมเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชน ด้วยการหลอมรวมบุคลากรจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้ง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้มีประสบการณ์บริหารรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ รวมถึงบุคลากรซึ่งเป็นผู้สมัครของพรรคอีกหลายคน อาทิ น.ส.ปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์ ที่สนใจจะผลักดันการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนยากจน ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และงานสาธารณสุข ซึ่งมองว่ายังเป็นประเด็นที่พรรคการเมืองอื่นให้ความสำคัญไม่มากนัก ขณะที่พรรคโอกาสใหม่ได้เตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง

“ไข่มุก พริกไทย” กับเส้นทางการเมือง

การลงสมัคร สส. ของ “ไข่มุก พริกไทย” นับเป็นอีกก้าวสำคัญในเส้นทางการเมืองของเธอ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้สั่งสมประสบการณ์ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการต่างๆ ในสภา ซึ่งทำให้เธอได้เรียนรู้และเข้าใจถึงปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำที่ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทย

ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ “ไข่มุก พริกไทย” จึงตัดสินใจลงสมัคร สส. ในนามพรรคโอกาสใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน และผลักดันนโยบายที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนยากจน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง

นอกจากปัญหาความยากจนแล้ว “ไข่มุก พริกไทย” ยังให้ความสำคัญกับปัญหาสาธารณสุข โดยมองว่าการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน ดังนั้นเธอจึงมีนโยบายที่จะพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างเท่าเทียมกัน

การตัดสินใจของ นพ.ทศพร ที่จะส่งหลานสาวอย่าง “ไข่มุก พริกไทย” ลงชิงเก้าอี้ สส. ในนามพรรคโอกาสใหม่ ถือเป็นการเดิมพันที่น่าสนใจ เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ทางการเมืองของ นพ.ทศพร กับความสดใหม่และความมุ่งมั่นของ “ไข่มุก พริกไทย” ซึ่งอาจจะสร้างความแตกต่างและเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน

สำหรับเขต 3 บางคอแหลม-ยานนาวา ถือเป็นสนามเลือกตั้งที่น่าจับตามอง เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางสังคมและเศรษฐกิจ และมีผู้สมัครจากหลายพรรคการเมืองลงชิงชัย ทำให้การแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น ดังนั้นการที่ “ไข่มุก พริกไทย” ตัดสินใจลงสมัครในเขตนี้ จึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความมั่นใจและความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ

อย่างไรก็ตาม การที่ “ไข่มุก พริกไทย” เป็นหลานสาวของ นพ.ทศพร อาจจะเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะในขณะที่เธออาจจะได้รับความสนใจและได้รับการสนับสนุนจากฐานเสียงของ นพ.ทศพร แต่เธอก็อาจจะต้องเผชิญกับข้อครหาเรื่องการใช้อิทธิพลหรือเส้นสาย ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าเธอมีความสามารถและความตั้งใจจริงที่จะทำงานเพื่อส่วนรวม

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญของ “ไข่มุก พริกไทย” ว่าเธอจะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ และได้รับการยอมรับจากประชาชนในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพได้หรือไม่

การที่พรรคโอกาสใหม่ส่ง “หมอทศพร” ส่งหลานสาว “ไข่มุก พริกไทย” ลงชิงเก้าอี้ กทม. นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน ในขณะที่ “ไข่มุก พริกไทย” เองก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความพร้อมที่จะเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อพัฒนาประเทศ

ร่วมติดตามและให้กำลังใจ “ไข่มุก พริกไทย” ในเส้นทางการเมืองของเธอ และร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย

ที่มา – “หมอทศพร” ส่งหลานสาว “ไข่มุก พริกไทย” ชิงเก้าอี้ กทม. ให้พรรคโอกาสใหม่

พปชร.เอาฤกษ์เอาชัย ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคล


โอกาสใหม่ – พปชร. เอาฤกษ์เอาชัย ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคลก่อนเลือกตั้ง เพื่อความเป็นสิริมงคล “จตุพร” ควง “กนกนุช” ผู้สมัคร สส.กทม.เขตดอนเมือง ไหว้พระ สวดมนต์ข้ามปีวัดไผ่เขียว ด้าน “ตรีนุช” วางศิลาฤกษ์ วัดถวายเฉลิมพระเกียรติ จ.สระแก้ว

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 พรรคโอกาสใหม่ นำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคลำดับที่ 1 พร้อม น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะแกนนำดูแลการเลือกตั้ง สส.กทม.ของพรรค พร้อมนางกนกนุช กลิ่นสังข์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขตดอนเมือง พรรคโอกาสใหม่ กราบไหว้พระ ขอพรให้คนไทยพบกับสิ่งดีๆ โอกาสดีๆ โอกาสใหม่ๆ ในชีวิตตลอดปี 2569 ที่วัดเวฬุวนาราม หรือวัดไผ่เขียว เขตดอนเมือง กทม. พร้อมเข้าชมถ้ำนาคาที่มีรูปปั้นสลักลายสวยงามของพญาอนันตนาคราช รวมถึงสวดมนต์ข้ามปีเพื่อความเป็นสิริมงคล

ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ได้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคลเช่นกัน เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2569 วันที่ 1 มกราคม 2569 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เลขาธิการพรรค พปชร. แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 ผู้สมัคร สส.สระแก้ว เขต 2 หมายเลข 6 โพสต์ภาพร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ วัดถวายเฉลิมพระเกียรติ เพื่อความเป็นสิริมงคล ร่วมกับพี่น้องชาว ต.วังทอง อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว พร้อมขออนุโมทนาบุญในกุศลจิตของทุกท่านให้มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป

โอกาสใหม่ – พปชร. เอาฤกษ์เอาชัย ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคลก่อนเลือกตั้ง

การทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคล ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างวันขึ้นปีใหม่ ผู้คนมักจะเดินทางไปวัดทำบุญ ตักบาตร ไหว้พระ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว การทำบุญยังเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ผ่องใส และเป็นการสร้างกุศลให้กับตนเองอีกด้วย

ทำไมต้องทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคล?

  • เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว
  • เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ผ่องใส
  • เพื่อสร้างกุศลให้กับตนเอง อันจะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
  • เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต
  • เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย

การทำบุญในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญตักบาตร การบริจาคเงิน การช่วยเหลือผู้อื่น หรือการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ล้วนเป็นการสร้างกุศลและความดีงาม ซึ่งจะส่งผลให้ชีวิตมีความสุข ความเจริญ และประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา

นอกจากนี้ การทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคลก่อนเลือกตั้ง ยังเป็นการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์และการขอพรให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม และได้คนดี มีความสามารถ เข้ามาบริหารประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า

ดังนั้น การ ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคล จึงเป็นกิจกรรมที่ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต สังคม และประเทศชาติ

สำหรับพรรคการเมือง การทำบุญในช่วงเทศกาลสำคัญยังถือเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจในวัฒนธรรมและประเพณีของไทย รวมถึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนอีกด้วย

ที่มา – โอกาสใหม่-พปชร. เอาฤกษ์เอาชัย ทำบุญขึ้นปีใหม่ เสริมสิริมงคลก่อนเลือกตั้ง

“โอกาสใหม่” เปิดตัว 3 ขุนพล ชิงนายกฯ

พรรคโอกาสใหม่ เสนอชื่อ 3 แคนดิเดตนายกฯ “จตุพร-ทศพร-ประภัสร์” ผสานพลัง “เทคโนแครต–นักการเมือง–นักบริหาร” พร้อมรับมือความท้าทายของประเทศ

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 พรรคโอกาสใหม่ หมายเลข 44 สร้างความฮือฮาในการเมืองไทย ด้วยการเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีถึง 3 คนต่อ กกต. แสดงให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ที่ต้องการผสมผสาน “ประสบการณ์จากภาครัฐ” เข้ากับ “การเมืองที่จับต้องได้” เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการนำพาประเทศไปข้างหน้า โดยรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ประกอบด้วย:

  • นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคฯ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ซึ่งสั่งสมประสบการณ์ในระบบราชการมาอย่างยาวนาน มีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นด้านการบริหารเชิงนโยบายและการขับเคลื่อนงานภาครัฐ
  • นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ ผู้มีบทบาททั้งในเวทีการเมืองและด้านสาธารณสุข ถือเป็นตัวแทนของนักการเมืองที่เชื่อมโยงปัญหาปากท้องของประชาชนเข้ากับนโยบายสาธารณะ
  • และนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้มีประสบการณ์ตรงในการบริหารรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ สะท้อนแนวคิดของพรรคที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม และการปฏิรูปองค์กรภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ

“โอกาสใหม่” เสนอ 3 ขุนพล ชิงนายกฯ

การวางตัวแคนดิเดตทั้ง 3 ท่านนี้ ถูกมองว่าเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง “เทคโนแครต–นักการเมือง–นักบริหาร” เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่ประเทศกำลังเผชิญ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การปฏิรูประบบราชการ และการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

การเสนอรายชื่อในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการเข้ามาบริหารประเทศ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน หัวหน้าพรรค“โอกาสใหม่” ย้ำว่าพรรคต้องการเป็น “โอกาสใหม่ของประเทศ” ท่ามกลางการแข่งขันทางการเมืองที่ดุเดือด และทางเลือกที่หลากหลายในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ พรรค“โอกาสใหม่” มั่นใจว่าจะได้รับคะแนนเสียงจากประชาชน

ทำไมต้องเลือก “โอกาสใหม่”?

พรรค“โอกาสใหม่” ไม่ได้เป็นเพียงแค่พรรคการเมือง แต่เป็นความหวังใหม่ในการเปลี่ยนแปลงประเทศ ด้วยการผสมผสานประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน เราเชื่อว่าการมีผู้นำที่เข้าใจทั้งระบบราชการ การเมือง และการบริหาร จะช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ

เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้ทุกคนได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การปฏิรูประบบการศึกษา และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับลูกหลานของเรา

พรรคโอกาสใหม่เชื่อว่าประเทศไทยต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถ และมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เราพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

การเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสสำคัญในการกำหนดอนาคตของประเทศ เลือกพรรคโอกาสใหม่ เลือกอนาคตที่ดีกว่า

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมมือกันสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคน มาร่วมกันสร้าง “โอกาสใหม่” ให้กับประเทศไทยของเรา

ที่มา – “โอกาสใหม่” เสนอ 3 ขุนพล ชิงนายกฯ ผสมเทคโนแครต–นักการเมือง

Scroll to top