พระพันปีหลวง

ตั้ง “มล.ปนัดดา” นั่งกรรมการจัดงานถวายพระเพลิงฯ

นายกฯ ตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ดึง “หม่อมหลวงปนัดดา-ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง-พัชราภรณ์” ร่วมนั่งเป็นกรรมการ

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 393 /2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้การดำเนินการจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติยศทุกประการ จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ

แผ่นดิน พ.ศ. 2534 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีองค์ประกอบ หน้าที่

และอำนาจ ให้ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา

โดยมี นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รองนายกรัฐมนตรีทุกท่าน เป็นรองประธานกรรมการ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีทุกท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ

นอกจากนี้ นายกฯ ยังแต่งตั้ง หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล อดีต สว. และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึง ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการ

โดยคณะกรรมการดังกล่าวมีบทบาทและหน้าที่ พิจารณากำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานการจัดงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พร้อมให้ประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ มีอำนาจในการพิจารณาเรื่องเร่งด่วนและจำเป็นแทนการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

ให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ พิจารณาการดำเนินงาน การประสานงาน ติดตาม เร่งรัด และขับเคลื่อนการดำเนินงาน รวมทั้งประสานงานกับหน่วยราชการในพระองค์ ตลอดจนพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานฝ่ายต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานตามความเหมาะสม และดำเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ตั้ง “มล.ปนัดดา-ธงทอง-พัชราภรณ์” นั่งกรรมการ คกก.จัดงานถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

การตั้ง “มล.ปนัดดา-ธงทอง-พัชราภรณ์” นั่งกรรมการ คกก.จัดงานถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความรอบคอบของรัฐบาลในการเตรียมงานพระราชพิธีสำคัญ เพื่อให้สมพระเกียรติและเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมากที่สุด

ความสำคัญของการตั้งกรรมการจัดงานถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

การมีคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์ จะช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกมิติ และสามารถแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการตั้ง “มล.ปนัดดา-ธงทอง-พัชราภรณ์” นั่งกรรมการ คกก.จัดงานถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จึงเป็นการแสดงความเคารพและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด

การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นงานที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ การมีคณะกรรมการอำนวยการที่มีความสามารถและประสบการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และเป็นไปตามโบราณราชประเพณี

ที่มา – ตั้ง “มล.ปนัดดา-ธงทอง-พัชราภรณ์” นั่งกรรมการ คกก.จัดงานถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

“ศุภมาส” ตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ มหาราชินี

“ศุภมาส” เผย รัฐบาลเตรียมตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ “พระพันปีหลวง” เน้นสื่อสารสร้างการรับรู้ บทบาท “มหาราชินี” ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ ครั้งที่ 1/2568 เพื่อเตรียมความพร้อมและหารือถึงแผนการทำงาน เนื้อหา และรูปแบบการเผยแพร่ข้อมูล โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทั้งหมดอย่างเป็นระบบ รอบด้าน ถูกต้อง และเหมาะสม เพื่อให้งานพระราชพิธีครั้งนี้ดำเนินไปอย่างสง่างามและสมพระเกียรติ โดยมีผู้แทนจากหลากหลายหน่วยงานสำคัญ ทั้งภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วม

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี มุ่งมั่นที่จะให้การประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ และเข้าถึงประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ครบถ้วนและเข้าใจถึงความสำคัญของพระราชพิธี

เน้นประชาสัมพันธ์วงกว้างทันที

นางสาวศุภมาส ได้เน้นย้ำ การประชาสัมพันธ์ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการทันที เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้าใจในวงกว้าง และเพื่อแสดงความอาลัยอย่างสูงสุดและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้เป็นที่รักและเคารพเทิดทูนยิ่งของปวงชนชาวไทย การสร้างการรับรู้ถึงบทบาท “มหาราชินี” ผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย เป็นหัวใจสำคัญของการประชาสัมพันธ์ครั้งนี้

เผยแพร่พระราชกรณียกิจ

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันวางแผนและกำหนดกรอบระยะเวลา (Timeline) เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ เป็นไปอย่างทันท่วงทีและครอบคลุมในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจ พระราชประวัติ และพระจริยวัตรอันงดงาม ของพระองค์ท่านเป็นสำคัญ เพื่อเตือนใจให้ประชาชนระลึกถึงคุณูปการต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงสร้างไว้เป็นแบบอย่าง โดยใช้ช่องทางสื่อสารที่ได้รับความนิยมสูง เช่น TikTok, Facebook, และสื่อออนไลน์อื่น ๆ นำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่สร้างสรรค์ ทันสมัย น่าสนใจ และเข้าใจง่าย สื่อสารสาระสำคัญของงานพระราชพิธีและพระมหากรุณาธิคุณได้อย่างสมพระเกียรติ ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และเยาวชนได้มีช่องทางในการร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เพื่อเพิ่มเติมการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร คณะกรรมการยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และการออกแบบเนื้อหาที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดความสนใจของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่อาจจะคุ้นเคยกับสื่อสังคมออนไลน์มากกว่าสื่อดั้งเดิม

เปิดเว็บไซต์ตอบคำถามตลอด 24 ชม.

นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ ยังเตรียมใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในการสื่อสาร ด้วยการพัฒนา Chatbot ที่สามารถให้บริการข้อมูลแก่ประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้รับผิดชอบ เปิดเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้รับคำตอบที่ถูกต้อง รวดเร็ว และจะมีการจัดตั้งศูนย์สื่อมวลชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

“ศุภมาส” ตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ มหาราชินี

ทำไมต้องประชาสัมพันธ์บทบาท “มหาราชินี” ผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย?

การประชาสัมพันธ์บทบาท “มหาราชินี” ผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณ พระราชกรณียกิจ และพระราชจริยวัตร อันงดงามของพระองค์ท่าน ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของประชาชนทั้งประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ของปวงชนชาวไทยที่มีต่อพระองค์ท่าน

สำหรับในช่วงนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องได้ทางเว็บไซต์พระลาน (Phralan.in.th) และเพจพระลาน ควบคู่ไปกับ เพจกรมประชาสัมพันธ์

การจัดตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และครบถ้วน เกี่ยวกับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ และบทบาทสำคัญของ “มหาราชินี” ผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนทุกท่านจะได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และร่วมกันแสดงความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ

ที่มา – “ศุภมาส”ตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ บทบาท “มหาราชินี” ผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย

กษัตริย์จิกมี วางพวงมาลาถวายสักการะสมเด็จพระพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 “สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี” พร้อมด้วย “สมเด็จพระราชินีเจตซุน” แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินมายังประเทศไทย เพื่อทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ด้วยความเคารพรักและอาลัยอย่างสุดซึ้ง

เวลา 10.00 น. สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะหน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย เพื่อแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

นอกจากนี้ ยังมีหมายกำหนดการว่าทั้งสองพระองค์จะทรงเข้าร่วมพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในช่วงค่ำของวันเดียวกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างพระราชวงศ์ภูฏานและพระราชวงศ์ไทยนั้นมีความแน่นแฟ้นอย่างยิ่ง สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรภูฏานทรงเคารพรักและเทิดทูนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นอย่างยิ่ง และในขณะเดียวกัน ประชาชนชาวไทยก็เคารพรักสมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏานเช่นกัน ต่างรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่เสด็จพระราชดำเนินมาถวายความอาลัยในครั้งนี้ การเสด็จพระราชดำเนินมาถวายสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองราชวงศ์

กษัตริย์จิกมี เสด็จวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

การเสด็จมาของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีและสมเด็จพระราชินีเจตซุนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศภูฏานและประเทศไทยที่มีมายาวนาน ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นที่รักและเคารพของประชาชนชาวไทยเสมอมา

ความผูกพันระหว่างพระราชวงศ์ภูฏานและไทย

ความผูกพันระหว่างพระราชวงศ์ทั้งสองเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของคนทั่วโลก การเสด็จพระราชดำเนินมาแสดงความอาลัยต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงน้ำพระทัยและความห่วงใยที่ทั้งสองพระองค์มีต่อประเทศไทย

  • ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ
  • การแสดงความเคารพต่อพระราชวงศ์ไทย
  • ความห่วงใยที่มีต่อประชาชนชาวไทย

การเสด็จพระราชดำเนินมาวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีและสมเด็จพระราชินีเจตซุน เป็นภาพที่ประทับใจและอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป พวกเราขอแสดงความขอบคุณจากใจจริง

ที่มา – “กษัตริย์จิกมี” เสด็จวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

นายกฯ ยัน! ไม่ยกเลิกจัดงานประเพณีลอยกระทง

นายกฯ อนุทิน ย้ำชัดว่าไม่มีการยกเลิกจัดงานประเพณีลอยกระทง เผยงานเฉลิมพระชนมพรรษาของรัชกาลที่ 9 ก็ยังคงให้มีการจัดกิจกรรมเหล่านั้นอยู่ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของประเพณีไทยที่สืบทอดกันมายาวนาน

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เมื่อเวลา 07.20 น. ที่ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการจัดงานประเพณีลอยกระทง ที่บางจังหวัดมีปัญหาในเรื่องการยกเลิกจัดงาน ว่าปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือชี้แจงชัดเจนแล้ว ยืนยันว่าไม่มีการยกเลิกการจัดงาน ในเรื่องของกิจกรรมการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เราก็ทำโดยตลอด ไม่ใช่ทำแค่ในช่วงของงานพระราชพิธีพระบรมศพ เท่านั้น ซึ่งมีโอกาสใดที่จะต้องจัดงานเฉลิมพระเกียรติ อย่างวันเฉลิมพระชนมพรรษาของรัชกาลที่ 9 เราก็ยังคงให้มีการจัดกิจกรรมเหล่านั้นอยู่ ส่วนในเรื่องของการดำเนินการอะไรต่างๆ ก็มีวิธีในการประกาศ เนื่องจากเราอยู่ในช่วงไว้อาลัย ก็ขอให้ทุกคนได้พิจารณาการแสดงออกต่างๆ โดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แม้แต่ในสัปดาห์ที่แล้วที่มีการจัดคอนเสิร์ต Blackpink ก็สามารถดำเนินการได้อย่างสวยงาม โดยทุกคนให้เกียรติ

นายกฯ ย้ำ ไม่มีการยกเลิกจัดงานประเพณีลอยกระทง

ข่าวนี้สร้างความสบายใจให้กับประชาชนชาวไทยที่กำลังรอคอยเทศกาลประเพณีลอยกระทงที่กำลังจะมาถึง การยืนยันจากนายกรัฐมนตรีช่วยให้คลายความกังวลและเตรียมพร้อมสำหรับการเฉลิมฉลองประเพณีอันดีงามของชาติ

ความสำคัญของการจัดงานประเพณีลอยกระทง

การจัดงานประเพณีลอยกระทง ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อพระแม่คงคา การขอขมาต่อสิ่งที่ได้ล่วงเกิน และการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ การลอยกระทงยังเป็นการรวมตัวของคนในชุมชน สร้างความสามัคคี และส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

นอกจากนี้ การจัดงานยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีไทยให้คงอยู่ต่อไป เป็นการปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมไทย

การที่นายกรัฐมนตรีออกมาให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการยกเลิกการจัดงาน ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีไปยังทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมพร้อมสำหรับการจัดงานอย่างเต็มที่ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความเคารพต่อช่วงเวลาไว้อาลัย

สำหรับประชาชนทั่วไป ก็สามารถเตรียมตัวเข้าร่วมงานลอยกระทงได้อย่างสบายใจ โดยควรเลือกกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และให้ความร่วมมือกับมาตรการต่างๆ ที่ทางผู้จัดงานกำหนด

การจัดงานลอยกระทงในปีนี้ จึงเป็นการผสมผสานระหว่างการเฉลิมฉลองประเพณีอันดีงาม และการแสดงความเคารพต่อช่วงเวลาไว้อาลัย เป็นการแสดงออกถึงความเป็นไทยที่งดงามและมีเอกลักษณ์

มาร่วมกันสืบสานประเพณีลอยกระทง และสร้างความทรงจำที่ดีไปด้วยกัน!

ที่มา – นายกฯ ยัน ไม่มีการยกเลิกจัดงานประเพณีลอยกระทง

แต่งกาย เข้าถวายสักการะพระบรมศพ: ข้อแนะนำ

กรุงเทพมหานครได้เผยแพร่ข้อแนะนำสำหรับประชาชน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวกับการแต่งกาย เข้าถวายสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกด้วยการเปิดบริการให้ยืมกระโปรงและผ้าถุงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา เฟซบุ๊กของกรุงเทพมหานคร (Bangkok BMA) ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับคำแนะนำในการแต่งกาย เข้าถวายสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้เข้าสักการะตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.00 น. ทุกวัน โดยมีรายละเอียดดังนี้:

ข้อแนะนำการแต่งกาย เข้าถวายสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

สำหรับประชาชนทั่วไป:

  • ผู้ชาย: ควรสวมเสื้อสีดำมีปก หรือเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเน็กไทสีดำ และกางเกงขายาวสีดำทรงสุภาพ
  • ผู้หญิง: ควรสวมเสื้อมีแขนที่ไม่รัดรูป และกระโปรงหรือผ้าถุงยาวคลุมเข่า

สำหรับนักเรียน นักศึกษา:

ให้สวมเครื่องแบบที่ถูกต้องตามระเบียบของสถานศึกษา

ข้อควรระวัง: งดสวมเสื้อยืดคอกลม เสื้อแขนกุด กระโปรงสั้นเหนือเข่า กางเกงขาสั้น และกางเกงยีนส์

สำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ:

  • แต่งเครื่องแบบปฏิบัติราชการ
  • สวมเสื้อเชิ้ตสีดำหรือสีขาวผูกเน็กไทสีดำ หากต้องการสวมเสื้อสูทหรือเสื้อคลุม ให้ใช้สีดำ และสวมปลอกแขนไว้ทุกข์ด้านซ้าย
  • สวมชุดสุภาพตามรัฐพิธี สีดำล้วน และกระโปรงยาวคลุมเข่า

หากท่านใดแต่งกายไม่เหมาะสม สามารถขอยืมผ้าถุงได้ที่จุดให้บริการบริเวณโถงใต้ดิน

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมบริการให้ยืมกระโปรงและผ้าถุงฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่อาจไม่มีเครื่องแต่งกายที่เหมาะสม โดยสามารถยืมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดช่วงเวลาที่เปิดให้ประชาชนเข้าพื้นที่

ขั้นตอนการยืมและคืนกระโปรง/ผ้าถุง:

  1. ผู้รับบริการต้องยื่นบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตเพื่อลงทะเบียน ณ จุดยืมผ้าถุงที่อุโมงค์หน้าพระลาน
  2. เจ้าหน้าที่จะทำการลงทะเบียนและส่งคืนบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตให้แก่ผู้รับบริการ
  3. ผู้รับบริการต้องคืนผ้าถุง ณ จุดคืนผ้าถุง บริเวณทางออกประตูวิมานเทเวศร์

การเตรียมตัวและแต่งกายให้เหมาะสมเมื่อเข้าถวายสักการะถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและให้เกียรติสถานที่ หากทุกคนให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำ ก็จะทำให้การเข้าถวายสักการะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

ที่มา – เปิดข้อแนะนำ “การแต่งกาย” เข้าถวายสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

ไทยเบฟ ถวายความอาลัย สมเด็จพระพันปีหลวง

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) น้อมถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (“ไทยเบฟ”) นำโดยนายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานกลุ่มทีซีซี จัดพิธีน้อมถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัน แบงค็อก ฟอรั่ม เมื่อวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568

ไทยเบฟและกลุ่มทีซีซี ร่วมใจน้อมถวายความอาลัยด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง ต่อการเสด็จสู่สวรรคาลัยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเคียงคู่พระบารมี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร และเพื่อความเจริญมั่นคงของประเทศไทยตลอดพระชนม์ชีพ โดยเฉพาะการก่อตั้ง “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” อันเปี่ยมด้วยคุณูปการทั้งในการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ราษฎร และในการฟื้นฟูงานศิลปกรรมอันเป็นมรดกทางภูมิปัญญาไทย รวมถึงโขนอันวิจิตรบรรจง ให้กลับฟื้นคืนมาเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในระดับสากล ทรงอุทิศพระองค์ในงานด้านสาธารณสุข โดยทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย อีกทั้งยังทรงเป็นแบบอย่างแห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดังทรงเคยรับสั่งว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ”

ด้วยสำนึกในน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาธรรม พระวิริยะอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถในทุกด้าน พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความรัก ความเสียสละ และความมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยแท้ ดังที่ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญา “แม่แห่งแผ่นดิน” ที่ปวงชนชาวไทยเทิดทูนเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม

ไทยเบฟและกลุ่มทีซีซี ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และจะสืบสานพระราชปณิธานอันทรงคุณค่าให้ยั่งยืนตราบนิจนิรันดร์

ไทยเบฟ แสดงความอาลัยถวาย เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระพันปีหลวง

จากเหตุการณ์นี้ เราได้เห็นถึงความจงรักภักดีที่องค์กรต่างๆ มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และการน้อมนำพระราชดำริมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติ

ไทยเบฟและการถวายความอาลัย

การที่ ไทยเบฟ ได้จัดพิธีถวายความอาลัยต่อ สมเด็จพระพันปีหลวง แสดงให้เห็นถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงออกถึงการร่วมใจของพนักงานทุกคนในการรำลึกถึงพระองค์ท่าน

พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกของประชาชน และเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ โครงการต่างๆ ที่พระองค์ทรงริเริ่มล้วนเป็นประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง

ไทยเบฟ และกลุ่มทีซีซี ได้แสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง

การแสดงความอาลัยของ ไทยเบฟ ในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระพันปีหลวง ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับองค์กรอื่นๆ ในสังคมไทย

ที่มา – “ไทยเบฟ” แสดงความอาลัยถวาย เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระพันปีหลวง

แพทองธารเผย ทักษิณเสียใจ ไม่ได้ถวายสักการะ

“แพทองธาร” สวมชุดดำไว้ทุกข์เข้าเยี่ยมพ่อ พร้อมเผย “ทักษิณ” เสียใจไม่มีโอกาสถวายสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 27 ต.ค. 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรส เดินทางมาเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม โดยในวันนี้ น.ส.แพทองธาร และนายปิฎก ได้สวมชุดสีดำไว้ทุกข์

ส่วนบรรยากาศบริเวณเรือนจำกลางคลองเปรม มีประชาชนจากจังหวัดเชียงใหม่เดินทางมารอต้อนรับและให้กำลังใจ โดยมีประชาชนผู้สูงอายุ 1 ราย ได้เดินทางมาร้องทุกข์ต่อ น.ส.แพทองธาร อีกด้วย

จากนั้น น.ส.แพทองธาร และนายปิฎก ได้เดินทางเข้าไปในเรือนจำเพื่อเยี่ยมบิดา ประมาณ 1 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 11.30 น. น.ส.แพทองธาร พร้อมนายปิฎก ได้เดินทางออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังจากเข้าเยี่ยมนายทักษิณ

น.ส.แพทองธาร เผยว่า คุณพ่อได้กล่าวผ่านมายังตนว่า รู้สึกเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง รวมทั้งเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้ไปกราบพระบรมศพ เนื่องจากคุณพ่อก็เคยถวายงานรับใช้พระองค์ท่านอยู่หลายครามาหลายปี คุณพ่อรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเสียดายอย่างมาก

ส่วนเรื่องสุขภาพตอนนี้โอเคขึ้น อาการเจ็บปวดตามร่างกายหรือเรื่องความดันก็ดีขึ้น แต่ตัวยังคงมีอาการเครียดอยู่บ้าง.

แพทองธารเผย ทักษิณเสียใจไม่มีโอกาส ถวายสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

จากข่าวที่เกิดขึ้นล่าสุด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง และความเสียใจที่ท่านไม่มีโอกาสได้ถวายสักการะพระบรมศพด้วยตนเอง เรื่องราวนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากนายทักษิณเคยถวายงานรับใช้พระองค์ท่านมาหลายปี

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้สึกของทักษิณ

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า นายทักษิณรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวงเป็นอย่างยิ่ง และรู้สึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้แสดงความเคารพต่อพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย ความรู้สึกนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันที่นายทักษิณมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และความเคารพที่ท่านมีต่อสมเด็จพระพันปีหลวง

นอกจากนี้ น.ส.แพทองธารยังได้อัปเดตเรื่องสุขภาพของนายทักษิณว่าดีขึ้นกว่าเดิม แต่อาการเครียดก็ยังคงมีอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน การที่นายทักษิณยังคงมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันที่ท่านยังมีต่อประเทศไทย

เหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนหวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่นายทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และบทบาทของท่านในการพัฒนาประเทศ การที่ท่านแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศชาติ แสดงให้เห็นถึงความรักและความห่วงใยที่ท่านมีต่อประเทศไทยและประชาชนชาวไทย

เรื่องราวของ น.ส.แพทองธารที่ออกมาเผยความรู้สึกของนายทักษิณที่เสียใจไม่มีโอกาส ถวายสักการะพระบรมศพ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์และความผูกพันที่เชื่อมโยงกันระหว่างบุคคลสำคัญในสังคมไทย และความเคารพที่พวกเขามีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

การออกมาเปิดเผยความรู้สึกของนายทักษิณในครั้งนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างทางการเมือง หรืออาจเป็นเพียงการแสดงความรู้สึกส่วนตัวที่ต้องการแบ่งปันให้ประชาชนได้รับรู้ แต่ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นเช่นไร สิ่งที่สำคัญคือ การที่เราได้เห็นถึงความรักและความห่วงใยที่บุคคลสาธารณะมีต่อประเทศชาติ

สำหรับใครที่สนใจติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สามารถติดตามได้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

ความรู้สึกของทักษิณที่ แพทองธาร นำมาเผยแพร่ สะท้อนถึงความจงรักภักดี และความผูกพันที่อดีตนายกฯ ยังคงมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชนชาวไทยถึงแม้จะอยู่ห่างไกล

การที่ น.ส.แพทองธารออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความรู้สึกของคุณพ่อ ก็อาจเป็นการต้องการสื่อสารบางอย่างไปยังสังคม ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าติดตามต่อไปว่าจะมีผลกระทบอย่างไรบ้างในอนาคต

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ และความรักความผูกพันที่เรามีต่อประเทศชาติ

ที่มา – “แพทองธาร” เผย “ทักษิณ” เสียใจไม่มีโอกาส ถวายสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

อาลัย สมเด็จพระพันปีหลวง โดยรัฐบาลกัมพูชาอิสระ

รัฐบาลกัมพูชาอิสระ ของสม รังสี ส่งสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง ต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 รัฐบาลกัมพูชาอิสระ ของสม รังสี อดีตผู้นำพรรคฝ่ายค้านกัมพูชา ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งในนามของประชาชนกัมพูชาทั้งภายในและภายนอกประเทศ ต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แห่งราชอาณาจักรไทย สาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง โดยรัฐบาลกัมพูชาอิสระนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

แถลงการณ์จากรัฐบาลกัมพูชาอิสระ ระบุถึงพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาชนบท ผ่านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และการอุปถัมภ์ศิลปหัตถกรรมไทย ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยอย่างต่อเนื่อง พระองค์ทรงเป็นที่รักและเคารพอย่างสูงยิ่ง

ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์อันยาวนาน รัฐบาลกัมพูชาอิสระรู้สึกถึงความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศไทย และขอถวายพระอาลัยอย่างสุดซึ้งแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ และปวงชนชาวไทย

แถลงการณ์ยังยืนยันว่า รัฐบาลอิสระกัมพูชา 23 ตุลาคม ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งความปรารถนาในเสรีภาพและอธิปไตยของประชาชนชาวกัมพูชา จะยืนหยัดเคียงข้างประเทศที่ให้ความสำคัญกับอธิปไตย มรดกทางวัฒนธรรม และสวัสดิภาพของประชาชน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชาติที่อิสระและเท่าเทียม ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาและความเจริญก้าวหน้า

ท้ายสุดนี้ รัฐบาลอิสระกัมพูชา 23 ตุลาคม ขอฝากความปรารถนาดีไปยังปวงชนชาวไทย ให้มีความเข้มแข็ง รักษาความสามัคคี และร่วมกันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้

รัฐบาลกัมพูชาอิสระของสม รังสี ส่งสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

การสูญเสียครั้งนี้เป็นความสูญเสียของคนทั้งชาติ การแสดงความอาลัยจากนานาประเทศ แสดงให้เห็นถึงความเคารพและรักที่มีต่อพระองค์ท่าน

รายละเอียดเกี่ยวกับสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

สาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง โดยรัฐบาลกัมพูชาอิสระมีเนื้อหาที่แสดงถึงความเสียใจและความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อพระองค์ท่าน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงพระราชกรณียกิจที่สำคัญและคุณูปการที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้ให้กับประเทศไทย

  • แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
  • ยกย่องพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าในด้านศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาชนบท
  • ยืนยันความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศกัมพูชาและประเทศไทย
  • ขอให้ปวงชนชาวไทยมีความเข้มแข็งและรักษาความสามัคคี

การที่รัฐบาลกัมพูชาอิสระส่งสาส์นแสดงความอาลัยนี้ ถือเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา แม้ว่ารัฐบาลกัมพูชาอิสระจะเป็นรัฐบาลพลัดถิ่น แต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับประเทศไทยและความเคารพต่อพระราชวงศ์ไทย

สาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง โดยรัฐบาลกัมพูชาอิสระเป็นข้อความที่แสดงถึงความรัก ความเคารพ และความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย การรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านจะเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของคนไทยตลอดไป

เราควรนำคำสอนและพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต เพื่อสร้างสังคมไทยให้น่าอยู่และเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

ที่มา – รัฐบาลกัมพูชาอิสระของสม รังสี ส่งสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

อาลัย สมเด็จพระพันปีหลวง จากนายกฯ อินเดีย-สิงคโปร์

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย แสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในขณะที่ผู้นำสิงคโปร์ร่วมแสดงความอาลัยเช่นเดียวกัน

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเอ็กซ์ แสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยยกย่องพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ในฐานะแบบอย่างแห่งการอุทิศพระองค์เพื่อประชาชน

ข้อความระบุว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่งต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงอุทิศพระชนมชีพเพื่อประชาชน ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่า” พร้อมทั้งแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และ ประชาชนชาวไทย ในช่วงเวลาแห่งความโศกอันใหญ่หลวงนี้

ข้อความของนายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้รับการเผยแพร่และส่งต่ออย่างกว้างขวางในอินเดียและประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียใต้ สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง ราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐอินเดีย ที่ยืนยาวทั้งด้านวัฒนธรรม ศาสนา และมิตรภาพระหว่างประชาชนสองประเทศ 

ทางด้าน ผู้นำสิงคโปร์ร่วมแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยรัฐบาลสิงคโปร์ได้ออกแถลงการณ์ผ่านกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันอาทิตย์ (26 ต.ค.) ระบุว่าได้ส่งสารแสดงความเสียใจไปยังพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาล และประชาชนชาวไทย

ประธานาธิบดีทาร์แมน ชันมูการัตนัม แห่งสิงคโปร์ ส่งสาส์นถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในนามของชาวสิงคโปร์ โดยกล่าวว่า รู้สึกโศกเศร้าอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พร้อมกันนี้ได้แสดงความชื่นชมว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงมีพระชนมชีพที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ทรงเป็นคู่พระบารมีที่มั่นคงเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และด้วยพระราชดำริด้านผ้าไทย งานหัตถศิลป์ และการพัฒนาชนบท ได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะสตรีและเด็กในถิ่นทุรกันดาร

ขณะที่นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ได้ส่งสารถึงนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในนามรัฐบาลสิงคโปร์ โดยกล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเป็นที่รักและเคารพของประชาชนชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระเมตตาและความมั่นคงเคียงข้างในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดรัชกาล

พร้อมกันนี้ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า พระราชกรณียกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน การส่งเสริมสวัสดิการสตรีและเด็ก และการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกล ซึ่งจะยังคงส่งผลดีต่อประชาชนชาวไทยต่อไป

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ดร.วิเวียน บาลากฤษณะ ได้มีจดหมายถึงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย โดยกล่าวอาลัยว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ จะทรงเป็นที่จดจำในฐานะ “แม่ของแผ่นดิน” ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา และความเสียสละเพื่อปวงชนชาวไทย

ดร.วิเวียน กล่าวยกย่องว่า สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงร่วมกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากกว่า 4,000 โครงการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และทรงดำรงตำแหน่งนายกสภากาชาดไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 ทรงอุทิศพระองค์เพื่อการกุศลและสันติสุขของชาติ โดยพระองค์ทรงทิ้งร่องรอยแห่งพระเมตตาและพระปรีชาสามารถไว้ในสังคมไทย ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจและเป็นแบบอย่างตลอดไป.

อาลัย สมเด็จพระพันปีหลวง

การแสดงความอาลัยจากผู้นำนานาชาติอย่างอินเดียและสิงคโปร์ต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพและความผูกพันที่นานาประเทศมีต่อประเทศไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย พระราชกรณียกิจอันมากมายของพระองค์ท่านได้สร้างคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้

ความอาลัยจากนานาชาติต่อสมเด็จพระพันปีหลวง

ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในเอเชียใต้และทั่วโลก เป็นผลมาจากความร่วมมือและความเข้าใจอันดีที่มีมายาวนาน การแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อสมเด็จพระพันปีหลวง จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นนี้ได้เป็นอย่างดี หวังว่าความสัมพันธ์อันดีนี้จะยังคงสืบต่อไปในอนาคต

สำหรับประชาชนชาวไทย การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศชาติ พระองค์ทรงเป็นที่รักและเคารพของปวงชนชาวไทย ด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านเพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

ที่มา – นายกฯอินเดีย – สิงคโปร์ โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

Scroll to top