พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์

ล้างบางผลประโยชน์ทับซ้อน กรมศุลกากร ยกเลิกเงินรางวัล

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวใหญ่ที่น่าชื่นชมเมื่อกรมศุลกากรออกมาประกาศเดินหน้าปฏิรูปองค์กรครั้งสำคัญ ด้วยการล้างบางผลประโยชน์ทับซ้อน กรมศุลกากร ยกเลิกเงินรางวัลสำหรับผู้บริหารระดับสูงทุกตำแหน่ง เพื่อสร้างความโปร่งใสและยกระดับมาตรฐานการทำงานของภาครัฐให้เทียบเท่าระดับสากล

ล้างบางผลประโยชน์ทับซ้อน กรมศุลกากร ยกเลิกเงินรางวัล เพื่อความโปร่งใส

การตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนระเบียบภายใน แต่เป็นการตอบรับต่อนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นธรรมาภิบาลและการป้องกันการทุจริตเชิงรุก นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ย้ำชัดว่าการที่ผู้บริหารระดับสูงได้รับเงินรางวัลจากการจับกุมคดีศุลกากรนั้น แม้จะถูกหลักกฎหมายในอดีต แต่ในยุคปัจจุบันที่ต้องการความเชื่อมั่นจากประชาชน การตัดวงจรนี้ถือเป็นการแสดงเจตจำนงที่แน่วแน่ที่สุด

ผลกระทบเชิงบวกจากการ ล้างบางผลประโยชน์ทับซ้อน กรมศุลกากร ยกเลิกเงินรางวัล

การปรับปรุงเกณฑ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มีการจัดระเบียบใหม่เพื่อให้การทำงานเป็นธรรมมากขึ้น โดยแบ่งประเภทเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้เงินรางวัลสะท้อนถึงการปฏิบัติหน้าที่จริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งหน้าที่ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • กลุ่มที่ 1: เจ้าหน้าที่ผู้ลงมือจับกุมและตรวจพบความผิดโดยตรง
  • กลุ่มที่ 2: เจ้าหน้าที่ที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการจับกุม
  • กลุ่มที่ 3: เจ้าหน้าที่ผู้ให้ความช่วยเหลือในขั้นตอนต่างๆ

ทำไมต้องยกเลิกเงินรางวัลผู้บริหาร? เพราะตำแหน่งอธิบดี รองอธิบดี หรือนายด่าน มีหน้าที่สำคัญในการตัดสินคดีหรือกลั่นกรองความเห็น การไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องจะช่วยให้การตัดสินใจมีความเป็นกลาง ปราศจากข้อครหา และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกอย่างถูกต้อง

ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งเน้นเรื่องธรรมาภิบาลเป็นหัวใจหลัก การที่องค์กรกล้าตัดสินใจยกเลิกสิทธิรับเงินรางวัลของผู้บริหารเพื่อลดความเสี่ยงต่อผลประโยชน์ทับซ้อน จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของหน่วยงานรัฐในการปรับตัวสู่มาตรฐานสากล

ในอนาคต กรมศุลกากรยังวางแผนที่จะศึกษาทบทวนการจ่ายเงินรางวัลในภาพรวม เพื่อเสนอแก้ไข พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ให้ยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลของพนักงานศุลกากรทุกระดับ นี่คือพิมพ์เขียวของการปฏิรูปองค์กรที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าความไว้วางใจที่ได้รับจากประชาชน การสร้างระบบที่เน้นความถูกต้องเหนือผลประโยชน์ส่วนตนคือหัวใจหลักที่จะทำให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนและได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมตลอดไป

ที่มา – ล้างบางผลประโยชน์ทับซ้อน กรมศุลกากร ประกาศเลิกจ่ายเงินรางวัลบิ๊กข้าราชการ ยันโปร่งใส

ศุลกากรทุบวงจรบุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้า เผยทำลายของกลาง 676 ล้าน

ศุลกากรทุบวงจรบุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้า เผาทำลายของกลาง 95 ล้านชิ้น มูลค่า 676 ล้าน

เป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า กำลังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชนไทย กรมศุลกากรจึงไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เร่งปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเร็วๆ นี้ กรมศุลกากรได้จัดพิธีเผาทำลายของกลางครั้งใหญ่อันเป็นการศุลกากรทุบวงจรบุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้า เผาทำลายของกลาง 95 ล้านชิ้น มูลค่า 676 ล้าน ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญในการขจัดสินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้ออกไปจากสังคมไทย

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ได้ให้ข้อมูลว่า การดำเนินการนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่เน้นย้ำเรื่องความเด็ดขาดในการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าอันตราย โดยสินค้าที่ถูกทำลายในครั้งนี้ประกอบไปด้วยบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้าที่ผ่านกระบวนการทางกฎหมายจนคดีถึงที่สุดแล้ว การกำจัดของกลางทั้งหมดดำเนินการโดยบริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) ซึ่งใช้ระบบเตาเผาปิดที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดมลพิษหรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนนิคมอุตสาหกรรมบางปู

ผลกระทบและแนวทางการปราบปรามบุหรี่เถื่อน

การที่ศุลกากรทุบวงจรบุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้า เผาทำลายของกลาง 95 ล้านชิ้น มูลค่า 676 ล้าน ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยไปยังกลุ่มผู้ค้าที่คิดจะแสวงหาผลประโยชน์จากการนำเข้าของต้องห้ามเหล่านี้ นอกจากความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือสุขภาพของประชาชน กรมศุลกากรได้ผนึกกำลังกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังทั้งตามชายแดน ท่าเรือ และพัสดุไปรษณีย์ทั่วประเทศอย่างเข้มข้น

  • ปราบปรามทุกช่องทาง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
  • ใช้เทคโนโลยีและระบบการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ
  • สร้างความร่วมมือกับประชาชนในการแจ้งเบาะแส
  • รณรงค์ให้ความรู้เรื่องโทษของบุหรี่ไฟฟ้า

ความพยายามของกรมศุลกากรในการศุลกากรทุบวงจรบุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้า เผาทำลายของกลาง 95 ล้านชิ้น มูลค่า 676 ล้าน ไม่ได้เป็นเพียงการกำจัดของกลางเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงจุดยืนว่ารัฐบาลไทยไม่มีนโยบายผ่อนปรนกับสินค้าผิดกฎหมายที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การทำงานแบบบูรณาการในครั้งนี้ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า กฎหมายถูกบังคับใช้อย่างจริงจังและเท่าเทียม

ในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง เราทุกคนสามารถเป็นหูเป็นตาให้กับสังคมได้ หากพบเห็นการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นสินค้าต้องห้าม ควรหลีกเลี่ยงการสนับสนุนและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพราะสุขภาพของเราและลูกหลานคนรุ่นหลังสำคัญกว่าการทดลองกับสิ่งเสพติดเหล่านี้ครับ เชื่อมั่นว่าการทำลายวงจรนี้จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

ที่มา – ศุลกากรทุบวงจรบุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้า เผาทำลายของกลาง 95 ล้านชิ้น มูลค่า 676 ล้าน

Scroll to top