พายุคาจิกิ

อรรถกร ดูน้ำท่วม ย้ำการเมืองเป็นเรื่องอนาคต

“อรรถกร” พร้อม “ปกรณ์” สส.กล้าธรรม ลุย จ.แม่ฮ่องสอน ดูความเสียหายน้ำท่วมจากพายุคาจิกิ ประสานเร่งเยียวยาผู้ประสบภัย-พื้นที่เกษตร ย้ำ ยังทำหน้าที่ รมว.เกษตรฯ สถานการณ์การเมืองเป็นเรื่องอนาคต

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำหน่วยงานในสังกัด อาทิ กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคกล้าธรรม (กธ.) ตรวจสอบความเสียหายจากเหตุอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุคาจิกิ ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทำให้บ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรเสียหายอย่างหนัก โดยมีการประชุมติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติ เหตุอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม รับฟังปัญหาอุปสรรค และหารือแนวทางแก้ไข ณ สถานีพัฒนาที่ดินแม่ฮ่องสอน ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ด้วย

นายอรรถกร ได้พูดคุยและให้กำลังใจกับประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่จำนวนมาก พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงได้กำชับทุกภาคส่วนของกระทรวงเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ขอให้เร่งบูรณะซ่อมแซมและทำความสะอาดบ้านเรือนของประชาชนให้กลับสู่สภาพเดิมอย่างเร็วที่สุด พร้อมประสานกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอยาสามัญประจำบ้านให้ส่งด่วนมาตามที่ประชาชนในพื้นที่ร้องขอด้วย ส่วนความเสียหายของโรงเรียนบ้านน้ำเพียงดิน ต.ผาบ่อง จะประสานกับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม โดย นางนฤมล พร้อมที่จะช่วยกันทำงานแน่นอน แต่ในส่วนกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งตรวจสอบพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย และหามาตรการเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนอย่างเร่งด่วน

“สถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร ก็ถือเป็นเรื่องของอนาคต แต่วันนี้ผมยังคงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งชัดเจนมาตั้งแต่สมัย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่า เราทำงานทุกวัน และเมื่อ สส.ปกรณ์ ประสานมาว่าชาวบ้านในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้รับความเดือดร้อน จึงไม่สามารถรอได้ ทั้งนี้ ผมเชื่อว่า ไม่ว่าจากนี้ผมจะอยู่หรือไม่ก็ตาม แต่ผู้ที่จะมาทำหน้าที่คนใหม่ก็จะดูแลพี่น้องประชาชนแบบนี้เช่นกัน”

ทางด้าน นายปกรณ์ กล่าวว่า อุทกภัยครั้งนี้ทำให้บ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรจำนวนมากถูกน้ำท่วมเสียหาย หลายครอบครัวต้องอพยพออกจากบ้านมาอยู่ในที่พักพิงชั่วคราว ตนในฐานะ สส.แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่มาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุเพื่อช่วยประสานงานและเร่งให้ความช่วยเหลือ

“ผมต้องขอขอบคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล ที่ลงมาดูแลชาวบ้านอย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องเครื่องอุปโภคบริโภค การตั้งโรงครัว ขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการเร่งฟื้นฟูบ้านเรือน โรงเรียน และพื้นที่เกษตร เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ผมขอย้ำว่าจะเร่งประสานงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือเดินหน้าไปอย่างรวดเร็วที่สุด” กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้พี่น้องชาวแม่ฮ่องสอนมั่นใจว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ตนจะติดตามและผลักดันจนกว่าความเดือดร้อนจะคลี่คลาย และมั่นใจว่า พวกเราจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน

อรรถกร ดูน้ำท่วม ย้ำการเมืองเป็นเรื่องอนาคต

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์ พร้อมด้วย นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคกล้าธรรม ได้ลงพื้นที่จังหวัดเเม่ฮ่องสอน เพื่อดูความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุคาจิกิ โดยได้มีการเร่งประสานงานเพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยเเละฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย

สถานการณ์การเมืองเป็นเรื่องอนาคต เเต่ปัจจุบันต้องทำหน้าที่

นายอรรถกรยังย้ำว่า สถานการณ์การเมืองเป็นเรื่องของอนาคต เเต่ในปัจจุบันยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งให้ความมั่นใจว่าไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่ ผู้ที่จะมารับหน้าที่ต่อจากตนก็จะดูเเลประชาชนอย่างเต็มความสามารถเช่นกัน

นายปกรณ์ สส.แม่ฮ่องสอน ได้กล่าวขอบคุณกระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์ รวมถึงมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เเละให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าจะเร่งผลักดันให้ความช่วยเหลือเดินหน้าไปอย่างรวดเร็วที่สุด

อุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่เเละทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก การเยียวยาเเละฟื้นฟูจึงเป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด อรรถกร ดูน้ำท่วม ย้ำการเมืองเป็นเรื่องอนาคต เป็นการตอกย้ำว่าการทำงานเพื่อประชาชนสำคัญกว่าเรื่องการเมือง

เหตุการณ์ อรรถกร ดูน้ำท่วม ย้ำการเมืองเป็นเรื่องอนาคต แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่การดูแลประชาชนคือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกเสมอ

ที่มา – “อรรถกร” ควง สส.กล้าธรรม ดูความเสียหายน้ำท่วม ย้ำสถานการณ์การเมืองเป็นเรื่องอนาคต

สุริยะ สั่งรับมือ “พายุคาจิกิ” ดูแลประชาชน 24 ชม.

จากสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” ที่กำลังส่งผลกระทบต่อประเทศไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการด่วนให้กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เตรียมพร้อมรับมือและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง

นายสุริยะ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจาก “พายุคาจิกิ” จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ และอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งให้อำนวยความสะดวกด้านการสัญจรแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ “พายุคาจิกิ”

สุริยะสั่งการด่วนรับมือ “พายุคาจิกิ”

กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเสี่ยงบริเวณสายทางที่ได้รับผลกระทบจาก“พายุคาจิกิ” พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยังเน้นย้ำให้รายงานผลการดำเนินงานมายังกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รับทราบสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่และเตรียมความพร้อมในการป้องกัน เผชิญเหตุ และฟื้นฟูหลังเกิดภัย เพื่อบรรเทาและแก้ไขสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

เตรียมพร้อมรับมือ “พายุคาจิกิ” อย่างไร?

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • ตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่อาจมีน้ำท่วม
  • เตรียมพร้อมสิ่งของจำเป็นในกรณีฉุกเฉิน เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยา
  • หากพบเห็นสถานการณ์ผิดปกติ แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

กระทรวงคมนาคมและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ หากมีสถานการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น สามารถติดต่อสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง), สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7, ตำรวจทางหลวง 1193 และสายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146

สถานการณ์ “พายุคาจิกิ” เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ด้วยการเตรียมพร้อมและให้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราจะสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – “สุริยะ” สั่ง ทล.-ทช. รับมือ “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังน้ำท่วม-ช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชม.

ลำปางอ่วม! น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก บ้านเรือนจม

ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านกว่าร้อยหลังคาเรือน ขนของหนีน้ำไม่ทัน ทำทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 ส.ค. 68 นายสมจิต จุลเจริญ นายอำเภองาว จังหวัดลำปาง ลงพื้นที่หมู่บ้านดอกคำใต้ และบ้านแม่งาว ตำบลแม่ตีบ อำเภองาว จังหวัดลำปาง หลังในพื้นที่เกิดฝนตกหนักติดต่อกันมา 2 วันติด และตกต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ทำให้เกิดน้ำป่าไหลลงอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นอ่างดินขนาดเล็กความจุ 220,000 ลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่บ้านแม่ตีบหลวงเกิดแตก มวลน้ำจำนวนมหาศาลจึงไหลลงมาตามลำห้วยหลาวในช่วงเช้ามืด เข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านหลายหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ซึ่งชาวบ้านเก็บข้าวของไม่ทันทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายไหลไปกับกระแสน้ำจำนวนมาก สถานการณ์ ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก ครั้งนี้ สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก

นอกจากนี้มวลน้ำยังได้ซัดสะพานไม้ที่ใช้ข้ามหมู่บ้านระหว่างบ้านน้ำหลงและบ้านงิ้วงามพังเสียหาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและอบต.แม่ตีบ กว่า 100 นายกำลังเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน และเร่งสำรวจความเสียหาย แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงแล้วแต่มวลน้ำก็ได้ทิ้งความเสียหายเอาไว้เป็นจำนวนมาก

ด้านนายสุวรรณ บุญเรือง นายกอบต.แม่ตีบ เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้ในพื้นที่ฝนตกต่อเนื่องอย่างหนัก ทำให้น้ำเกินความจุของอ่างดินทำให้อ่างแตกส่งผลให้มวลน้ำไหลมาตามลำห้วยหลาวเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน 2 หมู่บ้านคือ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 5 และน้ำยังได้ซัดเอารถไถนา, รถจยย. และข้าวของเครื่องใช้ของชาวบ้านไปกับกระแสน้ำจำนวนมาก

แม้กระทั่งอบต.แม่ตีบก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน ทำให้เอกสารบางรายการและทรัพย์สินราชการเสียหายและน้ำยังได้ซัดเอาโคลน, เศษหินและเศษไม้มาจำนวนมาก ขณะนี้ทางอบต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังช่วยเหลือชาวบ้านแล้วและอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายทั้งพืชผลทางการเกษตรและทรัพย์สินของชาวบ้านอยู่.

ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก

ผลกระทบจากเหตุการณ์ ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก ครั้งนี้ ทำให้หลายภาคส่วนต้องเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก

หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างระดมกำลังและทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก การสนับสนุนด้านอาหาร น้ำดื่ม ที่พักอาศัยชั่วคราว และยารักษาโรค เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้

  • การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว: เพื่อรองรับผู้ที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย
  • การแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม: เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
  • การให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์: เพื่อดูแลสุขภาพของผู้ประสบภัย
  • การฟื้นฟูพื้นที่: หลังน้ำลด ต้องมีการสำรวจและฟื้นฟูความเสียหาย

การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ การสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เป็นมาตรการที่สำคัญในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เหตุการณ์ ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน จะช่วยให้เราสามารถลดผลกระทบจากภัยพิบัติ และสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ที่มา – ลำปางอ่วม น้ำป่าไหลซัดอ่างเก็บน้ำแตก ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนกว่าร้อยหลังคาเรือน

ด่วน! พายุคาจิกิ อ่อนกำลัง เตือนฝนถล่ม 26 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศข่าวล่าสุดว่า พายุ คาจิกิ ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับ พายุคาจิกิ และพื้นที่ที่ต้องเตรียมรับมือกันค่ะ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน ว่า พายุคาจิกิ ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านประเทศเมียนมา ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

พายุคาจิกิ

ถึงแม้ พายุคาจิกิ จะอ่อนกำลังลงแล้ว แต่สถานการณ์ฝนตกหนักยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ประชาชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ พายุคาจิกิ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศรายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ดังนี้:

  • ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย และหนองคาย
  • ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดชุมพร และระนอง

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

สถานการณ์ พายุคาจิกิ ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์และดูแลสุขภาพด้วยนะคะ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ จะช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัยค่ะ

ที่มา – “พายุคาจิกิ” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว เตือน 26 จังหวัดยังมีฝนถล่ม

แพร่อ่วม! จากฤทธิ์พายุคาจิกิ เร่งอพยพ

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดแพร่ยังคงน่าเป็นห่วงจาก ฤทธิ์พายุคาจิกิ ที่ทำให้ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอลอง อำเภอเด่นชัย และอำเภอวังชิ้น รวมแล้ว 10 ตำบล 44 หมู่บ้าน ประสบปัญหาน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ทำให้ต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นการด่วน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝนตกหนักในหลายอำเภอของจังหวัดแพร่ ไม่ว่าจะเป็น อำเภอลอง อำเภอเด่นชัย อำเภอวังชิ้น อำเภอสูงเม่น และอำเภอเมืองแพร่ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมและสาขาต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าสถานการณ์ล่าสุดจะเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม

ที่ตำบลเวียงต้า อำเภอลอง จังหวัดแพร่ นายบุญโชติ ยานสกุล ส.อบจ.แพร่ เขต 2 อำเภอลอง ได้โพสต์คลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยระบุว่ามีฝนตกหนักตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 09.00 น. ในตำบลเวียงต้า ส่งผลให้น้ำป่าจากห้วยแม่พร้า ห้วยแม่แหลง (หมู่ 6-9) และหัวฝาย (หมู่ 2) ไหลทะลักเข้าท่วมข้ามเส้นทางสัญจร บริเวณโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเหล่า (รพ.สต.) ทางผู้นำหมู่บ้านได้แจ้งเตือนให้ชาวบ้านเก็บข้าวของและอพยพออกจากพื้นที่ประสบภัยทันที

ส่วนที่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ นายประจักษ์ จินดาจำรูญ นายอำเภอเด่นชัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นายก อบต.ห้วยไร่ และกำลังทหาร ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสมาคมกู้ภัยเด่นชัยร่วมบุญ โดยนำเรือท้องแบนออกให้ความช่วยเหลือชาวบ้านและผู้ป่วยติดเตียงที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย เนื่องจากระดับน้ำสูงถึง 2 เมตร ตัดขาดเส้นทางจราจรภายในหมู่บ้าน ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และค่อยๆ ลดระดับลง เจ้าหน้าที่ได้ให้ความช่วยเหลือนำผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยอพยพไปยังที่ปลอดภัย พร้อมทั้งเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาในพื้นที่

ฤทธิ์พายุคาจิกิ ทำแพร่อ่วม น้ำท่วมหนัก

นายประจักษ์ จินดาจำรูญ นายอำเภอเด่นชัย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเด่นชัย เกิดจากฝนที่ตกหนักตั้งแต่เช้ามืด ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 ตำบล 16 หมู่บ้าน โดยเฉพาะในตำบลห้วยไร่ ซึ่งเป็นจุดที่ลำน้ำแม่พวกไหลมาบรรจบกับลำน้ำฮ่อมและลำน้ำห้วยไฮ่ ทำให้น้ำขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ยังสามารถสัญจรได้ในช่วงเช้า แต่หลังจากนั้นเพียง 10 นาที ก็เกิดน้ำป่าไหลหลากจนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นมีผู้ป่วยติดเตียง 1 รายที่ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยเด่นชัยร่วมบุญ

ว่าที่ ร.ต.เสฎฐวุฒิ คำวิเศษ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมเด่นชัยร่วมบุญ เล่าว่า สถานการณ์น้ำเริ่มทรงตัวแล้ว โดยระดับน้ำจากแม่พวกบ้านข่วงบุกที่ไหลลงมาเริ่มลดลง แต่ชาวบ้านแจ้งว่ามีน้ำจากเขาพลึงไหลมาสมทบอีก ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น บริเวณที่น้ำมาชนกัน ส่วนการช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่ในพื้นที่ มุ่งเน้นไปที่ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยเร่งนำออกจากพื้นที่ ส่วนชาวบ้านที่ช่วยเหลือตัวเองได้ก็จะเฝ้าบ้าน เนื่องจากเป็นบ้านยกสูง 2 ชั้น และเกรงว่าคืนนี้จะมีน้ำมาอีก จึงขอให้อพยพผู้ป่วยติดเตียงออกมาก่อน โดยระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 2 เมตร กระแสน้ำไม่แรง แต่จะแรงเฉพาะทางน้ำ

ผลกระทบจากฤทธิ์พายุคาจิกิ

ฤทธิ์พายุคาจิกิ ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงพื้นที่อำเภอเด่นชัยและอำเภอลองเท่านั้น แต่อำเภออื่นๆ ในจังหวัดแพร่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมจะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาในบางพื้นที่

  • อำเภอวังชิ้น: พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขัง
  • อำเภอสูงเม่น: น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ
  • อำเภอเมืองแพร่: มีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นจากฤทธิ์พายุคาจิกิ ในจังหวัดแพร่ครั้งนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติ และความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย การมีแผนอพยพที่ชัดเจน และการมีหน่วยงานที่พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

การแก้ไขปัญหาระยะยาว เช่น การสร้างระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคตได้

ที่มา – ฤทธิ์พายุคาจิกิ แพร่อ่วม 3 อำเภอ น้ำป่าไหลทะลักต้องเร่งอพยพคนออกนอกพื้นที่

ฝนตกน้ำป่าหลาก! ปิดน้ำตกดอยสุเทพ 4 แห่ง

ประกาศปิด 4 น้ำตกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยเป็นการชั่วคราว หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ ทำให้มีน้ำป่าไหลหลาก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอแม่ริม และอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ทางอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ต้องประกาศผ่านเพจของอุทยานฯ ปิดน้ำตกหมอกฟ้า, น้ำตกแม่สา, น้ำตกตาดหมอก และน้ำตกห้วยแก้ว เป็นการชั่วคราว

เนื่องจากเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ ขอให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ฝนตกน้ำป่าหลาก ปิดน้ำตกดอยสุเทพชั่วคราว

สถานการณ์ฝนตกน้ำป่าหลากที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณน้ำตกต่างๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารและประกาศจากทางอุทยานฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางและความเพลิดเพลินในการท่องเที่ยว

ทำไมอุทยานฯ ต้องปิดน้ำตกเมื่อมีฝนตกน้ำป่าหลาก?

การปิดน้ำตกเมื่อเกิดสถานการณ์ฝนตกน้ำป่าหลาก เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว น้ำป่าที่ไหลเชี่ยวและรวดเร็วสามารถพัดพาเอาก้อนหิน กิ่งไม้ หรือสิ่งของอื่นๆ มาด้วย ซึ่งอาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรืออันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน นักท่องเที่ยวที่อยู่ในบริเวณน้ำตกอาจไม่สามารถหลบหนีได้ทันท่วงที

  • น้ำป่าไหลหลาก: เกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำระบายไม่ทัน ไหลบ่าอย่างรวดเร็ว
  • อันตรายจากกระแสน้ำ: กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวสามารถพัดพาคนและสิ่งของ
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ: สภาพอากาศแปรปรวนยากต่อการคาดการณ์

ข้อควรระวังสำหรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน:

  • ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง
  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากอุทยานฯ
  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้แหล่งน้ำในช่วงฝนตกหนัก
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

นอกจากน้ำตกทั้ง 4 แห่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น พระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ และหมู่บ้านชาวเขา นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเที่ยวชมสถานที่เหล่านี้ได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงสภาพอากาศและความปลอดภัยเป็นสำคัญ

การท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนอาจมีข้อจำกัดบ้าง แต่ก็มีเสน่ห์และความสวยงามที่แตกต่างออกไป ธรรมชาติจะมีความเขียวชอุ่มสดใส อากาศเย็นสบาย และมีหมอกปกคลุม นักท่องเที่ยวที่ชอบความเงียบสงบและความเป็นธรรมชาติอาจจะชื่นชอบการท่องเที่ยวในช่วงนี้เป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมตัวให้พร้อมและระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ฝนตก น้ำป่าหลากจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในบางพื้นที่ แต่ก็ถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและแหล่งน้ำ การรักษาสภาพป่าและระบบนิเวศให้สมบูรณ์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยและภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การปิดน้ำตกชั่วคราวเป็นมาตรการที่เหมาะสมและมีความจำเป็นต่อความปลอดภัยของทุกคน เราควรให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

ที่มา – ฝนตก น้ำป่าหลาก อุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย ประกาศปิดน้ำตก 4 แห่งชั่วคราว

“ภูมิธรรม” สั่งทุกหน่วยหนุนกองทัพหากต้องการ

จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียด “ภูมิธรรม” สั่งการให้ทุกหน่วยงานสนับสนุนกองทัพอย่างเต็มที่ หากต้องการอุปกรณ์ใดๆ ให้แจ้ง ศบ.ทก. เพื่อดำเนินการทันที

“ภูมิธรรม” สั่งทุกหน่วยหนุนกองทัพ หากต้องการอุปกรณ์ใดๆ ให้แจ้ง ศบ.ทก.

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนกองทัพในการดูแลสถานการณ์ชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีความอ่อนไหวและอาจมีการยั่วยุจากฝ่ายกัมพูชาได้

นายภูมิธรรมได้กล่าวขอบคุณทหารหาญทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละและอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติการทางทหาร หรือการใช้โล่มนุษย์โดยอาศัยประชาชนนำหน้าในการเคลื่อนไหวต่างๆ ท่านรองนายกฯ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ ให้กับกองทัพอย่างเต็มที่ หากกองทัพต้องการอุปกรณ์หรือทรัพยากรเร่งด่วนใดๆ ก็ตาม ขอให้แจ้ง ศบ.ทก. (ศูนย์บัญชาการทางทหาร) เพื่อดำเนินการประสานงานและจัดการให้ทันที

ทำไมการสนับสนุนกองทัพจึงสำคัญ?

การสนับสนุนกองทัพมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ชายแดนมีความตึงเครียด การมีทรัพยากรและอุปกรณ์ที่เพียงพอจะช่วยให้ทหารสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การแสดงออกถึงการสนับสนุนและความห่วงใยจากรัฐบาลและประชาชนก็เป็นขวัญและกำลังใจที่สำคัญสำหรับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า

“ภูมิธรรม” สั่งการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ รวมถึงการให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ

นอกจากเรื่องสถานการณ์ชายแดนแล้ว นายภูมิธรรมยังได้สั่งการให้กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตามสถานการณ์พายุคาจิกิอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ระบบ cell broadcast เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการกู้ภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ

“ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนและรักษาความมั่นคงของชาติ” นายภูมิธรรมกล่าว

การสั่งการของ “ภูมิธรรม” สั่งทุกหน่วยหนุนกองทัพ หากต้องการอุปกรณ์ใดๆ ให้แจ้ง ศบ.ทก. และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์พายุ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความรับผิดชอบของรัฐบาลในการดูแลประชาชนในทุกสถานการณ์

“ภูมิธรรม” สั่งทุกหน่วยหนุนกองทัพ หากต้องการอุปกรณ์ใดๆ ให้แจ้ง ศบ.ทก. เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้กองทัพสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง และรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน

ที่มา – “ภูมิธรรม” สั่งทุกหน่วยหนุนกองทัพ หากต้องการอุปกรณ์ใดๆ ให้แจ้ง ศบ.ทก.

ฤทธิ์พายุคาจิกิ ‘เลยอ่วม’ ฝนถล่มต่อเนื่องจนน้ำเหืองล้นตลิ่ง

จากการที่พายุโซนร้อนคาจิกิ ได้ขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนาม ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) ก่อนที่กรมอุตุนิยมวิทยาจะรายงานเมื่อช่วงเวลา 04.00 น. ของวันที่ 26 ส.ค. ระบุว่า พายุได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน ส่งผลให้พื้นที่ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักระหว่างวันที่ 25-27 ส.ค. 2568 นั้น

ล่าสุดบรรยากาศที่จังหวัดเลยมีฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางดึกวันที่ 25 ส.ค. ทำให้แม่น้ำเหือง ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับลาว ที่บ้านเหมืองแพร่ อ.นาแห้ว จ.เลย ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในหมู่บ้านแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้เข้าไปแบกกระสอบข้าวช่วยชาวบ้านขนขึ้นไปบนที่สูง ขณะเดียวกัน สะพานไม้ไผ่ข้ามแม่น้ำเหืองที่บ้านนาข่า ต.ปากหมัน อ.ด่านซ้าย ก็ถูกกระแสน้ำพัดขาด ประชาชนทั่งสองฝั่งไม่สามารถข้ามไปมาได้ ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำเลย ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัด เริ่มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งแม่น้ำ ลำห้วย แหล่งน้ำสาธารณะ ก็มีระดับเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/news/5053096/

พายุคาจิกิ ลดเป็นพายุโซนร้อน! เช็กจังหวัดฝนตกหนัก


สถานการณ์ล่าสุด! กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 15 แจ้งว่าพายุโซนร้อนกำลังแรง “คาจิกิ” ได้ลดกำลังลงเป็น “พายุโซนร้อน” แล้ว และคาดว่าจะอ่อนกำลังลงอีกเมื่อเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นวันนี้ ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ต้องเตรียมรับมือกันให้พร้อมนะครับ

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 พายุโซนร้อนกำลังแรง “คาจิกิ” ได้ลดกำลังลงเป็น “พายุโซนร้อน” บริเวณแขวงบอลิคำไซ ประเทศลาว มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดการณ์ว่าพายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและเข้าปกคลุมประเทศลาว รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของไทยในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนที่จะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นของวัน

พายุคาจิกิ ลดกำลังลงเป็น พายุโซนร้อน!

ผลกระทบจาก“พายุโซนร้อน” คาจิกิ จะทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ และมีลมแรง โดยเฉพาะบริเวณใกล้เส้นทางพายุ ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม อุดรธานี หนองบัวลำภู เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และลำปาง ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะได้รับผลกระทบทางอ้อม

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักจากพายุโซนร้อน

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้:

วันที่ 26 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ลพบุรี, สระบุรี, กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต

วันที่ 27 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, สุโขทัย, ตาก
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย
  • ภาคกลาง: อุทัยธานี, กาญจนบุรี, ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง, พังงา

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่ง และประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งด้วย

เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์พายุมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรัก

ที่มา – ประกาศฉบับ 15 “พายุคาจิกิ” ลดกำลังลงเป็น “พายุโซนร้อน” เช็กจังหวัดฝนตกหนัก

Scroll to top