พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

“เท้ง” ชี้ 8 ปี ปชน. ไม่มาเล่นๆ อ.ต้นอัด Disneyland

“เท้ง” ชี้ 8 ปี พิสูจน์แล้ว ปชน. ไม่ได้มาเล่นๆ – “อ.ต้น” อัดสร้าง Disneyland จ้องกินหัวคิว เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ที่คาราวานพรรคประชาชน (ปชน.) รุกคืบปราศรัยใหญ่ในภาคอีสานและเหนือ สร้างกระแสตอบรับจากประชาชนจำนวนมาก

“เท้ง” ชี้ 8 ปี พิสูจน์แล้ว ปชน. ไม่ได้มาเล่นๆ – “อ.ต้น” อัดสร้าง Disneyland จ้องกินหัวคิว

ที่ลานสังคีตศาลา หนองประจักษ์ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกฯ ร่วมกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล ปราศรัยดึงดูดใจประชาชน โดยนายปิยบุตรชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การชิงที่นั่ง ส.ส. แต่เป็นการต่อสู้ระหว่าง “การเมืองเก่า” กับ “การเมืองใหม่” การเมืองเก่าขับเคลื่อนด้วยบ้านใหญ่ เครือข่ายอุปถัมภ์ สะสมอิทธิพลเพื่อแบ่งโควตารัฐมนตรี ทำให้ผู้นำรัฐบาลขาดอิสระ

“บ้านใหญ่ติดต่อมาหนัก แต่เราปฏิเสธทำการเมืองแบบเดิม เพราะจะวนลูปเดิมๆ รัฐมนตรีหน้าเก่าๆ ทำมานาน 30 ปี ยังวนเวียน” นายปิยบุตรกล่าว พร้อมเรียกร้องให้อุดรธานีเปลี่ยนใจ ลบภาพ “ข้าวต้มมัด” จากเลือกตั้ง 2566 ที่พรรคแตกแยกหลังเลือก

จุดยืนป坚ป. 8 ปีพิสูจน์แล้ว ไม่กลับหน้าเดิม

ด้าน “เท้ง” ขายจุดยืนพรรคประชาชนที่มั่นคง ไม่กลับไปกลับมา 8 ปีที่ผ่านมาเอาจริงทั้งใน-นอกสภา พรรคพร้อมทีมบริหารครบ 40 กว่าคน ทลายระบบมุ้งโควตา “ถ้าอุดรได้ ส.ส. 10 เขต จะเป็นนายกฯ เพื่อทุกกลุ่ม ไม่แบ่งข้าง” เขากล่าว พร้อมชวนกาบัตรส้ม 2 ใบ และเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อเพิ่มอำนาจประชาชนตรวจสอบ กกต.

ขณะที่เชียงใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร หรือ “อ.ต้น” แคนดิเดตนายกฯ ร่วมนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชัยธวัช และทีม ปราศรัยใหญ่ นายพิธาแนะนำ “อ.ต้น” เป็นนายกฯ วิสัยทัศน์ คล้าย DNA ตัวเอง สัญญากลับมาช่วยหาก ปชน. ครบ 8 ปี

อ.ต้นอัด Disneyland โมเดลเก่า จ้องกินหัวคิว

“อ.ต้น” วิจารณ์โครงการ Disneyland เป็นตัวอย่างโมเดลเศรษฐกิจเก่า ลดแลกแจกแถมดึงลงทุนใหญ่ แต่เตรียมกินหัวคิว แทนยุทธศาสตร์ยั่งยืน เชียงใหม่ควรเป็นส่วนหนึ่งของ Disney Supply Chain ผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คอนเทนต์ Disney+ กราฟิกดีไซน์ Art Toy ให้ประโยชน์กระจาย นักศึกษามีงานทำ ไม่กระจุกที่ก่อสร้าง

  • ปฏิเสธโมเดลใหญ่กินหัวคิว 30-40 ปี
  • หนุนเชียงใหม่เชื่อมโลกมียุทธศาสตร์
  • เลือกตั้งง่าย: ไม่เอาคอร์รัปชัน

ทั้งสองเวทีย้ำ “เท้ง” ชี้ 8 ปี พิสูจน์แล้ว ปชน. ไม่ได้มาเล่นๆ – “อ.ต้น” อัดสร้าง Disneyland จ้องกินหัวคิว เพื่ออนาคตใหม่ไร้ระบบเก่า

การปราศรัยนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ชัดเจน พรรคประชาชนพร้อมเปลี่ยนไทย ขอโอกาส 4 ปี สร้างรัฐบาลประชาชน

คุณพร้อมเปลี่ยนหรือยัง? 8 ก.พ. นี้ กาเลือกพรรคที่พิสูจน์แล้วว่าเอาจริง สร้างอนาคตยั่งยืนให้ลูกหลาน!

ที่มา – “เท้ง” ชี้ 8 ปี พิสูจน์แล้ว ปชน. ไม่ได้มาเล่นๆ – “อ.ต้น” อัดสร้าง Disneyland จ้องกินหัวคิว

“พิธา-วิโรจน์” ขอคะแนนชาวอุบลฯ รัฐบาลเดิม

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นกระแส“พิธา-วิโรจน์” ขอคะแนนชาวอุบลฯ บอกถ้าเลือกส้มไม่มากพอ ได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิมกันเถอะ บรรยากาศปราศรัยสุดคึกคักที่ศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 คาราวานพรรคประชาชนบุกภาคอีสาน นำทีมโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ชวนชาวอุบลฯ กาเลือกตั้งส้มสองใบเต็มที่ เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตจริงๆ ไม่ใช่แค่คำพูดลมปาก

“พิธา-วิโรจน์” ขอคะแนนชาวอุบลฯ บอกถ้าเลือกส้มไม่มากพอ ได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิม

บอกเลยว่าประชาชนแห่ฟังกันแน่นขนัด! นายวิโรจน์เปิดใจแบบตรงไปตรงมาว่า ทำไมต้องมาอุบลราชธานี จังหวัดเดียวในไทยที่มีคำว่า “ราชธานี” แต่กลับพัฒนาลำบาก เพราะถูกเครือข่ายบ้านใหญ่สูบผลประโยชน์ไปเยอะ ในเลือกตั้ง 2566 ชาวอุบลให้คะแนนบัญชีรายชื่อพรรคประชาชนกว่า 300,000 โหวต แต่ยังไม่ได้ ส.ส. เขตสักคน คราวนี้หมดยุคโครงการคนละครึ่งแล้วนะ ขอส้มสองใบเต็มๆ เลย เพราะต้องกว้านคะแนนบัญชีรายชื่อให้ถึง 300,000+ ถึงจะได้ ส.ส. 1 ที่นั่ง

พิธา-วิโรจน์ ปราศรัยขอคะแนนชาวอุบลฯ ส้มสองใบ

วิโรจน์ยังเตือนว่าตอนนี้สีส้มโดนรุม “กินโต๊ะ” สุดๆ ถ้าเลือกไม่มากพอ รัฐบาลหน้าตาจะวนลูปเดิม พวกพ้องย้ายพรรคไปมา แดง-น้ำเงิน-เขียว สลับกัน อุบลราชธานีจะหวังเปลี่ยนแปลงได้ยังไง? พรรคประชาชนต่างออก เพราะเราตั้งใจเป็นรัฐบาลจริง เปิดตัวทีมบริหารชัดเจน ทุกคนรู้ว่าใครรับผิดชอบอะไร บอกตรงๆ ว่าอาจไม่เพอร์เฟกต์ทุกเรื่อง แต่ทำด้วยใจจริง ถ้าผิดพลาดก็ขอโทษและแก้ไข ไม่ใช่ใช้เทคนิคหลอกคะแนน 8 ก.พ. นี้ กาส้มสองใบ เพื่ออนาคตพรรคประชาชนและลูกหลานเรา!

วิโรจน์ ลั่นขอส้มสองใบ หมดยุคแบ่งครึ่ง

  • พัฒนาอุบลราชธานีให้เจริญสมชื่อเมืองชั้นเอก
  • ตัดวงจรบ้านใหญ่สูบผลประโยชน์
  • ไม่ยอมให้รัฐบาลพรรคพวกวนเวียนเดิม
  • ทีมบริหารโปร่งใส รู้หน้า รู้ชื่อ
วิโรจน์ ปราศรัยอุบลราชธานี ขอคะแนนส้ม

ส่วนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชวนกาส้มสองใบส่ง “นายกฯ เท้ง” เข้าทำเนียบ ชาวอุบลให้คะแนนก้าวไกลอันดับสองปี 2566 คราวนี้ขอส้มยกจังหวัด! เหตุผลชัดๆ คือเลือกพรรคประชาชน อุบลจะ “หายจน หายเจ็บ” พิธาเอา data มาพูด ไทยมีแรงงาน 40 ล้าน ในระบบประกัน 25 ล้าน นอกระบบ 15 ล้าน อันดับ 1 อุบลฯ พรรคไหนจะสู้ให้แรงงานนอกระบบ? เรามีนโยบายกระจายที่ดิน ลดหนี้ เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ดึงเข้าสู่ระบบ ถ้าตั้งรัฐบาลประชาชน ดูแลทุกคนแน่นอน

พิธา ชู policy แก้จนแก้เจ็บ ชาวอุบลอันดับ 1

  • กระจายที่ดินอย่างเป็นธรรม
  • ลด-ปลด-ปรับหนี้เกษตรกร
  • เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ
  • สวัสดิการแรงงานนอกระบบเต็มรูปแบบ
  • ระบบสาธารณสุขเท่าเทียม ลดผู้ป่วยอันดับ 1
พิธา เสนอนโยบายอุบลราชธานี หายจนหายเจ็บ

อีกประเด็นคืออุบลมีผู้ป่วยในสูงสุดประเทศ ขอให้เลือกพรรคประชาชนและ ส.ส. ของเรา เพื่อสาธารณสุขคุณภาพเท่าเทียม 8 ก.พ. กาส้มสองใบ เปลี่ยนอุบล เปลี่ยนอีสาน เปลี่ยนไทย เปลี่ยนโลก!

บอกตรงๆ เลยนะว่า“พิธา-วิโรจน์” ขอคะแนนชาวอุบลฯ บอกถ้าเลือกส้มไม่มากพอ ได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิม เป็นคำเตือนที่ตรงใจมาก ถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจริง ต้องรวมพลังกาส้มทั้งสองใบ อย่าแบ่งใจให้พวกเดิมที่วนลูปไม่จบ ลองคิดดูสิ ถ้าอุบลเปลี่ยนได้ อีสานทั้งภาคจะตามมาแน่

คาราวานพรรคประชาชน ปราศรัยอุบล ขอส้มสองใบ

สำหรับผมแล้ว นโยบายพวกนี้ตอบโจทย์ชีวิตจริง ชาวอุบลที่ลำบากเรื่องงาน หนี้สิน สุขภาพ จะได้ทางออก ลองชั่งน้ำหนักดู ถ้าอยากอนาคตใหม่ CTA เลย: แชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ ชาวอีสาน 8 ก.พ. กาส้มสองใบ เปลี่ยนประเทศไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – “พิธา-วิโรจน์” ขอคะแนนชาวอุบลฯ บอกถ้าเลือกส้มไม่มากพอ ได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิม

“เท้ง” บุกบุรีรัมย์ อ้อนขอ สส.เขต ชัยธวัชเตือน

ในช่วงหาเสียงสุดเข้มข้นก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ““เท้ง” บุกบุรีรัมย์ อ้อนขอ สส. เขต- “ชัยธวัช” ลั่นไม่เลือกส้มได้รัฐบาลสีน้ำเงินแน่” กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวโซเชียลและประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจอย่างมาก แกนนำพรรคประชาชนเดินทางไปเปิดเวทีปราศรัยที่บุรีรัมย์ น่าน สุราษฎร์ธานี และสตูล เพื่อเรียกร้องคะแนนเสียงทั้งบัตรเขตและบัญชีรายชื่อ สีส้มคือทางเลือกเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

“เท้ง” บุกบุรีรัมย์ อ้อนขอ สส. เขต- “ชัยธวัช” ลั่นไม่เลือกส้มได้รัฐบาลสีน้ำเงินแน่

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ลานตลาดนัดริมรางรถไฟ จังหวัดบุรีรัมย์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาชน นำทีมผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 10 เขตของจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดปราศรัยอย่างคึกคัก ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมฟังจำนวนมาก “เท้ง” ย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีแค่ 2 ทางเลือก คือ กาส้มทั้งสองใบเพื่อรัฐบาลประชาชน หรือแบ่งใจแล้วได้รัฐบาลแบบเดิม

จากผลเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาชนได้คะแนนบัญชีรายชื่ออันดับ 1 ในบุรีรัมย์ แต่ยังขาด ส.ส. เขต ทำให้ไม่สามารถผลักดันนโยบายได้เต็มที่ “ครั้งที่แล้วชาวบุรีรัมย์ให้ใจเรา แต่ยังครึ่งใจ รอบนี้ต้องกาส้มทั้งสองใบ ไม่งั้นต่อให้ได้คะแนนทั่วประเทศถล่มทลาย เราจะได้ ส.ส. แค่ 100 คนในสภา ไม่พอโหวตนายกฯ” เท้งกล่าวอย่างหนักแน่น

เท้งยันไม่ทำให้ผิดหวังหากได้เป็นรัฐบาล

“เท้ง ณัฐพงษ์” เน้นย้ำว่า หากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล จะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง โดยจะแก้ปัญหาที่ค้างคา อย่างเศรษฐกิจ สวัสดิการ และการศึกษา เหลืออีก 7 วัน ขอให้ทุกคนนึกถึงอนาคตของลูกหลาน ครอบครัว และชุมชน กาเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่ด้วย เพื่อการเมืองที่โปร่งใสและเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

เวทีนี้ยังมีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร คำพอง เทพาคำ ปิยรัฐ จงเทพ และทีมผู้ช่วยหาเสียง ร่วมสร้างพลังสีส้ม บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวังในการเปลี่ยนแปลง

ศิริกัญญาแฉกลุ่มรุมกินโต๊ะ ขอชาวน่านกาส้มทั้งสองใบ

ที่จังหวัดน่าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมคาราวานหาเสียง “สายเหนือฝั่งขวา สายกลิ่นกาสะลอง” เปิดเวทีใหญ่พร้อมนายชัยธวัช ตุลาธน เธอแฉว่ามีกลุ่มการเมืองรุมกินโต๊ะพรรคประชาชน แม้ไม่มี สว. โหวตนายกฯ แล้ว แต่ยังขัดขวาง “ขอคะแนนทุกเสียง ไม่ปันใจ รอบที่แล้วน่านสูสี รอบนี้ประชาชนอยากได้รัฐบาลประชาชน ช่วยหาเสียงให้พรรคด้วย”

ชัยธวัชเตือนชัด ไม่เลือกส้มได้รัฐบาลสีน้ำเงิน

นายชัยธวัช ชี้ว่าพรรคประชาชนพิสูจน์ตัวเองมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนประชาชน ขอให้เชื่อมั่นผู้สมัครน่านทั้ง 3 เขต “น่านจะเป็นพลังสีส้ม สร้างการเปลี่ยนแปลง หากไม่เลือก จะได้รัฐบาลสีน้ำเงินแน่นอน” เขากล่าว สปดาห์สุดท้ายนี้คือโอกาสสร้างชาติที่เป็นของประชาชน

ภาคใต้เดือด! ภคมน-พิธา-รังสิมันต์ หาเสียงสุราษฎร์ สตูล

  • สุราษฎร์ธานี: นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาฯ พรรค พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษก ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษก และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร่วมเวทีที่สะพานนริศ ภคมนหรือ “ลิซ่า” เตือนเรื่องซื้อเสียงหัวละ 5,000 บาท “อยากเปลี่ยนประเทศ อย่ารับเงิน ในคูหามีแค่คุณกับปากกา” พิธาขอส้มสองใบ คะแนนเขต-บัญชีใกล้เคียงเหมือนปี 66
  • สตูล: รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค อัด กกต. ไม่รับผิดชอบ เลือกตั้งล่วงหน้าโกงทั้งที่ได้งบ 6,000 ล้าน “สตูลเคยให้พรรคสีน้ำเงินมานาน ได้อะไร? เลือกอนาคตใหม่หรือเดิม”

การหาเสียงทั่วประเทศแสดงถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาชนในการต่อสู้เพื่อประชาชน พิสูจน์ด้วยการทำงานจริง ไม่ใช่แค่กระแส นโยบายเด่นอย่างยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ลดส.ว. แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ถอนทหารจากเมืองใหญ่ จะเป็นเครื่องมือเปลี่ยนไทยให้ก้าวหน้า

สรุปแล้ว ““เท้ง” บุกบุรีรัมย์ อ้อนขอ สส. เขต- “ชัยธวัช” ลั่นไม่เลือกส้มได้รัฐบาลสีน้ำเงินแน่” ไม่ใช่แค่ข่าว แต่เป็นสัญญาณของคลื่นลูกใหม่ทางการเมือง ประชาชนทุกคนมีบทบาทสำคัญในการตัดสินอนาคต

ความเห็นส่วนตัว: การเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสทองที่จะยุติวงจรการเมืองเก่าแก่ สีส้มไม่ใช่แค่สี แต่คือความหวัง หากคุณเชื่อในประชาธิปไตยแท้จริง อย่าลังเล กาส้มทั้งสองใบ!

CTA: แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ และครอบครัว เพื่อกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง ไปใช้สิทธิ์ 8 ก.พ. กันนะทุกคน!

ที่มา – “เท้ง” บุกบุรีรัมย์ อ้อนขอ สส. เขต- “ชัยธวัช” ลั่นไม่เลือกส้มได้รัฐบาลสีน้ำเงินแน่

“พิธา” ลุยหาเสียงหนุน “หมอสุภัทร” ขอหาดใหญ่กาส้ม 2 ใบ

‘พิธา’ ลุยหาเสียงหนุน ‘หมอสุภัทร’ ขอชาวหาดใหญ่กาส้ม 2 ใบ” คือประเด็นร้อนที่ชาวสงขลากำลังพูดถึงในช่วงหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อช่วยปลุกใจชาวใต้ให้สนับสนุน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 2 เบอร์ 5 ของพรรคประชาชน พิธาเรียกร้องให้ชาวหาดใหญ่ช่วยกันกาเลือกตั้ง 2 ใบ เพื่อส่งทีม ส.ส. สงขลา 9 คนจาก 9 เขตเข้าสภา ไปโหวต ‘เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งรัฐบาลประชาชนมาฟื้นฟูและพัฒนาเมืองหาดใหญ่ให้เจริญรุ่งเรือง

‘พิธา’ ลุยหาเสียงหนุน ‘หมอสุภัทร’ ขอหาดใหญ่กาส้ม 2 ใบ

“พิธา” ลุยหาเสียงหนุน “หมอสุภัทร” ขอชาวหาดใหญ่กาส้ม 2 ใบ

บรรยากาศการหาเสียงที่หาดใหญ่คึกคักมาก แม้พิธาจะแจ้งล่วงหน้าแค่วันเดียว แต่พี่น้องชาวหาดใหญ่ก็มารอต้อนรับอย่างอบอุ่น พิธาแสดงความซาบซึ้งใจและมั่นใจในตัว ‘หมอสุภัทร’ มากว่าเป็นนักบริหารที่คิดเป็นระบบ ทำงานเป็นระบบ และมีประสบการณ์รักษาคนไข้มากว่า 30 ปี เชื่อว่าเมื่อได้เป็น ส.ส. จะช่วยซับน้ำตาให้ชาวหาดใหญ่และชาวสงขลาได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะปัญหาที่ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองที่พิธาเองก็เคยเจอมา

พิธาเล่าว่า ในช่วงโควิด-19 ที่เป็นวิกฤตของประเทศ หมอสุภัทรคือหนึ่งในฮีโร่ที่กล้าลุกขึ้นช่วยชีวิตผู้คน แม้จะต้องเผชิญระบบราชการที่ล่าช้าและไม่เอื้ออำนวย แต่หมอก็ไม่ยอมแพ้ นี่คือเหตุผลที่พิธาลุยหาเสียงหนุน ‘หมอสุภัทร’ ขอชาวหาดใหญ่กาส้ม 2 ใบ เพื่อให้ทีมพรรคประชาชนได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงระบบทั้งหมด

พิธา ปราศรัยหนุนหมอสุภัทร หาดใหญ่

ส่งทีมสงขลา 9 คน 9 เขต เข้าสภาฯ เพื่อพัฒนาสงขลา

พิธาย้ำชัดเจนว่าตนมั่นใจในทีมกฎหมายและทีมบริหารของรัฐบาลประชาชนที่จะเข้ามาแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและยาว ขอให้ชาวสงขลากาเบอร์ 5 ให้หมอสุภัทรและผู้สมัครทั้ง 9 เขตอย่างสบายใจ เพื่อเข้าไปโหวตนายกฯ เท้ง และตั้งรัฐบาลที่แก้ระเบียบราชการให้ข้าราชการทำงานเพื่อประชาชนได้จริง

  • พัฒนาหาดใหญ่: เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม สร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่
  • แก้ปัญหาสาธารณสุข: ใช้ประสบการณ์หมอสุภัทรปรับปรุงระบบโรงพยาบาลให้รวดเร็ว
  • การศึกษาและเยาวชน: สร้างโอกาสให้เด็กหาดใหญ่มีอนาคตที่ดี
  • เศรษฐกิจท้องถิ่น: สนับสนุน SME และการท่องเที่ยวชายแดนใต้
  • สิ่งแวดล้อม: จัดการน้ำท่วมและขยะให้ยั่งยืน

ทีมพรรคประชาชน สงขลา หาดใหญ่

เหลืออีกแค่อาทิตย์สุดท้าย พิธาทิ้งท้ายว่าให้พรรคประชาชนเป็นคำตอบของชาวหาดใหญ่ ชาวสงขลา และชาวใต้ทั้งหมด วันที่ 8 กุมภาพันธ์ กาส้ม 2 ใบ ส่งนายกฯ เท้งเข้าทำเนียบ

การ ‘พิธา’ ลุยหาเสียงหนุน ‘หมอสุภัทร’ ขอชาวหาดใหญ่กาส้ม 2 ใบ แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของพรรคประชาชนที่เน้นคนทำงานจริงมีวิสัยทัศน์ หาดใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจชายแดนใต้ต้องการตัวแทนที่เข้าใจปัญหาและพร้อมแก้ไข รัฐบาลประชาชนจะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ภาคใต้แน่นอน

คุณคิดยังไงกับการหาเสียงครั้งนี้? มาคุยกันในคอมเมนต์ และอย่าลืมออกมาใช้สิทธิ์กาส้ม 2 ใบในวันเลือกตั้ง เพื่ออนาคตของหาดใหญ่และสงขลา!

นี่คือโอกาสทองที่จะเห็นการเมืองที่ใสสะอาดและทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ

ที่มา – “พิธา” ลุยหาเสียงหนุน “หมอสุภัทร” ขอชาวหาดใหญ่กาส้ม 2 ใบ ส่งทีมสงขลา 9 คน 9 เขต เข้าสภาฯ

ปชน. ดาวกระจายปราศรัย พิธา สกล ธนาธร สระแก้ว แฉพรรคส้ม

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ ในวงการการเมืองไทยกันเลยนะครับ ปชน. ดาวกระจายปราศรัย “พิธา” ไปสกล “ธนาธร” อยู่สระแก้ว แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม ซึ่งเป็นกิจกรรมหาเสียงโค้งสุดท้ายของพรรคประชาชนที่กระจายกำลังไปทั่วประเทศ สุดยอดมาก! ไม่ใช่แค่เวทีใหญ่ แต่ดาวกระจายไปทุกจังหวัด เรียกได้ว่าพลังประชาชนล้นทะลักเลยทีเดียว

ปชน. ดาวกระจายปราศรัย “พิธา” ไปสกล “ธนาธร” อยู่สระแก้ว แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม

เริ่มที่สกลนคร วันที่ 31 ม.ค. 2569 ณ ตลาดนัดหน้าค่าย บขส. พี่ๆ น้องๆ มาร่วมฟังปราศรัยจาก “ปิยบุตร แสงกนกกุล” และ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน บรรยากาศคึกคักสุดๆ ปิยบุตรบอกว่าคาราวานประชาชน 8 เส้นทางทั่วไทย แบบนี้ไม่มีพรรคไหนเลียนแบบได้ เพราะมีดาวฤกษ์มากมาย แกนนำ ผู้ปราศรัย ส.ส. ผู้สมัครกระจายไปทุกหนแห่ง ขอให้สกลนครปักธงส้ม 7 เขต 7 คนเลยนะ!

ปิยบุตรยังชี้แจงชัด การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่ 3 ก๊ก แต่เป็น การเมือง 2 ขั้ว ขั้วเก่า vs ขั้วใหม่ พรรคประชาชนคือขั้วใหม่ที่ยังไม่เคยตั้งรัฐบาล อยากเปลี่ยนการเมืองให้โปร่งใส โค้งสุดท้ายนี้ ข้ามขั้วมาแล้ว อย่าทิ้งกันนะ 14.4 ล้านเสียงเดิม + อีกเท่าตัว = 28 ล้าน รัฐบาลประชาชนเกิดแน่!

ปิยบุตร ปราศรัยสกลนคร

พิธา ถอนคำสาปสกลนคร ปักธงส.ส. เขตแรก

พิธาต่อเลย บอกว่าครั้งนี้โอกาสทองปักธง ส.ส. สกลนครคนแรก ตั้งแต่อนาคตใหม่-ก้าวไกล มาเสมอๆ แพ้แค่ 2-3 พันคะแนน ครั้งนี้ถล่มทลาย ได้ 7/7 เขตแน่นอน! พิธายังเล่าว่าเป็นหนี้บุญคุณสกล จากการเรียนรู้ปัญหาที่ดินเกษตรกร นำไปอภิปราย “กระดุม 5 เมตร” ในสภา วันที่ 8 ก.พ. กาเปลี่ยน กาส้มทั้งสองใบ ส่งนายกเท้งเข้าทำเนียบ!

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สกลนคร

ธนาธร สระแก้ว แฉคนจ้องทำลายพรรคส้ม

ข้ามไปสระแก้ว ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปราศรัยที่ บขส. ตลาดนัดเมืองแก้ว คาราวาน “ลูกน้ำเค็ม” บอกชัด พรรคประชาชนไม่ซื้อเสียง ไม่เลี้ยงหัวคะแนน แต่คัดคนเก่งมาบริหาร เช่น พิศาล มาณวพัฒน์ อดีตทูตสหรัฐ จัดการปัญหาชายแดน สงครามการค้า.

ธนาธรแฉหนัก “เขาบอกว่าเป็นที่ 1 ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้” นี่คือการทำลายจิตใจ อยากให้หมดหวังกับสังคมใหม่ เท่าเทียม ประชาธิปไตยไร้โกง แต่เราจะไม่ยอม! กาส้มทั้งสองใบ หยุดรัฐบาลแข่ง ส่ง ณัฐพงษ์ เป็นนายก!

ธนาธร สระแก้ว

ภคมน-วีระยุทธ กระบี่ ย้อนรักชาติแบบไหน

ทางใต้ที่กระบี่ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายก กับ ภคมน หนุนอนันต์ คาราวาน “บินหลาดง” ลานธารา กระบี่มารีนา. ภคมนบอก เดิมพันคืออนาคตไทย ต้องการการเมืองคนธรรมดา กล้าหาญ แม้ภาคใต้ยาก แต่เราต้องสู้! ย้อนถาม รักชาติแบบไหน เอาที่ดินเป็นสมบัติตัวเอง? แลนด์บริดจ์ถมทะเล? งบปฏิทินจากประกันสังคม? รัฐมนตรีคดียาเสพติด?

วีระยุทธอ้อน การเมืองเก่าบ้านใหญ่ ทุนผูกขาด ซื้อเสียง โกงกิน จีดีพีโตแค่ 1% เหลื่อมล้ำสูง พรรคประชาชนตั้งใจจริง นโยบายรอบด้าน ทีมเก่ง พิสูจน์จากฝ่ายค้านเชิงรุก. แต่ต้องฝันใหญ่ รัฐบาลส้มไม่ใช้เงินเริ่มต้น กา 8 ก.พ. ถล่มทลาย สร้างรุ่งอรุณใหม่!

ภคมน กระบี่

สรุปแล้ว ปชน. ดาวกระจายปราศรัย “พิธา” ไปสกล “ธนาธร” อยู่สระแก้ว แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม แสดงพลังขั้วใหม่ชัดเจน การเมือง 2 ขั้วชิงรัฐบาล อย่าปล่อยให้ขั้วเก่าครองต่อ เราเห็นแล้ว 2 ปีกว่า ยังวนลูปเดิมๆ

  • ปักธงสกล 7/7 เขต
  • สระแก้วหยุดทำลายฝัน
  • กระบี่ฝันใหญ่ไร้โกง

ความเห็นผมนะ การเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสเปลี่ยนไทยจริงๆ พรรคประชาชนพิสูจน์แล้วว่าทำได้ ลุยเลย! วันที่ 8 ก.พ. ไปกา ส.ส. + นายก สีส้มทั้งสองใบ ชวนเพื่อนๆ มาด้วย สร้างรัฐบาลประชาชนกันเถอะ 🇹🇭🧡

ที่มา – ปชน. ดาวกระจายปราศรัย “พิธา” ไปสกล “ธนาธร” อยู่สระแก้ว แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม

ธรรมนัสเตือนพิธา! วาทกรรมทหารย้อนเข้าตัว

“ธรรมนัส” ย้ำทหารมีความสำคัญ เตือน “พิธา” ระวังวาทกรรมเดิมย้อนเข้าตัว ประกาศชัดไม่เอาเด็ดขาดพรรคแตะแก้หมวด 1-2 แม้ “ธนาธร” จะพลิกพร้อมจับมือทุกขั้ว ยันไม่กังวลโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 09:30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงว่า เสียงตอบรับดีแต่คะแนนจะดีหรือไม่ต้องรอ 8 กุมภาพันธ์นี้ ส่วนที่พรรคประชาชนประกาศไม่จับมือ กับพรรคกล้าธรรม แต่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาประกาศว่าสามารถจับมือได้ กับทุกขั้วพรรคการเมือง มองเรื่องนี้อย่างไรนั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้มองอย่างไร ตอนนี้มองแต่ตัวเอง ไม่ได้มองคนอื่นเลย โดยยังมีหลักการที่ชัดเจนว่าพรรคเราไม่ต้องเปลี่ยนคำพูดบ่อยครั้ง พรรคใดที่มีเจตนารมณ์ ในการแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 เราไม่เอาด้วยเด็ดขาด

ส่วนจะเรียกร้องให้พรรคประชาชนประกาศจุดยืนให้ชัดเจนหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ต้องไปเรียกร้อง แต่พรรคเราประกาศจุดยืนชัดเจนและไม่เคยเปลี่ยน ตนเข้าสู่เวทีการเมือง อะไรที่ไปยุ่งเกี่ยวกับสามเสาหลักของบ้านเมืองเราไม่เอาเด็ดขาด พร้อมย้ำอีกครั้งว่าหากยุ่งกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราไม่เอาด้วยเด็ดขาด

ส่วนในฐานะที่เคยรับราชการทหาร กรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาช่วยหาเสียงจะเป็นการปลุกกระแสเรื่องทหารกลับมาหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ไม่หรอก เพราะทหารและกองทัพ ก็อยู่ในส่วนของกองทัพ อย่าดึงกองทัพมายุ่งกับการเมืองโดยเด็ดขาด เพราะการเมืองเราไม่คุยกันเอง ชอบทะเลาะกัน ในที่สุดก็ต้องมีกรรมการกลางไม่เช่นนั้นบ้านเมืองเสียหาย ตนจบสถาบันนี้เข้าใจพี่น้องทหารดี ยามวิกฤตจะต้องมีทหารออกมาช่วยมาแก้ปัญหา

ส่วนมองว่าวาทกรรมมีทหารไว้ทำไม รบไปก็แพ้ จะกลับมาหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าสิ่งที่เขาเคยพูดไว้ มันจะย้อนกลับมา เข้าตัวเองหรือไม่ ย้ำไม่ได้ว่าใคร สถาบันบ้านเมือง ที่อยู่ด้วยกันมาต้องศึกษา ประวัติศาสตร์ เพราะประวัติศาสตร์สำคัญ ที่ต้องสอนให้ลูกหลานได้รับรู้ ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เราอยู่ได้เพราะเรามีกองทัพ ไม่ว่ายุคใดสมัยใด ตั้งแต่แผ่นดินสยาม จนมาถึงกรุงเทพฯ อยู่ได้เพราะสถาบัน ที่เรามีกองทัพ ซึ่งประเทศที่เจริญแล้วก็มีกองทัพเหมือนกัน แต่ยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีอาจมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่อย่างไรประเทศก็ต้องมีทหาร

เมื่อถามว่าในช่วงโค้งสุดท้าย ห่วงว่าจะมีการเล่นเกมใต้โต๊ะ โจมตีพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า สังเกตได้เวลาพรรคกล้าธรรม โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หรือถูกอะไรก็แล้วแต่โจมตี เราต้องดูตัวเอง ผู้สมัครทุกคนต้องดูตัวเอง ว่าคุณสมบัติในการสมัครเป็นสมาชิกมีความพร้อมหรือไม่ หากยังไม่พร้อม ไม่ได้อยู่ในกฎระเบียบกฎหมายที่ กกต. กำหนด ก็ต้องโทษตัวเองอย่าไปโทษคนอื่น

“สมาชิกที่สมัครหากตัวเองมีแผลตรงไหนก็ต้องดูแลตัวเอง เรื่องไหนที่ผิดกฎหมายมาสมัครไม่ได้ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงไม่มีใครมากลั่นแกล้ง เขาต้องตรวจสอบอยู่แล้วไม่โดนวันนี้หลังเลือกตั้งก็ต้องโดน เรามีบทเรียนเยอะแล้ว เราต้องดูตัวเอง อย่าโทษคนอื่น”

สำหรับข้อกังวลในช่วงสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี ถ้าหากเราอยู่บนโลกความเป็นจริง ยอมรับกติกาสังคม ไม่ว่าท่านใดทำผิดกฎหมาย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และพิสูจน์ตัวเองให้ได้ มิเช่นนั้น คุณอยู่เวทีการเมืองไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะสอบผ่านประชาชนเลือกมา แต่คุณก็ต้องโดนอยู่ดี ต้องทำใจ บางคนพอโดนหน่อย ก็โอดครวญ เหมือนบางพรรคโดนหน่อยก็โอดครวญ ว่าแต่คนอื่นไม่ดูตัวเองเราต้องดูตัวเราเอง

ส่วนที่ได้ไปพูดไว้ในรายการหนึ่งว่าพรรคกล้าธรรม มั่นใจจะได้เป็นพรรคอันดับ 3 ในการเลือกตั้ง มีอะไรทำให้มั่นใจเช่นนั้น ร้อยเอกธรรมนัส บอกว่า เราคัดเลือกผู้สมัคร จากจำนวนกว่า 350 คน เหลือ 140 คน เราต้องมีขั้นตอนการกรอง เพราะการทำการเมืองต้องคัดเกรด หากไม่คัดเกรดจะไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ซึ่งตอนนี้พรรคกล้าธรรมเหลือผู้สมัคร สส. 100 คน ต้องคัดกรองต่อ จะยังเหลือเท่าเดิมหรือไม่ ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ผู้สมัคร สส. ทั้งหมดก็พร้อมสู้ทุกวิถีทาง เพราะยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ต้องสู้ทุกวิถีทาง จนกว่าจะถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่าจะเหลือจำนวนเท่าไร

ธรรมนัสเตือน “พิธา” ระวังวาทกรรมมีทหารไว้ทำไมย้อนเข้าตัว

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ออกมาเตือนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เกี่ยวกับวาทกรรมที่เคยกล่าวไว้เกี่ยวกับทหาร โดยระบุว่าอาจจะย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อตัวเองได้ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของทหารต่อประเทศชาติ

มุมมองของธรรมนัสต่อประเด็นวาทกรรมมีทหารไว้ทำไม

ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า สิ่งที่นายพิธาเคยพูดไว้อาจจะย้อนกลับมาเล่นงานตัวเองได้ พร้อมทั้งย้ำว่าสถาบันบ้านเมืองที่อยู่ด้วยกันมาต้องศึกษาประวัติศาสตร์ เพราะประวัติศาสตร์สำคัญที่ต้องสอนให้ลูกหลานได้รับรู้ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เราอยู่ได้เพราะเรามีกองทัพ

นอกจากประเด็นเรื่องวาทกรรม ธรรมนัสเตือน “พิธา” ระวังวาทกรรมมีทหารไว้ทำไมย้อนเข้าตัว แล้ว ร้อยเอกธรรมนัสยังได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่สนับสนุนพรรคใดที่มีเจตนารมณ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งถือเป็นจุดยืนที่มั่นคงและไม่เปลี่ยนแปลงของพรรค

สิ่งที่ร้อยเอกธรรมนัสกล่าว ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพิจารณาประวัติศาสตร์และความเป็นมาของชาติ รวมถึงบทบาทของกองทัพในการรักษาความมั่นคงของประเทศ การที่ ธรรมนัสเตือน “พิธา” ระวังวาทกรรมมีทหารไว้ทำไมย้อนเข้าตัว นั้น เป็นการเตือนสติให้ระลึกถึงสิ่งที่เคยพูดไว้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

การเมืองไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่สิ่งสำคัญคือการรับผิดชอบต่อคำพูดและการกระทำของตนเอง ธรรมนัสเตือน “พิธา” ระวังวาทกรรมมีทหารไว้ทำไมย้อนเข้าตัว เป็นข้อคิดที่น่าสนใจสำหรับนักการเมืองทุกคน

ที่มา – “ธรรมนัส” เตือน “พิธา” ระวังวาทกรรมมีทหารไว้ทำไมย้อนเข้าตัว ประกาศชัดไม่เอาพรรคแตะแก้หมวด 1-2

“พิธา” ชูแผน 3 กระทรวงดูแลระยอง





“พิธา” ชูแผน 3 กระทรวงดูแลระยอง

“พิธา” เดินสายช่วยพรรคประชาชนหาเสียง ชูแผน 3 กระทรวงดูแลระยอง พร้อมส่งใจถึงหาดใหญ่ให้ “หมอสุภัทร” ยังมีสิทธิชิง สส.สงขลา พร้อมปลุกใจผู้สมัคร สส. อย่าเสียสมาธิกับเกมทำลาย คิดการใหญ่ใจต้องนิ่ง

วันที่ 26 มกราคม 2569 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ลงพื้นที่ปราศรัยที่ลานน้ำพุ สตาร์พลาซ่า อ.เมือง จ.ระยอง ท่ามกลางประชาชนที่มารับฟังการปราศรัย โดยย้ำถึงความสำคัญของ จ.ระยอง ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม พร้อมประกาศแผนผลักดันให้พรรคดูแล 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ผลกระทบจากอุตสาหกรรม และดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ระยอง อย่างจริงจัง

ขณะเดียวกัน นายพิธา ยังกล่าวถึงบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วที่หาดแม่รำพึง เมื่อ 4 ปีก่อน และอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด เมื่อ 10 ปีก่อน ว่าเป็นตัวอย่างชัดเจนของผลกระทบที่ไม่ควรเกิดซ้ำ ยืนยันว่าพรรคประชาชนต้องการทำงานเชื่อมโยงทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งก่อนที่พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนเสียงจากชาวระยองกว่า 230,000 คะแนน หรือร้อยละ 53 ของผู้ใช้สิทธิทั้งหมด จึงมั่นใจว่าการส่งผู้สมัครครบทั้ง 5 เขตในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนได้จริง หากได้รับความไว้วางใจ

พิธา ที่ระยอง

พิธา พบปะประชาชน

สำหรับกระแสการรวมตัวของกลุ่มการเมืองท้องถิ่น หรือบ้านใหญ่ นายพิธา ระบุว่าไม่กังวล เพราะพรรคประชาชนเน้นการทำงานของทีมผู้สมัครและการลงพื้นที่พบประชาชนเป็นหลัก เชื่อว่าหากประชาชนออกมาใช้สิทธิอย่างถล่มทลายเหมือนครั้งที่ผ่านมา จะสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเองว่าใครเหมาะสมที่สุด ก่อนย้ำว่า พรรคประชาชนไม่กังวลเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล มั่นใจว่าคะแนนเสียงที่ได้รับจะมากพอจนทำให้พรรคอันดับ 2 ไม่สามารถตั้งรัฐบาลแข่งได้ พร้อมเชิญชวนประชาชนชาวระยอง ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อสนับสนุนพรรคประชาชนและผู้สมัครในพื้นที่

ต่อมา นายพิธา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) พิจารณาความผิดทางวินัยของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือ หมอสุภัทร อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคประชาชน ว่า ขอส่งกำลังใจจากระยองไปที่หาดใหญ่ เข้าใจว่ากระบวนการยังไม่ถึงที่สิ้นสุด นพ.สุภัทร ยังมีสิทธิ์ในการลงสมัคร สส. เป็นตัวแทนให้กับคนสงขลาได้อย่างเต็มที่

“พิธาขอส่งกำลังใจให้คุณหมอสุภัทรเดินหน้าเต็มที่ ตอนนี้ดังทั่วประเทศแล้ว มีสิทธิได้ สส.ในสงขลาให้กับพรรคประชาชนแน่นอน”

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ห่วงหรือไม่ว่าจะเกิดกรณีแบบนี้อีก นายพิธา ตอบว่า เป็นเรื่องธรรมดาของการเมืองไทย อย่าเสียสมาธิ หากจะให้ส่งข้อความในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลถึงเพื่อนๆ พรรคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่า หน้าใหม่ อย่าเสียสมาธิ ทำตามแผนทั้งแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติของตัวเองที่พยายามทำมา คิดการใหญ่ใจต้องนิ่ง.

ป้ายหาเสียง

บรรยากาศหาเสียง

ประชาชนให้ความสนใจ

“พิธา” ชูแผน 3 กระทรวงดูแลระยอง

ทำไม “พิธา” ถึงให้ความสำคัญกับระยอง?

การที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้ความสำคัญกับการผลักดันแผน 3 กระทรวงเพื่อดูแลระยองนั้น แสดงให้เห็นถึงความตระหนักถึงปัญหาและความท้าทายที่จังหวัดระยองกำลังเผชิญอยู่ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชน การมีนโยบายที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความหวังให้กับประชาชนในพื้นที่ได้

นโยบาย “พิธา” ชูแผน 3 กระทรวงดูแลระยอง จะช่วยอะไรได้บ้าง?

นโยบาย “พิธา” ชูแผน 3 กระทรวงดูแลระยอง มีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากภาคอุตสาหกรรม ปัญหาสุขภาพของประชาชน และผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นในจังหวัดระยอง โดยเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับจังหวัดระยอง

  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: ดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรม
  • กระทรวงอุตสาหกรรม: ควบคุมและกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์: ดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษและปัญหาสุขภาพ

อนาคตของระยองกับนโยบาย “พิธา” ชูแผน 3 กระทรวงดูแลระยอง

หากนโยบาย “พิธา” ชูแผน 3 กระทรวงดูแลระยอง ประสบความสำเร็จ จะส่งผลให้จังหวัดระยองกลายเป็นเมืองที่น่าอยู่ มีสภาพแวดล้อมที่ดี ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง และเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชน

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของระยอง หากประชาชนชาวระยองให้ความไว้วางใจพรรคประชาชนและผู้สมัครในพื้นที่ ก็มีโอกาสที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ที่มา – “พิธา” ชูแผน 3 กระทรวงดูแลระยอง ส่งกำลังใจ “หมอสุภัทร” ขอผู้สมัคร ปชน. อย่าเสียสมาธิ

ชัยวุฒิชี้ “พิธา” ขอโทษไม่จริงใจ ปม “ทหารมีไว้ทำไม”

“ชัยวุฒิ” หัวหน้าพรรครักชาติ ชี้ “พิธา” ขอโทษไม่จริงใจ ปม “ทหารมีไว้ทำไม” มองพูดสร้างวาทกรรมดิสเครดิต หวังผลคะแนนนิยม

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ถนนบรรทัดทอง กทม. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (รช.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับนายชุติ ปลื้มรุ่งเรือง ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 2 เบอร์ 10 ถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาพูดขอโทษต่อกรณีเคยกล่าวว่า “ทหารมีไว้ทำไม” ว่า จากการที่ได้ฟังสิ่งที่นายพิธาพูดในคลิป ตนเองไม่ได้รู้สึกเลยว่านายพิธาขอโทษ หรือ เสียใจ อย่างแท้จริง

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ในวันที่เคยพูดว่า “ทหารมีไว้ทำไม” และการกล่าวโจมตีทหารว่าไปรบก็แพ้ หรือการดิสเครดิตทหารในทุกๆ เรื่องนั้น นายพิธาคิดเช่นนั้นจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการหวังผลทางการเมืองเพื่อสร้างคะแนนนิยม หรืออาจจะมีการรับงานมาเพื่อโจมตีกองทัพ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าในวันนี้ นายพิธาไม่ได้คิดอย่างที่พูดออกมาในคลิปขอโทษ

“ถ้าคุณจะขอโทษ คุณต้องขอโทษด้วยความจริงใจ ขอโทษจริงๆ แล้วอย่าทำอย่างนี้อีก แต่การที่คุณมาแถไปแถมา แล้วไปพาดพิงถึงทหารคนโน้นคนนี้อีก ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมว่าคุณไม่ได้คิดอย่างที่คุณพูดหรอก”

ชัยวุฒิวิจารณ์ “พิธา” ปม “ทหารมีไว้ทำไม”

จากกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ออกมากล่าวคำขอโทษเกี่ยวกับประเด็น “ทหารมีไว้ทำไม” นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า การขอโทษดังกล่าวขาดความจริงใจ เขาเชื่อว่าคำพูดและการกระทำของนายพิธาในอดีต มีจุดประสงค์เพื่อสร้างวาทกรรมดิสเครดิตและหวังผลทางการเมืองมากกว่าความรู้สึกผิดที่แท้จริง

นายชัยวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า หากนายพิธามีความจริงใจในการขอโทษ เขาควรแสดงออกด้วยความสำนึกผิดอย่างแท้จริง และไม่ควรมีการพาดพิงถึงบุคคลอื่นในกองทัพ การที่นายพิธายังคงกล่าวถึงประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ แสดงให้เห็นว่าการขอโทษนั้นไม่ได้มาจากใจจริง

มุมมองของชัยวุฒิต่อประเด็น “ทหารมีไว้ทำไม”

นายชัยวุฒิยังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของนายพิธาในอดีต เขาตั้งข้อสังเกตว่าคำพูดที่ว่า “ทหารมีไว้ทำไม” และการโจมตีกองทัพ อาจเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมืองเพื่อดึงคะแนนนิยม หรืออาจมีวาระซ่อนเร้นอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม นายชัยวุฒิเชื่อว่าในปัจจุบัน นายพิธาไม่ได้มีความคิดเช่นเดียวกับที่เคยแสดงออกมา

การวิพากษ์วิจารณ์ของนายชัยวุฒิ เกิดขึ้นในขณะที่การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การเลือกตั้งครั้งหน้ากำลังใกล้เข้ามา และทุกพรรคการเมืองต่างพยายามช่วงชิงความได้เปรียบ การออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่อ่อนไหวเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความนิยมของพรรคก้าวไกลและนายพิธาได้

สิ่งที่น่าสนใจคือ ประชาชนจะมองการขอโทษของนายพิธาอย่างไร พวกเขาจะเชื่อว่าเป็นการขอโทษที่จริงใจ หรือเป็นเพียงการแสดงละครเพื่อหวังผลทางการเมือง การตัดสินใจของประชาชนจะมีผลต่ออนาคตทางการเมืองของนายพิธาและพรรคก้าวไกลอย่างมีนัยสำคัญ หากต้องการให้สังคมให้อภัย นายพิธาอาจต้องแสดงความจริงใจให้มากกว่านี้ และมุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์ มากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้นายพิธาอาจต้องตอบคำถามเกี่ยวกับแรงจูงใจในการวิพากษ์วิจารณ์กองทัพในอดีตอย่างตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ประเด็น “ทหารมีไว้ทำไม” ยังคงเป็นที่ถกเถียงในสังคมไทย บางคนเชื่อว่ากองทัพมีบทบาทสำคัญในการปกป้องประเทศ ในขณะที่บางคนมองว่าควรมีการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การพูดคุยและถกเถียงในประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สังคมไทยสามารถกำหนดทิศทางของกองทัพได้อย่างเหมาะสม

ที่มา – “ชัยวุฒิ” ชี้ “พิธา” ขอโทษไม่จริงใจ ปมพูด “ทหารมีไว้ทำไม” มองสร้างวาทกรรมหวังผลคะแนนนิยม

พรรคประชาชน มั่นใจกวาด 33 สส.กทม. ครบ!

“เลขาฯ ติ่ง” มั่นใจพรรคประชาชนกวาดครบ 33 เขตเลือกตั้งใน กทม. มอง “เท้ง” ยังไม่ปิดโอกาสจับมือ 100%

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวถึงความมั่นใจในกระแสของพรรคประชาชนจะได้รับการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือไม่ ว่า ตนมั่นใจว่าจะสามารถรักษาพื้นที่ กทม. ได้เป็นอันดับ 1 จากการดูข้อมูลต่างๆ ความนิยมของพรรคประชาชนใน กทม. ก็ยังเป็นอันดับ 1 อยู่ รวมถึงกระบวนการคัดสรรผู้สมัครที่ผ่านมา ทั้งคนใหม่และคนเดิมก็ยังทำงานอย่างมุ่งมั่นได้รับการยอมรับจากประชาชน ซึ่งยังมั่นใจในทั้ง 33 เขตที่น่าจะได้ทั้งหมดในรอบนี้

ส่วนผลโพลที่ความนิยมของพรรคประชาชนลดลงจากการยกมือให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงไม่มี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาช่วยดึงดูดคะแนน พรรคประชาชนจะทำอย่างไร นายศรายุทธิ์ ตอบว่า จากผลโพลที่ลดลงหลายคนกังวลว่าจะทำให้เราพ่ายแพ้หรือไม่ แต่ถ้าสังเกตให้ดีคะแนนที่ลดลงไม่ได้ไปอยู่ฝั่งไหน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ หมายความว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลือประมาณ 50 วัน เราสามารถรณรงค์ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนได้ และเชื่อว่าประชาชนจะกลับมาให้การยอมรับและความเชื่อมั่นตัดสินใจเลือกพรรคประชาชนของเรา

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีการปะทะกันอยู่ ในขณะที่พรรคประชาชนในอดีตเคยรณรงค์ว่าทหารมีไว้ทำไม แล้วถูกนำมาโจมตีในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะทำอย่างไร นายศรายุทธิ์ ยอมรับว่าที่ผ่านมาเราถูกโจมตีเรื่องนี้จากหลายทาง ซึ่งเรายังไม่สามารถชี้แจงให้กับประชาชนเข้าใจได้ทั้งหมด แต่ช่วงเวลาอีกประมาณ 50 วันนี้ ประชาชนจะตื่นตัว จะรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย เป็นโอกาสดีที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนได้ และยังเชื่อคะแนนของพรรค แม้ผลโพลจะลดลงเพราะคะแนนไปกองอยู่ที่คนยังไม่ตัดสินใจ

“หมายความว่าเขายังไม่ไปที่ไหน ยังคงรอเราอยู่ว่าเราสามารถชี้แจงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เพียงใด”

ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมือนในอดีตที่มีกระแสเบื่อลุง แต่ครั้งนี้มีกระแสรักชาติจากสถานการณ์ชายแดนถือว่าพรรคเสียเปรียบหรือไม่ นายศรายุทธิ์ ระบุ คิดว่ากระแสการเลือกตั้งและสถานการณ์แต่ละครั้งต่างกัน แม้ครั้งนี้ไม่มีกระแสเบื่อลุง แต่ยังมีกระแสความไม่พอใจกับการแก้ปัญหาของรัฐบาล พรรคประชาชนชนะเลือกตั้งแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ มีรัฐบาลมา 2 ปีกว่ามีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี 3 ครั้ง ขณะที่สถานการณ์ชายแดนก่อให้เกิดปัญหาต่อประเทศ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจ สังคม สแกมเมอร์ คิดว่าบรรยากาศปัจจุบันประชาชนรู้สึกหมดหวังกับสภาพที่กำลังเผชิญอยู่ ถ้าพรรคประชาชนมีนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน มีทีมบริหารที่ประชาชนเชื่อมือ เชื่อว่ายังมีโอกาสอยู่ และการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกจริงๆ

นายศรายุทธิ์ เผยต่อไปว่า เนื่องจากการเลือกตั้งที่ผ่านมายังมี สว.อยู่ และเมื่อย้อนหลังไป 15 ปี การเลือกตั้งไม่นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลตามเสียงของประชาชน ครั้งสุดท้ายคือปี 2554 ที่ประชาชนเลือก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และได้เป็นรัฐบาล แต่หลังจากนั้นผลการเลือกตั้ง 2 ครั้งสุดท้ายไม่ได้นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล นี่คือโอกาสที่ประชาชนจะรู้สึกว่าครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญที่เขาจะมีส่วนเลือกอนาคตจริงๆ มั่นใจทีมงานพรรคประชาชนที่ทำงานมาต่อเนื่อง มั่นใจว่านโยบายของเราตอบโจทย์ประชาชนได้

เมื่อถามถึงจุดยืนเรื่องมาตรา 112 ยังเหมือนเดิมหรือไม่ นายศรายุทธิ์ เผยว่า คงพูดไม่ได้ หลังมีคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญ “ผมคิดว่าจะดีกว่าถ้าเราไม่พูด และไม่พูดเรื่องนี้ในการเลือกตั้ง”

ส่วนปัญหาผู้สมัครคนเก่าไม่ได้ไปต่อกับพรรค นายศรายุทธิ์ ระบุว่า ผู้สมัครมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง เช่น เขตบางขุนเทียน อย่าง นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อดีต สส.กทม. ก็ไม่ได้ลงสมัคร สส.เขต พร้อมบอกว่า พรรคมีความเป็นมวลชน ประชาชนสมาชิกพรรคมีส่วนร่วมมีความเป็นเจ้าของ “ดังนั้นในการตัดสินใจเลือกแต่ละครั้ง บางเขตอาจมีผู้สมัครเยอะ แต่เราเลือกได้แค่คนเดียว สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วยก็แสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่คิดว่าสมาชิกส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในการตัดสินใจของพรรคอยู่”

ขณะเดียวกัน นายศรายุทธิ์ ยังยอมรับด้วยว่า พรรคมีความสำคัญกว่าตัวบุคคล ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ แนวทางในการสร้างพรรคของเราคือพรรคเป็นสถาบันการเมืองอย่างแท้จริง ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของ ดังนั้น จะเห็นว่าความนิยมของพรรคจะสูงกว่าความนิยมของตัวบุคคล และคะแนนการเลือกตั้งในแต่ละเขตก็เป็นแบบนั้นในการเลือกตั้งปี 2566 มั่นใจว่าความแข็งแกร่งของพรรคมีมากกว่าตัวบุคคล

ส่วนคำถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีกระแสความนิยมของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เหมือนกับกระแสของนายพิธา ที่มีออร่ามากกว่านั้น นายศรายุทธิ์ เผยว่า ความนิยมของนายพิธา เกิดขึ้น 1 เดือนก่อนการเลือกตั้ง นายณัฐพงษ์ ยังมีเวลาเหลืออีก 7 สัปดาห์ที่จะทำให้มีกระแสความนิยมได้ ซึ่งเชื่อว่าความนิยมของตัวบุคคลก่อนการเลือกตั้ง เกิดจากประชาชนมีความหวังที่มีต่อพรรคและนโยบายของพรรค อยากให้พรรคนี้เป็นรัฐบาล ทำให้คะแนนความนิยมบุคคลเพิ่มตาม เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม นายณัฐพงษ์จะเจิดจรัสไม่น้อยกว่านายพิธา

สำหรับกรณีที่นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่าหากพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาชนจะไปเป็นฝ่ายค้าน เป็นการปิดทางจับมือในอนาคตหรือไม่ นายศรายุทธิ์ ตอบว่า ไม่ แต่นายณัฐพงษ์มองความเป็นไปได้ คงไม่ได้หมายความว่าปิดทาง 100% แต่เป็นสิ่งที่ชี้ว่าเป็นการแข่งขันระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น ถ้าอยากเห็นพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลจะต้องเลือกให้พรรคอันดับ 2 และ 3 ไม่สามารถจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลได้ เชื่อว่าเนื้อหาที่นายณัฐพงษ์พูดน่าจะหมายถึงแบบนี้มากกว่า เพราะถ้าพรรคประชาชนไม่ชนะเด็ดขาดในโอกาสที่จะได้เป็นรัฐบาล พรรคอันดับ 2 และ 3 อาจจะจับขั้วกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา.

พรรคประชาชนมั่นใจกวาด 33 สส.กทม. ครบ!

พรรคประชาชนยังคงมุ่งมั่นที่จะได้รับความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพฯ ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง แม้ว่าผลสำรวจความคิดเห็นจะแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ลดลงบ้าง แต่ทางพรรคยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพและนโยบายของตน

ทำไมพรรคประชาชนถึงมั่นใจกวาด 33 สส.กทม. ครบ?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคประชาชนยังคงมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ได้แก่ ฐานเสียงที่แข็งแกร่งในกรุงเทพฯ ทีมผู้สมัครที่มีความสามารถ และนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน

  • ฐานเสียงที่แข็งแกร่ง: พรรคประชาชนมีฐานเสียงที่มั่นคงในกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วจากการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ
  • ทีมผู้สมัครที่มีความสามารถ: พรรคได้คัดเลือกผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชน
  • นโยบายที่ตอบโจทย์: พรรคได้พัฒนานโยบายที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และสาธารณสุข ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม การที่พรรคประชาชนจะสามารถกวาดที่นั่ง สส. ในกรุงเทพฯ ได้ครบทั้ง 33 เขตหรือไม่นั้น ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งได้

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของกรุงเทพฯ และประเทศไทย เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า ดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อเลือกผู้แทนที่ท่านไว้วางใจให้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร

พรรคประชาชนยังคงเดินหน้าผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การสร้างสังคมที่เป็นธรรม และการส่งเสริมประชาธิปไตยที่ยั่งยืน หากคุณเห็นด้วยกับแนวทางของพรรคประชาชน อย่าลังเลที่จะให้โอกาสพรรคประชาชนได้รับใช้ท่าน

พรรคประชาชนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ และพร้อมที่จะทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของพวกเราทุกคน มาร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมด้วยการเลือกพรรคประชาชน!

ที่มา – มั่นใจพรรคประชาชนกวาดครบ 33 เก้าอี้ สส.กทม. มอง “เท้ง” ยังไม่ปิดโอกาสจับมือ 100%

Scroll to top