พิพัฒน์ รัชกิจประการ

คมนาคม เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพ!

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้มีข่าวดีมาอัปเดตกันอีกแล้ว เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพจากกระทรวงคมนาคม หลายคนคงกำลังรอคอยอยู่ว่าจะมีการช่วยเหลืออะไรบ้างในการเดินทางของเรา วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดที่น่าสนใจกันครับ

คมนาคม เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพประชาชน ในการเดินทางทั้งระบบ

เมื่อวันที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนางสาวมัลลิกา จิรพันธุ์วานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงคมนาคม และเริ่มปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการ โดยมีข้าราชการและหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ท่านรัฐมนตรีได้มอบนโยบายเร่งด่วนภายใน 4 เดือน ให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดโครงการที่ได้รับอนุมัติงบประมาณปี 2569 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างเต็มที่ เพราะระบบเศรษฐกิจของประเทศต้องพึ่งพาการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ กระทรวงคมนาคมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศ

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ทุกหน่วยงานจะต้องเร่งผลักดันโครงการต่างๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

นโยบายเร่งด่วน: ลดค่าครองชีพในการเดินทาง

สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่ทุกคนจะได้เห็นภายใน 4 เดือนนี้ คือ นโยบายคมนาคม เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพ ที่จะดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ซึ่งอาจออกมาในรูปแบบของแพ็กเกจมาตรการลดค่าครองชีพด้านคมนาคมขนส่งอย่างครบวงจร

  • ค่ารถไฟฟ้า: อาจมีการขยายมาตรการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ไม่เฉพาะแค่สายสีแดงและสายสีม่วง แต่อาจรวมถึงสายอื่นๆ ด้วย
  • ค่าทางด่วน: เตรียมพิจารณามาตรการลดค่าผ่านทางพิเศษหรือทางด่วน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • ค่าโดยสาร: พิจารณาลดค่าโดยสารรถโดยสาร ขสมก. และค่าเรือโดยสาร

มาตรการเหล่านี้อยู่ระหว่างการหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี และจะมีการแถลงรายละเอียดร่วมกันในการแถลงนโยบายของรัฐบาล คาดว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมและมีการประกาศใช้อย่างชัดเจนภายในสองสัปดาห์หลังจากการแถลงนโยบายเสร็จสิ้น

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนต้องทำคืออดใจรอฟังข่าวดีที่จะประกาศออกมา และเตรียมตัวใช้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและทำให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

คมนาคม เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพ ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนทุกคน และเราหวังว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้อย่างแท้จริง

เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไรกับนโยบายนี้? มาแชร์ความคิดเห็นกันได้เลยนะครับ

ที่มา – “คมนาคม” เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพประชาชน ในการเดินทางทั้งระบบ

แบ่งงานตรวจราชการ: ธรรมนัสคุมเหนือตอนบนและใต้

การแบ่งงานตรวจราชการของรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบันมีความชัดเจนมากขึ้น ครม.ได้มีการแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีหลายท่าน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้การบริหารราชการในระดับภูมิภาคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ละท่านได้รับมอบหมายให้กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในเขตตรวจราชการที่แตกต่างกันไป

แบ่งงานตรวจราชการ ครั้งนี้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมและความเชี่ยวชาญของแต่ละท่าน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

แบ่งงานตรวจราชการ “ธรรมนัส” คุม 3 จชต.-เหนือตอนบน “พิพัฒน์” คุมโซนอันดามัน-อ่าวไทย

สรุปการแบ่งงานตรวจราชการที่สำคัญ:

  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ: ดูแลภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (ชุมพร, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สุราษฎร์ธานี) และฝั่งอันดามัน (กระบี่, ตรัง, พังงา, ภูเก็ต, ระนอง, สตูล)
  • นายโสภณ ซารัมย์: รับผิดชอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตอนล่าง
  • นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ: กำกับดูแลเฉพาะจังหวัดสงขลา
  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ: ดูแลกลุ่มจังหวัดปริมณฑล (นนทบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม, สมุทรปราการ)
  • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า: ควบคุมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา) และภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน, เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่)
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น: รับผิดชอบภาคตะวันออก (ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว)
  • นายภราดร ปริศนานันทกุล: ดูแลภาคกลางตอนบน (ชัยนาท, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, สระบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง)
  • น.ส.ศุภมาศ อิสรภักดี: รับผิดชอบภาคเหนือตอนล่าง 2 (กำแพงเพชร, นครสวรรค์, พิจิตร, อุทัยธานี)
  • นายนภินทร ศรีสรรพางค์: ควบคุมภาคกลางตอนล่าง (กาญจนบุรี, ราชบุรี, สุพรรณบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร)
  • นายสันติ ปิยะทัต: ดูแลภาคเหนือตอนล่าง 1 (ตาก, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, สุโขทัย, อุตรดิตถ์)

ทำไมต้องแบ่งงานตรวจราชการ?

การแบ่งงานตรวจราชการมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐในระดับภูมิภาค การแบ่งความรับผิดชอบที่ชัดเจนช่วยให้รัฐมนตรีแต่ละท่านสามารถโฟกัสและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ยังเป็นการกระจายอำนาจและส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาประเทศ

การมอบหมายพื้นที่ให้รัฐมนตรีต่างๆ ดูแล สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม การที่รัฐมนตรีลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนโดยตรง จะช่วยให้การกำหนดนโยบายและการจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

การตัดสินใจของ ครม. ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนในทุกภูมิภาค การแบ่งงานตรวจราชการ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงานอย่างหนักของรัฐบาลชุดนี้ และประชาชนสามารถคาดหวังถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้นี้

การที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงความเชื่อมั่นในความสามารถของ ร.อ.ธรรมนัส ในการนำพาความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่พื้นที่นี้

การแบ่งพื้นที่ตรวจราชการครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติจริง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการดำเนินงานขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน การมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน จะเป็นกุญแจสำคัญสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

ที่มา – แบ่งงานตรวจราชการ “ธรรมนัส” คุม 3 จชต.-เหนือตอนบน “พิพัฒน์” คุมโซนอันดามัน-อ่าวไทย

ภูมิใจไทยเปิดตัว “พลอยทะเล” ว่าที่ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต

พรรคภูมิใจไทยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต ได้แก่ “พลอยทะเล-ษณกร-วิวัฒน์” เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งใหญ่หลังจากการยุบสภา โดย “พิพัฒน์” เร่งเดินหน้าทาบทามผู้สมัครใน 14 จังหวัดภาคใต้ ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 30 ที่นั่ง พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ขัดต่อ MOA ของพรรคประชาชน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต ทั้ง 3 เขต ได้แก่ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ผู้ซึ่งจะลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 1 โดยเธอเคยดำรงตำแหน่งเป็นอดีตกรรมการบริหาร และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นายษณกร กี่สิ้น อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง จะลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 2 และนายวิวัฒน์ จินดาพล อดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต จะลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 3 นายศุภชัยกล่าวว่า ทั้ง 3 ท่านจะร่วมมือกันกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อมุ่งสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า

นายพิพัฒน์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยได้ทำการทาบทามผู้สมัคร สส.ภูเก็ตทั้ง 3 เขต โดยนโยบายหลักของพรรคก่อนหน้านี้คือการแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด ซึ่งในช่วงที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ภารกิจดังกล่าวต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากหมดวาระของรัฐบาลเสียก่อน ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเสมอว่า หลังจากที่มีการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ และแถลงนโยบายรัฐบาล จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ และหลังจากนั้นอีก 4 เดือนก็จะมีการยุบสภาตามที่ได้ลงนาม MOA กับพรรคประชาชน

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ได้รับการเสนอชื่อจากนายกรัฐมนตรีให้มาดูแลกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวภูเก็ตกำลังให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด หากเขาได้รับโอกาสในการทำงานอย่างเต็มที่ เขาจะหารือกับระดับจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด โดยหากได้รายละเอียดแล้ว เขาจะลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับที่ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตมีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และร่วมกันทำให้ภูเก็ตเป็นไข่มุกของโลก

ภูมิใจไทยเปิดตัว “พลอยทะเล” ว่าที่ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต

เมื่อถามถึงว่าจะมีว่าที่ผู้สมัคร สส.จากภาคใต้มาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยได้มอบหมายให้เขาดูแล 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เชิญเพื่อนๆ ที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมมือกัน ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกจากจังหวัดสงขลามาร่วมงานเรียบร้อยแล้ว และในจังหวัดฝั่งอันดามันวันนี้ก็มีจังหวัดภูเก็ตมาแล้ว 1 จังหวัด

สำหรับจังหวัดตรัง นายพิพัฒน์ได้ฟังนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต สส. ที่ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์ว่า จะมีการหารือกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งเขาก็มีโอกาสได้ไปหารือ โดยอย่างน้อยที่สุดเขต 1 และเขต 2 ขณะนี้ได้ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเฉพาะเขต 3 และเขต 4 ซึ่งต้องรอดูอีกครั้งว่านายสมชายจะตัดสินใจอย่างไรหลังได้ไปหารือกับนายเฉลิมชัย และเขาจะมีการแถลงข่าวอีกครั้ง ขณะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เขาได้หารือกับหลากหลายกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มไม่ได้เป็นกลุ่มก้อนเหมือนกับจังหวัดภูเก็ต

ทางด้าน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คาดว่าในเร็วๆ นี้หากแถลงนโยบายรัฐบาลเสร็จสิ้น จะเห็นภาพว่าจะมีใครมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยบ้าง โดยตอนนี้มี สส.จากนราธิวาส 1 ท่าน และมีผู้สมัครเกือบทุกเขตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นมั่นใจว่าในพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัดจะมีข้อสรุปทั้งหมด

ตั้งเป้า สส. 30 ที่นั่ง ภูมิใจไทยเปิดตัว “พลอยทะเล”

เมื่อถามถึงกรณีเคยมีกระแสข่าวว่าตั้งเป้าพื้นที่ภาคใต้ 30 เก้าอี้ นายพิพัฒน์ตอบว่า ก็ยังยืนยันเช่นเดิม ถ้าหากว่ามีผู้ที่มีความคิดเห็นทางการเมือง หรือเพื่อนๆ ที่ขณะนี้อาจเป็นสมาชิกจากพรรคอื่นจะมาร่วมกันพัฒนาและเดินทิศทางเดียวกับพรรค เพราะภาคใต้ของเราขาดโอกาสในการพัฒนา ภาคใต้เป็นภาคหลังสุดที่จะได้ถนน 4 เลน ซึ่งขณะนี้ถนนสายหลักก็ยังมีถนน 4 เลนไม่ครบ

ผู้สื่อข่าวถามต่อ การเดินหน้าทาบทามผู้สมัครจะเป็นการขัด MOA กับพรรคประชาชนหรือไม่ เพราะดูเหมือนเป็นการเติมเสียง นายพิพัฒน์ยืนยันว่า “ไม่ได้ขัด MOA เพราะการเดินหน้าทาบทามผู้สมัครเพื่อเตรียมการเลือกตั้งหลังยุบสภา หากไปเตรียมการหลังยุบสภาเกรงว่าจะไม่ทัน และเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองขณะนี้ก็กำลังเตรียมการเลือกตั้งเช่นกัน ขอยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยจะปฏิบัติตาม MOA อย่างแน่นอน และให้สมาชิกพรรคประชาชนสบายใจ”

การเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่จะมาถึงนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการขยายฐานเสียงในพื้นที่ภาคใต้ และการผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาการจราจรในจังหวัดภูเก็ต และส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เติบโตยิ่งขึ้น การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต อย่าง “พลอยทะเล-ษณกร-วิวัฒน์” เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และต้องติดตามกันต่อไปว่าพรรคภูมิใจไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่

ที่มา – ภูมิใจไทยเปิดตัว “พลอยทะเล-ษณกร-วิวัฒน์” ว่าที่ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต ยันไม่ขัด MOA

พิพัฒน์ยัน! ไม่มีมวยล้มคดีเขากระโดง

“พิพัฒน์” ยืนยันหลังรับตำแหน่ง จะจับมือกับ “มท.1” เร่งสะสางคดีเขากระโดงให้กระจ่าง ยันไม่มีมวยล้มต้มคนดู

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า หลังจากเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการจะเร่งหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดงให้เกิดความกระจ่างแก่ประชาชนทั้งประเทศ

นายพิพัฒน์ระบุว่า ยิ่งพรรคภูมิใจไทยเข้ามารับผิดชอบทั้ง 2 กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ก็ยิ่งต้องเร่งพิสูจน์ให้สังคมหายคาใจ โดยจะเริ่มจากการหารือกับการรถไฟแห่งประเทศไทยและกรมที่ดินเพื่อหาแนวทางที่ชัดเจนที่สุด หากสามารถฟ้องร้องเป็นรายแปลงได้ก็จะดำเนินการทันที เพื่อให้ที่ดินของชาติกลับคืนมา

อย่างไรก็ตาม นายพิพัฒน์ยอมรับว่าในระยะเวลา 4 เดือนของรัฐบาลชุดนี้ อาจไม่เพียงพอที่จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายให้เสร็จสิ้นทั้งหมดได้ แต่ยืนยันว่าจะเริ่มดำเนินการทันทีหลังเข้ารับตำแหน่ง พร้อมเน้นย้ำในตอนท้ายว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ “มวยล้มต้มคนดู” และจะทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อความสบายใจของคนไทย.

พิพัฒน์ยัน! ไม่มีมวยล้มคดีเขากระโดง

คดีเขากระโดงเป็นประเด็นที่ซับซ้อนและมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทำให้การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรมที่ดิน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่มีข้อมูลและอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับที่ดินในบริเวณดังกล่าว

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับคดีเขากระโดง

การที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมายืนยันว่าจะเร่งสะสางคดีเขากระโดงให้กระจ่าง ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้ที่ติดตามความคืบหน้าของคดีนี้มาโดยตลอด การที่พรรคภูมิใจไทยเข้ามารับผิดชอบทั้งกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคดีนี้ ทำให้มีความคาดหวังว่าการแก้ไขปัญหาจะมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

  • การหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: การเริ่มต้นด้วยการหารือกับ รฟท. และกรมที่ดิน จะเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมข้อมูลและทำความเข้าใจในรายละเอียดของคดีอย่างรอบด้าน
  • การฟ้องร้องเป็นรายแปลง: หากพบว่ามีการครอบครองที่ดินโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การฟ้องร้องเป็นรายแปลงจะเป็นแนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ เพื่อให้ที่ดินของชาติกลับคืนมา
  • ระยะเวลาในการดำเนินการ: แม้ว่าระยะเวลา 4 เดือนอาจไม่เพียงพอที่จะดำเนินการให้เสร็จสิ้น แต่การเริ่มต้นดำเนินการทันทีหลังเข้ารับตำแหน่ง จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหา

นอกจากนี้ การที่นายพิพัฒน์เน้นย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ “มวยล้มต้มคนดู” เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าการดำเนินการทุกอย่างจะเป็นไปตามกฎหมาย และจะไม่มีการช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

สิ่งที่ประชาชนคาดหวัง

ประชาชนคาดหวังว่าการแก้ไขคดีเขากระโดงจะเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ การเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง จะเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความเข้าใจและลดความเคลือบแคลงสงสัยที่อาจเกิดขึ้น

บทสรุป

การแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การที่รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับคดีนี้ และแสดงเจตนารมณ์ที่จะดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชน

ที่มา – “พิพัฒน์” ยันไม่มีมวยล้มคดีเขากระโดง เตรียมจับมือ มท.1 ทำให้กระจ่าง

โผ ครม.อนุทิน: ภูมิใจไทยชี้ เป็นไปตามข่าว

โผ ครม. อนุทิน ยังไม่นิ่ง แกนนำพรรคภูมิใจไทยบอก เป็นไปตามข่าว ขณะที่คนการเมืองยังแห่ส่งดอกไม้ แสดงความยินดีนายกฯ คนที่ 32

วันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย ตลอดช่วงบ่ายวันนี้ ยังมีการนำแจกันดอกไม้และช่อดอกไม้ส่งมาเพื่อแสดงความยินดี กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อาทิ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง ที่ส่งแจกันดอกไม้พร้อมการ์ดระบุข้อความขอแสดงความยินดี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 รวมถึงนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดี

ขณะที่นายอนุทิน ยังเก็บตัวเงียบ ไม่ได้เดินทางมาที่พรรคภูมิใจไทย โดยมีรายงานว่า จะกำลังจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้ลงตัว เพราะยังมีบางตำแหน่งที่จะต้องขยับ

ทั้งนี้เวลา 16:15 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ และนายทรงศักดิ์ ทองศรี 2 แกนนำของพรรคภูมิใจไทยได้เดินทางออกจากพรรค ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ขณะนี้รายชื่อคณะรัฐมนตรียังไม่นิ่งใช่หรือไม่ ซึ่งนายทรงศักดิ์ ระบุเพียงว่า ก็เป็นไปตามข่าว ส่วนนายพิพัฒน์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ ก่อนจะขึ้นรถกลับออกไป

โผ ครม. อนุทิน: ความเคลื่อนไหวล่าสุด

สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ยังคงมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น แม้ว่าจะมีกระแสข่าวและการคาดการณ์ต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ความชัดเจนสุดท้ายยังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้มีอำนาจตัดสินใจ

พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลที่สำคัญ กำลังได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลใหม่ การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจึงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างมาก

แกนนำภูมิใจไทยกล่าวถึง โผ ครม. อนุทิน อย่างไร?

ล่าสุด แกนนำของพรรคภูมิใจไทยได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าของการจัดทำโผ ครม. อนุทิน โดยระบุว่า ข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏในข่าวเป็นไปตามนั้น ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในโผ ครม. อนุทิน

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังคงเก็บตัวเงียบและไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้เกิดความสงสัยและความไม่แน่นอนในแวดวงการเมืองมากยิ่งขึ้น

การที่นายอนุทินยังคงเก็บตัวเงียบ อาจเป็นเพราะกำลังพิจารณาและจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรืออาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาต่อรองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ ความชัดเจนในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี และการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงทิศทางและนโยบายของรัฐบาลในอนาคตอันใกล้นี้

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์และสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตประจำวันของเราได้

ถึงแม้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลและโผ ครม. อนุทิน จะเป็นเรื่องของการเมือง แต่ก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ดังนั้น เราในฐานะประชาชนคนไทย ควรให้ความสนใจและติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เข้าใจถึงทิศทางและอนาคตของประเทศ

ที่มา – แกนนำภูมิใจไทย ชี้ โผ ครม. อนุทิน เป็นไปตามข่าว นายกฯ ยังเก็บตัวเงียบเร่งจัดสรรให้ลงตัว

Scroll to top