ยะลา

บขส.หยุดวิ่ง! **น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต** 6 เส้นทาง

สถานการณ์น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต! วันนี้ (25 พ.ย.2568) เวลา 11.00 น. บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จ.สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และสตูลยังคงมีระดับน้ำท่วมสูง เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ส่งผลกระทบต่อการเดินรถในพื้นที่ภาคใต้ รถโดยสารไม่สามารถนำส่งผู้โดยสารที่ปลายทางได้ จำนวน 6 เส้นทาง

น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต

เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต บขส.จึงจำเป็นต้องประกาศหยุดเดินรถโดยสารชั่วคราวใน 6 เส้นทางที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและทรัพย์สิน ดังนี้

  • สายที่ 984 กรุงเทพฯ – ตรัง – สตูล
  • สายที่ 987 กรุงเทพฯ – ยะลา
  • สายที่ 988 กรุงเทพฯ – สตูล
  • สายที่ 992 กรุงเทพฯ – หาดใหญ่
  • สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – ปัตตานี
  • สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – สุไหงโกลก

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ในภาคใต้ยังคงเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมสูง การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

ผลกระทบต่อผู้โดยสารและการขอคืนตั๋ว

สำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดเดินรถในเส้นทางดังกล่าว บขส. ได้อำนวยความสะดวกให้สามารถติดต่อขอคืนตั๋วโดยสารได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ทั่วประเทศ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือตรวจสอบสถานะการเดินรถได้ที่ Call Center 1490 ตลอด 24 ชั่วโมง

บขส. ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอให้ผู้โดยสารติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย และเส้นทางกลับสู่สภาวะปกติ บขส. จะเร่งดำเนินการเปิดให้บริการเดินรถโดยสารโดยเร็วที่สุด

ทาง บขส. จะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการกลับมาให้บริการโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต ส่งผลกระทบต่อการเดินทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้ทุกท่านวางแผนการเดินทางและตรวจสอบข้อมูลก่อนออกเดินทางเสมอ เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

สำหรับใครที่จำเป็นต้องเดินทางในช่วงนี้ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางกับ บขส. โดยตรง หรือติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ที่มา – น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต! บขส. หยุดเดินรถโดยสารในพื้นที่ภาคใต้ 6 เส้นทางชั่วคราว

“รมว.นฤมล” ลุยยะลา! ฟังปัญหาครู ดันงบอาหารกลางวัน

“รมว.นฤมล” ลุย จ.ยะลา รับฟังปัญหาครู ดันงบอาหารกลางวัน เพิ่มอัตราธุรการ ลดภาระครู เดินหน้าปรับระบบบริหารบุคลากรและงบประมาณการศึกษาให้เท่าเทียมทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยได้ยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก่อนมอบทุนการศึกษาให้กับทายาทผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และทุนอุดหนุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้า ปีงบประมาณ 2568 รวมจำนวน 9 ทุน

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า กระทรวงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านบุคลากรและระบบบริหารงานของครูมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องความปลอดภัยในอาชีพ ภาระงานด้านเอกสาร และงานบริหารการเงินบัญชีของโรงเรียน โดยบอร์ด ก.ค.ศ. ก็ได้พิจารณานำอัตราครูเกินเกณฑ์ของ สพฐ. มาเป็นอัตราบุคลากรทางการศึกษา (38ค.) รอบแรกจำนวน 600 อัตรา และรอบที่สอง จำนวน 1,706 อัตรา เพื่อให้ สพฐ. จัดสรรอัตรากำลังเหล่านี้ไปยังโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อลดภาระและเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงานของครู

นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงระบบวิทยฐานะของครู โดยเปิดทางเลือกใหม่ในการประเมินผลงานที่นอกจากงานวิจัย ยังสามารถใช้ผลงานนวัตกรรมเชิงการเรียนการสอน เครื่องมือการศึกษา หรือรางวัลระดับชาติที่ได้รับการยอมรับ เพื่อให้ครูและสถานศึกษาสามารถยื่นขอวิทยฐานะได้หลากหลายและเหมาะสมกับความถนัด

“ในเรื่องของการศึกษาเอกชนได้ผลักดันในหลาย ๆ เรื่องมีความก้าวหน้าไปมาก โดยเฉพาะเรื่องดันงบอาหารกลางวัน เมื่อเร็วๆ นี้ ทางบอร์ด กช.ได้เห็นชอบแนวทางการอุดหนุนเป็นค่าอาหารกลางวันของนักเรียนในโรงเรียนเอกชน งบประมาณทั้งสิ้น 6,244 ล้านบาทเศษ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายนักเรียนโรงเรียนเอกชน จำนวน 1,406,329 คน ใน 3,213 โรงเรียน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกคือนักเรียนโรงเรียนเอกชนที่รับเงินอุดหนุนรายบุคคลในระดับก่อนประถมศึกษา – ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ทุกคน และกลุ่มที่ 2 นักเรียนโรงเรียนเอกชนการกุศลระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 เพื่อสร้างความเท่าเทียมด้านภาวะโภชนาการแก่เด็กไทย เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจาก ครม.ต่อไป รวมทั้งการปรับปรุงพระราชบัญญัติการศึกษาเอกชนฉบับใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจุบันมากขึ้น ก็อยู่ระหว่างเสนอ ครม.เช่นกัน” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ศ.ดร.นฤมล กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนได้มอบเลขาธิการ กช. รับข้อเสนอในวันนี้ ทั้งเรื่องของหลักสูตรอิสลามศึกษา การขยายเพดานค่ารักษาพยาบาล (จากเดิมเบิกได้ 150,000 บาท) ตลอดจนการอุดหนุนอาหารเช้าหรือกลางวันแก่นักเรียนตาดีกา ที่จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง เพื่อรับเรื่องไปดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎ ระเบียบและขั้นตอนของทางราชการต่อไป

รวมทั้งประเด็นค่าน้ำค่าไฟของโรงเรียน ทั้งสังกัดอาชีวศึกษาและ สพฐ. ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบจัดสรรงบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย พร้อมกล่าวย้ำถึงความตั้งใจในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ว่า ต้องการรับฟังปัญหาอย่างตรงไปตรงมาและร่วมวางแผนปรับโครงสร้างอัตรากำลังและวิธีการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงให้สอดคล้องกับสภาพจริงในพื้นที่ด้วยตัวเอง

“รมว.นฤมล” ลุย จ.ยะลา รับฟังปัญหาครู ดันงบอาหารกลางวัน

ทำไมการดันงบอาหารกลางวันถึงสำคัญ?

การที่ รมว.นฤมล ลงพื้นที่ จ.ยะลา และให้ความสำคัญกับการดันงบอาหารกลางวัน แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของนักเรียน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อาจมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร การมีอาหารกลางวันที่เพียงพอและมีคุณภาพ จะช่วยให้นักเรียนมีสุขภาพแข็งแรง พร้อมที่จะเรียนรู้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองอีกด้วย

สิ่งที่น่าสนใจคือการปรับปรุงระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพจริงในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงการพิจารณาเรื่องหลักสูตรอิสลามศึกษา และการอุดหนุนอาหารเช้าหรือกลางวันแก่นักเรียนตาดีกา สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน และสร้างระบบการศึกษาที่ครอบคลุมและเป็นธรรม

โดยรวมแล้ว การลงพื้นที่ของ รมว.นฤมล ในครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ดีของการให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการศึกษาในระดับพื้นที่ และการดันงบอาหารกลางวันเป็นเพียงหนึ่งในหลายมาตรการที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนและครูต่อไปในอนาคต

ที่มา – “รมว.นฤมล” ลุย จ.ยะลา รับฟังปัญหาครู ดันงบอาหารกลางวัน เพิ่มอัตราธุรการ ลดภาระครู

สลด! คนร้ายยิง 15 นัด สมาชิก อบต.กรงปินัง ดับ

เกิดเหตุสลด คนร้ายกระหน่ำยิง 15 นัด สมาชิก อบต.กรงปินัง เสียชีวิตคาบ้านพัก เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวน คาดปมขัดแย้งส่วนตัว แต่ไม่ตัดประเด็นสถานการณ์ความไม่สงบ

จากเหตุการณ์อุกอาจ คนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนสงครามกระหน่ำยิง นายอิสมาแอ กาแจ อายุ 61 ปี สมาชิก อบต.กรงปินัง (อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน) ขณะเดินทางกลับจากร่วมงานเมาลิดในหมู่บ้าน จอดรถยนต์เตรียมเข้าบ้านพักของตนเอง ในพื้นที่หมู่ที่ 8 บ้านลือมุ อ.กรงปินัง จ.ยะลา เป็นเหตุให้เสียชีวิตทันที เมื่อเวลา 21.22 น. ของวันที่ 22 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา

ในช่วงเช้าวันนี้ 23 ก.ย. 68 พ.ต.อ.ต่อพันธุ์ ปุสันเทียะ ผกก.สภ.กรงปินัง พร้อมด้วยนายวสันต์ บรรจงช่วย ปลัดอำเภอกรงปินัง ผู้ดูแลประจำตำบลลิมุด เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจ นปพ.ยะลา 13 เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งได้ปิดกั้นพื้นที่ เพื่อไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นสมาชิก อบต.กรงปินัง อยู่ในพื้นที่ หมู่ 8 บ้านลือมุ ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ห่างจากถนนเส้นทางหลวง สาย 410 ยะลา-เบตง ประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่พบกองเลือดอยู่ใกล้รถยนต์กระบะของผู้ตาย แต่ไม่พบปลอกกระสุนแต่อย่างใด โดยทางเจ้าหน้าที่เร่งเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมดโดยละเอียด พร้อมทั้งสอบพยานแวดล้อม เพื่อตรวจสอบหลักนิติวิทยาศาสตร์ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตั้งปมการก่อเหตุในครั้งนี้ไว้หลายประเด็น ทั้งปมขัดแย้งส่วนตัว แต่ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

นายอาดือนัน ฮามิดง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง ได้ให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ลอบยิงที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.22 น. ตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 15 นัด จึงได้โทรศัพท์สอบถามผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่เข้าเวรในคืนนั้น เมื่อผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพยายามโทรศัพท์หาผู้ตาย ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ้านลือมุ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ด้วยกัน แต่ก็ไม่มีผู้รับสาย จากนั้นไม่นาน ภรรยาของผู้ตายได้โทรศัพท์มาหาตน พร้อมแจ้งข่าวร้ายว่าสามีถูกยิง ตนจึงรีบประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและโทรแจ้งนายอำเภอเพื่อดำเนินการทันที เมื่อเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้ว และในเวลาต่อมา นายอำเภอพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบร่องรอยกระสุนในตัวผู้ตาย พบ 12 นัด เข้าบริเวณหน้าอกและลำตัว โดยแขนซ้าย 2 นัด และใบหน้าอีก 1 นัด

นอกจากนี้ นายอาดือนัน ยังกล่าวถึงผู้เสียชีวิตว่าเป็นคนอัธยาศัยดี ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใครในหมู่บ้าน และมักจะให้ความช่วยเหลือชุมชนอยู่เสมอ ผู้เสียชีวิตเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมานานกว่า 15 ปี ก่อนที่จะได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก อบต.กรงปินัง ซึ่งในคืนเกิดเหตุ ผู้ตายเพิ่งเดินทางกลับจากงานเมาลิดที่จัดขึ้นโดย อบต. ที่มัสยิด และยังได้เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันกีฬาต้านภัยยาเสพติดของเยาวชนในตำบลเมื่อไม่นานมานี้ด้วย ส่วนศพของผู้ตายจะมีการประกอบพิธีละหมาดในพื้นที่มัสยิดบ้านลิมุด พร้อมทั้งการประกอบพิธีฝังตามหลักศาสนาต่อไป

สลด! คนร้ายยิง 15 นัด สมาชิก อบต.กรงปินัง ดับ

เจ้าหน้าที่เร่งคลี่คลายคดี สมาชิก อบต.กรงปินัง ถูกยิงเสียชีวิต

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก เพราะผู้เสียชีวิตเป็นที่รักใคร่ของคนในหมู่บ้าน และเป็นผู้ที่ actively ทำงานเพื่อส่วนรวมมาโดยตลอด การสูญเสียสมาชิก อบต.กรงปินัง ท่านนี้ ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของชุมชน

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็วที่สุด และขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ หากมีข้อมูลเบาะแสใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ สามารถแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที

การเสียชีวิตของสมาชิก อบต.กรงปินัง เป็นเรื่องที่น่าเศร้า และแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงที่ยังคงมีอยู่ในสังคม เราหวังว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้น และผู้กระทำผิดจะถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย

ที่มา – แค้นหนัก คนร้ายกระหน่ำยิง 15 นัด สมาชิก อบต.กรงปินัง ดับหน้าบ้าน

รวบแล้ว! **นัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง**

เรื่องราวสุดระทึกเกิดขึ้นที่ด่านพรมแดนเบตง เมื่อเจ้าหน้าที่ ตชด. และ อส. ร่วมกันจับกุมหนุ่มวัย 23 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 9 เม็ด หลังสืบทราบว่ามีการนัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง งานนี้คนขายไหวตัวทัน ชิ่งหนีไปได้หวุดหวิด

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 บริเวณหน้าจุดบริการนักท่องเที่ยว ด่านพรมแดนเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ร.ต.ท.ประดิษฐ์ คงสนิด หัวหน้าชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4405 พร้อมกำลังพลจาก ตชด.445, อส.อำเภอเบตง, ชุดประสานงานชายแดน, ทหารกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 1, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเบตง และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเบตง ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าออกด่านพรมแดนเบตง

ขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นนายซึคกรี อายุ 23 ปี ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าป้อม จากนั้นก็มีชายอีกคนเดินเข้ามาหา นายซึคกรีได้ยื่นเงินให้ชายคนดังกล่าว เมื่อรับเงินแล้วชายคนนั้นก็เดินไปยังลานจอดรถอีกฝั่ง ด้วยความสงสัย เจ้าหน้าที่จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกวิดีโอไว้ ต่อมาชายคนดังกล่าวได้เดินกลับมาพร้อมกับยาบ้า แล้วนำยาบ้ามาใส่ไว้ในตะกร้ารถจักรยานยนต์ของนายซึคกรี

เมื่อเห็นดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงรีบวิ่งออกไปจับกุมนายซึคกรีได้พร้อมของกลาง แต่ชายคนที่นำยาบ้ามาส่งนั้นสามารถวิ่งหลบหนีไปได้

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายซึคกรีให้การรับสารภาพว่า ตนมานัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง จากชายคนที่หลบหนีไป โดยได้จ่ายเงินไป 400 บาท แลกกับยาบ้าจำนวนดังกล่าว นายซึคกรีอ้างว่า เพิ่งเคยซื้อขายยาบ้าบริเวณนี้เป็นครั้งแรก ปกติจะรับส่งยากันภายในหมู่บ้าน แต่เนื่องจากวันนี้ชายคนดังกล่าวขี่รถมาส่งผู้โดยสาร จึงต้องมาซื้อขายยาบ้ากันที่บริเวณด่านพรมแดน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายซึคกรี จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เบตง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งเร่งติดตามตัวชายที่หลบหนีมาดำเนินคดีโดยเร็ว

นัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเหล่านี้แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ

บทสรุปเหตุการณ์นัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่คอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อยและป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด ความร่วมมือของประชาชนในการแจ้งเบาะแส ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การนัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่คิดจะกระทำความผิด ขอให้ตระหนักถึงโทษของการกระทำ และหันหลังให้กับยาเสพติด เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน

การแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชน และส่งเสริมให้ผู้ที่ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษา เพื่อคืนคนดีสู่สังคม

ที่มา – นัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง จนท.ตาไว รีบตะครุบตัว

Scroll to top