ยื่นฟ้อง

“บิ๊กโจ๊ก” ยื่นฟ้อง “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” หมิ่นประมาท

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกคน วันนี้เรามีข่าวเด็ดในวงการตำรวจที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตเลยทีเดียว นั่นคือเรื่อง “บิ๊กโจ๊ก” ยื่นฟ้อง “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” หมิ่นประมาท จากการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์ถึง 3 ครั้ง! เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือที่เรารู้จักกันในนาม “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความคนสนิท เดินทางไปยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรองผู้บังคับการสืบสวน ภ.4 ซึ่งเคยเป็นลูกน้องคนสนิทของท่านมาก่อน ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

“บิ๊กโจ๊ก” ยื่นฟ้อง “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” หมิ่นประมาท

ทำไมถึงต้องฟ้องกันเองล่ะ? จากที่ทนายสัญญาภัชระเล่าให้ฟัง ท่านบิ๊กโจ๊กได้พิจารณาถ้อยคำที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์อย่างละเอียดแล้ว พบว่ามีคำพูดที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทชัดเจน ทำให้ชื่อเสียงของท่านได้รับความเสียหาย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องนำข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ไปให้ศาลตัดสินว่าใครถูกใครผิด เพื่อพิสูจน์ศักดิ์ศรีของตัวเองนั่นเองครับ

บิ๊กโจ๊ก ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ภาคภูมิ หมิ่นประมาท

รายละเอียดคดี “บิ๊กโจ๊ก” ยื่นฟ้อง “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” หมิ่นประมาท

ศาลอาญากรุงเทพใต้รับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.107/2569 แล้วนะครับ และนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ซึ่งเป็นก้าวแรกสำคัญในการดำเนินคดีนี้ ต้องบอกว่าคำให้สัมภาษณ์ทั้ง 3 ครั้งนั้น ถูกมองว่าเป็นการโฆษณาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 ที่มีโทษหนักกว่าปกติ เพราะเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะ

ย้อนความหลังหน่อยนะครับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล คือตำนาน “บิ๊กโจ๊ก” ที่เคยปราบปรามมาเฟีย เรียกขาน 191 และทำงานหนักเพื่อประชาชนมาตลอด ส่วน พ.ต.อ.ภาคภูมิ ก็เคยเป็นลูกน้องใกล้ชิดในภารกิจต่างๆ แต่ดูเหมือนจะมีจุดแตกหักอะไรสักอย่าง จนกลายเป็นศัตรูทางการเมืองในวงการตำรวจ เรื่องแบบนี้ในวงการราชการไทย มักจะมีดราม่าหนักๆ เสมอ

  • สาเหตุหลัก: คำสัมภาษณ์สื่อออนไลน์ 3 ครั้ง ที่กล่าวหาบิ๊กโจ๊กในทางที่ทำให้เสื่อมเสีย
  • ผู้ยื่นฟ้อง: พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ผ่านทนายสัญญาภัชระ
  • ศาล: อาญากรุงเทพใต้ คดี อ.107/2569
  • นัดไต่สวน: 16 มี.ค. 2569
  • สถานะ: กำลังเตรียมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ทนายยังเผยว่ากำลังดูรายชื่อคนอื่นๆ ที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทผ่านสื่ออีกด้วย เรียกได้ว่า บิ๊กโจ๊กไม่ยอมให้ใครมาพูดลอยๆ ได้ง่ายๆ เลยครับ ในยุคที่โซเชียลมีเดียแพร่หลายแบบนี้ การหมิ่นประมาทออนไลน์กลายเป็นปัญหาใหญ่ โทษปรับ 5 หมื่น หรือจำคุก 1 ปี แถมต้องชดใช้ค่าเสียหายอีก

มาดูกันว่าคดีนี้จะจบยังไง บางคนมองว่าเป็นการชำระแค้นเก่า บางคนก็เห็นว่าเป็นการปกป้องสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะยังไง ศาลจะเป็นผู้ตัดสินสุดท้าย เราควรรอฟังคำพิพากษากันต่อไป คุณคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ล่ะ? จากประสบการณ์ของผม การฟ้องหมิ่นประมาทเป็นเครื่องมือที่ดีในการต่อสู้กับข่าวลือปลอมๆ ในโลกออนไลน์

สุดท้ายนี้ อย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวสารจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวในคดีร้อนๆ แบบนี้ แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ ถ้าคุณเคยเจอปัญหาหมิ่นประมาทแบบนี้ บอกเล่าในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – “บิ๊กโจ๊ก” มอบหมายทนายยื่นฟ้อง “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” หมิ่นประมาท ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ

ศาลยกฟ้องคดีควบรวมทรู-ดีแทค

ในวันนี้ เราจะมาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการโทรคมนาคมไทย ที่หลายคนจับตามองกันอย่างใกล้ชิด นั่นคือกรณี ศาลยกฟ้องคดีควบรวมทรู-ดีแทค ซึ่งเป็นผลจากการยื่นฟ้องของสภาองค์กรผู้บริโภคต่อมติของ กสทช. เรื่องการอนุมัติให้บริษัททรูและดีแทคควบรวมกิจการกัน คดีนี้สะท้อนถึงความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับการแข่งขันที่อาจไม่เป็นธรรมและการผูกขาดในตลาดโทรคมนาคม

ศาลยกฟ้องคดีควบรวมทรู-ดีแทค: รายละเอียดคำพิพากษา

ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่สภาองค์กรผู้บริโภคยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนมติของ กสทช. ในการเห็นชอบการรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค โดยศาลเห็นว่ามติดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่คำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่ผู้ฟ้องร้องอ้าง

เหตุผลหลักที่ศาลให้ไว้คือ ประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2549 ไม่ได้กำหนดให้ กสทช. ต้องรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก่อนออกมติในกรณีนี้ นอกจากนี้ มติที่ออกมามีผลเฉพาะต่อทรูและดีแทค ไม่ใช่ระเบียบทั่วไปที่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย

ผลกระทบจากการควบรวมทรู-ดีแทค

การควบรวมนี้ถือเป็นดีลใหญ่ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย โดยศาลชี้แจงว่าการรวมธุรกิจครั้งนี้เกิดจากผู้มีอำนาจควบคุมของผู้รับใบอนุญาตกับผู้รับใบอนุญาตรายอื่น สร้างนิติบุคคลใหม่ ซึ่งแตกต่างจากการถือครองธุรกิจในบริการประเภทเดียวกันที่ต้องขออนุญาต กสทช. ยังกำหนดเงื่อนไขและมาตรการเยียวยาเฉพาะเพื่อให้ทั้งสองบริษัทปฏิบัติตาม จึงถือว่าถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการ กสทช. และประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร สภาผู้บริโภค แสดงความเสียใจต่อคำพิพากษานี้ เธอยอมรับความพ่ายแพ้ในชั้นศาลชั้นนี้ แต่ยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด นอกจากนี้ ยังวางแผนเดินสายพบนักการเมืองเพื่อผลักดันการแก้ไขกฎหมาย กสทช. ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ป้องกันการผูกขาดในอนาคต

สุภิญญา กล่าวว่า หลังจาก ศาลยกฟ้องคดีควบรวมทรู-ดีแทค แล้ว สังคมไทยและผู้บริโภคต้องหันไปพึ่งฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะในช่วงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง เธอตั้งใจจะเสนอนโยบายให้พรรคการเมืองรับรอง MOU หรือ MOA เกี่ยวกับการแข่งขันที่เป็นธรรม ราคาที่สมเหตุสมผล และคุณภาพบริการที่ดีขึ้น เพราะปัจจุบันตลาดเหลือผู้ให้บริการรายใหญ่เพียง 2 ราย ทำให้ราคาสูงและคุณภาพสัญญาณมีปัญหา

  • ปัญหาการแข่งขัน: การควบรวมอาจนำไปสู่การผูกขาด ส่งผลให้ผู้บริโภคจ่ายแพงขึ้น
  • บทบาท กสทช.: แม้มีอำนาจกำกับ แต่การปฏิบัติจริงยังไม่กระตือรือร้น
  • ทางออก: แก้ไขโครงสร้าง กสทช. และประกาศใหม่เพื่อปกป้องผู้บริโภค

จากมุมมองของผู้บริโภค การตัดสินครั้งนี้สร้างความกังวล เพราะหากไม่มีการอุทธรณ์สำเร็จหรือแก้กฎหมาย ผู้บริโภคอาจเผชิญกับบริการที่แพงและคุณภาพต่ำยาวนาน ข้อมูลจากสภาผู้บริโภคระบุว่ามีการร้องเรียนเรื่องสัญญาณและราคาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การควบรวมยังกระทบต่อการจัดสรรคลื่นความถี่และโครงสร้างตลาด โดย กสทช. ต้องติดตามมาตรการเยียวยาให้เคร่งครัด เช่น การเปิดให้เกิดผู้เล่นรายใหม่หรือควบคุมราคา เพื่อรักษาการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคม ผมเห็นว่าคดีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปอุตสาหกรรม หากผู้บริโภคไม่ส่งเสียงดังพอ สิทธิประโยชน์อาจถูกมองข้าม คุณล่ะ คิดอย่างไรกับ ศาลยกฟ้องคดีควบรวมทรู-ดีแทค? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อปกป้องสิทธิของคุณในยุคดิจิทัลนี้

สุดท้ายนี้ การต่อสู้เพื่อผู้บริโภคยังไม่จบ หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการทรูหรือดีแทค ลองตรวจสอบสิทธิของคุณและสนับสนุนการรณรงค์เพื่อตลาดที่ยุติธรรม

ที่มา – ศาลฯ ยกฟ้องคดีที่สภาองค์กรผู้บริโภค ฟ้องขอให้เพิกถอนมติ กสทช. ควบรวม “ทรู-ดีแทค”

Scroll to top