ยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง

ดวงฤทธิ์ นำทีม กลุ่มคนทำงาน ปั่นจักรยานมาสมัคร สก.

ในบรรยากาศคึกคักของการรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นภาพที่น่าจดจำของ ดวงฤทธิ์ นำทีม กลุ่มคนทำงาน ปั่นจักรยานมาสมัคร สก. ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเข้าถึงพื้นที่และการทำงานเชิงรุกเพื่อพี่น้องชาวกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

ดวงฤทธิ์ นำทีม กลุ่มคนทำงาน ปั่นจักรยานมาสมัคร สก.

การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนทำงานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สีสันทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศแนวทางชัดเจนว่า ทีมนี้มุ่งเน้นการทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อแก้ไขข้อบัญญัติและกฎหมายที่ล้าหลังให้ตอบโจทย์เมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยดวงฤทธิ์ได้ย้ำถึงความเป็นอิสระของกลุ่มที่จะทำงานได้ทุกมิติอย่างไร้ข้อจำกัด

ก้าวสำคัญสู่การเมืองท้องถิ่นกับ ดวงฤทธิ์ นำทีม กลุ่มคนทำงาน ปั่นจักรยานมาสมัคร สก.

เมื่อถามถึงกระแสการสนับสนุนผู้ว่าฯ กทม. นายดวงฤทธิ์ได้ให้คำตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ โดยเน้นย้ำว่ากลุ่มจะพิจารณาจากนโยบายเป็นหัวใจหลัก หากนโยบายใดก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและสร้างความยั่งยืนให้กับกรุงเทพฯ ทีมก็พร้อมที่จะร่วมงานด้วยทันที นี่คือตัวอย่างของการเมืองเชิงสร้างสรรค์ที่เน้นเนื้อหามากกว่าตัวบุคคล

  • มุ่งแก้กฎหมายให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง
  • เน้นการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนผ่านกลไกนิติบัญญัติ
  • ความเป็นอิสระในการนำเสนอนโยบายเพื่อประโยชน์ของเขตพื้นที่
  • ไม่ยึดติดกับตัวเลขจำนวน สก. แต่เน้นเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน

สิ่งที่น่าสนใจคือการที่กลุ่มคนทำงานไม่ตั้งเป้าเพียงแค่จำนวนที่นั่ง แต่ตั้งเป้าในเชิงประสิทธิภาพและการแก้ปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง การปั่นจักรยานมาสมัครในครั้งนี้ยังเป็นการสะท้อนถึงการรณรงค์เรื่องการใช้พลังงานสะอาดและวิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่เมืองหลวงต้องการในการก้าวไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ท้ายที่สุด การทำงานการเมืองท้องถิ่นที่เริ่มจากการเข้าถึงปัญหาจริงและรับฟังความเห็นของคนทุกกลุ่ม จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้กรุงเทพฯ พัฒนาได้อย่างถาวร คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า กลุ่มคนทำงานภายใต้การนำของดวงฤทธิ์จะสามารถพิสูจน์ฝีมือผ่านนโยบายที่ประกาศไว้ได้มากน้อยเพียงใด แต่จุดเริ่มต้นที่ตั้งใจและมีความรับผิดชอบเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการเมือง กทม. อย่างยิ่ง

ที่มา – “ดวงฤทธิ์” นำทีม “กลุ่มคนทำงาน” ปั่นจักรยานมาสมัคร สก. กั๊กตอบหนุนใครเป็นผู้ว่าฯ

“ธรรมนัส” พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง ไม่มีดีลรัฐบาล

หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ออกมาแสดงความรู้สึก ธรรมนัส พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ 60 เสียง โดยการนับคะแนนที่แล้วเสร็จกว่า 95% ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจ แม้บางเขตจะพลาดไปนิดหน่อย แต่ภาพรวมประสบความสำเร็จตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคกล้าธรรมเน้นลงพื้นที่จริง จับประเด็นที่ประชาชนต้องการ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นฐานเสียงหลัก ทำให้ได้ที่นั่ง ส.ส. ในเขตใหม่ๆ เช่น แม่ฮ่องสอน ร้อยเอ็ด และสุพรรณบุรี แม้สุพรรณบุรีจะได้เพียง 1 ที่นั่งแทน 2 ที่ตามคาด แต่ก็ถือเป็นสัญญาณดีสำหรับอนาคต

ธรรมนัส พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง ตามเป้าที่ตั้งไว้

ธรรมนัส พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอย่างชัดเจนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 หลังผลนับคะแนนออกมา “เราตั้งเป้า 60 ที่นั่ง ได้ 57 ถือว่าดีมาก ใกล้เคียงเป้าหมาย” เขายอมรับว่าบางเขตคะแนนสูสี แพ้ไปนิด แต่โดยรวมดีใจที่มีเขตใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพ ทำให้พรรคมีฐานที่มั่นคงขึ้น

ยุทธศาสตร์หาเสียงที่ได้ผล

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากการทำงานหนัก ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรโดยตรง นำเสนอนโยบายที่แก้痛จุดจริงๆ ของชาวนาและเกษตรกรไทย ดังนี้

  • นโยบายน้ำ: จัดการน้ำให้เพียงพอ ลดปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม
  • ที่ดินทำกิน: แก้ปัญหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรเข้าถึงง่ายขึ้น
  • เกษตรกรรมยั่งยืน: สนับสนุนเทคโนโลยีใหม่ เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน

ยุทธศาสตร์เหล่านี้ทำให้พรรคกล้าธรรมโดดเด่น ท่ามกลางพรรคการเมืองอื่นๆ ที่แข่งขันกันดุเดือด

ยังไม่มีดีลตั้งรัฐบาล ต้องให้เกียรติพรรคแกนนำ

เมื่อถามถึงการจัดตั้งรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส เผยชัดว่า ยังไม่มีดีลตั้งรัฐบาล หลังเลือกตั้งเมื่อคืน เขาปิดโทรศัพท์พักผ่อนเลย ไม่ได้รับสายจากใคร “ทุกอย่างต้องให้เกียรติพรรคแกนนำ” เขากล่าว โดยไม่ยืนยันว่าจะเข้าร่วมกับพรรคใด ไม่ว่าจะภูมิใจไทย เพื่อไทย หรือกลุ่มอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม พรรคพร้อมเสมอ หากได้ร่วมงาน รัฐบาลชุดที่แล้วก็เคยร่วมกันมาแล้ว โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะช่วยสานต่อนโยบายเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ยังเร็วไป ทุกพรรคยังอยู่ในฐานะของตัวเอง

กรณีทุจริตเลือกตั้งที่พะเยา

นอกจากผลงานของพรรค ร.อ.ธรรมนัส ยังพูดถึงกรณีคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่พะเยา ขโมยหย่อนบัตรให้พรรคประชาชน ตำรวจสรุปแล้วว่าผิดอาญา และอาจไม่ใช่แค่เขตเดียว เขาได้ประสานผู้ว่าฯ ให้ตรวจสอบต่อ และให้ กกต. ดำเนินการตามกฎหมาย

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาการเลือกตั้งที่ยังมีช่องโหว่ ต้องเร่งแก้ไขเพื่อความโปร่งใส

โดยรวมแล้ว ผลการเลือกตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นศักยภาพของพรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะในประเด็นเกษตรที่เป็นจุดแข็งของ ร.อ.ธรรมนัส การเมืองไทยหลังจากนี้ก็น่าจะเข้มข้น กับการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังจะเริ่มต้น คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะได้ตำแหน่งอะไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัพเดทจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “ธรรมนัส” เผยยังไม่มีดีลตั้งรัฐบาล ทุกอย่างต้องให้เกียรติพรรคแกนนำ พอใจ กธ. คว้า 57 ที่นั่ง

“ไผ่ ลิกค์”เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ลุ้นผลเลือกตั้ง มั่นใจได้ สส. 50 ที่นั่ง

“ไผ่ ลิกค์”เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ลุ้นผลเลือกตั้ง มั่นใจได้ สส. 50 ที่นั่ง หลังจากปิดหีบเลือกตั้งไปแล้ว บรรยากาศที่ทำการพรรคกล้าธรรมคึกคักไปด้วยสื่อมวลชนและผู้สนับสนุนที่มารอผลแบบเรียลไทม์ นายไผ่ ลิกค์ ในฐานะเลขาธิการพรรคและผู้สมัคร ส.ส. กำแพงเพชร เขต 1 เดินทางเข้าที่ทำการพรรคในเวลา 17.18 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทันทีที่เห็นผลโพล เขาก็ยิ้มกว้างและประกาศกลางวงว่า “50 ที่นั่ง” ทำให้ทุกคนตื่นเต้น

“ไผ่ ลิกค์”เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ลุ้นผลเลือกตั้ง มั่นใจได้ สส. 50 ที่นั่ง

แม้ผลโพลบางแห่งจะคาดการณ์ว่าพรรคกล้าธรรมจะได้เพียง 30 ที่นั่ง แต่ “ไผ่ ลิกค์” ก็ยังมั่นใจสุดๆ โดยตอบผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า “มั่นใจ” ก่อนเดินขึ้นอาคารพรรคทันที บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยความหวัง เพราะพรรคนี้ถูกมองว่าเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล แม้จะไม่ใช่พรรคใหญ่ แต่ฐานเสียงที่กระจายทั่วประเทศทำให้มีน้ำหนัก

การเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส และแผนยุทธศาสตร์พรรค

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กำลังเดินทางมาถึงหลัง 18.00 น. เพื่อลุ้นผลร่วมกัน คาดว่าจะมีการแถลงท่าทีในช่วงค่ำ ตั้งแต่บ่าย 3 โมง สื่อมวลชน就开始รุมล้อมที่ทำการพรรคแล้ว เพราะทุกคนรู้ดีว่าผลเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคกล้าธรรมอาจพลิกเกมได้

ก่อนหน้านี้ พรรคมี ส.ส. 26 คนในรัฐบาลสมัยที่แล้ว คราวนี้ตั้งเป้าเพิ่ม โดยดึงอดีต ส.ส. จากหลายพรรคมาร่วม เช่น นางปวีณา หงษ์สกุล และนาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ โดยเฉพาะในภาคเหนือและกรุงเทพฯ ที่คาดว่าจะปักธงได้แน่น

  • ยุทธศาสตร์กระจายผู้สมัคร 350 เขตทั่วประเทศ
  • เป้าหมายหลัก จ.พะเยา 3 เขต, นราธิวาส, ยะลา, ปัตตานี
  • ตั้งเป้า 112 เขต คาดปักธงได้ 35% หรือราว 39 ที่นั่ง
  • หวังสานต่อนโยบายเกษตรในกระทรวงเกษตรฯ

การส่งผู้สมัครแบบนี้แสดงถึงวิสัยทัศน์ของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ต้องการขยายฐานเสียง ท้าชิงกับพรรคใหญ่ๆ พื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะพะเยาที่เป็นฐานบ้านเกิด ก็ถูกให้ความสำคัญสูงสุด หลังลงคะแนนเสร็จ ร.อ.ธรรมนัส เดินทางกลับกรุงเทพฯ เกาะจอรอผลพร้อมครอบครัวและสื่อ

“ไผ่ ลิกค์”เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ลุ้นผลเลือกตั้ง มั่นใจได้ สส. 50 ที่นั่ง ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับพรรค หลังจากโพลเรียลไทม์ยืนยันแนวโน้มดีเยี่ยม แม้บางโพลจะมองต่ำ แต่ทีมงานเชื่อมั่นในกลยุทธ์และฐานเสียงเก่า

นอกจากนี้ พรรคยังเน้นนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน เช่น การพัฒนาเกษตรกรรม สนับสนุนเกษตรกร และแก้ปัญหาในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้ผู้สมัครมีโอกาสสูง การเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยความเข้มข้น พรรคกล้าธรรมจึงไม่พลาดที่จะใช้ทุกโอกาสแสดงศักยภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศโดยรวมอบอุ่น ผู้สนับสนุนมั่นใจว่าจะได้เกินเป้า และพร้อมเจรจาจัดตั้งรัฐบาล หากได้ตามที่คาด สถานการณ์การเมืองไทยอาจเปลี่ยนแปลงไปอีกขั้น

ในมุมมองของเรา “ไผ่ ลิกค์”เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ลุ้นผลเลือกตั้ง มั่นใจได้ สส. 50 ที่นั่ง แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและศรัทธาของทีม หากเป็นจริง พรรคนี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะได้ตามเป้าหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – “ไผ่ ลิกค์”เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ลุ้นผลเลือกตั้ง มั่นใจได้ สส. 50 ที่นั่ง

ด่วน! พรรคเป็นธรรม ปลด “กัณวีร์” พ้นเลขาธิการพรรค

เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน “พรรคเป็นธรรม” เมื่อมีคำสั่งปลด “กัณวีร์” พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคอย่างกะทันหัน สาเหตุเนื่องมาจากการแอบอ้างมติพรรคสนับสนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ นอกจากนี้ “ปิติพงศ์” ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก่อนการประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 ธันวาคมนี้

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 17.30 น. เพจเฟซบุ๊กของพรรคเป็นธรรม (ปธ.) ได้โพสต์ข้อความสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในพรรค โดยระบุถึงสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหาปากท้องของประชาชนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข การบริหารประเทศที่ไม่ทันต่อเหตุการณ์ และการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

ทางพรรคเห็นว่าการเตรียมความพร้อมและวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อประชาชนเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น พรรคเป็นธรรม จึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างภายในให้มีความพร้อมและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของผู้นำและฝ่ายบริหาร เพื่อให้การตัดสินใจทางการเมืองเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เคารพข้อบังคับของพรรค มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยเหตุนี้ ทางพรรคฯ จึงขอแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 2 ประการ ได้แก่

  1. นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ ได้แสดงความจำนงในการลาออกจากตำแหน่ง “หัวหน้าพรรคเป็นธรรม”
  2. พรรคมีมติให้ปลด นายกัณวีร์ สืบแสง ออกจากตำแหน่ง “เลขาธิการพรรคเป็นธรรม” โดยให้มีผลทันที เนื่องจากการกระทำที่ขัดต่อข้อบังคับพรรค คือการแอบอ้างมติพรรคในการสนับสนุนการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมา โดยมิได้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรค ทั้งที่ข้อบังคับพรรคกำหนดให้ต้องได้รับมติจากคณะกรรมการบริหารพรรคในประเด็นการสนับสนุนบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

พรรคยืนยันว่าจะดำเนินการตามข้อบังคับและมติพรรคอย่างเคร่งครัด ภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งสำคัญ พรรคเป็นธรรม จะจัดการประชุมในวันที่ 21 ธันวาคม 2568 เพื่อคัดเลือกและแต่งตั้งผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีวิสัยทัศน์ เข้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และทีมบริหารชุดใหม่ เพื่อเป็นแกนนำในการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้ง และขับเคลื่อนอุดมการณ์ของพรรคต่อไป

ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา พรรคเป็นธรรม ยืนยันในความมุ่งมั่นและจุดยืนในการทำการเมืองใหม่อย่างสร้างสรรค์ โปร่งใส และยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

พรรคเป็นธรรม ปลด “กัณวีร์” พ้นเลขาธิการพรรค

ทำไมพรรคเป็นธรรมถึงปลดเลขาธิการพรรค?

สาเหตุหลักของการปลดนายกัณวีร์ สืบแสง ออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นธรรม เกิดจากการกระทำที่ขัดต่อข้อบังคับพรรค โดยเฉพาะการแอบอ้างมติพรรคในการสนับสนุนการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้ผ่านการพิจารณาและให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรคตามที่ข้อบังคับกำหนด การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดข้อบังคับและสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของพรรค

นอกจากนี้ สถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และใกล้การเลือกตั้ง ทำให้พรรคต้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ การปรับโครงสร้างภายในจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อให้การตัดสินใจทางการเมืองเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ พรรคเป็นธรรม ในการยึดมั่นในหลักการและความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และเป็นทางเลือกใหม่ในการเมืองไทย การเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าพรรคจะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนได้หรือไม่

ที่มา – “พรรคเป็นธรรม” ปลดฟ้าผ่า “กัณวีร์” พ้นเลขาธิการพรรค เหตุแอบอ้างมติพรรคหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

Scroll to top