รถชนคนตาย

สลดรับเลือกตั้ง หนุ่มก้มเก็บมือถือหล่นในรถ เสียหลักชนป้าหลานดับ 2 ศพ

เกิดเหตุการณ์สุดน่าเศร้าใจในวันเลือกตั้ง เมื่อ สลดรับเลือกตั้ง หนุ่มก้มเก็บมือถือหล่นในรถ เสียหลักชนป้าหลานดับ 2 ศพ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย เหตุการณ์นี้เตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในวันที่ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันอย่างคึกคัก

สลดรับเลือกตั้ง หนุ่มก้มเก็บมือถือหล่นในรถ เสียหลักชนป้าหลานดับ 2 ศพ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 ก.พ. 2569 ร.ต.อ.ณฐกฤษ พ่านเผือก รองสารวัตรสอบสวน สภ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนรถจักรยานยนต์ ที่ถนน 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท บริเวณหน้าโรงเรียนพยัคฆาราม (วัดเสือ) หมู่ 2 ต.ศรีประจันต์ เจ้าหน้าที่รีบรุดไปตรวจสอบพร้อมทีมกู้ชีพ รพ.ศรีประจันต์ และมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งฮอนด้าสีขาว ทะเบียนกรุงเทพฯ พลิกตะแคงพังยับเยิน ข้างๆ กันมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ทะเบียนอ่างทอง ล้มอยู่ริมทางเสียหายทั้งคัน ผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือ นายสังวาลย์ อายุ 49 ปี ผู้ขี่รถ และนางกาเหว้า อายุ 68 ปี ป้าที่นั่งซ้อนท้าย ทั้งคู่เป็นชาวต.ศรีประจันต์ เจ้าหน้าที่เร่งทำ CPR แต่ทั้งสองเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

สาเหตุจากมือถือหล่น ก้มเก็บเสียหลักชน

จากคำให้การของนายเลิศเกียรติ อายุ 47 ปี ผู้ขับรถเก๋ง เล่าว่า เขาขับมาจากอ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่ต.เขาพระ อ.เดิมบางนางบวช แต่พอถึงจุดเกิดเหตุ มือถือหล่นลงพื้นด้านซ้าย จังหวะก้มเก็บ รถจึงเสียหลักชนฟุตบาท ก่อนพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนายสังวาลย์ที่กำลังขี่กลับบ้านหลังไปทำผมร้านเสริมสวยเพื่อเตรียมตัวเลือกตั้ง

เหตุการณ์ สลดรับเลือกตั้ง หนุ่มก้มเก็บมือถือหล่นในรถ เสียหลักชนป้าหลานดับ 2 ศพ นี้ สะท้อนปัญหาการเสียสมาธิขณะขับขี่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนนไทย โดยเฉพาะในวันสำคัญอย่างวันเลือกตั้งที่รถติดและคนรีบร้อนมากขึ้น ป้าหลานคู่นี้กำลังจะไปใช้สิทธิ์ แต่กลับต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเสียดาย

บทเรียนจากอุบัติเหตุวันเลือกตั้ง

อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากปัจจัยง่ายๆ แต่ร้ายแรง คือการก้มเก็บของขณะขับรถ ซึ่งทำให้เสียการควบคุมเพียงเสี้ยววินาที ในปีที่ผ่านมา อุบัติเหตุจากมือถือขณะขับขี่คร่าชีวิตคนไทยนับพันราย สถิติจากกรมทางหลวงเผยว่า 80% ของอุบัติเหตุเกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงเช่นนี้

  • ห้ามใช้มือถือขณะขับ: จอดรถก่อนรับสายหรือหยิบของ
  • ตรวจสอบรถก่อนออก: วางของให้มั่นคง ไม่ให้หล่นง่าย
  • วันเลือกตั้งขับช้าๆ: รถเยอะ หลีกเลี่ยงเสี่ยง
  • สวมหมวกกันน็อกเสมอ: สำหรับผู้ขี่จักรยานยนต์

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น ถนนสาย 340 ที่คดเคี้ยวและรถหนาแน่นในวันเลือกตั้ง ทำให้เสี่ยงสูง หากทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจร โศกนาฏกรรมเช่นนี้จะลดลงได้

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การเลือกตั้งเป็นสิทธิ์ แต่ชีวิตสำคัญกว่า ขับขี่ปลอดภัยเพื่อตัวเองและผู้อื่น อย่าให้ความรีบร้อนมาทำลายวันสำคัญ ลองแชร์ประสบการณ์ขับรถวันเลือกตั้งของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อเตือนใจกันและกันนะครับ

ที่มา – สลดรับเลือกตั้ง หนุ่มก้มเก็บมือถือหล่นในรถ เสียหลักชนป้าหลานดับ 2 ศพ

ล่าเก๋งชนแล้วหนี! ผัวดับ เมียสาหัส

อุบัติเหตุสลด! รถกระบะเสียหลักข้ามเลนชนรถจักรยานยนต์สองสามีภรรยา บริเวณบุรีรัมย์ ทำให้ผู้เป็นสามีเสียชีวิตคาที่ ภรรยาอาการสาหัส คนขับกระบะอ้างถูก ล่าเก๋งชนแล้วหนี เสยท้ายจนเสียหลัก ขณะที่ลูกชายผู้ตายเผย พ่อพูดเป็นลางก่อนเกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2568 เวลา 17.30 น. ร.ต.อ.นิยม ท่วมไธสง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ บนถนน 4 เลน สาย 219 เส้นบุรีรัมย์ – สตึก ตรงข้ามบริษัทคอนกรีตแห่งหนึ่งใน ต.บ้านด่าน ฝั่งขาเข้าตัวเมืองบุรีรัมย์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ชีพโรงพยาบาลบ้านด่าน และกู้ชีพเทศบาลตำบลบ้านด่าน

ในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียน บุรีรัมย์ สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ลักษณะข้ามเกาะกลางถนนเข้าไปพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่แล่นสวนมา บริเวณท้ายรถกระบะพบศพนายทองสุข วงค์วัน อายุ 60 ปี และใกล้กันพบร่างนางสร้อย วงค์วัน อายุ 55 ปี ภรรยาของนายทองสุข ซึ่งทำงานเป็นแม่บ้านบริษัทคอนกรีต ใกล้กับที่เกิดเหตุ นอนหมดสติอยู่ข้างทาง เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำส่งโรงพยาบาลบ้านด่าน และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เนื่องจากมีอาการกระดูกหักหลายท่อน

ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน บุรีรัมย์ สภาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนอะไหล่รถจักรยานยนต์แตกหักกระเด็น กระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ

จากการสอบถามนายภานุวัฒน์ อายุ 53 ปี คนขับรถกระบะ เล่าว่า ตนเองกำลังขับรถไปดูงานรับเหมาในเขต อ.บ้านด่าน เมื่อมาถึงหน้าโรงงานคอนกรีต ได้มีรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถของตนก่อน จากนั้นรถกระบะก็เสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนไปชนสองสามีภรรยาที่ขับรถจักรยานยนต์มาดังกล่าว ส่วนรถเก๋งคู่กรณีได้ ล่าเก๋งชนแล้วหนี มุ่งหน้าไปทาง อ.บ้านด่าน

นายสุภรรษา นิลทอง อายุ 46 ปี คนงานบริษัทคอนกรีต ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นนายทองสุข ขับจักรยานยนต์มารับภรรยา ซึ่งทำงานเป็นแม่บ้านที่บริษัท ในช่วงนั้นเห็นกำลังจะยูเทิร์นกลับรถเพื่อที่จะกลับบ้าน จู่ๆ ตนเองเห็นรถกระบะพุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนสองสามีภรรยาจนร่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง

นายณัฐพงษ์ วงค์วัน อายุ 34 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงเย็นพ่อสั่งให้ตนเองต้มไก่เป็นอาหารเย็น และข้างบ้านมีงานศพ โดยพ่อได้บอกว่าถ้าหมดเวลาก็จะมีคนมาเอาไป ไม่คิดว่าพ่อจะพูดเป็นลาง

ล่าเก๋งชนแล้วหนี

ทางด้านคดี ตำรวจกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อตาม ล่าเก๋งชนแล้วหนี คันต้นเหตุ เพื่อนำตัวคนขับมาสอบสวนต่อไป

ความคืบหน้าคดีล่าเก๋งชนแล้วหนี

ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่ารถเก๋งคันดังกล่าวจะใช้หลบหนี เพื่อระบุตัวผู้กระทำผิดและนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังมีการสอบปากคำพยานเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนามากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือ นางสร้อย วงค์วัน ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ อาการยังคงสาหัส ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความประมาทของผู้ขับขี่ที่อาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ร้ายแรง การขับรถด้วยความระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก

ข้อควรจำ: หากท่านประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน สิ่งที่ควรทำคือตั้งสติ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเท่าที่ทำได้ การหลบหนีจากที่เกิดเหตุถือเป็นความผิดทางกฎหมาย

คำแนะนำ: เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน

ที่มา – ล่าเก๋งชนแล้วหนี เสยท้ายกระบะเสียหลักข้ามเลน ชนจยย. ผัวดับ เมียสาหัส

Scroll to top