ส่องภาษีรถใหม่ 2569: HEV, PHEV, Mild Hybrid ได้เฮ!
กรมสรรพสามิตเตรียมปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ในปี 2569 เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีอื่นๆ อย่าง PHEV (Plug-in Hybrid), HEV (Hybrid Electric Vehicle) และ Mild Hybrid โดยนโยบายนี้มีเป้าหมายที่จะสนับสนุนรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้จะส่งผลต่อภาษีรถใหม่ปี 2569 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะมีการปรับอัตราภาษีในหลายกลุ่มรถยนต์ เพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและลดการปล่อยมลพิษ
ส่องภาษีรถใหม่ 2569 เอื้อ HEV PHEV และ Mild Hybrid
ผลกระทบหลักที่ต้องจับตา:
- รถยนต์สันดาปภายใน (ICE): โดยเฉพาะรถหรูและรถสปอร์ตที่มีขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 3,000 ซีซี จะมีอัตราภาษีที่สูงขึ้น ทำให้ราคาขายปลีกอาจเพิ่มขึ้นถึง 2-3 ล้านบาท
- รถยนต์ไฟฟ้า (EV): กลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยภาษีจะลดลงจาก 8% เหลือเพียง 2% สำหรับรถยนต์ทั่วไป และรถกระบะ EV จะเสียภาษี 0% ในช่วงแรก ก่อนจะปรับขึ้นเป็น 2% ในปี 2569
- รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV): การคำนวณภาษีจะแยกออกจากรถไฮบริดธรรมดา (HEV) โดยใช้ “ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าต่อการชาร์จ” เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา
อัตราภาษีสำหรับ PHEV:
- วิ่งด้วยไฟฟ้า ≥ 80 กม./ชาร์จ: ภาษี 5%
- วิ่งด้วยไฟฟ้า < 80 กม./ชาร์จ: ภาษี 10%
ข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับ PHEV:
- ต้องติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) อย่างน้อย 2 ระบบ
- ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป
บริษัทรถยนต์หลายแห่งที่จำหน่ายรถหรูและรถสปอร์ตกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อให้ข้อมูลแก่ลูกค้าเกี่ยวกับราคาและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Audi A5 อาจมีการปรับราคาขึ้นประมาณ 10-12% ส่วนรถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง Audi RS Q8, RS7, RS6 ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร คาดว่าจะมีการปรับราคาขึ้นมากกว่า 2.5 ล้านบาท
การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่นี้ ทำให้ตลาดรถยนต์โดยรวมมีความคึกคัก โดยเฉพาะในช่วงปลายปีนี้ก่อนที่ภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้ ผู้บริโภคที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์หรูอาจมองว่านี่เป็นโอกาสทองที่ควรคว้าไว้ก่อนที่ราคาจะสูงขึ้น
แล้ว Mild Hybrid ล่ะ จะได้รับผลกระทบจากภาษีรถใหม่ 2569 อย่างไร?
บอร์ด EV ได้มีมติใช้มาตรการภาษีในอัตราต่ำเพื่อสนับสนุนรถยนต์ประเภท Hybrid และ Mild Hybrid เป็นระยะเวลา 7 ปี เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปภายในไปสู่ EV ในอนาคต โดยรถยนต์ประเภท Hybrid ที่ปล่อยคาร์บอนไม่เกิน 100 กรัม จะมีอัตราภาษีสรรพสามิตที่ 6% คงที่ตั้งแต่ปี 2569 ถึง 2575 และรถ Hybrid ที่ปล่อยคาร์บอนเกินกว่า 100 กรัมแต่ต่ำกว่า 120 กรัม จะเก็บภาษีในอัตรา 9% ตั้งแต่ปี 2569 ถึง 2575
มาตรการนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่รถ Hybrid จะต้องทยอยปรับอัตราภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้นทุกปีๆ ละ 2% หลังปี 2569
นอกจากนี้ บอร์ด EV ยังได้มีมติสนับสนุนรถยนต์ประเภท Mild Hybrid ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์สันดาป แต่มีมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาเสริมในระบบขับเคลื่อนเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง เพื่อให้รถยนต์ประเภทนี้เป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ EV ในอนาคตได้ต่อไป
สำหรับรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์เกิน 3,000 ซีซี (รถยนต์หรู/ซูเปอร์คาร์) จะโดนภาษีเพิ่มขึ้น จากเดิมอัตราภาษีอยู่ที่ประมาณ 40% จะถูกปรับเพิ่มเป็น 50% ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาขาย โดยเฉพาะรถหรูราคา 6 ล้านบาทขึ้นไป อาจมีการปรับเพิ่มราคา 2-3 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น
รถยนต์โบราณที่นำเข้า กรมสรรพสามิตเตรียมจัดเก็บภาษีในอัตรา 45% โดยจะเริ่มบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2569 และจะจำกัดการใช้งานบนท้องถนน ให้วิ่งได้เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น
การปรับปรุงเงื่อนไขอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งประเภท PHEV โดยพิจารณาจากระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้า (Electric Range) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง จะช่วยส่งเสริมการพัฒนารถยนต์ PHEV ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และตอบสนองความต้องการใช้รถยนต์ PHEV ที่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าในเขตเมืองและพลังงานผสมในการเดินทางระหว่างเมือง
การปรับปรุงพิกัดโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แห่งอนาคต สร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และวางรากฐานที่สำคัญให้แก่เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
โดยรวมแล้ว ส่องภาษีรถใหม่ 2569 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ผลิตรถยนต์ในระยะยาว การทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์
ที่มา – ส่องภาษีรถใหม่ 2569 เอื้อ HEV PHEV และ Mild Hybrid

















