ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง

“คริส” สะท้อนปัญหาข้อจำกัดสิทธิเลือกตั้ง สก. ทำประชาชนนับหมื่นพลาดโอกาส

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังตื่นตัวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นในกรุงเทพมหานคร อาจจะรู้สึกงุนงงไม่น้อยเมื่อพบว่าตัวเองไม่สามารถใช้สิทธิได้เต็มที่ โดยประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในขณะนี้คือ “คริส” สะท้อนปัญหาข้อจำกัดสิทธิเลือกตั้ง สก. ทำประชาชนนับหมื่นพลาดโอกาส ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิพื้นฐานของพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ อย่างจัง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เพิ่งมีการย้ายทะเบียนบ้านในช่วงเวลาสำคัญ

“คริส” สะท้อนปัญหาข้อจำกัดสิทธิเลือกตั้ง สก. ทำให้ประชาชนจำนวนมากเสียสิทธิ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณคริส โปตระนันทน์ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อถึงความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นจริงในสนามเลือกตั้งปัจจุบัน แม้ตัวเขาจะสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ได้ตามปกติ แต่กลับถูกตัดสิทธิในการเลือกตั้ง ส.ก. หรือ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เพียงเพราะการย้ายทะเบียนบ้านไม่เป็นไปตามเงื่อนไขทางธุรการที่ซับซ้อน ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับเขาคนเดียว แต่ยังมีประชาชนอีกนับหมื่นคนที่กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกัน

เปิดปมเงื่อนไขที่ทำให้ “คริส” สะท้อนปัญหาข้อจำกัดสิทธิเลือกตั้ง สก. ทำประชาชนนับหมื่นพลาดโอกาส

ความสับสนนี้เกิดจากข้อบังคับที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกันเองระหว่างระเบียบการเลือกตั้งกับ พ.ร.บ. การเลือกตั้งท้องถิ่น ดังนี้:

  • ระเบียบ กกต. ปี 2562: กำหนดให้ผู้ย้ายทะเบียนบ้านต้องลงทะเบียนล่วงหน้า 10 วัน ถึงจะมีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ในพื้นที่ใหม่
  • เจตนารมณ์กฎหมาย: พ.ร.บ. การเลือกตั้งท้องถิ่น มาตรา 38 มุ่งเน้นให้บุคคลมีสิทธิออกเสียงในเขตที่ตนอาศัยอยู่ก่อนหน้าด้วย
  • ปัญหาการสื่อสาร: ประชาชนส่วนใหญ่ไม่รับทราบข้อมูลถึงเงื่อนไข 10 วันนี้ ทำให้พลาดการใช้สิทธิในเขตใหม่และเสียสิทธิในเขตเดิมไปโดยสิ้นเชิง

สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังทำได้ไม่ทั่วถึงเพียงพอ ส่งผลให้คนนับหมื่นคนสูญเสียโอกาสในการเลือกตัวแทนใกล้ชิดอย่าง ส.ก. ที่ดูแลทุกข์สุขในชุมชนของพวกเขาโดยตรง หากหน่วยงานผู้รับผิดชอบไม่เร่งแก้ไขหรือหามาตรการเยียวยา ปัญหานี้อาจกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ปิดกั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนไปอีกนาน

เราในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ควรเริ่มหันมาใส่ใจตรวจสอบข้อมูลการย้ายที่อยู่และการลงทะเบียนล่วงหน้าให้เข้มงวดมากขึ้น แม้ว่ากฎระเบียบอาจจะยังมีความไม่เป็นธรรม แต่การรักษาพื้นที่สิทธิของตัวเองไว้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในระบอบประชาธิปไตยท้องถิ่น หวังว่าการที่ “คริส” สะท้อนปัญหาข้อจำกัดสิทธิเลือกตั้ง สก. ทำประชาชนนับหมื่นพลาดโอกาส ในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้เกิดการปรับปรุงกฎกติกาให้โปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากขึ้นในอนาคต

ที่มา – “คริส” สะท้อนปัญหาข้อจำกัดสิทธิเลือกตั้ง สก. ทำประชาชนนับหมื่นพลาดโอกาส

กกต. ออกระเบียบการจัดยานพาหนะอำนวยความสะดวกประชามติ

กกต. ออกระเบียบการจัดยานพาหนะ เพื่อช่วยเหลือผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติให้สะดวกขึ้น โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ระเบียบนี้เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส ห้ามหน่วยงานรัฐหรือกกต. จูงใจหรือบังคับให้ประชาชนไปโหวตอย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ วันนี้เราจะมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ กันเลย

กกต. ออกระเบียบการจัดยานพาหนะโดยหน่วยงานรัฐอำนวยความสะดวกผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

ระเบียบนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ลงนามโดยนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต. เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และ พ.ร.ป.กกต. อาศัยอำนาจตามมาตรา 22, 5, 6 และ 78 ครับ เป้าหมายหลักคือให้หน่วยงานรัฐช่วยเหลือเรื่องรถรับส่ง แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิผู้โหวต

นิยามคำศัพท์สำคัญในระเบียบกกต. การจัดยานพาหนะ

  • คณะกรรมการ คือ กกต. ตามกฎหมาย
  • หน่วยงานของรัฐ ครอบคลุมกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนภูมิภาค ท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ฯลฯ
  • สำนักงาน คือ สำนักงานกกต.
  • ผู้มีสิทธิออกเสียง คือผู้มีสิทธิ์โหวตประชามติ
  • วันออกเสียง คือวันโหวตจริง

ระเบียบนี้เรียกเต็ม ๆ ว่า “ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการจัดยานพาหนะโดยหน่วยงานของรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569” มีผลตั้งแต่วันถัดจากประกาศ

ขั้นตอนการจัดยานพาหนะตามระเบียบกกต.

หน่วยงานรัฐที่อยากช่วยเรื่องรถต้องแจ้ง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ก่อน โดยระบุรายละเอียดชัดเจน เช่น

  • ประเภทและจำนวนรถ
  • ระยะเวลาการใช้
  • เจ้าหน้าที่รับผิดชอบ

แจ้งทางอีเมลได้เลย สำนักงานกกต. หรือสำนักงานจังหวัดก็จัดได้เช่นกัน ที่สำคัญ รถต้องปิดป้ายชัดเจนว่า “ยานพาหนะของ [หน่วยงาน] สำหรับรับส่งผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ”

ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามจูงใจการออกเสียง

กกต. ออกระเบียบการจัดยานพาหนะ แต่ย้ำหนัก ๆ ว่า ห้าม หน่วยงานรัฐ กกต. หรือสำนักงานจังหวัด ทำอะไรที่จูงใจหรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิไปโหวต “ใช่” “ไม่” หรือไม่ออกเสียงเลย หากฝ่าฝืนอาจมีโทษตามกฎหมายนะครับ เพื่อรักษาความเป็นกลางของการประชามติ

ประธานกกต. รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจกำหนดเพิ่มเติม ยกเว้น หรือผ่อนผันได้หากจำเป็น

ระเบียบนี้สำคัญมาก เพราะช่วยให้ผู้มีสิทธิ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล เดินทางไปคะแนนสะดวก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการแทรกแซงทางการเมือง มันแสดงถึงความพยายามของกกต. ในการทำให้การออกเสียงประชามติโปร่งใสและยุติธรรม สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

สำหรับประชาชนอย่างเรา ๆ ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่หน่วยงานรัฐจัดรถ ก็ตรวจสอบป้ายและรายละเอียดให้ดี อย่าให้ใครมาบังคับการโหวตของคุณนะครับ การตัดสินใจต้องมาจากตัวเอง

นอกจากนี้ คุณสามารถดาวน์โหลดระเบียบฉบับเต็ม จากราชกิจจานุเบกษาได้เลย

สรุปแล้ว กกต. ออกระเบียบการจัดยานพาหนะ นี้เป็นก้าวดีในการอำนวยความสะดวก แต่ต้องยึดหลักความเป็นกลางเป็นหลัก หากคุณมีประสบการณ์หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้สิทธิ สามารถแสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลยครับ หรือติดตามข่าวอัปเดตการเลือกตั้งจากเว็บกกต. เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ความเห็นส่วนตัว: ระเบียบนี้ช่วยลดช่องโหว่การซื้อเสียงทางอ้อมได้ดีมาก หวังว่าจะนำไปสู่ประชามติที่แท้จริง

ที่มา – กกต. ออกระเบียบการจัดยานพาหนะโดยหน่วยงานรัฐอำนวยความสะดวกผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

Scroll to top