รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย

นายกฯ เชิญ รมต.เพื่อไทย ทานอาหารกลางวัน “สุริยะ” เผยทำงานง่ายขึ้น

บรรยากาศทางการเมืองในช่วงบ่ายวันนี้ดูผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อนายกฯ เชิญ รมต.เพื่อไทย ทานอาหารกลางวัน “สุริยะ” เผยทำงานง่ายขึ้น โดยเป็นการนัดหมายกันที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกว่าเดิม

นายกฯ เชิญ รมต.เพื่อไทย ทานอาหารกลางวัน “สุริยะ” เผยทำงานง่ายขึ้น

การพูดคุยกันผ่านมื้ออาหารในครั้งนี้ ถือเป็นบรรยากาศที่ดีตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง สมาชิกจากพรรคเพื่อไทยหลายท่านได้ร่วมโต๊ะอาหารกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ณ ตึกไทยคู่ฟ้า การที่ นายกฯ เชิญ รมต.เพื่อไทย ทานอาหารกลางวัน “สุริยะ” เผยทำงานง่ายขึ้น ในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่าแม้จะต่างพรรค แต่เป้าหมายในการพัฒนาประเทศยังคงเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน

เบื้องหลังการเจรจาผ่านเมนูมื้อกลางวัน

สำหรับประเด็นที่ใครหลายคนอยากทราบว่ามีการกำชับงานสำคัญใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดเผยสั้นๆ ว่าไม่มีเรื่องด่วนหรือประเด็นกดดันใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงการพบปะเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่จะตามมาคือการประสานงานในอนาคตที่รวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น

หากเราวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่ นายกฯ เชิญ รมต.เพื่อไทย ทานอาหารกลางวัน “สุริยะ” เผยทำงานง่ายขึ้น นั้น มักจะเป็นกลยุทธ์การบริหารจัดการคนและการสร้าง Soft Power ในที่ทำงาน เพราะความเห็นอกเห็นใจและความเป็นกันเองคือจิ๊กซอว์สำคัญของการทำงานเป็นทีม โดยรายชื่อรัฐมนตรีที่เข้าร่วม ได้แก่:

  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • และรัฐมนตรีท่านอื่นๆ ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง

ท้ายที่สุดแล้ว การเมืองไทยในยุคนี้อาจไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดตลอดเวลา การหันหน้ามานั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกันบ้างถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเสถียรภาพรัฐบาล และเป็นบทพิสูจน์ว่าช่องทางการสื่อสารที่เปิดกว้างจะนำพาประเทศไปสู่ทางออกที่ดีขึ้นกว่าเดิมเสมอ เราคงต้องจับตาดูต่อไปว่าหลังจากมื้อเที่ยงนี้ จะมีนโยบายดีๆ อะไรออกมาให้ประชาชนได้ติดตามกันอีกบ้าง

ที่มา – นายกฯ เชิญ รมต.เพื่อไทย ทานอาหารกลางวัน “สุริยะ” บอกมีอะไรจะได้ร่วมมือกันง่ายขึ้น

“ยศชนัน” มองควรปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ

ในสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ “ยศชนัน” มองควรปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์อย่างน่าสนใจเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา โดยชี้ว่าการบริหารจัดการพลังงานต้องบูรณาการทุกกระทรวงเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

“ยศชนัน” มองควรปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ

นายยศชนัน เปิดเผยในการประชุมสภาครั้งแรกว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอญัตติเพื่อความพร้อมในการบริหารพลังงาน ซึ่งเป็นประเด็นที่พรรคได้หารือกันมานาน การพูดคุยในสภาวันนี้จะเป็นการหารืออย่างเป็นทางการ โดยเน้นมาตรการเร่งด่วนและการทำงานเชิงพื้นที่ เพื่อรวบรวมข้อมูลและบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ

ที่สำคัญ เขาย้ำว่าวิกฤตพลังงานไม่ใช่เรื่องของกระทรวงพลังงานเพียงแห่งเดียว แต่ต้องอาศัยการประสานงานจากทุกกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้น กลาง หรือยาว บรรยากาศในพรรคร่วมรัฐบาลมีการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ว่าที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

เหตุใดจึงต้องปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ

“ยศชนัน” มองควรปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ เพราะปัญหานี้เชื่อมโยงกับปัจจัย 4 ที่สำคัญของประชาชน ท่ามกลางงบประมาณที่จำกัด การบริหารต้องแบบบูรณาการเพื่อประโยชน์สูงสุด เขาเปรียบว่าปัญหานี้มีหลายมิติ เริ่มจากความเดือดร้อนเร่งด่วน แล้วกระจายไปยังประเด็นอื่นๆ หากไม่ปรับโครงสร้าง อาจแก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราว

  • ปัญหาวิกฤตน้ำมันที่กระทบราคาน้ำมันแพง
  • การพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศมากเกินไป
  • โครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่ล้าสมัย
  • ขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐ
  • จำเป็นต้องส่งเสริมพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์ ลม และไฮโดรเจน

นอกจากนี้ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล นายยศชนันยืนยันว่าไม่กังวลเรื่องวิกฤตจะกระทบรัฐบาลใหม่ เพราะเมื่อรับผิดชอบแล้วต้องจัดการให้ดีที่สุด

ความคืบหน้าส่งชื่อว่าที่ รมต. พรรคเพื่อไทย

อีกประเด็นสำคัญคือการเตรียมทีมรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยได้ส่งชื่อว่าที่รัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว ซึ่งรวมถึงผู้ที่กำกับดูแลกระทรวงพลังงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง นี่แสดงถึงความพร้อมของพรรคในการรับมือวิกฤตพลังงานทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง

การปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในยุคที่ราคาน้ำมันผันผวนจากปัจจัยโลก เช่น สงครามยูเครนและปัญหาซัปพลายเชน ทำให้ไทยต้องเร่งปฏิรูป พรรคเพื่อไทยมีแผนชัดเจนในการลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล ส่งเสริมรถ EV และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้ประชาชนในระยะยาว

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การปรับโครงสร้างดังกล่าวจะช่วยให้ไทยก้าวสู่พลังงานยั่งยืน ลดการปล่อยคาร์บอน และแข่งขันได้ในเศรษฐกิจโลก นายยศชนันยังชี้ว่าการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลจะเป็นกุญแจสำคัญ

สุดท้ายแล้ว “ยศชนัน” มองควรปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ ถือเป็นวิสัยทัศน์ที่ตอบโจทย์อนาคต หากรัฐบาลใหม่ดำเนินการได้จริง ประชาชนจะได้รับประโยชน์โดยตรง ลองคิดดูสิครับ ถ้าเรามีระบบพลังงานที่แข็งแกร่ง ราคาน้ำมันไม่ผันผวน เศรษฐกิจก็จะเติบโตได้แน่นอน

ติดตามข่าวสารการเมืองและพลังงานเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลดีๆ กันนะครับ!

ที่มา – “ยศชนัน” มองควรปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ เผยส่งชื่อว่าที่ รมต.เพื่อไทยตรวจคุณสมบัติครบแล้ว

ส่งตรวจคุณสมบัติ 8 ว่าที่ รมต.เพื่อไทยล่าสุด

ข่าวการเมืองร้อนแรงล่าสุด! ส่งตรวจคุณสมบัติ 8 ว่าที่ รมต.เพื่อไทย เรียบร้อยแล้ว โดยพรรคเพื่อไทยส่งรายชื่อให้พรรคภูมิใจไทยตรวจสอบในครม.อนุทิน 2 ตามคาด 5 อรหันต์หลักมาครบทีม แต่ไร้ชื่อบิ๊กเนมอย่างสมศักดิ์ เทพสุทิน และมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงการปรับโครงสร้างของพรรคครั้งนี้

วันที่ 21 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ “ครม.อนุทิน 2” ว่าพรรคเพื่อไทยได้ส่งรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งสิ้น 8 คน ให้พรรคภูมิใจไทยรับทราบและตรวจสอบคุณสมบัติตั้งแต่บ่ายวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเรียบร้อย

ส่งตรวจคุณสมบัติ 8 ว่าที่ รมต.เพื่อไทย

การ ส่งตรวจคุณสมบัติ 8 ว่าที่ รมต.เพื่อไทย ครั้งนี้แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 5 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการอีก 3 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นตัวแทนจากโควตาภาคต่างๆ เพื่อกระจายอำนาจให้สมดุล โดยทั้งหมดได้รับแจกเอกสารให้กรอกประวัติส่วนตัว ส่งกลับภายในวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2567 หากตรวจพบประวัติไม่สะอาด ทางพรรคจะต้องส่งชื่อใหม่ทดแทนทันที

รายชื่อรัฐมนตรีว่าการพรรคเพื่อไทย 5 คน

สำหรับรัฐมนตรีว่าการหลัก 5 คน ได้แก่:

  • ศาสตราจารย์ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กระทรวงแรงงาน
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง กระทรวงศึกษาธิการ
  • นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ชื่อ 2 รายสุดท้ายกำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น หากมีปัญหา พรรคเพื่อไทยพร้อมปรับเปลี่ยนเพื่อให้ครม.ชุดนี้เดินหน้าต่อได้เร็วที่สุด

รัฐมนตรีช่วยว่าการหน้าใหม่ 3 คน จากโควตาภาคต่างๆ

ส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการ 3 คน เป็นหน้าใหม่ที่มาจากฐานเสียงสำคัญ:

  • นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย (ภาคเหนือ)
  • นายวัชระพล ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี (ภาคอีสาน)
  • นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ส.ส.กาญจนบุรี (ภาคกลาง)

การเลือกคนเหล่านี้แสดงถึงกลยุทธ์กระจายโควตาให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค สร้างความสมดุลให้กับรัฐบาลผสมพรรคเพื่อไทย-ภูมิใจไทย

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ การ ส่งตรวจคุณสมบัติ 8 ว่าที่ รมต.เพื่อไทย ครั้งนี้ไม่มีชื่อของ “นายสมศักดิ์ เทพสุทิน” ซึ่งเป็นรัฐมนตรีตลอดกาล และ “นางมนพร เจริญศรี” ส.ส.นครพนม ที่เคยเป็นตัวเต็งหลายสมัย สาเหตุอาจมาจากปัจจัยภายในพรรค การปรับโครงสร้างเพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้ามา หรือการตรวจสอบประวัติที่เข้มงวดขึ้นในยุคนี้ ทำให้พรรคเลือกคนที่ไม่มีประเด็นถกเถียง

บริบทโดยรวมของครม.อนุทิน 2 เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยได้ที่นั่ง ส.ส.มากที่สุด แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลคนเดียวได้ จึงจับมือพรรคภูมิใจไทยนำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ชุดใหม่ การส่งชื่อรัฐมนตรีให้ตรวจคุณสมบัติเป็นขั้นตอนสำคัญตามรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันปัญหาความไม่โปร่งใสแบบอดีต

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์พรรคเพื่อไทยให้ดูทันสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะการดิจิทัลและเกษตรที่เป็นนโยบายหลัก แต่ก็ต้องจับตาการทำงานจริง หาก 5 อรหันต์สามารถผลักดันนโยบายได้สำเร็จ รัฐบาลชุดนี้มีโอกาสยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามต่อ เช่น การอนุมัติรายชื่อจากนายกฯ และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมถึงการประชุมครม.ครั้งแรกที่คาดว่าจะมีขึ้นเร็วๆ นี้

ความเห็นส่วนตัว: การส่งตรวจคุณสมบัติ 8 ว่าที่ รมต.เพื่อไทย แม้ไร้ชื่อเก่าแก่ แต่ถือเป็นสัญญาณบวกที่พรรคให้โอกาสคนรุ่นใหม่ สร้างความหวังให้ประชาชนว่าจะมีนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้จริง

สนใจข่าวการเมืองอัปเดต รัฐมนตรีคนใหม่ หรือนโยบายรัฐบาล ติดตามบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด สมัครรับข่าวสารทางอีเมลวันนี้!

ที่มา – ส่งตรวจคุณสมบัติ 8 ว่าที่ รมต.เพื่อไทย แจกเอกสารกรอกประวัติ ไร้ชื่อ “สมศักดิ์-มนพร”

จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี ยศชนันมั่นใจผลงาน

วงการการเมืองไทยกำลังคึกคักกับข่าวการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคใหญ่สุดต้องร่วมรัฐบาลกับพรรคร่วมอื่นๆ ล่าสุด จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่ายังไม่มีการหารือเรื่องนี้ สิ่งที่ปรากฏตามสื่อเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น

จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 14 มีนาคม 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ ส.ส. ในพรรคสะท้อนเรื่องการจัดสรรโควตารัฐมนตรีว่า ในที่ประชุมพรรคไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้เลย ทุกคนมุ่งเน้นการทำงานไปข้างหน้า ผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนซึ่งเป็นจุดร่วมของทุกคน

นายจุลพันธ์ ยังชี้แจงว่า กระบวนการตัดสินใจเรื่องบุคลากร เช่น รัฐมนตรี กรรมาธิการ หรือวิป จะเปิดช่องให้ทุกคนแสดงความเห็น แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค สำหรับความคืบหน้าโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้น ยังไม่มีการหารืออย่างเป็นทางการ สิ่งที่ออกสื่อ เช่น โผ ครม.อนุทิน 2 เป็นแค่การคาดการณ์หรือหารือนอกรอบ ในวันที่ 14-15 มีนาคม จะมีกระบวนการทางรัฐสภา เช่น การลงมติ แต่เรื่องแบ่งกระทรวงยังเป็นการคาดเดา พรรคจะคุยกันเพื่อหาจุดร่วมที่เหมาะสม

  • ไม่มีการถกโควตารัฐมนตรีในที่ประชุมพรรค
  • สื่อรายงานเป็นเพียงคาดการณ์ ไม่ใช่ทางการ
  • เน้นผลักดันนโยบายแก้ปัญหาประชาชน
  • เปิดรับฟังความเห็น แต่ตัดสินใจโดย กก.บห.

ยศชนัน มั่นใจการทำงานเพิ่มแต้มให้พรรคได้

ในส่วนของนโยบายการศึกษานั้น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มั่นใจว่าจะช่วยเรียกคะแนนนิยมกลับมาได้ หากผลักดันสำเร็จจะเห็นผลเปลี่ยนแปลงคะแนน โดยย้ำว่าผลงานที่ส่งผลต่อประชาชนและเปลี่ยนแปลงประเทศจะเป็นคะแนนที่ประชาชนมอบให้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

นายยศชนันยังกล่าวถึงกระแสที่มองว่ากระทรวงที่เพื่อไทยอาจได้ เช่น การศึกษา ทำคะแนนยากกว่าเศรษฐกิจ ว่า ในอดีตอาจเป็นเช่นนั้น แต่ปัจจุบันทุกกระทรวงเชื่อมโยงกัน ต้องทำงานร่วมกันด้วยความสามัคคี ไม่ใช่ยุคต่างคนต่างทำอีกต่อไป ไม่ว่าอยู่กระทรวงไหนก็สร้างผลงานได้

  • มุ่งเปลี่ยนแปลงด้วยนโยบายการศึกษา
  • ผลงานคือกุญแจเพิ่มคะแนนพรรค
  • ทุกกระทรวงต้องร่วมมือกัน

ประเสริฐ ตั้งเป้า 4 ปีฟื้นความยิ่งใหญ่พรรคเพื่อไทย

ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แสดงความมั่นใจว่าจะใช้เวลา 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้ฟื้นความเชื่อมั่นพรรคให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยกำชับ ส.ส. ให้ลงพื้นที่ตอบสนองความต้องการประชาชน แก้ปัญหาจริงจัง ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน พรรคหวังเติบโตและพัฒนาในอนาคต

จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี สะท้อนถึงทิศทางของพรรคที่ให้ความสำคัญกับผลงานมากกว่าการแย่งชิงตำแหน่ง ในสถานการณ์ที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องประสานงานกัน การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นความสามัคคีและผลลัพธ์ให้ประชาชน หลังจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. มากที่สุดแต่เลือกเส้นทางร่วมรัฐบาลเพื่อความมั่นคง

จากมุมมองนี้ พรรคเพื่อไทยกำลังวางกลยุทธ์ระยะยาว โดยใช้โควตาที่ได้ไม่ว่าจะกระทรวงใดมาสร้างผลงานเด่น เช่น นโยบายการศึกษาที่อาจช่วยยกระดับทรัพยากรมนุษย์ของชาติ สร้างโอกาสให้เยาวชน นอกจากนี้ การลงพื้นที่ของ ส.ส. จะช่วยเชื่อมโยงพรรคกับฐานเสียง ทำให้คะแนนนิยมพุ่งในเลือกตั้งหน้า

อย่างไรก็ตาม การเมืองยังมีความไม่แน่นอน โผครม. อาจเปลี่ยนแปลงตามการเจรจา แต่สิ่งที่แน่นอนคือพรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานเพื่อประชาชน คุณคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะทำได้ตามเป้าหมาย 4 ปีหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

สรุปแล้ว จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี เป็นสัญญาณดีที่พรรคมุ่งผลงานมากกว่าดราม่าตำแหน่ง ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์พรรคในสายตาประชาชน

ที่มา – “จุลพันธ์” ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี “ยศชนัน” มั่นใจการทำงานเพิ่มแต้มให้พรรคได้

เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวสุดเข้มข้น ล่าสุดเกิดเหตุการณ์น่ารักๆ ที่ทำให้หลายคนยิ้มได้ เมื่อเพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น บรรยากาศเป็นกันเองสุดๆ ระหว่างแกนนำพรรคใหญ่สองพรรค มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น

วันที่ 12 มีนาคม 2567 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนรอต้อนรับคณะแกนนำพรรคเพื่อไทยอย่างอบอุ่น นำทีมโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมนายชูศักดิ์ ศิรินิล และนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล พวกเขามายื่นรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย รวมถึงรายชื่อรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เพื่อไทยมาส่งโผ อนุทิน หยอดหวาน หนูมารอหนิม

ทันทีที่รถของนายจุลพันธ์จอด นายอนุทินก็รีบเดินเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมหยอดหวานว่า “หนิม หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนจะสวมกอดกันอย่างชื่นมื่น เป็นการพบกันครั้งแรกหลังจากที่นายจุลพันธ์หายเจ็บป่วย ไม่ได้ร่วมแถลงตั้งรัฐบาลก่อนหน้า บรรยากาศแบบนี้ทำให้ทุกคนในที่เกิดเหตุรู้สึกอบอุ่นใจ เหมือนครอบครัวใหญ่ที่รวมตัวกันเพื่อทำงานเพื่อประเทศ

อนุทินสวมกอดจุลพันธ์ ชื่นมื่น

เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ความหมายสำคัญอย่างไร

การส่งโผรายชื่อรัฐมนตรีครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร แต่เป็นสัญญาณชัดเจนของความเป็นปึกแผ่นในพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินมั่นใจว่าทุกอย่างจะราบรื่น ก่อนเข้าสู่การประชุมสภาที่สำคัญ คาดว่าจะหารือแนวทางการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภา และนายกรัฐมนตรี ให้ตรงกันทุกพรรค

พรรคภูมิใจไทยยังนัด ส.ส. ประชุมเตรียมพร้อมสำหรับรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 14 มีนาคม 2567 ส่วนวันที่ 15 มีนาคม จะเป็นวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 มีวาระหลักคือเลือกประธานสภาและรองประธานสภาฯ 2 คน ซึ่งเป็นก้าวแรกของการนิติบัญญัติอย่างเป็นทางการ

บริบทการเมืองและพรรคร่วมรัฐบาล

หลังการเลือกตั้งใหญ่ พรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยจับมือกันตั้งรัฐบาล โดยพรรคภูมิใจไทยรับบทแกนนำจัดตั้ง นำโดยนายอนุทินที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น จึงยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์อันดี ไม่มีดราม่าหรือขัดแย้งแบบที่หลายคนกังวล

  • รายชื่อรัฐมนตรี: เพื่อไทยส่งสัดส่วนเต็มตามข้อตกลง
  • รองประธานสภา: เสนอชื่อคนที่ 2 ให้ภูมิใจไทย
  • การลงมติ: ประสานงานให้โหวตเดียวกัน
  • กำหนดการ: เปิดสภา 14 มี.ค. เลือกประธาน 15 มี.ค.

นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงนโยบายเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจ การเกษตร และสาธารณสุข ซึ่งเป็นจุดแข็งของทั้งสองพรรค การทำงานร่วมกันแบบนี้จะช่วยให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง

ในมุมมองของผม เหตุการณ์หยอดหวานนี้ไม่ใช่แค่โมเมนต์น่ารัก แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีที่การเมืองไทยต้องการมานาน ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลยังคงแบบนี้ต่อไป ประชาชนอย่างเราก็น่าจะได้ประโยชน์เต็มๆ คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น ? คอมเมนต์แชร์ความคิดเห็นด้านล่างเลยนะ แล้วอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตประจำวัน!

ที่มา – เพื่อไทยมาส่งโผ “อนุทิน” หยอดหวาน “หนูมารอหนิมตั้งนาน” ก่อนสวมกอดชื่นมื่น

รัฐมนตรีให้กำลังใจ “นายกฯ แพทองธาร” ลุ้นคำวินิจฉัย

รัฐมนตรีเพื่อไทย-พรรคร่วม ตบเท้าเข้าทำเนียบรัฐบาลคึกคัก ให้กำลังใจ “นายกฯ แพทองธาร” ลุ้นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดารัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล ทยอยเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อย่างคึกคัก ประกอบด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางเข้ามาเป็นคนแรก ตามด้วยรัฐมนตรี อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มาเป็นทุกอย่าง มาเป็นพลังให้นายกฯ และนายกฯ กำลังใจดีอยู่แล้ว ขณะที่ นางมนพร กล่าวเพียงสั้นๆ ว่ามาให้กำลังใจนายกฯ รวมไปถึง นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว จากนั้น 13.59 น. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะตัวแทนนายกฯ เพื่อรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเวลาประมาณ 14.30 น. โดยศาลจะเริ่มอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มาเป็นทุกอย่าง มาเป็นพลังให้นายกฯ และนายกฯ กำลังใจดีอยู่แล้ว ขณะที่ นางมนพร กล่าวเพียงสั้นๆ ว่ามาให้กำลังใจนายกฯ รวมไปถึง นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว จากนั้น 13.59 น. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะตัวแทนนายกฯ เพื่อรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเวลาประมาณ 14.30 น. โดยศาลจะเริ่มอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

รัฐมนตรีเพื่อไทย-พรรคร่วมเข้าทำเนียบฯ ให้กำลังใจ “นายกฯ อิ๊งค์” ลุ้นคำวินิจฉัย

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของรัฐบาลในการเผชิญกับสถานการณ์ที่สำคัญ การที่รัฐมนตรีจากหลายพรรคการเมืองเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของเธอ และความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อประเทศชาติ

การรวมตัวของรัฐมนตรีเพื่อไทยและพรรคร่วม

การรวมตัวของรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมในครั้งนี้ ถือเป็นภาพที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพของรัฐบาลผสม แม้ว่าจะมีประเด็นทางการเมืองที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่การสนับสนุนและความไว้วางใจที่รัฐมนตรีมีต่อนายกรัฐมนตรีเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม สถานการณ์นี้อาจส่งผลต่อการตัดสินใจและการดำเนินงานของรัฐบาลในอนาคต

การที่รัฐมนตรีหลายท่านเดินทางมาให้กำลังใจนายกฯ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานเป็นทีม และการสนับสนุนซึ่งกันและกันในสถานการณ์ที่กดดัน การที่นายกฯ ได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง จะช่วยให้สามารถตัดสินใจและแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การลุ้นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของรัฐบาลชุดนี้

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน และผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญอาจมีผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และรัฐบาล การติดตามข่าวสารและสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน

การตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญนี้ ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อตัวนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมของประเทศ การที่รัฐมนตรีและคนใกล้ชิดมาให้กำลังใจ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการนำพาประเทศไปข้างหน้า และการพร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

โดยสรุปแล้ว การที่บรรดารัฐมนตรีเดินทางมาให้กำลังใจ “นายกฯ แพทองธาร” ลุ้นคำวินิจฉัย ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการสนับสนุนและความสามัคคีภายในรัฐบาล ซึ่งจะเป็นกำลังใจสำคัญในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคต

“นายกฯ แพทองธาร” ลุ้นคำวินิจฉัย ท่ามกลางกำลังใจจากคนรอบข้าง เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานเป็นทีม และการพร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – รัฐมนตรีเพื่อไทย-พรรคร่วมเข้าทำเนียบฯ ให้กำลังใจ “นายกฯ อิ๊งค์” ลุ้นคำวินิจฉัย

Scroll to top