รั้วชายแดน

“อนุทิน” โต้คลิปเสียงเปิดด่าน เป็น AI แน่นอน

ในสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุดมีประเด็นร้อนที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาโต้กลับอย่างชัดเจน เกี่ยวกับคลิปเสียงที่อินฟลูเอ็นเซอร์กัมพูชาเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งอ้างว่านายกฯ ไทยจะเปิดด่านการค้าหรือไม่? วันนี้เรามีรายละเอียดมาอัปเดตให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมวิเคราะห์ตามหลัก SEO เพื่อให้คุณตามทันข่าวการเมืองและความมั่นคงชายแดน

“อนุทิน” โต้คลิปเสียงเปิดด่าน เป็น AI แน่นอน

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 (แก้จาก 2569 ในต้นฉบับ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์โต้คลิปเสียงดังกล่าวทันที โดยยืนยันว่า “อนุทิน” โต้คลิปเสียงเปิดด่าน เป็น AI แน่นอน เพราะน้ำเสียงและการพูดไม่ใช่สไตล์ของตัวเองเลย “ผมพูดไม่เก่งแบบนั้น ขออย่าไปเชื่อ” นายกฯ กล่าว พร้อมตั้งคำถามกลับว่าทำไมวิธีการโจมตีถึงย่ำแย่ลงทุกวัน ไม่น่าเชื่อถือ และย้ำชัด ๆ ว่าไม่มีนโยบายเปิดด่านชายแดนเด็ดขาด

คลิปนี้ถูกอินฟลูเอ็นเซอร์กัมพูชานำมาโพสต์เพื่อสร้างกระแส โดยเฉพาะในช่วงที่ปัญหาชายแดนร้อนระอุ หลังเกิดเหตุคนไทยถูกทหารกัมพูชาจับกุมขณะหาของป่า แต่ฝั่งไทยยืนกรานว่าจะไม่ยอมให้ข้อมูลเท็จมาบิดเบือนนโยบายรัฐบาล

เมินกัมพูชาไม่เจรจาทวิภาคี ย้ำยกเลิก MOU 44

ขณะที่เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา สั่งห้ามเจรจาทวิภาคีไทย-กัมพูชา หลังไทยประกาศยกเลิก MOU 44 (บันทึกความเข้าใจปี 2544 เกี่ยวกับการร่วมสำรวจอ่าวไทย) นายอนุทินเมินท่าทีนี้ชัดเจน โดยชี้ว่าฝ่ายไทยยกเลิกฝ่ายเดียวได้ ไม่ต้องขออนุญาตใคร

ในที่ประชุมอาเซียนที่กรุงเซบู ฟิลิปปินส์ นายกฯ ไทยแจ้งนายกฯ กัมพูชาไปแล้ว และฝั่งกัมพูชารับทราบแต่แสดงความผิดหวัง พร้อมประกาศใช้กลไก Compulsory Conciliation ตาม UNCLOS (อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล) แต่ไทยยืนยันใช้กระบวนการ UNCLOS เช่นกัน และยังไม่กำหนดรูปแบบเจรจา เพราะไทยไม่ได้เดือดร้อนอะไร

MOU 44 เป็นประเด็นเก่าที่ไทยมองว่าไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะเรื่องทับซ้อนพื้นที่ในอ่าวไทย การยกเลิกครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ชาติ

ความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยและสร้างรั้วชายแดน

สำหรับคนไทยที่ถูกจับกุม นายอนุทินย้ำว่ามีการประสานงานแล้ว ในอดีตไทยเคยช่วยกัมพูชาส่งคนลอบข้ามแดนกลับ หากไม่กระทบความมั่นคง ดังนั้นหวังให้กัมพูชาทำเช่นเดียวกัน โดยย้ำว่าปัญหานี้เป็นเรื่องรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับประชาชน

ส่วนการสร้างรั้วชายแดน รัฐบาลจัดงบให้กองทัพแล้ว ทั้งกองทัพบก เรือ และกองบัญชาการทหารสูงสุด ดำเนินการตามพื้นที่รับผิดชอบ รัฐบาลเห็นชอบรูปแบบและงบประมาณเรียบร้อย เพื่อป้องกันเหตุล้ำแดนในอนาคต

  • ประเด็นสำคัญ: คลิปเสียงเป็น AI ไม่จริง
  • ยกเลิก MOU 44 ฝ่ายไทยตัดสินใจเอง
  • ใช้ UNCLOS แก้ปัญหาทับซ้อนทะเล
  • สร้างรั้วชายแดน กองทัพรับผิดชอบ
  • ช่วยเหลือประชาชนข้ามแดนโดยไม่กระทบความมั่นคง

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงและผลประโยชน์ชาติ การที่นายกฯ อนุทินออกมาโต้อย่างเด็ดขาด แสดงถึงท่าทีแข็งกร้าวแต่มีเหตุผล ช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ความเห็นส่วนตัว: ในยุค AI ปลอมข้อมูลง่ายมาก ทุกคนควรตรวจสอบแหล่งข่าวให้ดีก่อนแชร์ เพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง สถานการณ์นี้ไทยได้เปรียบเพราะยึดกฎหมายสากล

คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของ “อนุทิน” โต้คลิปเสียงเปิดด่าน เป็น AI แน่นอน? เชิญแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ทราบข้อมูลจริง!

ที่มา – “อนุทิน” โต้คลิปเสียงเปิดด่าน เป็น AI แน่นอน เมินกัมพูชาไม่เจรจาทวิภาคี ย้ำแนวทางไทยยกเลิก MOU 44

ทัพไทยเล็งสร้างรั้วชายแดน: จุดแรกจันทบุรี

กองทัพไทยเตรียมสร้างรั้วชายแดน โดยคาดว่าจุดแรกที่จะดำเนินการคือบริเวณจังหวัดจันทบุรี หลักเขตที่ 52–54 ซึ่งมีความยาวประมาณ 1.3 กิโลเมตร โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน

ทัพไทยเล็งสร้างรั้วชายแดน คาดจุดแรกจันทบุรีหลักเขต 52–54 ยาว 1.3 กิโลเมตร

พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า การก่อสร้างจะเน้นในพื้นที่ราบเป็นหลัก เนื่องจากพื้นที่ชายแดนมีความหลากหลาย ทั้งพื้นที่สันปันน้ำ พื้นที่ราบ และพื้นที่แนวลำห้วยตามธรรมชาติ

รายละเอียดโครงการสร้างรั้วชายแดน

สำหรับการดำเนินการในจังหวัดต่างๆ พล.ต.วิทัย กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดจันทบุรีและสระแก้ว (หลักเขตที่ 49-50) มีความเหมาะสมในการก่อสร้าง นอกจากนี้ บริเวณช่องจอม (หลักเขตที่ 14-15) ก็เป็นอีกพื้นที่ที่สามารถสำรวจเพื่อสร้างรั้วชายแดนได้ อย่างไรก็ตาม พื้นที่บ้านหนองจานหรือบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ยังมีปัญหาเรื่องหลักเขตที่ไม่ตรงกัน ทำให้การสร้างรั้วในบริเวณนี้อาจเป็นไปได้ยาก แต่จะมีการปักหมุดชั่วคราวเพื่อแสดงแนวเขตแดนอ้างอิง

“สิ่งใดที่ล้ำออกมาจากแนวนี้จะถือว่าเป็นการรุกล้ำ เราก็ต้องผลักดันสิ่งปลูกสร้างของกัมพูชาที่รุกล้ำออกไป” พล.ต.วิทัย กล่าว

ก่อนหน้านี้ กองทัพไทยได้เริ่มสร้างรั้วอิเล็กทรอนิกส์บริเวณด่านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ในหลักกิโลเมตรที่ 50 และกำลังขยายการก่อสร้างเพิ่มเติม สำหรับรั้วที่เป็นกำแพงนั้น จะเริ่มสร้างในพื้นที่ที่ไม่มีปัญหาหรือพื้นที่ที่ตกลงกันได้แล้ว โดยจังหวัดจันทบุรีจะเป็นจุดเริ่มต้นในหลักเขตที่ 52-54 ซึ่งมีความยาวประมาณ 1.3 กิโลเมตร

ความสำคัญของรั้วชายแดน

  • เสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน
  • ป้องกันการลักลอบเข้าเมือง
  • ควบคุมการค้าชายแดนที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • แสดงแนวเขตแดนที่ชัดเจน

การสร้างรั้วชายแดนถือเป็นมาตรการสำคัญในการรักษาความมั่นคงของประเทศ และช่วยป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามแนวชายแดน การเริ่มต้นโครงการในจังหวัดจันทบุรีจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

โครงการนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การสร้างกำแพง แต่ยังรวมถึงการใช้เทคโนโลยีและมาตรการอื่นๆ เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยชายแดนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา – ทัพไทยเล็งสร้างรั้วชายแดน คาดจุดแรกจันทบุรีหลักเขต 52–54 ยาว 1.3 กิโลเมตร

บิ๊กเล็กซัดกัมพูชาคล้ายวางแผนก่อกวนเสร็จฟ้องนานาชาติ

“บิ๊กเล็ก” งง “ฮุน มาเนต” ประท้วงไทย ถามกลับวางทุ่นระเบิด-รั้วลวดหนาม อันไหนแรงกว่ากัน ซัดพฤติกรรมคล้ายมีการวางแผน ก่อกวนเสร็จ วันรุ่งขึ้นทำหนังสือฟ้องนานาชาติ

วันที่ 18 ก.ย.2568 ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม และว่าที่รมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุปะทะที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว ว่า แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ระดับที่ตนรับผิดชอบคือการเจรจา เริ่มจาก GBC ก่อน ในข้อ 4 ระบุไว้แล้วว่าให้บริหารจัดการพื้นที่ และผู้ว่าฯ ทั้ง 2 ฝ่ายคุยกัน และเมื่อวานนี้ (17 ก.ย. 68) ที่ผู้ว่าฯสระแก้ว ไปคุยกับผู้ว่าบันเตียเมียนเจย ก็ยังไม่มีผลคืบหน้า ซึ่งต้องรอรัฐบาล และเมื่อเกิดเหตุการณ์เมื่อวาน ในขั้นการประชุม ก็คงให้ประชุม RBC โดยเมื่อเช้านี้ได้โทรไปคุยกับแม่ทัพภาคที่ 1 ให้เร่งประชุม RBC ถ้าไม่ได้ความชัดเจน คราวหน้าตนก็จะไปทวงในการประชุม GBC อีกครั้ง “ผมยืนยันว่า เราตกลงกันแล้ว โดยได้คุยกับ พลเอก เตีย เซยฮา รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกัมพูชา แล้ว ว่าในพื้นที่ของฝ่ายไทย จะดำเนินการตามกฎหมายไทย” พล.อ.ณัฐพล กล่าว

“อนุทิน”ย้ำชัดอธิปไตยอันดับแรก

ส่วนคำถามที่ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะทำให้มีปัญหาขึ้นอีกหรือไม่ พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า ถ้าเกิดก็ต้องเกิด เพราะมันเขตประเทศไทย และเราใช้กฎหมายไทยอยู่ เมื่อถามว่า ดูเหมือนว่ากัมพูชาปากว่าตาขยิบ พลเอก ณัฐพล ยอมรับว่า ก็คงอย่างนั้น พร้อมระบุว่าขณะนี้ ศบ.ทก. ที่ตั้งมาโดยรัฐบาลเก่ากำลังจะพ้นสภาพ ทำให้ความรับผิดชอบของตนเหลือความเป็นรัฐมนตรีกลาโหมอย่างเดียว เพราะฉะนั้นตนก็ต้องมองเรื่องความมั่นคงอย่างเดียว ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ ก็คงต้องรัฐบาลใหม่ที่จะว่ากัน ยืนยันว่ารัฐบาลอนุทินมีความชัดเจน เรื่องอธิปไตยต้องมาอันดับแรก แต่ตัวนโยบายลายลักษณ์อักษร อาจจะยังไม่เสร็จเรียบร้อยแต่

คล้ายจงใจสร้างปัญหา

เมื่อถามว่า เวลาประชุม GBC มีการตอบรับจากกัมพูชาดี แต่ในขณะที่พื้นที่มีปัญหาหยุมหยิมตลอด พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า ก็แบบที่เคยบอก คือดูคล้ายเขามีความตั้งใจที่จะเข้าสู่กระบวนการ แต่หน้างานก็เป็นแบบนี้ ทั้งพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 กองทัพภาคที่ 1 และด้านจันทบุรี-ตราด ซึ่งตนก็ย้ำอยู่เสมอว่า เจรจาก็ว่ากันไป ส่วนหน้างานก็ว่ากันไป ถ้าวันใดวันหนึ่ง ที่มารุกล้ำก็ต้องดำเนินการตามกฎการใช้กำลัง ตรงนี้ไม่ต้องเป็นห่วง เราไม่ยอมแน่นอนในเรื่องเขตอธิปไตยของเรา ถ้ามีการกระทำที่เกินกว่าเหตุมากกว่านี้ ก็ต้องมีการจับกุมบ้าง เพราะจากการสังเกตเมื่อวานนี้น่าจะเป็นการวางแผนไว้ของฝ่ายกัมพูชา พอมากระทำแล้ว วันรุ่งขึ้นก็มีหนังสือไปถึงประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นการกระทำที่สอดรับกันมาก

ชมเจ้าหน้าที่ไทยทำตามขั้นตอน

“การที่นายกฯ กัมพูชา ไปประท้วงกับประเทศต่างๆ ว่าไทยกระทำต่อชาวกัมพูชา ซึ่งภาพต่างๆที่เกิดขึ้นอยากจะเรียนว่า 1.หัวหน้าชุด IOT ของฝ่ายไทย ที่มาจากมาเลเซีย ได้กล่าวชมเชยไทยเมื่อวาน ว่าปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งเราต้องพยายามทำตามขั้นตอนไว้ แต่สิ่งที่เกินกว่าเหตุก็สามารถข้ามขั้นตอนได้ 2.การที่นายกฯ กัมพูชา ไปประท้วง ผมก็ไม่เข้าใจ ในขณะที่เราประท้วงกัมพูชาว่ามาวางกับระเบิดในพื้นที่ทัพภาค 2 กัมพูชากลับมาประท้วงไทยว่าวางรั้วลวดหนาม ซึ่งก็ต้องดูว่าอันไหนมันแรงกว่ากัน ตรงนี้ก็คงต้องทำความเข้าใจกันต่อไป ปัจจุบันกระทรวงกลาโหมได้ประสานกระทรวงต่างประเทศ ให้ทำหนังสือประท้วงไปเช่นกัน”

ย้ำกัมพูชา ขอใช้กฎหมายไทย

เมื่อถามว่า ครบ 30 วันแล้ว เดดไลน์เขายังไม่ย้ายออกจากพื้นที่ จะต้องเข้าสู่กระบวนการ JBC ในเดือนพฤศจิกายนอีกรอบ จะล่าช้าหรือไม่ พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า มันยังมีการประชุม GBC คั่นกลางก่อน ซึ่งวันนั้นตนได้คุยกับ รมว.กลาโหมกัมพูชา ว่าในช่วงระหว่างนี้ให้ผู้ว่าฯ คุยกัน แต่ถ้าทำอะไรเกินกว่าเหตุ ไทยขอที่จะดำเนินการตามกฎหมาย เพราะนี่เป็นแผ่นดินไทยชัดเจน

“วันนั้นผมจำได้แม่นว่า ผมพูดกับพลเอก เตีย เซยฮา ว่า แม้ว่าเส้นเขตแดนจะไม่ชัดเจน แต่สื่อทุกสำนักทราบว่ามันมีเส้นน้ำเงิน เส้นแดง ซึ่งตอนนี้ทั้ง 2 เส้นก็เป็นที่รับทราบทั่วไปแล้ว ผมบอกเขาไปว่า ระหว่างเส้นน้ำเงินเส้นแดงไม่ว่ากัน รอ JBC แต่ใต้เส้นแดงมานี่คือเขตของไทย ขอใช้กฎหมายไทย และเราก็คำนึงถึงมนุษยธรรมอยู่ว่าประชาชน 2 ฝ่ายในที่สุดก็ต้องอยู่ด้วยกัน ก็ต้องทำตามขั้นตอน แต่ถ้าเขาทำอะไรที่เกินกว่าเหตุ ทางฝ่ายปกครองและฝ่ายรัฐบาลกัมพูชาไม่มาดูแล ไม่มาจัดการ ฝ่ายไทยก็ต้องข้ามขั้นตอนไปเหมือนกัน คงต้องทำเกินกว่าที่ตกลงกันไว้“

ไม่บอก กระชับพื้นที่คืนหรือไม่

เมื่อถามว่า จะใช้โอกาสนี้ในการกระชับพื้นที่คืนหรือไม่ พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า อันนี้ไม่ขอบอก เพราะตนต้องระมัดระวังในการพูด เนื่องจากเป็นช่วงที่เป็น 2 สถานะคือ รักษาการรัฐบาลเก่า และตามสื่อก็อาจเป็นรัฐบาลใหม่ สถานะจึงยังไม่สามารถสั่งการอะไรได้ แต่ก็ได้คุยเป็นการส่วนตัวกับผู้บัญชาการทหารบก แม่ทัพภาคที่ 1 ว่าขอให้ดำเนินการตามกรอบที่มีอยู่ เพราะเรามีกฎการใช้กำลังอยู่แล้ว ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง แม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่สามารถดำเนินงานได้ตามกฎหมาย แต่กฎการใช้กำลังของกระทรวงกลาโหมมีอยู่แล้ว และมอบอำนาจให้ตั้งแต่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก แม่ทัพภาค และ ผบ.กองกำลัง ทุกท่านมีอำนาจตัดสินใจได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการกระทำใดก็ตามที่ เป็นการล่วงล้ำอธิปไตย สามารถตัดสินใจได้ทันที

รอ “สมช.”เคาะสร้างรั้วชายแดน

พล.อ.ณัฐพล ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการสร้างรั้วชายแดนด้าน จ.สระแก้ว ว่า ขณะนี้มีความเห็นสองด้าน เนื่องจากในบางจุด มีคลองคั่นอยู่ตรงกลาง ทำให้เขตแดนอยู่กลางคลอง ถ้าเราสร้างรั้วขึ้นมาอยู่บนตลิ่ง จะมีความเห็นเป็นสองทาง ทางฝ่ายที่อยากให้สร้าง ต้องการมีไว้เพื่อป้องกันอาชญากรรม ขณะที่ฝ่ายไม่เห็นด้วยจะบอกว่า เราจะเสียสภาพ การครอบครองระหว่างกลางคลองขึ้นมาได้ ตนจึงได้ให้ไปหารือในรายละเอียดอีกครั้ง อยากขอความเห็นใจว่า พอเราทำอะไรลงไป อีกฝ่ายหนึ่งก็จะประท้วง เราจึงต้องทำในสิ่งที่สองฝ่ายตกลงร่วมกันได้ 

พล.อ.ณัฐพล กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้จะต้องนำเข้าไปพิจารณาในสภาความมั่นคงแห่งชาติก่อน เพราะเกี่ยวเนื่องกับอธิปไตย และเป็นเรื่องที่มีคนพร้อมจะตัดพ้อต่อว่า ดังนั้น เมื่อเราเป็นรัฐบาลก็ต้องระมัดระวัง หลังจากครม. ชุดใหม่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ก็จะมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดยทันที ที่ผ่านมาก็ไม่ได้นั่งกันเฉยๆ มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด ปัญหาก็คือ ตอนนี้ยังไม่สามารถทำอะไรได้อย่างเป็นทางการ ต้องรอคณะรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อน

บิ๊กเล็กซัดกัมพูชาคล้ายวางแผนก่อกวนเสร็จฟ้องนานาชาติ

จากกรณีความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อพฤติกรรมของกัมพูชาที่ดูคล้ายมีการวางแผน บิ๊กเล็กซัดกัมพูชาคล้ายวางแผนก่อกวนเสร็จฟ้องนานาชาติ โดยมองว่าการกระทำต่างๆ สอดคล้องกับการฟ้องร้องต่อองค์กรระหว่างประเทศในวันรุ่งขึ้น

ท่าทีของไทยต่อกรณี บิ๊กเล็กซัดกัมพูชาคล้ายวางแผนก่อกวนเสร็จฟ้องนานาชาติ

ทางฝั่งไทยยืนยันที่จะรักษากฎหมายและอธิปไตยของชาติอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งดำเนินการตามขั้นตอน แต่หากสถานการณ์เกินเลย ก็พร้อมที่จะตอบโต้เพื่อปกป้องดินแดน นอกจากนี้ พล.อ.ณัฐพล ยังได้ตั้งคำถามถึงการประท้วงของกัมพูชาว่า การวางทุ่นระเบิดกับการสร้างรั้วลวดหนาม สิ่งใดรุนแรงกว่ากัน

สถานการณ์ชายแดนยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด และการเจรจาเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม การปกป้องอธิปไตยและรักษาความปลอดภัยของประชาชนก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ บิ๊กเล็กซัดกัมพูชาคล้ายวางแผนก่อกวนเสร็จฟ้องนานาชาติ เป็นประเด็นที่สะท้อนถึงความซับซ้อนของการแก้ไขปัญหาชายแดน

การกระทำดังกล่าวของกัมพูชาทำให้เกิดคำถามถึงความตั้งใจที่แท้จริงในการแก้ไขปัญหาชายแดน การที่ บิ๊กเล็กซัดกัมพูชาคล้ายวางแผนก่อกวนเสร็จฟ้องนานาชาติ นั้นแสดงให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจและความระมัดระวังที่ไทยมีต่อการกระทำของกัมพูชา

ที่มา – “บิ๊กเล็ก”ซัดพฤติกรรมกัมพูชาคล้ายวางแผน ก่อกวนเสร็จ วันรุ่งขึ้นทำหนังสือฟ้องนานาชาติ

กองทัพไทยเริ่มสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ปีนี้!

กองทัพไทยประกาศเดินหน้าโครงการสำคัญ สร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรก ระยะทาง 10 กิโลเมตร คาดเริ่มดำเนินการภายในปีนี้ ตอบสนองข้อเรียกร้องของประชาชนและเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน

กองทัพไทย ชี้เริ่มทำปีนี้ สร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรก 10 กม.

พล.อ.มนัส จันดี เสนาธิการทหาร เปิดเผยว่า กองบัญชาการกองทัพไทยได้ลงพื้นที่สำรวจแนวชายแดน บริเวณหลักเขตที่ 48 ถึง 51 ในเขต อ.อรัญประเทศ และได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการสร้างรั้วถาวร บริเวณหลักเขตที่ 50-51 ระยะทาง 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดที่ไทยและกัมพูชาเห็นพ้องกันในเรื่องเขตแดนแล้ว

นอกเหนือจากรั้วถาวร กองทัพไทยยังมีแผนสร้างรั้วชั่วคราวในบริเวณที่ยังมีการอ้างสิทธิและยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน โดยจะใช้วิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดน พร้อมวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น และติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดที่เหมาะสม การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายกำลังพล การลาดตระเวน และสกัดกั้นการลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติ

ทำไมต้องสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา?

การสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา มีเป้าหมายหลักเพื่อ:

  • เสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน
  • ป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและการกระทำผิดกฎหมาย
  • สกัดกั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหาสแกมเมอร์
  • อำนวยความสะดวกในการลาดตระเวนและรักษาความปลอดภัย

พล.อ.มนัส ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวจะไม่ติดขัดในเรื่องงบประมาณ และคาดว่าจะสามารถเริ่มเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชาได้ภายในปีนี้ ขั้นตอนต่อไปคือการลงรายละเอียดในพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่อาจได้รับผลกระทบบ้าง

ด้าน พล.ต.วันชนะ สวัสดี กล่าวว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน และขอบคุณประชาชนที่ต้องการสนับสนุนการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งจะต้องพิจารณาในแง่กฎหมายว่าจะสามารถเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไรต่อไป

โครงการสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพไทยในการปกป้องอธิปไตยของชาติ รวมถึงแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การดำเนินการนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อความมั่นคงของประเทศ แต่ยังจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนอีกด้วย

การสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างกำแพง แต่เป็นการสร้างความมั่นคงและอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทย

ที่มา – กองทัพไทย ชี้เริ่มทำปีนี้ สร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรก 10 กม.

Scroll to top