ลอยกระทง 2568

“ลอยกระทง 2568” ไม่คึกคัก หอการค้าไทยชี้!

หอการค้าไทย ประเมินสถานการณ์ “ลอยกระทง 2568” ปีนี้อาจจะไม่คึกคักเท่าที่ควร โดยคาดการณ์ว่าเม็ดเงินสะพัดจะอยู่ที่ 9.6 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงความรู้สึกของผู้บริโภคในช่วงเวลาดังกล่าว ในขณะที่โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ยังไม่สามารถกระตุ้นการใช้จ่ายได้เท่าที่ควร

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงวัน “ลอยกระทง 2568” พบว่าบรรยากาศโดยรวมอาจจะไม่สดใสเท่าปีก่อนๆ แม้ว่ากิจกรรมตามประเพณีจะยังคงมีอยู่ แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่แสดงความเห็นว่าอาจจะไม่ได้ออกไปร่วมงาน เนื่องจากความรู้สึกอยู่ในช่วงไว้อาลัยและความโศกเศร้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการใช้จ่ายที่คาดว่าจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ตัวเลขคาดการณ์เม็ดเงินสะพัด 9,677 ล้านบาทนั้น หดตัวลงถึง 6.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่มีมูลค่า 10,355 ล้านบาท และถือเป็นการขยายตัวติดลบครั้งแรกในรอบ 4 ปี ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นสถิติต่ำสุดในรอบ 10 ปีอีกด้วย สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลสำคัญ

“ลอยกระทง 2568” เงินสะพัดน้อย หอการค้าไทยกังวล

สำหรับคำอธิษฐานในการลอยกระทงปีนี้ ส่วนใหญ่ประชาชนตั้งใจที่จะขอส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย และขอให้ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชินี รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์มีพระพลานามัยแข็งแรง

ในส่วนของโครงการคนละครึ่งพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่จะตอบว่าจะนำไปใช้จ่ายในช่วง “ลอยกระทง 2568” แต่จากข้อมูลการใช้จ่ายในช่วงแรกที่ผ่านมา พบว่ายอดการใช้จ่ายยังค่อนข้างน้อย (ประมาณ 750 ล้านบาท) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากกว่าที่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเทศกาล

ปัจจัยที่ทำให้ “ลอยกระทง 2568” ไม่คึกคัก

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือการที่ร้านค้าเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสยังมีจำนวนน้อย (ประมาณ 6 แสนราย หรือ 20% ของ SMEs ทั้งประเทศ) ทำให้รัฐบาลควรเร่งเปิดลงทะเบียนร้านค้าเพิ่มเติม เพื่อให้โครงการนี้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยประคอง GDP ของประเทศให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ (ประมาณ 2%)

  • เศรษฐกิจชะลอตัว: สภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
  • ความรู้สึกของผู้บริโภค: สถานการณ์ต่างๆ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย
  • โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ: โครงการต่างๆ ของรัฐบาลยังไม่สามารถดึงดูดให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างเต็มที่

โดยรวมแล้ว แม้ว่าเทศกาล “ลอยกระทง 2568” จะยังคงมีความสำคัญทางวัฒนธรรมและประเพณี แต่ในแง่ของเศรษฐกิจอาจจะไม่สามารถสร้างความคึกคักได้เท่าที่ควร รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา – “หอการค้าไทย” ชี้ “ลอยกระทง 2568” ไม่คึกคัก คาดเงินสะพัด 9.6 พันล้าน ต่ำสุดในรอบ 10 ปี

5 พ.ย.นี้! ชม “ซูเปอร์ฟูลมูน” คืนวันลอยกระทง

เตรียมตัวให้พร้อม! วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 นี้ ตรงกับคืนวันลอยกระทง อย่าพลาดชมปรากฏการณ์ “ซูเปอร์ฟูลมูน” ดวงจันทร์เต็มดวงที่โคจรมาใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี!

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้แจ้งข่าวดีว่า ในคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นคืนลอยกระทงของประเทศไทย ดวงจันทร์เต็มดวงจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้โลกที่สุดในรอบปี หรือที่นักดาราศาสตร์เรียกว่า “ซูเปอร์ฟูลมูน” (Super Full Moon) โดยในคืนดังกล่าว ดวงจันทร์จะอยู่ห่างจากโลกประมาณ 356,966 กิโลเมตร เราจะเริ่มสังเกตเห็นดวงจันทร์ได้ตั้งแต่หลังดวงอาทิตย์ตกดินทางทิศตะวันออก ประมาณเวลา 17:30 น. เป็นต้นไป และจะได้เห็นดวงจันทร์เต็มดวงที่มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย สว่างสวยงามตลอดทั้งคืน

โดยปกติแล้ว ดวงจันทร์จะใช้เวลาโคจรรอบโลกประมาณ 1 เดือน และมีวงโคจรเป็นรูปวงรี ทำให้ในแต่ละเดือน ดวงจันทร์จะมีตำแหน่งที่ใกล้โลกที่สุด เรียกว่า เปริจี (Perigee) ซึ่งมีระยะทางเฉลี่ยประมาณ 357,000 กิโลเมตร และตำแหน่งที่ไกลโลกที่สุด เรียกว่า อะโปจี (Apogee) ซึ่งมีระยะทางเฉลี่ยประมาณ 406,000 กิโลเมตร ดังนั้น การที่คนบนโลกสังเกตเห็นดวงจันทร์มีขนาดที่แตกต่างกัน จึงเป็นปรากฏการณ์ที่สามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์

5 พ.ย.นี้! ชม “ซูเปอร์ฟูลมูน” คืนวันลอยกระทง

ทาง NARIT เตรียมจัดกิจกรรมพิเศษ โดยจะมีการตั้งกล้องโทรทรรศน์ใน 5 จุดสังเกตการณ์หลัก เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมชม “ซูเปอร์ฟูลมูน” หรือ “ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี” ในคืนลอยกระทง ตั้งแต่เวลา 18:00 – 22:00 น. ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา ขอนแก่น นครราชสีมา และสงขลา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังมีการจัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวจะมีการปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และขอความร่วมมือผู้ร่วมกิจกรรมแต่งกายด้วยชุดโทนสีสุภาพ

ทำไมถึงเรียกว่า “ซูเปอร์ฟูลมูน”?

ปรากฏการณ์ “ซูเปอร์ฟูลมูน” เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เต็มดวงโคจรเข้ามาใกล้โลกมากที่สุดในวงโคจรของมัน ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์มีขนาดใหญ่และสว่างกว่าปกติ ดวงจันทร์ไม่ได้โคจรรอบโลกเป็นวงกลม แต่เป็นวงรี ดังนั้นในแต่ละเดือน ระยะห่างระหว่างโลกและดวงจันทร์จึงแตกต่างกัน

การที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากขึ้น ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์มีขนาดใหญ่ขึ้นประมาณ 14% และสว่างขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับดวงจันทร์เต็มดวงที่อยู่ไกลโลกที่สุด อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างนี้อาจไม่ได้สังเกตเห็นได้ชัดเจนนักด้วยตาเปล่า แต่ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้ชื่นชมความงามของดวงจันทร์อย่างใกล้ชิด

สำหรับใครที่สนใจปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ หรืออยากสัมผัสประสบการณ์ชมดวงจันทร์แบบเต็มตา อย่าพลาดโอกาสในคืนวันลอยกระทงปีนี้ มาร่วมชม “ซูเปอร์ฟูลมูน” ด้วยกัน!

นอกจากนี้ กิจกรรมที่จัดโดย NARIT ยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ และทำความเข้าใจปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา

คืนวันลอยกระทงปีนี้ นอกจากการขอพรและลอยกระทงแล้ว อย่าลืมแหงนมองท้องฟ้า ชมความงามของ “ซูเปอร์ฟูลมูน” ปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยาก แล้วคุณจะหลงรักดาราศาสตร์มากยิ่งขึ้น

ที่มา – 5 พ.ย. คืนวันลอยกระทง รอชม “ซูเปอร์ฟูลมูน” ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี

Scroll to top