ลักพาตัว

เกาหลีใต้เผย พลเรือนหายในกัมพูชา: ยกระดับเตือน

ทางการเกาหลีใต้เผยว่า ยังมีพลเรือนของประเทศอีกประมาณ 80 คนในกัมพูชาที่ยังไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้ ท่ามกลางสถานการณ์คดีหลอกลวงจ้างงานและลักพาตัวชาวเกาหลีใต้ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหา พลเรือนหายในกัมพูชา นี้สร้างความกังวลใจให้กับรัฐบาลเกาหลีใต้อย่างมาก

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ว่า พวกเขาได้รับรายงานกรณีชาวเกาหลีใต้ถูกลักพาตัวในกัมพูชามากถึง 330 คดี ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนสิงหาคมของปีนี้

อย่างไรก็ตาม ประมาณ 80% ของจำนวนดังกล่าว หรือราว 260 คดี ได้ถูกคลี่คลายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผ่านการจับกุมของตำรวจท้องถิ่น การเนรเทศออกจากประเทศ การหลบหนีออกมาได้เอง หรือการเดินทางกลับประเทศเกาหลีใต้

คดีที่ถือว่าได้ข้อยุติแล้ว หมายรวมถึง กรณีที่ได้รับการยืนยันว่าบุคคลนั้นไม่ได้ถูกควบคุมตัว และกรณีที่สามารถติดต่อกับครอบครัวหรือคนรู้จักได้อีกครั้ง

เจ้าหน้าที่ยังระบุเพิ่มเติมว่า ในปี 2567 มีคดีลักพาตัวชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาเกิดขึ้นทั้งหมด 220 คดี และ 95% ของคดีเหล่านี้ได้ข้อยุติแล้ว เมื่อรวมกับจำนวนผู้ที่ยังสูญหายในปีนี้อีกราว 70 คน ทำให้จำนวนพลเรือนเกาหลีใต้ในกัมพูชาที่ยังไม่ทราบชะตากรรมจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 80 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางการกำลังเร่งดำเนินการติดตามอย่างใกล้ชิด

กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ยังกล่าวอีกว่า พวกเขากำลังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน มีชาวเกาหลีใต้ราว 90 คน ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวระหว่างปฏิบัติการปราบปรามแก๊งอาชญากรรมออนไลน์ และกำลังถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์กักกันท้องถิ่น โดยส่วนใหญ่มีกำหนดการที่จะถูกเนรเทศออกนอกประเทศ

ในส่วนนี้ กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ระบุว่า แม้ในช่วงแรกจะมีบางคนปฏิเสธที่จะเดินทางกลับเกาหลีใต้ แต่จำนวนผู้ที่ยินยอมเดินทางกลับได้เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนชาวเกาหลีใต้ที่ถูกตำรวจกัมพูชาควบคุมตัวลดลงเหลือ 63 คน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติของเกาหลีใต้มีแผนที่จะนำพวกเขากลับประเทศทั้งหมดภายในเดือนนี้

รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณาที่จะยกระดับคำแนะนำการเดินทางสำหรับบางภูมิภาคในกัมพูชา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในพื้นที่และการแพร่ระบาดของอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สถานการณ์ พลเรือนหายในกัมพูชา ยิ่งเป็นปัจจัยเร่งให้ต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ได้ยกระดับคำแนะนำการเดินทางไปยังกรุงพนมเปญเป็นระดับพิเศษ หรือระดับ 2.5 ไปแล้ว และยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะยกระดับคำแนะนำเพิ่มเติมไปสู่ระดับ 3 ซึ่งหมายถึงการแนะนำให้ออกนอกพื้นที่ หรือระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับห้ามเดินทาง

สถานการณ์ พลเรือนหายในกัมพูชา

สถานการณ์ พลเรือนหายในกัมพูชา ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความเชื่อมั่นของประชาชนเกาหลีใต้ในการเดินทางไปยังกัมพูชาอย่างมาก การที่ยังมีพลเรือนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและประสานงานกับทางการกัมพูชา

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจับกุมชาวเกาหลีใต้ในคดีอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการหลอกลวงและการแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกัมพูชา

มาตรการช่วยเหลือพลเรือนเกาหลีใต้ในกัมพูชา

รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพลเรือนที่ได้รับผลกระทบ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต มาตรการเหล่านี้รวมถึง:

  • การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบริษัทจัดหางาน
  • การให้ข้อมูลและคำแนะนำแก่ประชาชนเกี่ยวกับการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ
  • การประสานงานกับทางการกัมพูชาเพื่อปราบปรามอาชญากรรมและการลักพาตัว
  • การให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลแก่พลเรือนที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ

ที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากอาชญากรรม

สถานการณ์ พลเรือนหายในกัมพูชา เป็นเรื่องที่น่ากังวล และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา การเพิ่มความระมัดระวังและตระหนักถึงความเสี่ยงต่างๆ จะช่วยลดโอกาสในการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมได้

ที่มา – เกาหลีใต้เผย พลเรือนหายในกัมพูชาอีก 80 คน เล็งยกระดับเตือนเดินทาง

กัมพูชาตั้งข้อหา 3 ชาวจีน ลักพาตัวฆ่านักศึกษา

(ภาพจาก AKP News Agency homepage /Yonhap)

ทางการกัมพูชาตั้งข้อหา 3 ชาวจีน ที่ถูกจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัย กัมพูชาตั้งข้อหา 3 ชาวจีน ลักพาตัว-ฆาตกรรมนักศึกษาเกาหลีใต้ จนจุดชนวนปัญหาระหว่างประเทศ

สำนัก โชซอน อิลโบ (Chosun Ilbo) ของเกาหลีใต้ รายงานว่า ทางการกัมพูชาจับกุมตัวสมาชิก 3 คนขององค์กรอาชญากรรมชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (voice phishing) ในประเทศกัมพูชา พร้อมตั้งข้อหาในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุทรมานและฆาตกรรมนักศึกษาเกาหลีใต้เมื่อไม่กี่เดือนก่อน

หนึ่งผู้ถูกจับกุม ถูกสงสัยว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง “คดีเครื่องดื่มยาเสพติดกังนัม” ในปี 2566 ที่คนร้ายแจกเครื่องดื่มยาเสพติดให้นักเรียน 13 คน ในย่านการศึกษา แดชี-ดง เขตคังนัม กรุงโซล โดยอ้างว่าเป็นการให้ชิมฟรี ซึ่งตอนนี้ตำรวจเกาหลีใต้ได้เริ่มทำการสืบสวนแล้ว

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนที่ตั้งฐานอยู่ในกัมพูชา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังมุ่งเป้าหมายโจมตีไปที่ชาวเกาหลีใต้และทำให้จำนวนคดีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

สำนักงานอัยการของศาลประจำจังหวัดกำปอต ในกัมพูชา เปิดเผยว่า ชาวจีน 3 คนถูกจับตัวได้ต่อเนื่องกัน และถูกตั้งข้อหาเมื่อวันที่ 11 ต.ค. จากกรณีการฆาตกรรมนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ นามสมมติว่านาย “เอ” อายุ 22 ปี ผู้ถูกพบเป็นศพภายในรถยนต์คันหนึ่ง ใกล้ภูเขาบกกอร์ (Bokor Mountain) จังหวัดกำปอต เมื่อวันที่ 8 ส.ค.

ในเดือนเดียวกันนั้น ตำรวจท้องถิ่นจับกุมตัวชาวจีน 2 คนได้ในที่เกิดเหตุ โดยอยู่ในรถยนต์ที่พบศพของนาย เอ นอกจากนั้น ระหว่างการสืบสวนคดีในอาคารที่พักอาศัยในพื้นที่ภูเขาบกอร์ ซึ่งเป็นที่ที่นาย เอ ถูกขังเอาไว้ก่อนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จับกุมชาวจีนได้เพิ่มอีก 1 คน และการสอบสวนยังคงดำเนินมาจนถึงเมื่อไม่นานมานี้

ตำรวจกัมพูชาได้ค้นพบหลักฐานว่าสมาชิกขององค์กรอาชญากรรมชาวจีนกลุ่มนี้ได้ก่ออาชญากรรมต่างๆ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (voice phishing) และการหลอกให้รัก หรือ โรแมนซ์สแกม (romance scams) อยู่ที่อาคารที่พักอาศัยดังกล่าว ต่อมาตำรวจท้องถิ่นได้ปิดล้อมอาคารและเข้ายึดหลักฐาน ซึ่งระหว่างนั้น มีชาวเกาหลีใต้ 14 คนที่ถูกจับตัวไว้ ได้รับความช่วยเหลือ

ผู้เสียหายอีกราย นามสมมติว่านาย บี ถูกจับไว้ที่อาคารเดียวกับนาย เอ ให้ข้อมูลกับสำนักงานของ ส.ส. พัค ชัน-แด แห่งพรรคประชาธิปัตย์เกาหลี ซึ่งติดตามคดีของนาย เอ หลังจากได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจากครอบครัวของเหยื่อ

นาย บี ระบุว่า “นาย เอ ถูกทำร้ายอย่างรุนแรงจนหายใจแทบไม่ไหว ผมได้ยินมาว่าเขาเสียชีวิตในรถขณะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล”

ทั้งนี้ นาย เอ จากเมืองเยชอน จังหวัดคยองซังเหนือ ได้เดินทางไปกัมพูชาเมื่อวันที่ 17 ก.ค. โดยบอกครอบครัวว่าจะไปร่วมงานเทศกาล แต่ราว 1 สัปดาห์หลังจากนั้น ครอบครัวของเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากบุคคลปริศนา เรียกค่าไถ่เป็นจำนวน 50 ล้านวอน (ราว 1.15 ล้านบาท) โดยอ้างว่านักศึกษาคนนี้ “ก่อปัญหา” แต่ไม่ระบุว่าปัญหาดังกล่าวคืออะไร

แต่การติดต่อก็ถูกตัดขาดไปใน 4 วันต่อมา และสุดท้าย นาย เอ ก็ถูกพบเป็นศพในวันที่ 8 ส.ค. โดยการชันสูตรเบื้องต้นชี้ว่า เขาเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจวายเพราะความเจ็บปวดจากการถูกทรมาน

ร่างของนาย เอ ถูกเก็บรักษาไว้ที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญมานานร่วม 2 เดือนแล้ว และเกาหลีใต้วางแผนจะส่งตำรวจไปยังกัมพูชาภายในเดือนนี้ เพื่อดำเนินการชันสูตรศพของนาย เอ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กัมพูชา

เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางท่ามกลางการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอาชญากรรมที่มุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีในกัมพูชา

ตามข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ที่ยื่นต่อ ส.ส. พัค ชาน-แด จากพรรคประชาธิปไตยเกาหลี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล พบว่าระหว่างเดือนมกราคมถึงสิงหาคมของปีนี้ เกิดคดีลักพาตัวหรือการกักขังชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาถึง 330 คดี เพิ่มขึ้นจาก 221 คดีในปี 2567, 21 คดีในปี 2566, 11 คดีในปี 2565 และ 4 คดีในปี 2564

จำนวนคดีที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจจุดชนวนปัญหาทางการทูตระหว่างเกาหลีใต้กับกัมพูชา โดยเมื่อวันศุกร์ กระทรวงต่างประเทศเรียกตัวเอกอัครราชทูตกัมพูชาเข้าพบ เพื่อแสดงความกังวล และขอให้รัฐบาลกัมพูชาร่วมมือกับทางการเกาหลีใต้ในการจัดตั้ง แผนกเกาหลี เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ยังประกาศยกระดับการแจ้งเตือนสำหรับการเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ และอีกหลายเมืองในกัมพูชา จากเดิมอยู่ที่ระดับ 2 ให้เป็นระดับ “พิเศษ” ซึ่งหมายความว่า ให้พลเรือนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองที่ถูกประกาศ หรือให้พลเรือนออกจากเมืองดังกล่าวหากอยู่ที่นั่น โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในเวลา 21.00 น. วันศุกร์ (10 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : chosun

กัมพูชาตั้งข้อหา 3 ชาวจีน ลักพาตัว-ฆาตกรรมนักศึกษาเกาหลีใต้

เหตุการณ์ กัมพูชาตั้งข้อหา 3 ชาวจีน ลักพาตัว-ฆาตกรรมนักศึกษาเกาหลีใต้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเพิ่มขึ้นของคดีลักพาตัวและการกักขังชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาเป็นเรื่องที่น่ากังวล และจำเป็นต้องมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อปกป้องพลเมือง

ความคืบหน้า กัมพูชาตั้งข้อหา 3 ชาวจีน ลักพาตัว-ฆาตกรรมนักศึกษาเกาหลีใต้

ล่าสุดทางการกัมพูชาได้ดำเนินการตั้งข้อหากับผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คน และมีการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมหลักฐานและขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ นอกจากนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ยังได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสวนและให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียหาย

ความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันจะช่วยลดโอกาสในการเกิดอาชญากรรมและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้

สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังในการเดินทางไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ

การที่ กัมพูชาตั้งข้อหา 3 ชาวจีน ลักพาตัว-ฆาตกรรมนักศึกษาเกาหลีใต้ นั้นเป็นสัญญาณที่ดีในการดำเนินการทางกฎหมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – กัมพูชาตั้งข้อหา 3 ชาวจีน ลักพาตัว-ฆาตกรรมนักศึกษาเกาหลีใต้

Scroll to top