ล่วงละเมิดทางเพศ

“อาจารย์แก้กรรม” ปรากฏตัว พบตำรวจกลางดึก บอกสั้นๆ “ไม่มีอะไร”

อาจารย์แก้กรรม” ปรากฏตัว พบตำรวจกลางดึก บอกสั้นๆ “ไม่มีอะไร” หลังจากที่มีข่าวฉาวเรื่องอมมังกรแก้กรรมล่วงละเมิดทางเพศ ทำให้สังคมฮือฮาและผู้เสียหายออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กรณีนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ลำพูน ซึ่งอาจารย์ชื่อดังรายนี้ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดหนุ่มออร์กาไนซ์ที่มาพบเพื่อรักษาโรคปวดหัวคลัสเตอร์ โดยแม่ของผู้เสียหายพาไป เมื่อข่าวแพร่ออกไป สำนักของอาจารย์ก็ปิดเงียบและติดป้ายงดรับแขกทุกคณะ อ้างว่ามีผู้ไม่หวังดีใส่ร้าย

“อาจารย์แก้กรรม” ปรากฏตัว พบตำรวจกลางดึก บอกสั้นๆ “ไม่มีอะไร”

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2569 พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.กก.4 บก.ป. นำหมายศาลจังหวัดลำพูนเข้าตรวจค้นบ้านและสำนักของอาจารย์แก้กรรมใน อ.ป่าซาง จ.ลำพูน การตรวจค้นใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง โดยเก็บหลักฐานต่างๆ ในห้องเกิดเหตุ รวมถึงกล่องเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด อาจารย์ให้ความร่วมมือพร้อมทนายความและลูกศิษย์คนสนิท จากนั้นนำหลักฐานไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ป่าซาง

รายละเอียดการตรวจค้นและหลักฐานที่พบ

พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ เปิดเผยว่า การตรวจค้นเป็นไปตามหมายศาล เพื่อเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับห้องเกิดเหตุ จะนำไปตรวจสอบด้วยกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป วันนั้นเป็นเพียงการค้นเท่านั้น ไม่มีการจับกุมหรือสอบสวนเพิ่มเติม

  • เก็บเอกสารในห้องเกิดเหตุ
  • ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด
  • หลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนรับแขก
  • ไม่มีรายงานเรื่องอาวุธหรือการคุกคาม

ทนายความของอาจารย์แก้กรรมชี้แจง

ทนายความยืนยันว่าอาจารย์ให้ความร่วมมือเต็มที่ คดีไม่หนักใจเพราะหลักฐานหลายส่วนไม่ตรงกัน ไม่มีอาวุธหรือคุกคามตามที่อ้าง และยังไม่มีการสอบปากคำอาจารย์ ส่วนเคสที่ 2 ที่เป็นเด็กวัย 18 ปี ยังไม่ทราบรายละเอียดชัดเจน กระทั่งช่วงค่ำ อาจารย์แก้กรรมปรากฏตัวครั้งแรกพร้อมลูกศิษย์ เดินทางเข้าพบตำรวจ สภ.ป่าซาง บรรยากาศตึงเครียด นักข่าวถามข้อเท็จจริงและความรู้สึก แต่ได้รับคำตอบสั้นๆ “ไม่มีอะไร” ก่อนรีบเดินเข้าไป

พัฒนาการคดี “อาจารย์แก้กรรม” และผลกระทบต่อสังคม

กรณี “อาจารย์แก้กรรม” ปรากฏตัว พบตำรวจกลางดึก บอกสั้นๆ “ไม่มีอะไร” สะท้อนถึงความซับซ้อนของคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีชื่อเสียงในวงการแก้กรรมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้เสียหายหลายรายออกมาให้ปากคำเพิ่มเติม ทำให้ตำรวจต้องเร่งรัดการสอบสวน สังคมไทยมักศรัทธาในอาจารย์แก้กรรมเพื่อแก้ปัญหาชีวิต แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระวังภัยจากการหลงเชื่อโดยไม่ตรวจสอบ

จากข้อมูลที่รวบรวม คดีนี้เริ่มจากผู้เสียหายรายแรกที่ถูกพาไปรักษาโรคปวดหัวคลัสเตอร์ แต่กลับถูกล่วงละเมิดทางเพศในระหว่างพิธีกรรมอมมังกรแก้กรรม ผู้เสียหายรายอื่นๆ ก็เล่าประสบการณ์คล้ายกัน เช่น การถูกให้ดื่มของเหลวแปลกๆ หรือถูกสัมผัสในที่ลับตา สำนักปิดตัวชั่วคราว สร้างความสับสนให้ลูกศิษย์ที่เคยศรัทธา

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิจารณ์ในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการใช้ชื่อเสียงหลอกลวง โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมและเรื่องหลอกลวงแพร่หลาย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแนะนำให้ผู้เสียหายรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วนเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะที่ฝั่งอาจารย์ยืนยันจะต่อสู้ตามกฎหมาย

ในมุมมองของผู้เขียน คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกคนที่กำลังเผชิญปัญหาชีวิต อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อโดยขาดการไตร่ตรอง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองแทนการพึ่งพาพิธีกรรมที่ไม่แน่นอน สุดท้ายแล้ว ความยุติธรรมต้องอาศัยหลักฐานและกระบวนการที่โปร่งใส

ติดตามอัพเดทคดีล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “อาจารย์แก้กรรม” ปรากฏตัว พบตำรวจกลางดึก บอกสั้นๆ “ไม่มีอะไร”

เหยื่อ อ.แก้กรรม ร้องขอคุ้มครองพยาน สายไหมฯ ตั้งข้อสังเกต อ้างนิมิต

เหยื่อ อ.แก้กรรม ร้องขอคุ้มครองพยาน สายไหมฯ ตั้งข้อสังเกต อ้างนิมิต เป็นข่าวที่หลายคนกำลังให้ความสนใจในช่วงนี้ โดยเฉพาะประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากของศาสตร์ไสยเวทย์และการแก้กรรม วันนี้เราจะมาอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดให้ฟังแบบเป็นกันเองกันเลยนะ

เหยื่อ อ.แก้กรรม ร้องขอคุ้มครองพยาน สายไหมฯ ตั้งข้อสังเกต อ้างนิมิต

วันที่ 8 พ.ค. 2567 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ “สายไหมต้องรอด” ได้พา “นายเอ” (นามสมมติ) นักธุรกิจหนุ่มวัย 30 ปี ซึ่งเป็นเหยื่อของ “อ.แก้กรรม” หรือ “อมมังกรแก้กรรม” ชื่อดังจาก จ.ลำพูน ไปยื่นหนังสือขอรับการคุ้มครองพยานต่อกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เหตุผลหลักคือหลังจากแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามแล้ว คาดว่าหมดจับใกล้เข้ามา แต่กลัวอันตรายเพราะอาจารย์คนนี้มีลูกศิษย์กว่า 100,000 คนในกลุ่มเฟซบุ๊ก รวมถึงดารา นักแสดง พิธีกร ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และคนใหญ่คนโตอีกเพียบ

นายเอเล่าว่าตัวเองรู้สึกหวาดกลัวมาก หลังเป็นข่าว จิตใจเสียหายหนัก นอนร้องไห้กับแม่ตอนกลางคืน เคยคิดสั้นด้วยซ้ำ แต่ไม่อยากสร้างกรรมเพิ่ม เลยตัดสินใจเปิดโปงเพื่อป้องกันไม่ให้มีเหยื่อรายต่อไป เพราะอาจารย์คนนี้ใช้ศาสตร์ไสยเวทย์บังหน้าในการล่วงละเมิด

สถานะคดีและพยานหลักฐานล่าสุด

นายเอกภพอัปเดตว่าพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมหลักฐาน คาดหมายจับออกเร็วๆ นี้ นอกจากนายเอแล้ว ยังมีผู้เสียหายจำนวนมากกว่า 1 รายที่ติดต่อมา มีคลิปเสียง พยานที่เห็นการกระทำนอกอาคาร และเคสนักศึกษาชายจากเชียงใหม่ที่ถูกหลอกด้วยนิมิต โดยอาจารย์อ้างเห็นชื่อเจ้ากรรมนายเวรในนิมิต ชื่อเพื่อนถูกต้องเป๊ะ แต่สงสัยว่ามาจากหนังสือรุ่นที่มีชื่อเล่น นักศึกษาคนนี้เกือบโดนล่วงละเมิดเหมือนกันตอนไปสำนัก

เคสนี้น่าสนใจตรงที่เพจสายไหมต้องรอดตั้งข้อสังเกตเรื่องการอ้างนิมิต อาจเป็นเทคนิคหลอกลวงโดยใช้ข้อมูลส่วนตัวจากโซเชียลหรือเอกสารทั่วไป ทำให้เหยื่อเชื่อสนิท ลูกศิษย์บางคนถูกส่งคนแปลกหน้าคุกคามที่บ้าน บอกให้ไปกราบขอขมาเจ้ากรรมนายเวร สุดท้ายต้องไปหาอาจารย์เพื่อเคลียร์

  • หลักฐานสำคัญ: คลิปเสียง การกระทำนอกอาคาร
  • จำนวนเหยื่อ: มากกว่า 1 ราย กำลังทยอยแจ้งความ
  • ความเสี่ยง: ลูกศิษย์กระจายทุกวงการ

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ รับเรื่องทันที ส่วนนายชนะชัย วรรณษา ผอ.สำนักงานคุ้มครองพยาน ยืนยันว่าจะปกป้องไม่ให้เกิดการข่มขู่แน่นอน

กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับทุกคนที่กำลังเผชิญปัญหาชีวิตแล้วหันไปหาศาสตร์ลี้ลับ ต้องเช็คให้ดีก่อนเชื่อ เพราะบางครั้งมันอาจซ่อนอันตรายไว้ การมีเพจอย่างสายไหมต้องรอดช่วยเหลือเหยื่อได้เยอะมาก หากคุณหรือคนใกล้ตัวเจอเรื่องคล้ายๆ นี้ อย่าลังเล รีบแจ้งความและขอความช่วยเหลือทันที จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อเพิ่ม

สุดท้าย ขอให้คดีนี้เดินหน้าจนได้ความยุติธรรม สายไหมต้องรอดจริงๆ นะ!

ที่มา – เหยื่อ อ.แก้กรรม ร้องขอคุ้มครองพยาน สายไหมฯ ตั้งข้อสังเกต อ้างนิมิต

สายไหมต้องรอด พาเหยื่อนิมิตรแก้กรรมร้องกองปราบ

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันมาก นั่นคือกรณี นิมิตรแก้กรรม อาจารย์ดังที่ถูกกล่าวหาว่าหลอกเหยื่อทำพิธีอนาจาร โดยมีเพจดัง สายไหมต้องรอด เข้ามาช่วยพาเหยื่อไปร้องทุกข์ที่กองปราบปราม เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงและน่าตกใจมาก เพราะเหยื่อเป็นคนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องสุขภาพ จนเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อทางโซเชียล

นิมิตรแก้กรรม หลอกเหยื่ออย่างไร?

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 พ.ค. 2569 (ตามข่าว) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้พานายเอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เดินทางไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เหตุผลคือถูก นิมิตรแก้กรรม อาจารย์ชื่อดังหลอกทำพิธีอ้างว่าแก้กรรม โดยให้อมอวัยวะเพศและกระทำการอนาจารอื่นๆ

ประวัติเหยื่อก่อนเจอนิมิตรแก้กรรม

นายเอเล่าว่า เขาป่วยเป็นโรคปวดศีรษะเรื้อรัง หรือที่เรียกว่า “โรคปวดหัวฆ่าตัวตาย” มานาน สร้างความทรมานมาก รักษาที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนหลายที่แต่ไม่หาย แม่ของเขาเห็นคลิปวิดีโอในโซเชียลมีเดียของนิมิตรแก้กรรม ที่อ้างว่ารักษาโรคเวรกรรมได้หายขาด จึงชวนกันเดินทางจากเชียงใหม่ไปหาที่สำนัก ซึ่งดูใหญ่โตเหมือนสถานปฏิบัติธรรม

พอไปถึง อาจารย์นิมิตรแก้กรรมถามปัญหา แล้วบอกว่ามีกรรมเยอะ จะแก้ให้เป็นคิวสุดท้าย จากนั้นแยกนายเอออกจากแม่ ล็อกห้องส่วนตัว แล้วอ้างตำรา “พราหมณ์-ศิวลึงค์” สั่งถอดกางเกงเพื่อเช็กกรรม ให้จับมือแตะต้นขา อวัยวะเพศวนไปมา จนแข็งตัว 80% เพื่อทดสอบว่ารักษาได้ไหม จากนั้นให้สำเร็จความใคร่ใส่หน้าอาจารย์ ถูอวัยวะเพศที่หน้า แล้วนั่งขอขมากรรม

ไม่จบแค่นั้น อาจารย์นั่งหว่างขา รูดอวัยวะเพศต่อ บอกให้ดูโทรศัพท์หนังลามกกระตุ้น พอแข็งก็อมอวัยวะเพศ นายเอแอบถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน สาเหตุที่ไม่หนีเพราะสำนักกว้าง กลัวแม่ตามไม่ทัน ลูกศิษย์เยอะ อาจมีอาวุธ ไม่รู้ทางออก

ผลกระทบหลังถูกนิมิตรแก้กรรมหลอก

หลังกลับเชียงใหม่ นายเอซึมเศร้า บอกแฟนและแม่ว่าอยากตาย สภาพจิตใจย่ำแย่ ไม่ติดต่ออาจารย์อีก และยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุด ไม่ไกล่เกลี่ย เพราะห่วงคนอื่นที่อาจโดนเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่กำลังเดือดร้อนสุขภาพ

นายเอกภพจากสายไหมต้องรอด บอกว่าประสานกองปราบสอบสวนแล้ว ตั้งข้อหาตามหลักฐาน จะสู้ให้สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

สัญญาณเตือนภัยจากกรณีนิมิตรแก้กรรม

จากเคสนี้ เราควรระวังหมอดูหรืออาจารย์ที่อ้างแก้กรรม ลองเช็กสัญญาณเหล่านี้:

  • แยกคุณออกจากคนใกล้ชิดเข้าห้องลับ
  • ให้ถอดเสื้อผ้าโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์
  • อ้างตำราโบราณแปลกๆ ที่ไม่เคยได้ยิน
  • สำนักใหญ่โตแต่ไม่มีแพทย์จริงจัง
  • โฆษณาเกินจริงทางโซเชียล โดยไม่บอกค่าใช้จ่าย

ถ้าเจอแบบนี้ อย่าไปเด็ดขาด! รักษาโรคต้องไปโรงพยาบาลที่เชื่อถือได้

เคสนี้เป็นตัวอย่างว่าคนดังในโซเชียลไม่ใช่หมดจร้า ต้องเช็กให้ดี สายไหมต้องรอดทำหน้าที่ดีมากที่ช่วยเหยื่อออกมาแฉ ช่วยให้สังคมตาสว่าง

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? ถ้าเคยเจอหมอเถื่อนหรือหลอกลวง แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ได้นะ หรือถ้ารู้คนโดนแบบนี้ แนะนำให้ไปร้องตำรวจทันที อย่าเงียบไว้ จะได้ปกป้องตัวเองและคนอื่นๆ

ที่มา – สายไหมต้องรอด พาเหยื่ออาจารย์ดัง “นิมิตรแก้กรรม” ร้องกองปราบฯ หลังถูกหลอกทำพิธีอนาจาร

ทนายเผยสภาพจิตใจ อาจารย์นิมิตแก้กรรม ลูกศิษย์ไม่เชื่อ

ในวงการข่าวบันเทิงและสังคมไทยช่วงนี้ มีประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือกรณีของ ทนายเผยสภาพจิตใจ อาจารย์นิมิตแก้กรรม ซึ่งกลายเป็นหัวข้อฮือฮาหลังจากมีรายการโหนกระแสออกอากาศ ข่าวนี้ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความจริงเบื้องหลัง โดยเฉพาะจากฝั่งทนายความที่ออกมาให้ข้อมูลอีกมุมหนึ่ง

ทนายเผยสภาพจิตใจ อาจารย์นิมิตแก้กรรม

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านพักของอาจารย์ชื่อดังที่มีฉายา “นิมิตแก้กรรม” พบว่าบ้านปิดเงียบสนิท แม้จะมีลูกศิษย์และญาติธรรมเดินทางมาหาแต่ก็ไม่พบตัวอาจารย์ ลูกศิษย์ส่วนหนึ่งยอมรับว่าตอนนี้ไม่กล้าพูดอะไร และขอให้ทนายความเป็นผู้ชี้แจงแทน ซึ่งทนายได้ออกมาให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง

นายสถาพร สุวรรณเจิดจิต ทนายความของอาจารย์นิมิตแก้กรรม เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ได้ฟังในรายการโหนกระแส มีรายละเอียดที่ไม่ตรงกัน โดยปกติแล้วเมื่อมีญาติธรรมหรือผู้ที่มาขอคำปรึกษาแก้กรรม จะมีคนพลุกพล่านและมีลูกศิษย์คอยดูแลอยู่ด้วยเสมอ แต่ในวันเกิดเหตุที่ถูกกล่าวอ้าง หลังตรวจสอบพบว่าไม่มีลูกศิษย์คนไหนพกพาอาวุธติดตัว ในบริเวณนั้นมีเพียงครอบครัวหนึ่งที่อยู่นอกบ้านพร้อมเด็ก 3 คนเท่านั้น

สภาพจิตใจของอาจารย์นิมิตแก้กรรมยังดีเยี่ยม

ทนายยืนยันว่า ทนายเผยสภาพจิตใจ อาจารย์นิมิตแก้กรรม ว่าตอนนี้สภาพจิตใจของอาจารย์ยังคงนิ่งและแข็งแกร่ง เนื่องจากได้รับกำลังใจจากญาติธรรมและลูกศิษย์จำนวนมาก โดยเฉพาะลูกศิษย์ส่วนใหญ่ที่ไม่เชื่อข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น พวกเขายังคงศรัทธาในอาจารย์และรอฟังความจริงจากกระบวนการยุติธรรม

แผนการเข้าพบพนักงานสอบสวนโดยตรง

หลังจากที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม ทีมทนายของอาจารย์นิมิตแก้กรรมไม่ยอมรอหมายเรียก แต่จะประสานงานโดยตรงกับพนักงานสอบสวนทันที เพื่อเข้าไปแสดงความบริสุทธิ์และชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยจะรอพิจารณาด้านคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

  • บ้านพักปิดเงียบ ลูกศิษย์ไม่พบอาจารย์
  • ข้อมูลในโหนกระแสไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
  • ไม่มีลูกศิษย์พกอาวุธในวันเกิดเหตุ
  • สภาพจิตใจอาจารย์ดี ได้กำลังใจจากลูกศิษย์
  • ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ไม่เชื่อข้อกล่าวหา
  • จะเข้าพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์

อาจารย์นิมิตแก้กรรมเป็นที่รู้จักในวงการธรรมะและการแก้กรรมด้วยนิมิตมานาน ปกติจะช่วยเหลือผู้คนนับไม่ถ้วนที่มาปรึกษาปัญหาชีวิต กรรมเก่า และวิธีแก้ไข ทำให้มีลูกศิษย์กระจายทั่วประเทศ กรณีนี้จึงสร้างความตกใจให้แฟนคลับไม่น้อย แต่ทนายย้ำว่าทุกอย่างจะชัดเจนเมื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

จากมุมมองของผู้เขียน ในสังคมไทยที่เต็มไปด้วยข่าวลือและดราม่าแบบนี้ สิ่งสำคัญคือต้องรอฟังข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่าย และเคารพกระบวนการยุติธรรม อย่าตัดสินจากข่าวเพียงด้านเดียว ทนายเผยสภาพจิตใจ อาจารย์นิมิตแก้กรรม ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนจับตา คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายอย่างถูกต้อง

ที่มา – ทนายเผยสภาพจิตใจ อาจารย์ดัง “นิมิตแก้กรรม” ยืนยันลูกศิษย์ส่วนใหญ่ไม่เชื่อ

หนุ่มออร์แกไนซ์ ถูกหมอดูคนดังหลอก ล่วงละเมิด อ้างแก้กรรม VIP

เรื่องราวสุดช็อกของหนุ่มออร์แกไนซ์ ถูกหมอดูคนดังหลอก ล่วงละเมิดทางเพศ อ้างแก้กรรมแบบ VIPกำลังเป็นกระแสฮือฮาในโซเชียลมีเดีย หนุ่มรายนี้สภาพจิตใจย่ำแย่หนักมาก จนต้องร้องขอความช่วยเหลือจากเพจดัง “สายไหมต้องรอด” หลังถูกหลอกใช้วิธีแปลกๆ อ้างว่าเป็นพิธีแก้กรรมสุดพิเศษ วันนี้เราจะมาขุดรายละเอียดให้ฟังแบบครบถ้วน เพื่อให้ทุกคนได้เตือนใจและรู้เท่าทันพวกมิจฉาชีพที่มาในคราบหมอดู

หนุ่มออร์แกไนซ์ ถูกหมอดูคนดังหลอก ล่วงละเมิดทางเพศ อ้างแก้กรรมแบบ VIP

คุณนายเอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ประกอบอาชีพออร์แกไนเซอร์ให้บริษัทชื่อดัง กำลังทรมานจากอาการปวดศีรษะรุนแรงแบบคลัสเตอร์ ซึ่งหนักหน่วงยิ่งกว่าไมเกรนไปหลายเท่า ลองรักษากับหมอแผนปัจจุบันหลายที่แต่ไม่หาย แม่ที่เป็นแฟนคลับตัวยงของอาจารย์ไสยเวทชื่อดังทางภาคเหนือ ซึ่งมีดาราคนดังเป็นลูกศิษย์เพียบ อ้างว่าหมอดูคนนี้หยั่งรู้นรกสวรรค์ได้ สแกนเจ้ากรรมนายเวรเป๊ะๆ จึงชวนลูกชายไปทำพิธีหวังจะหายปวดหัว

เส้นทางสู่กับดักพิธีกรรมสุดหลอน

วันที่ 2 พ.ค. 2569 ครอบครัวแวะไปที่สำนักใน จ.ลำพูน ซึ่งดูหรูหราคล้ายวัดปฏิบัติธรรม มีคนคิวยาวเหยียดตั้งแต่บ่าย 4 จนถึงค่ำเกือบ 6 โมง นายเอถึงได้เข้าพบ อาจารย์ทำทีตรวจดวง บอกว่ามีกรรมหนักมาก ต้องทำพิธี VIP คิวสุดท้ายตอนตี 10 รอจนเกือบเที่ยงคืน แม่รอข้างนอก ห้องปิดสนิทสองต่อสอง

เริ่มด้วยสวดมนต์ จากนั้นอาจารย์สั่งถอดเสื้อผ้าออกหมด แม้แต่กางเกงใน อ้างว่าเป็นวิธีพราหมณ์-ฮินดู ตรวจศิวลึงค์ แล้วใช้มือลูบต้นขาและอวัยวะเพศวน 9 รอบ จนเกิดอาการแข็งตัว อาจารย์บอกว่านี่แหละโอกาสหาย! บังคับให้สำเร็จความใคร่ใส่หน้า พร้อมเล่นบทสมมติพระเอกนางเอก คำพูดหยาบโลนสุดๆ แถมใช้ปากล่วงละเมิดจนจบ มีคลิปหลักฐาน 3 วินาทีด้วย นายเอแอบถ่ายไว้

หลังจากนั้น ทำทีไหว้ขอขมากรรม เขียนชื่อเจ้ากรรม 7 คนให้ไปทำบุญ แม่เปิดประตูขัดจังหวะพอดี มิฉะนั้นอาจยาวกว่านี้ อาการปวดหัวไม่ดีขึ้น สุขภาพจิตพังยับ คิดสั้นเลย ปรึกษาแฟนและครอบครัว แม่ใจสลายเพราะเคยศรัทธาเต็มๆ

พิสูจน์ด้วยหลักฐานแน่น กองปราบรอรับแจ้ง

นายเอกภพ จากเพจสายไหมต้องรอด ยืนยันว่านี่คือภัยสังคม อาจารย์คนนี้ดังมาก มีดาราออกรายการด้วย ผิดกฎหมายชัดๆ อนาจารและข่มขืนใจ มีผู้เสียหายโทรมาหลายคนแต่ครั้งนี้มีคลิป พรุ่งนี้พาไปแจ้งกองปราบปราบปราม เพราะกลัวอิทธิพลท้องถิ่น ฝากเหยื่อรายอื่นมาร่วมแจ้งด้วย

  • สัญญาณเตือนภัยจากหมอดูหลอกลวง: ชวนทำพิธีส่วนตัวสองต่อสอง
  • สั่งถอดเสื้อผ้า อ้างกรรมเวทย์
  • สัมผัสล่วงเกินทางเพศ
  • มีชื่อเสียง ดาราค้ำประกัน แต่ไม่มีใบรับรองแพทย์
  • เรียกคิว VIP ราคาแพงหรือพิเศษ

เคสหนุ่มออร์แกไนซ์ ถูกหมอดูคนดังหลอก ล่วงละเมิดทางเพศ อ้างแก้กรรมแบบ VIPนี้ สะท้อนปัญหาความเชื่อไสยศาสตร์ที่ถูกเอาเปรียบ โดยเฉพาะคนเจ็บป่วยหาทางออก อย่าหลงกลง่ายๆ ควรปรึกษาแพทย์และหน่วยงานรัฐก่อน

ในมุมมองของผม นี่คือบทเรียนราคาแพง ทุกคนต้องฉลาดรู้เท่าทัน อย่าให้ชื่อเสียงหลอกตา ถ้าคุณเคยเจอเรื่องคล้ายๆ นี้ รีบแจ้งความหรือติดต่อเพจช่วยเหลืออย่างสายไหมต้องรอดทันที เพื่อปกป้องตัวเองและหยุดยั้งมิจฉาชีพ อย่าปล่อยให้มีเหยื่อเพิ่ม!

ที่มา – หนุ่มออร์แกไนซ์ ถูกหมอดูคนดังหลอก ล่วงละเมิดทางเพศ อ้างแก้กรรมแบบ VIP

ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ

ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ เป็นข่าวร้ายที่สะเทือนขวัญชุมชน โดยเฉพาะชาวพื้นเมืองในนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียให้ครอบครัวเด็กหญิงวัย 5 ขวบเท่านั้น แต่ยังจุดชนวนจลาจลรุนแรงในเมืองอลิซสปริงส์ ทำให้เกิดความเสียหายมหาศาล

ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีของออสเตรเลีย ได้ประกาศแจ้งข้อหาหนักฐานฆาตกรรมและล่วงละเมิดทางเพศ 2 กระทง ต่อนายเจฟเฟอร์สัน ลูอิส วัย 47 ปี หลังจากพบศพเด็กหญิงพื้นเมืองวัย 5 ขวบ ชื่อสมมติ “กูมานชายี ลิตเติล เบบี” (Kumanjayi Little Baby) กลางป่าหลังหายตัวไปจากแคมป์พักชาวพื้นเมืองใกล้เมืองอลิซสปริงส์

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 25 เมษายน เด็กหญิงถูกผู้ปกครองส่งเข้านอนในแคมป์ แต่เช้าวันรุ่งขึ้นก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ชุมชนจึงระดมกำลังค้นหาอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งวันพฤหัสบดีพบศพของเธอ สร้างความโศกสลดและโกรธแค้นอย่างรุนแรง

จลาจลรุนแรงหลังการจับกุม

ก่อนที่นายลูอิสจะถูกจับกุม เขาถูกรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสและต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลอลิซสปริงส์ สิ่งนี้จุดชนวนให้ฝูงชนชาวพื้นเมืองบุกไปล้อมโรงพยาบาล เพื่อหวัง “เพย์แบ็ก” หรือการลงทัณฑ์ตามประเพณีอะบอริจิน กลุ่มผู้ประท้วงขว้างปาสิ่งของ ปะทะกับตำรวจ จนต้องใช้แก๊สน้ำตา และมีรถตำรวจถูกเผา 1 คัน

ตำรวจจึงย้ายผู้ต้องหาไปยังเมืองดาร์วิน ห่างกว่า 1,500 กิโลเมตร เพื่อความปลอดภัย มาร์ติน โดล ผู้บัญชาการตำรวจ เรียกเหตุการณ์นี้ว่า “น่ารังเกียจและยอมรับไม่ได้” พร้อมเผยภาพกล้องวงจรปิดที่กลุ่มคนฉวยโอกาสปล้นสถานีบริการน้ำมันและซูเปอร์มาร์เก็ต

  • ความเสียหายทรัพย์สินเกิน 180,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 4 ล้านบาท)
  • ผู้ถูกจับจากจลาจล 5 ราย
  • นายลูอิสขึ้นศาลดาร์วิน 5 พ.ค.

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาความรุนแรงในชุมชนพื้นเมืองออสเตรเลีย ที่มักเกิดจากความไม่ไว้วางใจระบบยุติธรรมและประเพณีดั้งเดิม ชาวอะบอริจินเผชิญปัญหาสังคมสูง เช่น การล่วงละเมิดเด็กและอาชญากรรม ซึ่งรัฐบาลพยายามแก้ไขด้วยโครงการสนับสนุน แต่ยังไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าชุมชนเรียกร้องให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปกป้องเด็กพื้นเมือง ซึ่งมักตกเป็นเหยื่อบ่อยครั้ง ข่าวนี้ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลก โดย BBC รายงานอย่างละเอียด

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ปัญหานี้ต้องแก้ด้วยการบูรณาการกฎหมายจารีตประเพณีเข้ากับระบบยุติธรรมสมัยใหม่ เพื่อลดความขัดแย้งและสร้างความเชื่อมั่น

สุดท้ายนี้ เราควรติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นจริง และสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรมต่อเด็กในทุกชุมชน หากคุณมีมุมมอง สามารถแสดงความคิดเห็นด้านล่างได้

ที่มา – ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ

เร่งสอบสาว 15 ถูกพลทหารย่ำยี ชี้ผู้ต้องหาทำผิดลำพัง อาจต้องขึ้นศาลทหาร

ข่าวร้ายที่สะเทือนใจสังคมกำลังเป็นกระแส เร่งสอบสาว 15 ถูกพลทหารย่ำยี ชี้ผู้ต้องหาทำผิดลำพัง อาจต้องขึ้นศาลทหาร หลังเกิดเหตุล่วงละเมิดทางเพศต่อเยาวชนหญิงวัย 15 ปี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์สุดคึกคักที่ถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความโกรธแค้นให้ประชาชน แต่ยังจุดประเด็นเรื่องความปลอดภัยในที่สาธารณะและการบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหน้าที่ทหาร

เร่งสอบสาว 15 ถูกพลทหารย่ำยี ชี้ผู้ต้องหาทำผิดลำพัง อาจต้องขึ้นศาลทหาร

จากข้อมูลล่าสุด พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการนครบาล 1 (ผบก.น.1) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทีมสหวิชาชีพได้นัดหมายสอบปากคำผู้เสียหายในวันนี้ (17 เม.ย. 69) เวลา 12.00 น. ตามขั้นตอนกฎหมายสำหรับคดีเยาวชนที่ละเอียดอ่อน โดยเบื้องต้นอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณห้องน้ำสาธารณะ ถนนตานี ใกล้ถนนข้าวสาร เขตพระนคร ซึ่งยังไม่พบผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติม

ผู้เสียหายรายนี้ได้ร้องเรียนผ่านเพจ “สายไหมต้องรอด” ว่าถูกกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นทหารทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อคืนวันที่ 15 เม.ย. 69 ก่อนแจ้งความที่ สน.ชนะสงคราม ข้อหาเบื้องต้นอาจเข้าข่าย “ข่มขืนกระทำชำเรา” และความผิดเกี่ยวกับผู้เยาว์ แต่ต้องรอผลสอบสวนละเอียด

เร่งสอบสาว 15 ถูกพลทหารย่ำยี: สถานะผู้ต้องหาและเขตอำนาจศาล

ผู้ต้องหาคือ พลทหารภาสิทธิ์ โกมะหิ สังกัดกองร้อยกองบังคับการ กองทัพภาคที่ 1 กองทัพบก หากพิสูจน์ได้ว่ากระทำผิดเพียงลำพัง ตำรวจชี้ว่าอาจต้องดำเนินคดีในศาลทหาร แต่ถ้ามีพลเรือนร่วม จะเข้าสู่ศาลอาญาธรรมดา หลังสอบผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จะประสานหน่วยต้นสังกัดนำตัวผู้ต้องหามาแจ้งข้อหาภายใน 48 ชั่วโมง

ชุดสืบสวน สน.ชนะสงคราม ได้เข้าสอบถามกลุ่มผู้ต้องหาในค่ายทหารแล้ว โดยผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ แต่ยืนยันว่าเพื่อนที่มาร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่มีพลเรือนร่วม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ ต้องรอสอบทั้งสองฝ่ายและพยานเพิ่มเติม

ขั้นตอนการคุ้มครองผู้เสียหายในคดีนี้

  • การสอบปากคำ: ดำเนินโดยทีมสหวิชาชีพ เพื่อลดผลกระทบต่อจิตใจเยาวชน
  • การเยียวยา: วันจันทร์ที่ 20 เม.ย. นี้ ทนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ จะพาผู้เสียหายไปกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรับการคุ้มครองพยานและเงินเยียวยาในฐานะผู้เสียหายคดีอาญา
  • การตรวจสอบพยาน: เน้นกล้องวงจรปิดและคำให้การ เพื่อยืนยันจำนวนผู้กระทำผิด

คดีประเภทนี้ในไทยมีบทลงโทษหนัก โดยเฉพาะกับผู้เยาว์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276-278 เรื่องข่มขืนกระทำชำเรา โทษจำคุก 4-20 ปี และเพิ่มหากเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี นอกจากนี้ กฎหมายทหารมีศาลเฉพาะที่เข้มงวด หากผู้ต้องหาเป็นทหารประจำการ

เทศกาลสงกรานต์ที่ถนนข้าวสารเป็นจุดรวมพลมหาศาลทุกปี แต่เหตุการณ์แบบนี้เตือนภัยถึงปัญหาการล่วงละเมิดที่มักเกิดในฝูงชน ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะห้องน้ำสาธารณะที่เป็นจุดเสี่ยง

นอกจากนี้ คดี เร่งสอบสาว 15 ถูกพลทหารย่ำยี ชี้ผู้ต้องหาทำผิดลำพัง อาจต้องขึ้นศาลทหาร ยังสะท้อนปัญหาการใช้อำนาจมิชอบของเจ้าหน้าที่ สังคมควรติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดความยุติธรรม สาวกควรระวังตัว รู้จักแจ้งเหตุทันทีหากถูกคุกคาม และใช้แอปแจ้งเหตุด่วนของตำรวจ

สุดท้าย เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้ปกครองที่ปล่อยลูกหลานไปเที่ยวเทศกาลคนเดียว ควรเพิ่มการสื่อสารและติดตาม位置 เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเสริมมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเพศในงานสาธารณะ หากคุณมีประสบการณ์คล้ายกันหรือความเห็น แสดงความคิดเห็นด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยน และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้สังคม

ที่มา – เร่งสอบสาว 15 ถูกพลทหารย่ำยี ชี้ผู้ต้องหาทำผิดลำพัง อาจต้องขึ้นศาลทหาร

บุกรวบพ่อวัย 40 ปี ติดยาเสพติด ล่วงละเมิดลูกสาว

วันนี้เราจะมาพูดถึงข่าวร้ายที่สะเทือนใจสังคมไทยกันครับ บุกรวบพ่อวัย 40 ปี ติดยาเสพติด ล่วงละเมิดคุกคามลูกสาว อ้างก่อเหตุไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงและเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีให้ทุกครอบครัวตื่นตัวกับภัยยาเสพติดที่ซ่อนอยู่ในบ้านเรานั่นเอง

บุกรวบพ่อวัย 40 ปี ติดยาเสพติด ล่วงละเมิดคุกคามลูกสาว อ้างก่อเหตุไม่รู้ตัว

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 ชุดสืบสวนจากศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด บช.น. หรือ ศอ.ปส.บช.น. นำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และทีมงาน ได้บุกจับกุมนายชาย (นามสมมติ) วัย 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1410/2567 ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยกระทำแก่ผู้สืบสันดาน

ที่เกิดเหตุคือแคมป์ก่อสร้างใกล้พระปรางค์สามยอด ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี เวลา 14.30 น. พ่อคนนี้หนีกบดานข้ามจังหวัดหลังก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศต่อลูกสาวแท้ๆ ของตัวเอง แถมยังรังควาน คุกคาม และโพสต์ภาพข่มขู่ในโซเชียลมีเดีย จนลูกสาวหวาดกลัวสุดขีด

บุกรวบพ่อวัย 40 ปี ติดยาเสพติด ล่วงละเมิดคุกคามลูกสาว

สาเหตุหลักจากยาเสพติดที่ทำลายสมอง

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเสพ ยาบ้าและยาไอซ์ อย่างหนักหน่วง จนสมองส่วนที่ควบคุมจริยธรรมและการยับยั้งชั่งใจถูกทำลาย ส่งผลให้เกิดอารมณ์ทางเพศผิดปกติและก่อเหตุดังกล่าวโดยไม่รู้ตัวเลยครับ ยาเสพติดชนิดนี้ไม่ใช่แค่ทำให้ติดงอมแงม แต่ยังเปลี่ยนคนดีให้กลายเป็นสัตว์ร้ายได้ในพริบตา

ทีมสืบสวนนำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. แกะรอยอย่างรวดเร็วหลังทราบเรื่อง เพราะกลัวเด็กจะถูกคุกคามเพิ่ม สุดท้ายตามไปรวบตัวได้ทันเวลา นำตัวส่ง สน.ชนะสงคราม เพื่อดำเนินคดีต่อไป

สัญญาณเตือนภัยที่พ่อแม่ต้องรู้

กรณี บุกรวบพ่อวัย 40 ปี ติดยาเสพติด ล่วงละเมิดคุกคามลูกสาว นี้ ชี้ให้เห็นว่าอันตรายอาจซ่อนอยู่ในครอบครัวที่ปลอดภัยที่สุด ถ้าคุณมีคนใกล้ตัวเสี่ยงติดยา ต้องสังเกตบุตรหลานให้ดีนะครับ

  • เด็กเก็บตัว กลัวพ่อแม่ผิดปกติ
  • มีรอยแผลหรือบาดเจ็บที่อวัยวะเพศ
  • อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า นอนไม่หลับ
  • เกรดตกเรียน หรือไม่ยอมกลับบ้าน
  • มีภาพหรือข้อความคุกคามในโซเชียล

สถิติจากกรมสุขภาพจิตระบุว่า เด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศในครอบครัวมักมีบาดแผลทางใจไปตลอดชีวิต หากเจอสัญญาณเหล่านี้ อย่ารอช้า รีบช่วยเหลือทันที

วิธีป้องกันภัยยาเสพติดในครอบครัว

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้อีก ทุกบ้านควรทำดังนี้

  • สื่อสารเปิดใจ กับลูกเรื่องเพศและยาเสพติดตั้งแต่เด็ก
  • สังเกตพฤติกรรมสมาชิกครอบครัว หากสงสัยเสพยาให้บังคับส่งรักษา
  • สร้างกิจกรรมครอบครัวเพื่อลดความเครียด
  • ใช้แอปติดตามโซเชียลของลูก เพื่อป้องกันการคุกคาม

ยาเสพติดคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายทั้งร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์ในครอบครัวครับ

พล.ต.ต.ธีรเดช ฝากเตือนว่า สังคมต้องช่วยเป็นหูเป็นตา อย่าปิดบัง หากพบเบาะแสแจ้งได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. 1386, สายด่วน พม. 1300, หรือ 191 ทันที

สุดท้าย กรณีบุกรวบพ่อวัย 40 ปี ติดยาเสพติด ล่วงละเมิดคุกคามลูกสาวนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่า ‘บ้านที่ควรปลอดภัย อาจกลายเป็นนรกได้ถ้าปล่อยยาเสพติดเข้ามา’ มาปกป้องลูกหลานกันเถอะครับ หากคุณมีประสบการณ์หรือคำแนะนำ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – บุกรวบพ่อวัย 40 ปี ติดยาเสพติด ล่วงละเมิดคุกคามลูกสาว อ้างก่อเหตุไม่รู้ตัว

ฮิลลารี คลินตัน ให้การสภาผู้แทนฯ จี้ทรัมป์ตอบปมเอปสตีน

ฮิลลารี คลินตัน ให้การสภาผู้แทนฯ จี้ทรัมป์ตอบปมเอปสตีน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก โดยเฉพาะในวงการการเมืองสหรัฐฯ ที่เต็มไปด้วยดราม่าและข้อกล่าวหาต่างๆ มากมาย ล่าสุด อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีนักการเงินผู้ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศเด็กและค้ามนุษย์

ฮิลลารี คลินตัน ให้การสภาผู้แทนฯ จี้ทรัมป์ตอบปมเอปสตีน

ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ ฮิลลารี คลินตัน ได้เข้าให้การแบบลับต่อคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร เธอยืนยันชัดเจนว่าไม่เคยพบปะหรือมีความสัมพันธ์ใดๆ กับเอปสตีนเลย แม้แต่ครั้งเดียว นอกจากนี้ เธอยังโต้กลับอย่างดุเดือด โดยเรียกร้องให้โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีที่ถูกกล่าวหาว่ามีความใกล้ชิดกับเอปสตีนมากกว่า เข้าคำให้การด้วย เพื่อเปิดเผยความจริงทั้งหมด

การให้การครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวลือและเอกสารที่รั่วไหลออกมาเกี่ยวกับเอปสตีน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงสังคมชั้นสูงของสหรัฐฯ เอปสตีนถูกจับกุมในปี 2562 ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กและค้ามนุษย์ ก่อนจะเสียชีวิตในคุกด้วยสาเหตุที่ยังเป็นปริศนา ชื่อของนักการเมืองดังๆ หลายคน รวมถึงคลินตันและทรัมป์ ปรากฏในสมุดโทรศัพท์และบันทึกการเดินทางของเขา ทำให้เกิดคำถามมากมาย

รายละเอียดที่ฮิลลารี คลินตัน ให้การต่อสภา

ตลอดการสอบสวน คลินตันย้ำว่าเธอไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมของเอปสตีน ไม่เคยไปเกาะส่วนตัวของเขา ไม่เคยขึ้นเครื่องบินส่วนตัว และจำไม่ได้เลยว่าเคยพบหน้า เธอยังกล่าวหาคณะกรรมาธิการว่าพยายามปกป้อง “เจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่ง” ซึ่งหมายถึงทรัมป์อย่างชัดเจน คำพูดของเธอที่ท้าทายคือ “หากจริงจังกับความจริงเรื่องค้ามนุษย์ของเอปสตีน ก็ควรถามทรัมป์โดยตรง เพราะชื่อเขาปรากฏในแฟ้มนับหมื่นครั้ง”

  • คลินตันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันไม่เคยพบเอปสตีน
  • เรียกร้องทรัมป์ให้ข้อมูล ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเอปสตีน
  • เจมส์ โคเมอร์ ประธานคณะกรรมาธิการ จะสอบบิล คลินตันต่อในวันศุกร์
  • โรเบิร์ต การ์เซีย และสุหัส สุพระมันยัม จากเดโมแครต สนับสนุนให้ทรัมป์ให้การทันที
  • อ้างแฟ้ม FBI ที่หายไป มีข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทรัมป์

ทั้งสามีภรรยาคลินตันเคยปฏิเสธหมายเรียก แต่สุดท้ายยอมหลังถูกขู่ฟ้องหมิ่นอำนาจศาล โดยมีเดโมแครตบางส่วนช่วยเหลือ

พื้นหลังปมเอปสตีนกับนักการเมืองดัง

เจฟฟรีย์ เอปสตีน เป็นนักลงทุนที่ร่ำรวยมหาศาล มีเครือข่ายกว้างขวางกับเซเลบและนักการเมือง ทรัมป์เคยเรียกเอปสตีนว่า “เพื่อนสนิท” ในปี 2542 แต่ต่อมาเลิกคบหลังข่าวฉาว คลินตันถูกกล่าวหาว่าไปเกาะเอปสตีนหลายครั้ง แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน ปมนี้ถูกขุดคุ้ยอีกครั้งในยุคการเมือง поляризованный สหรัฐฯ โดยเฉพาะใกล้เลือกตั้ง

การไต่สวนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่สะท้อนปัญหาการใช้อำนาจและความยุติธรรมในวอชิงตัน โคเมอร์ย้ำว่าจุดประสงค์คือทำความเข้าใจทุกแง่มุมของเอปสตีน เพื่อปกป้องผู้เสียหาย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเอกสาร FBI บางส่วนถูกตัดออก โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับทรัมป์ ทำให้ฝ่ายเดโมแครตเรียกร้องความโปร่งใสมากขึ้น สถานการณ์นี้ทำให้เกิดการถกเถียงรุนแรงในสื่อสังคมออนไลน์ ผู้คนตั้งคำถามว่าใครคือผู้มีส่วนจริง และรัฐบาลจะจัดการอย่างไร

ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับคดีกิสเลน แม็กซ์เวลล์ คู่หูเอปสตีนที่ถูกตัดสินจำคุก ทำให้เกิดแรงกดดันให้เปิดเผยชื่อบุคคลอื่นๆ เพิ่มเติม

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่จุดเดือด ปมเอปสตีนอาจกลายเป็นอาวุธทางการเมืองที่ทรัมป์และคลินตันใช้โจมตีกัน หากทรัมป์ไม่ให้การ อาจเสียคะแนนในสายตาสาธารณะ คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ความจริง!

ที่มา – ฮิลลารี คลินตัน ให้การสภาผู้แทนฯ จี้ทรัมป์ตอบปมเอปสตีน

Scroll to top