วัฒนธรรมชาติพันธุ์

ประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ ประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา ที่น่าทึ่งมากๆ เลยนะ เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวไทยพวนในชุมชนวัดบ้านใหม่ ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายก รักษาไว้อย่างเหนียวแน่น ทุกปีเมื่อถึงเดือน 3 แรม 2 ค่ำ ชาวบ้านจะมารวมตัวกันไหว้ศาลปู่ตา ท้าวโคจรผ้าย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน พร้อมนำเครื่องเซ่นไหว้มาจากแต่ละครัวเรือน สุดยอดแห่งความสามัคคีจริงๆ!

ประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา

ในปี 2569 นี้ หรือวันที่ 15 ก.พ. ชุมชนไทยพวนวัดบ้านใหม่ได้จัดพิธีอย่างคึกคัก ผู้สื่อข่าวไปรายงานพบว่ามีชาวบ้านนำเครื่องเซ่นไหว้มาถึง 142 ชุดเลยทีเดียว! ซึ่งตรงกับจำนวนครัวเรือนทั้งหมดในหมู่บ้าน น่าประทับใจมากใช่ไหมล่ะ แต่ละปีชาวบ้านยังเอาเลขจำนวนชุดเซ่นไปเสี่ยงโชค แล้วก็ถูกหวยกันถ้วนหน้าอีกต่างหาก โชคดีสุดๆ ไปเลย

ประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา ชุมชนวัดบ้านใหม่

ความเป็นมาของประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา

ได้มีโอกาสคุยกับ น.อ.นิสิต อัตตเจริญวงศ์ ประธานกลุ่มสตรีสหกรณ์หัตถกรรมผ้าทอไทยพวน ท่านเล่าว่า ชาวไทยพวนมี信仰หลัก 3 อย่าง คือ พุทธ พราหมณ์ และผี ซึ่งผีที่นี่หมายถึงบรรพบุรุษผู้เก่งกล้าที่เป็นผู้นำชุมชน เมื่อสิ้นสุดก็สร้างศาลปู่ตา หรือท้าวโคจรผ้าย ในภาษาพวน ทุกปีช่วงบ่ายของวันดังกล่าว แต่ละบ้านจะนำเครื่องเซ่นมาด้วยตัวเอง

เครื่องเซ่นไหว้มีอะไรบ้างนะ? มาดูกันเลย:

  • ไก่ 1 ตัว
  • เหล้าขาว
  • น้ำ
  • ข้าว
  • หมากพลู

คนนำเซ่นต้องเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านเท่านั้น เมื่อนำมาถึง จะมี “เจ้าจ๊ำ” หรือผู้ทำหน้าที่บอกกล่าวต่อปู่ตา ทำพิธีกันทุกปีแบบนี้แหละครับ

เครื่องเซ่นไหว้ในประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา

สืบทอดจากรุ่นปู่ย่ามาจนถึงวันนี้

ประเพณีนี้สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอพยพจากเมืองเชียงขวาง ประเทศลาว ชาวไทยพวนนำวัฒนธรรมมาปลูกฝังที่นี่ให้ลูกหลาน หลังพิธี ชาวบ้านจะแบ่งเครื่องเซ่นเป็นส่วนกลาง กินด้วยกันหน้าศาล บางส่วนแจกจ่ายให้คนที่ไม่ได้มาร่วม มันแสดงถึงความเอื้อเฟื้อและสามัคคีของชุมชนได้ดีเลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นนะครับ แต่ยังเป็นโอกาสรวมญาติ สร้างความสัมพันธ์ ใครที่ชอบลุ้นโชคก็ได้เลขเด็ดจากจำนวนเซ่นไหว้ไปลุ้นรางวัลใหญ่ ประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่เป็นหัวใจของชุมชนที่เต็มไปด้วยความเชื่อและความหวัง

คุณล่ะครับ เคยได้ยินประเพณีแบบนี้ไหม? ถ้าอยู่ใกล้ๆ นครนายก ลองแวะไปชมปีหน้าสิ รับรองจะได้ประสบการณ์ดีๆ และอาจได้โชคด้วย! รักษาประเพณีไทยให้คงอยู่กันนะเพื่อนๆ

ที่มา – ประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธี “เลี้ยงปู่ตา” จัดเครื่องเซ่นไหว้ตามจำนวนครัวเรือน

โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ มีผล 19 ก.ย. 68

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ให้ใช้บังคับตั้งแต่ 19 ก.ย. 68 มุ่งคุ้มครองสิทธิให้ดำรงวิถีชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

วันที่ 18 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา โดยพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

(อ่านฉบับเต็ม)

สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กลุ่มชาติพันธุ์มีอัตลักษณ์และการสั่งสมทางวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และความเชื่อตามจารีตประเพณีเป็นของตนเอง รวมทั้ง มีความสืบเนื่องทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับสังคมไทย จึงมีความจำเป็นต้องมีบทบัญญัติเพื่อคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ให้สามารถดำรงวิถีชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามหลักสากล ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ประกอบกับมาตรา 70 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้รัฐพึงส่งเสริมและให้ความคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ให้มีสิทธิดำรงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความสมัครใจได้อย่างสงบสุข ไม่ถูกรบกวน ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ หรือสุขภาพอนามัย ดังนั้นสมควรให้มีกฎหมายเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้.

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ใช้บังคับ 19 ก.ย. 68

พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ มีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 19 กันยายน 2568 ตามที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทย

กฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงรักษาซึ่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชาติ โดยมุ่งเน้นให้กลุ่มชาติพันธุ์สามารถดำรงวิถีชีวิตตามประเพณีและความเชื่อดั้งเดิมของตนได้อย่างสงบสุข ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และได้รับการส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

สาระสำคัญของ พ.ร.บ.คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์

พ.ร.บ.คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ฉบับนี้มีเป้าหมายหลักในการสร้างหลักประกันว่ากลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม รวมถึงได้รับการคุ้มครองสิทธิในด้านต่างๆ ดังนี้

  • สิทธิในการดำรงวิถีชีวิต: กลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิที่จะดำรงชีวิตตามวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมของตนเองได้อย่างอิสระ
  • สิทธิในการมีส่วนร่วม: กลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของตน
  • สิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณะ: กลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิที่จะเข้าถึงบริการสาธารณะต่างๆ อย่างเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไป
  • สิทธิในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ: กลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิที่จะจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ของตนเองอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ กฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดให้รัฐมีหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้กลุ่มชาติพันธุ์สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองในด้านต่างๆ เช่น การศึกษา สุขภาพ และเศรษฐกิจ อีกด้วย การมี พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ใช้บังคับ 19 ก.ย. 68 นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่เคารพและให้เกียรติซึ่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม

การที่ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ใช้บังคับ 19 ก.ย. 68 ถือเป็นข่าวดีสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย และเป็นสัญญาณที่ดีถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

พ.ร.บ.คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และสังคมไทยโดยรวม รวมถึงช่วยลดความขัดแย้งและสร้างความสมานฉันท์ในชาติ

อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลอย่างแท้จริงนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการร่วมกันผลักดันให้กลุ่มชาติพันธุ์ได้รับการคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตอย่างเต็มที่

หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากฎหมายฉบับนี้จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย และช่วยสร้างสังคมที่เสมอภาคและเป็นธรรมสำหรับทุกคน การที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ใช้บังคับ 19 ก.ย. 68 แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐให้ต่อกลุ่มชาติพันธุ์

ที่มา – มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ใช้บังคับ 19 ก.ย. 68

Scroll to top