ศาลรัฐธรรมนูญ ล่าสุด

เริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. “อิ๊งค์” รอด้านนอก: ศาลย้ำความลับ!

ศาลรัฐธรรมนูญเริ่มต้นการเริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด โดยเรียกนายฉัตรชัย เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าให้การเป็นปากแรก พร้อมทั้งขอให้นายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ออกไปรอด้านนอกก่อน ศาลเน้นย้ำว่าคดีนี้เป็นความลับเกี่ยวกับความมั่นคง และสั่งห้ามทุกฝ่ายเปิดเผยรายละเอียดการไต่สวน หรือบิดเบือนข้อกฎหมายใดๆ ที่อาจทำให้สังคมเกิดความสับสน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์เพื่อเริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด ในกรณีที่ประธานวุฒิสภาได้ส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 36 คน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ชี้แจงถึงกระบวนการพิจารณาว่า วันนี้เป็นการนัดเริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด พยานบุคคลที่ถูกเรียกมาให้ถ้อยคำในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม มาตรา 82 ว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ศาลไม่อนุญาตให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงในการเริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด เนื่องจากพยานบุคคลที่มาให้ถ้อยคำเป็นพยานคู่ และคดีเป็นความลับเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ห้ามมิให้ผู้เข้ารับฟังการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ นำข้อความการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะการสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ศาลได้มีการรายงานผู้มาศาลของคู่กรณี โดยฝ่ายผู้ร้องทางประธานวุฒิสภามอบฉันทะให้ผู้แทนมาศาลประกอบด้วย 1. พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. 2.พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. 3. นายชนินทร์ แก่นหิรัญ 4. นายตฤณ แก่นหิรัญ และ 5. นายอมร สุวรรณโนจน์ ส่วนผู้ถูกร้อง คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพยานบุคคล คือนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาธิการ)

ต่อมา นายนครินทร์ แจ้งว่าในการไต่สวนศาลได้มอบหมายให้ นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนพดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ดำเนินการไต่สวน และมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านอื่นร่วมซักถาม โดยนายวิรุฬห์ ได้ขอไต่สวนเลขาธิการ สมช. เป็นปากแรก และขอให้นายกรัฐมนตรีออกไปรอด้านนอก นอกจากนี้ หากฝ่ายผู้ร้องต้องการซักถามพยาน ต้องได้รับการอนุญาตจากองค์คณะตุลาการฯ ก่อน

อย่างไรก็ตาม นายฉัตรชัย กล่าวก่อนที่จะเริ่มการไต่สวนว่า “ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ผมนายฉัตรชัย บางชวด ขอให้ความด้วยความสัตย์จริงทุกประการ” ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสัญญาณการถ่ายทอดจากกล้องวงจรปิดออกไป

เริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด

ติดตามข่าวสารการเมืองล่าสุด: เริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช.

การไต่สวนครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ในอนาคต การที่ศาลเน้นย้ำถึงความลับและความมั่นคงของชาติ แสดงให้เห็นว่าคดีนี้มีความละเอียดอ่อน และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ

ที่มา – เริ่มไต่สวนเลขาฯ สมช. ให้ “อิ๊งค์” รอด้านนอก ศาลย้ำเป็นความลับความมั่นคง ไม่ให้ถ่ายทอดสด

เกาะติด! “แพทองธาร” ถึงศาลรัฐธรรมนูญ ไต่สวนคดี

ไทยรัฐร่วมถ่ายทอดสด เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญ ล่าสุด “นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร” เดินทางมาถึงแล้ว พร้อมสามี-พี่สาว และหมอพรหมินทร์ เตรียมเข้าสู่การไต่สวนพยานบุคคล

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลา 10.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

โดยวันนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จะมีการถ่ายทอดภาพจากวงจรปิดจากห้องพิจารณาคดีลงมาให้สื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าวได้รับชมผ่านโทรทัศน์ที่ทางศาลเตรียมไว้บริเวณโถงด้านล่าง โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟังภายในห้องขณะไต่สวน ซึ่งไทยรัฐออนไลน์และไทยรัฐทีวีจะร่วมเกาะติดและรายงานสถานการณ์ที่สำคัญนี้ด้วย

ในเวลา 09.27 น. น.ส.แพทองธาร เดินทางมาถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว พร้อมด้วย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี  นายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรสของนายกรัฐมนตรี และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ผู้เป็นพี่สาว โดย น.ส.แพทองธาร สวมชุดสีดำ เสื้อเชิ้ตที่สวม ยิ้มและยกมือสวัสดี-รับไหว้ทักทายสื่อมวลชนที่มารอติดตามทำข่าว โดยไม่ได้พูดคุยหรือให้สัมภาษณ์ใดๆ ก่อนที่จะขึ้นไปยังชั้น 2 ในเวลา 09.35 น. เพื่อเข้าสู่ห้องพิจารณา ซึ่งนายกรัฐมนตรีมาถึงก่อนเวลาที่ศาลนัดประมาณ 1 ชั่วโมง

ขณะที่ นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และคณะ เดินทางเข้ามาติดตามการรับฟังในฐานะผู้สังเกตการณ์ตามที่ศาลอนุญาตด้วย โดยศาลรัฐธรรมนูญจะมีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดผ่านโทรทัศน์ที่จัดเตรียมไว้ให้ได้ติดตามบรรยากาศการไต่สวน อย่างไรก็ตาม หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการไต่สวนพยานบุคคล ศาลรัฐธรรมนูญให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องที่ประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดีให้ยื่นเป็นหนังสือต่อศาลภายในวันพุธที่ 27 สิงหาคม 2568 หากไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจยื่น รวมถึงนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. และนัดฟังคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ.

การเดินทางมาศาลรัฐธรรมนูญของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดีคลิปเสียงและการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

ถ่ายทอดสดเกาะติดศาลรัฐธรรมนูญ “แพทองธาร” ถึงแล้ว เข้าสู่การไต่สวนคดีคลิปเสียง

จับตาการไต่สวนคดีคลิปเสียง “แพทองธาร”

การไต่สวนในวันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพิจารณาคดี โดยศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาจากพยานหลักฐานต่างๆ รวมถึงคำให้การของ น.ส.แพทองธาร และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวมีผลต่อความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่

  • ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม:
  • การชี้แจงของ น.ส.แพทองธาร เกี่ยวกับคลิปเสียง
  • การพิจารณาพยานหลักฐานของศาลรัฐธรรมนูญ
  • ผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมือง

การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ จะเป็นที่จับตาของทุกฝ่าย และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญ

อย่าลืมติดตามข่าวสารและสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย

ถ่ายทอดสดเกาะติดศาลรัฐธรรมนูญ “แพทองธาร” ถึงแล้ว เข้าสู่การไต่สวนคดีคลิปเสียง เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และจะมีการรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ที่มา – ถ่ายทอดสดเกาะติดศาลรัฐธรรมนูญ “แพทองธาร” ถึงแล้ว เข้าสู่การไต่สวนคดีคลิปเสียง

“อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช เอมมั่นใจ

“แพทองธาร ชินวัตร” พร้อม “ทักษิณ” และครอบครัว เข้าเฝ้า “สมเด็จพระสังฆราช” วันคล้ายวันเกิดอายุ 39 ปี “เอม พินทองทา” เชื่อมั่นน้องเจตนาบริสุทธิ์ ทำเพื่อประเทศ อวยพรให้ผ่านทุกอุปสรรคไปได้ด้วยดี

เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2568 น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม โพสต์ภาพผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว aimpintongta ซึ่งมี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (บิดา) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ (คู่สมรสของ น.ส.แพทองธาร) นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ (สามีของ น.ส.พินทองทา) และ ด.ญ.ธิธาร สุขสวัสดิ์ หรือ น้องธิธาร ลูกสาวคนโตของ น.ส.แพทองธาร ขณะเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 39 ปีของ น.ส.แพทองธาร

น.ส.พินทองทา ระบุข้อความว่า “เมื่อวานนี้ วันที่ 20 สิงหาคม ครอบครัวของเรา ได้รับพระวโรกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นับเป็นมงคลอันประเสริฐยิ่ง ในวาระวันคล้ายวันเกิดครบ 39 ปี ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นับเป็นสิริมงคลและเป็นบุญบารมีให้กับครอบครัวเราอย่างยิ่งค่ะ” โดยมีเพลง Blessing ของ Hollow Coves ประกอบ

ในเวลาต่อมา น.ส.พินทองทา ยังได้โพสต์ภาพเค้กวันเกิด และโพสต์ภาพคู่กับ น.ส.แพทองธาร อีกครั้งเนื่องในวันคล้ายวันเกิด 21 สิงหาคม พร้อมข้อความว่า “แด่น้องรัก …อย่างที่เคยบอกเสมอว่า พี่รักและภูมิใจในตัวน้องเล็กของบ้านทุกวัน…. ตั้งแต่เติบโตด้วยกันมา 39 ปี น้องเป็นคนเข้มแข็งเสมอ (ปนดุบ้าง) และมักจะทำทุกอย่างด้วยใจ พูดตรงไปตรงมาชัดเจน จนบางทีพี่ต้องตั้งสติก่อนไม่งั้นตกใจในความชัดเจนได้… น้องเป็นคนทุ่มเททำทุกอย่างด้วยความเต็ม 200% โดยเฉพาะเรื่องปกป้องคนที่รัก น้องจริงใจและใจดีมากๆ อาจจะไม่ง่ายที่จะมองออกจากบุคลิกที่เข้มแข็งของน้อง แต่พี่มั่นใจว่าถ้าถามทุกคนที่ใกล้ชิดจะรู้และพูดเป็นเสียงเดียวกันแบบนี้แน่นอน… ซึ่งพี่อบอุ่นทุกครั้งที่ไปไหนเราไปด้วยกันตัวติดกันเหมือนฝาแฝด

วันเกิดปีนี้เช่นเคย พี่ขอให้น้องมีสุขภาพที่แข็งแรงมีจิตใจที่ใสบริสุทธิ์… มีสติและทำทุกอย่างด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ตั้งใจทุ่มเททำเพื่อประเทศและทุกคนแบบที่น้องทำมาตลอด…พี่เชื่อมั่นว่า เจตนาที่บริสุทธิ์ และความเสียสละของน้องจะเป็นบุญอันใหญ่หลวงที่ปกป้องให้น้องผ่านทุกอุปสรรคไปได้ด้วยดี

วันนี้หรือวันไหนๆ เมื่อไหร่หันมาจะเจอพี่และคนที่รักและมั่นใจในตัวน้องอีกมากมาย… ส่งพลังและกำลังใจให้เจ้าของวันเกิดในวันนี้ค่ะ… สุขสันต์วันเกิดจ้า รักเธอเสมอออออ”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในวันนี้เวลา 10.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคล 2 ปาก คือ น.ส.แพทองธาร และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาด้วย ก่อนที่จะนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ถึงความเป็นรัฐมนตรีว่าจะต้องสิ้นสุดลงหรือไม่.

“อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช เอมมั่นใจ

เรื่องราวของ “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช ได้สร้างความสนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อมั่นของ “เอม พินทองทา” ที่มีต่อน้องสาว

ทำไมเรื่อง “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช ถึงเป็นที่สนใจ?

การที่ “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราชนั้น แสดงให้เห็นถึงความเคารพและความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างครอบครัวชินวัตรกับสถาบันศาสนา

เหตุการณ์ “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราชนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันศาสนาในสังคมไทย และความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อศาสนาพุทธ การที่ครอบครัวของนักการเมืองชื่อดังให้ความสำคัญกับศาสนา ก็ยิ่งเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนหันมาสนใจและทำนุบำรุงศาสนามากยิ่งขึ้น

“อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจและเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง

ที่มา – “อิ๊งค์” และครอบครัวเข้าเฝ้าพระสังฆราช วันเกิด 39 ปี “เอม” เชื่อมั่นเจตนาบริสุทธิ์

ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน

ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยาน นายกฯ อิ๊งค์ และ เลขาธิการ สมช. ในคดีที่ 36 ส.ว. ยื่นร้องความเป็นรัฐมนตรีของ “แพทองธาร” สิ้นสุดลงหรือไม่ ก่อนนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติ 29 ส.ค. 68 จับตาทุกความเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลต่ออนาคตทางการเมือง

หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์รับคำร้องคดี สว. ร้องถอดถอน “แพทองธาร ชินวัตร” ปมคลิปเสียงสนทนา “ฮุน เซน” และมีมติ 7 ต่อ 2 สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นที่จับตามองของสังคมอย่างกว้างขวาง การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดไต่สวนพยานบุคคลจำนวน 2 ปาก คือ ผู้ถูกร้องและเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันที่ 21 ส.ค. เวลา 10.30 น. การไต่สวนครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียก หากไม่มาตามกำหนดนัด ถือว่าไม่ติดใจเป็นพยานบุคคล และให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้อง ที่ประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดี ให้ยื่นเป็นหนังสือต่อศาลภายในวันที่ 27 ส.ค. หากไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจยื่น โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติในวันที่ 29 ส.ค. เวลา 09.30 น. นัดฟังคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ และศาลรัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนและฟังคำวินิจฉัยเป็นรายบุคคล

ช่องทางติดตาม ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน

สำหรับประชาชนที่สนใจติดตามความคืบหน้าของคดี สามารถรับชมรายงานสดจากศาลรัฐธรรมนูญ ได้ทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ ดังนี้:

การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ท่านเข้าใจประเด็นต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง และสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างมีวิจารณญาณ

การพิจารณาคดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ผลของการตัดสินอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ดังนั้น การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน อย่าพลาดโอกาส ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

การที่ศาลรัฐธรรมนูญเปิดให้ประชาชนเข้ารับฟังการไต่สวนและฟังคำวินิจฉัย ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม การพิจารณาคดีนี้ยังคงต้องดำเนินต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม และผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไรนั้น ยังคงต้องรอติดตามกันต่อไป

ที่มา – ชมสด เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน ปมคลิปเสียง “นายกฯ อิ๊งค์” คุย “ฮุน เซน”

เพื่อไทยมั่นใจ “นายกฯ อิ๊งค์” บริสุทธิ์ใจ-หวังดีกับบ้านเมือง

เพื่อไทยไม่กังวล ยังเชื่อมั่น “นายกฯ อิ๊งค์” บริสุทธิ์ใจ-หวังดีกับบ้านเมือง

“วิสุทธิ์” เชื่อมั่นความบริสุทธิ์ใจ “แพทองธาร ชินวัตร” หวังดีกับบ้านเมือง-ไม่มีเจตนาร้าย ย้ำพรรคเพื่อไทยไม่กังวล เชื่อไม่มีปัญหา กำชับ สส. ทำหน้าที่อยู่ในสภา เท่ากับการเป็นกำลังให้นายกฯ แล้ว

วันที่ 20 สิงหาคม 2568 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และประธาน สส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะเดินทางไปร่วมไต่สวนคดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในวันพรุ่งนี้ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 10.30 น. ว่า ทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการ น.ส.แพทองธาร มีทีมกฎหมายอยู่แล้ว เชื่อว่าชี้แจงได้ พรรคเพื่อไทยไม่ได้กังวลใจในเรื่องนี้

วิสุทธิ์ ไชยณรุณ
วิสุทธิ์ ไชยณรุณ

เมื่อถามว่าจะมี สส. เดินทางไปให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิสุทธิ์ ตอบว่าไม่มี เพราะ สส. ต้องทำหน้าที่เป็นองค์ประชุมในสภาฯ ส่วนทีมงานนายกรัฐมนตรีจะมีใครไปบ้างนั้นตนไม่ทราบ แต่เชื่อว่ามีทีมกฎหมายไปให้ข้อมูลอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเราเจอนายกรัฐมนตรีที่สภาฯ ได้ให้กำลังใจกันอยู่แล้ว เชื่อว่าไม่มีปัญหา และในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 มีคนถามว่าต้องไปหรือไม่ ตนได้บอกไปว่าไม่ให้ไป เพราะ สส. ต้องทำหน้าที่อยู่ในสภาฯ เพราะการทำงานในสภาฯ ก็เท่ากับการเป็นกำลังให้นายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามต่อกรณีมีการปล่อยข่าวเกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นายวิสุทธิ์ เผยว่า เราไม่ได้คิดถึงประเด็นนี้ เราเชื่อมั่นความบริสุทธิ์ใจของนายกรัฐมนตรีที่หวังดีกับบ้านเมือง ไม่มีเจตนาร้าย และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม.

พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่น “นายกฯ อิ๊งค์” ทำเพื่อบ้านเมือง

จากกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องเข้าร่วมไต่สวนคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด และเชื่อมั่นในทีมกฎหมายของนายกรัฐมนตรีว่าจะสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่า สส. ทุกคนควรทำหน้าที่ของตนเองในสภา ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนนายกรัฐมนตรีอีกทางหนึ่งด้วย

นายวิสุทธิ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ว่า พรรคไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าว เนื่องจากทุกคนเชื่อมั่นในการทำงานและความหวังดีของ “นายกฯ อิ๊งค์” ที่มีต่อบ้านเมือง และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความผันผวนและเต็มไปด้วยข่าวลือมากมาย การที่พรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรีจึงเป็นการส่งสัญญาณที่สำคัญถึงความมั่นคงและความเป็นเอกภาพภายในพรรค การสนับสนุนและให้กำลังใจซึ่งกันและกันในสถานการณ์ที่ท้าทายเช่นนี้ จะเป็นพลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการที่ทุกฝ่ายต้องเคารพในกระบวนการยุติธรรม และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ความจริงปรากฏและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน การทำงานอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ จะเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุดในการเผชิญกับข่าวลือและการใส่ร้ายต่างๆ

การที่ สส. ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ในสภา ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าพรรคเพื่อไทยกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง

ดังนั้น การที่พรรคเพื่อไทยไม่กังวลและยังคงเชื่อมั่นใน “นายกฯ อิ๊งค์” จึงเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพรรค ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ท้ายที่สุดแล้ว การทำงานเพื่อส่วนรวมและการยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง จะเป็นสิ่งที่นำพาประเทศชาติและพรรคการเมืองไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ที่มา – เพื่อไทยไม่กังวล ยังเชื่อมั่น “นายกฯ อิ๊งค์” บริสุทธิ์ใจ-หวังดีกับบ้านเมือง

21 ส.ค. นัดไต่สวน “แพทองธาร-เลขาฯ สมช.” จับตา!

21 ส.ค. นัดไต่สวน “แพทองธาร-เลขาฯ สมช.” ศาลรัฐธรรมนูญถ่ายทอดวงจรปิดให้ติดตาม

วันที่ 20 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคล 2 ปากสำคัญ ได้แก่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาธิการ สมช.) ในวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 10.30 น. สืบเนื่องจาก น.ส.แพทองธาร ยื่นพยานบุคคลจำนวน 5 ปากต่อศาล

การไต่สวนครั้งนี้เกิดขึ้นจากกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ โดยมีประเด็นจากคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 นี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่าจะมีการถ่ายทอดภาพจากวงจรปิดการไต่สวนจากห้องพิจารณาคดี ให้ผู้สื่อข่าวที่ติดตามข่าวได้รับชมผ่านโทรทัศน์ที่ศาลเตรียมไว้บริเวณโถงด้านล่าง โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟังภายในห้องขณะไต่สวน ไทยรัฐออนไลน์และไทยรัฐทีวีจะร่วมเกาะติดและรายงานสถานการณ์ที่สำคัญนี้อย่างใกล้ชิด ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่ด้านล่าง โดยติดตั้งโทรทัศน์ 2 เครื่องและมีรั้วกั้นไว้เรียบร้อยแล้ว

ความคืบหน้าล่าสุด 21 ส.ค. นัดไต่สวน “แพทองธาร-เลขาฯ สมช.”

ศาลรัฐธรรมนูญยังระบุว่า หากพยานบุคคลที่ศาลเรียกไม่มาตามกำหนดนัด จะถือว่าไม่ติดใจเป็นพยานบุคคล และให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องที่ประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดียื่นเป็นหนังสือต่อศาลภายในวันพุธที่ 27 สิงหาคม 2568 หากไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจยื่นเช่นกัน

จากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 09.30 น. และนัดฟังคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ โดยศาลรัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนและฟังคำวินิจฉัยเป็นรายบุคคล

สถานการณ์การเมืองกำลังอยู่ในช่วงที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด การไต่สวนในวันที่ 21 ส.ค. นัดไต่สวน “แพทองธาร-เลขาฯ สมช.” นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศไทย การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

21 ส.ค. นัดไต่สวน “แพทองธาร-เลขาฯ สมช.” นี้เป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก ผลการไต่สวนและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – 21 ส.ค. นัดไต่สวน “แพทองธาร-เลขาฯ สมช.” ศาลรัฐธรรมนูญถ่ายทอดวงจรปิดให้ติดตาม

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีนายกฯ 21 ส.ค. นี้!

“ภูมิธรรม” ไม่ทราบใครไปกับ “แพทองธาร ชินวัตร” ในวันที่ 21 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคล คดีคลิปเสียงสนทนากับ “ฮุน เซน” ส่วนกรณีหมายจับ “อดิศร” เหตุไม่ไปฟังคำพิพากษา ว่าไปตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่ นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ไม่ไปฟังคำพิพากษาในคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อความไม่สงบในการชุมนุมขับไล่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 9 เมษายน 2552 ในวันนี้ ทำให้ศาลออกหมายจับ ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้ เนื่องจากเพิ่งกลับมาจากการแถลงจับยาเสพติดที่ จ.เชียงใหม่ แต่กรณีของนายอดิศร มีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่แล้วในฐานะที่เป็น สส. ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย อะไรที่มีปัญหา กฎหมายว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น

แพทองธาร ชินวัตร
แพทองธาร ชินวัตร

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคล กรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 จะมีใครเดินทางไปกับนายกรัฐมนตรีบ้าง ว่า “ยังไม่ทราบเลย ยังไม่ได้คุยกันเลย”

เมื่อถามถึงกรณีวันที่ 19 สิงหาคม 2568 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นวันประชุม สส.ของพรรค นายภูมิธรรม ระบุว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ตนทำงานอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลทั้งวัน เมื่อถามว่าขณะนี้ยังมีความกังวลอะไรหรือไม่ในเรื่องการเมืองที่กำลังจะเริ่มร้อนแรง นายภูมิธรรม ตอบว่า “ก็ยังไม่รู้สึกว่าจะร้อน”

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีนายกฯ 21 ส.ค. “ภูมิธรรม” ไม่รู้ใครไปกับ “แพทองธาร”

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตามองของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญทางการเมืองต่างๆ ล่าสุดประเด็นที่ได้รับความสนใจคือกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคลในคดีที่เกี่ยวข้องกับคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กับสมเด็จฮุน เซน ซึ่งกำหนดขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคม 2568

นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ รวมถึงกรณีของนายอดิศร เพียงเกษ และการเดินทางมายังพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณ ชินวัตร โดยยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายและยังไม่รู้สึกถึงความร้อนแรงทางการเมือง

ประเด็นที่น่าสนใจ: ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีนายกฯ 21 ส.ค.นี้

การนัดไต่สวนพยานบุคคลของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันได้ หลายฝ่ายกำลังจับตาดูว่าผลการไต่สวนจะเป็นอย่างไรและจะมีผลต่อการตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตหรือไม่

นอกจากนี้ กรณีที่นายภูมิธรรมกล่าวว่ายังไม่ทราบว่าใครจะเดินทางไปกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในวันดังกล่าว ก็ยิ่งทำให้เกิดความสนใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอาจมีบุคคลสำคัญทางการเมืองอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เดินทางไปด้วย

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การติดตามข่าวสารและข้อมูลต่างๆ อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

การที่นายภูมิธรรมออกมาให้สัมภาษณ์ในประเด็นต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบและระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อทำความเข้าใจและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

มาร่วมกันติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดทุกประเด็นสำคัญทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเรา

ที่มา – ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีนายกฯ 21 ส.ค. “ภูมิธรรม” ไม่รู้ใครไปกับ “แพทองธาร”

“อิ๊งค์” ลาประชุม ครม. 2 ครั้งติด จับตาแจงศาล รธน.

สถานการณ์การเมืองไทยกำลังเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “อิ๊งค์” ลาประชุม ครม. 2 ครั้งต่อเนื่อง ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับหลายฝ่าย ท่ามกลางกระแสข่าวการเตรียมตัวชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในคดีที่เกี่ยวข้องกับคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่ออกมา

“อิ๊งค์” ลาประชุม ครม. 2 ครั้งต่อเนื่อง จับตาแจงศาล รธน.

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล การประชุมครั้งนี้มีรัฐมนตรีหลายท่านแจ้งความประสงค์ขอลาประชุมด้วยเหตุผลส่วนตัว

มีรายงานว่ามีรัฐมนตรี 3 ท่านที่แจ้งลาการประชุม ได้แก่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งการลาประชุมของรัฐมนตรีหลายท่านในครั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามถึงเหตุผลและความเหมาะสมในการบริหารราชการแผ่นดิน

ทำไม “อิ๊งค์” ลาประชุม ครม. 2 ครั้งต่อเนื่อง ถึงเป็นที่จับตา?

สิ่งที่น่าสนใจและเป็นที่จับตาเป็นพิเศษคือ การที่ น.ส.แพทองธาร ลาประชุม ครม. ถึง 2 ครั้งติดต่อกัน ในช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญมีการนัดไต่สวนพยานบุคคลในคดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งมีกำหนดการในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ ประเด็นนี้ยิ่งทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงระหว่างการลาประชุมกับการเตรียมตัวเพื่อไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า น.ส.แพทองธาร จะเดินทางไปชี้แจงด้วยตนเอง แต่จนถึงขณะนี้ เธอยังไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชนเป็นเวลานานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว การเก็บตัวเงียบของ น.ส.แพทองธาร ทำให้สถานการณ์ยิ่งดูคลุมเครือและเป็นที่จับตามากยิ่งขึ้น

สำหรับการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 21 สิงหาคม จะมีการเรียกพยานบุคคล 2 ปากเข้าให้ข้อมูล ได้แก่ น.ส.แพทองธาร และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาธิการ สมช.) ซึ่งการให้ข้อมูลของทั้งสองท่าน จะเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาคดีต่อไป

สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในรัฐบาลปัจจุบัน การลาประชุมของรัฐมนตรีหลายท่าน โดยเฉพาะการที่ “อิ๊งค์” ลาประชุม ครม. 2 ครั้งต่อเนื่อง ยิ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนและนักวิเคราะห์การเมืองถึงเสถียรภาพและการดำเนินงานของรัฐบาล

ประเด็นนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป ว่าผลการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร และ น.ส.แพทองธาร จะออกมาแสดงความเห็นหรือชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างไรบ้าง เพราะทุกการเคลื่อนไหวของเธอ ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในขณะที่หลายฝ่ายกำลังจับตาดูการตัดสินใจของ น.ส.แพทองธาร การลาประชุม ครม. ติดต่อกันถึงสองครั้งนี้ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความท้าทายที่รัฐบาลกำลังเผชิญ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – “อิ๊งค์” ลาประชุม ครม. 2 ครั้งต่อเนื่อง จับตาก่อนแจงศาล รธน. นัดไต่สวน 21 ส.ค.

เลขาฯ สมช. แจงศาล รธน. 21 ส.ค. จริงหรือ?

เลขาฯ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ 21 ส.ค. จริงหรือ?

“ฉัตรชัย บางชวด” เลขาธิการ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ นัดไต่สวนพยาน 21 ส.ค. นี้ “หมอพรหมินทร์” บอกรอ “นายกฯ แพทองธาร” ไปเองหรือไม่… เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองที่หลายคนจับตามองอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2568 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล กรณีศาลรัฐธรรมนูญเรียกไปไต่สวนในฐานะพยาน คดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ว่า ตนจะเดินทางไปศาลรัฐธรรมนูญเองในวันที่ 21 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าเตรียมคำชี้แจงอย่างไรไว้บ้าง นายฉัตรชัย กล่าวว่า ต้องรอฟังในวันนั้น

ประเด็นสำคัญอยู่ที่การที่ เลขาฯ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ จะมีผลต่อรูปคดีอย่างไร และจะมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญอะไรบ้างหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างมาก

ทางด้าน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี น.ส.แพทองธาร จะไปให้การต่อศาลรัฐธรรมนูญเองหรือไม่ ว่า “ให้รอถามนายกฯ เอง”

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับ เลขาฯ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ค่อนข้างตึงเครียด การที่ เลขาฯ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ 21 ส.ค. ยิ่งทำให้สถานการณ์มีความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น หลายฝ่ายกำลังจับตาดูว่าการให้ข้อมูลของเลขาธิการ สมช. จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่

  • ความสำคัญของพยานหลักฐาน: คลิปเสียงสนทนาที่ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน และจะสามารถนำมาใช้ในการพิจารณาคดีได้อย่างไร
  • บทบาทของศาลรัฐธรรมนูญ: การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลต่ออนาคตทางการเมืองของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อย่างไร
  • ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: คดีนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาได้หรือไม่

การที่ “หมอพรหมินทร์” โยนให้ไปถาม “อิ๊งค์” เองว่าจะไปหรือไม่ ยิ่งทำให้เกิดความสงสัยว่ามีความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการตอบคำถามหรือไม่ หรือว่ามีเหตุผลอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ในขณะนี้

การที่ เลขาฯ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ 21 ส.ค. นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีผลต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศในอนาคตอันใกล้นี้ก็เป็นได้ ทุกฝ่ายจึงควรติดตามข่าวสารอย่างรอบคอบและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้

การที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกเลขาธิการ สมช. ไปให้ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าศาลให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ได้รับ และต้องการพิจารณาคดีอย่างรอบด้านเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย การที่เลขาธิการ สมช. เตรียมตัวเดินทางไปให้ข้อมูลด้วยตนเองก็แสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี

คดีนี้เป็นบทพิสูจน์สำคัญของกระบวนการยุติธรรมของไทยว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรมหรือไม่ การที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและติดตามการดำเนินคดีได้อย่างใกล้ชิดจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและส่งเสริมให้เกิดสังคมที่มีความยุติธรรมและเสมอภาค

ที่มา – เลขาฯ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ 21 ส.ค. “หมอมิ้ง” โยนถาม “อิ๊งค์” ไปเองหรือไม่

Scroll to top