ศุภมาส อิศรภักดี

ข่าวดีคนใช้รถ “ศุภมาส” เปิดตัว E-book รถยนต์ ครอบคลุมรถ EV–มือสอง

ข่าวดีคนใช้รถ “ศุภมาส” เปิดตัว E-book รถยนต์ ครอบคลุมรถ EV–มือสอง

วงการยานยนต์บ้านเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ผู้บริโภคต้องรับมือกับความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะสาวกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และผู้ที่วางแผนจะซื้อรถมือสอง ล่าสุดมีข่าวดีครั้งใหญ่เมื่อนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเผยถึงการเปิดตัวสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นคัมภีร์ช่วยชีวิต นั่นคือ ข่าวดีคนใช้รถ “ศุภมาส” เปิดตัว E-book รถยนต์ ครอบคลุมรถ EV–มือสอง เพื่อที่จะช่วยปิดช่องโหว่ปัญหาชำรุด ถูกลอยแพ และปัญหาราคาดิ่ง เพื่อให้คนไทยซื้อรถได้อย่างมั่นใจในราคาที่เป็นธรรม

ทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับ ข่าวดีคนใช้รถ “ศุภมาส” เปิดตัว E-book รถยนต์ ครอบคลุมรถ EV–มือสอง ในครั้งนี้?

จากสถิติที่น่าสนใจพบว่ามีการร้องเรียนจากผู้ใช้งานรถ EV สูงถึง 1,300 ราย ปัญหาที่พบเจอส่วนใหญ่หนีไม่พ้นเรื่องรถมีอาการชำรุดแต่ศูนย์รับมือไม่ทัน หรือมีการปิดตัวของศูนย์บริการจนเหมือนถูกลอยแพ รวมถึงราคาขายต่อที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ สคบ. จึงไม่นิ่งนอนใจและพัฒนา E-book เล่มนี้ออกมาเพื่อเป็นเกราะป้องกันผู้บริโภค หากใครที่กำลังเล็งรถใหม่หรือมองหารถไฟฟ้าคันแรก คู่มือนี้จะกลายเป็นเพื่อนคู่ใจที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ภายใน ข่าวดีคนใช้รถ “ศุภมาส” เปิดตัว E-book รถยนต์ ครอบคลุมรถ EV–มือสอง เล่มนี้ ได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญไว้มากมายเพื่อให้ผู้บริโภคได้ตรวจสอบสิทธิ์ของตัวเองก่อนจ่ายเงิน ดังนี้:

  • EV Hub: แหล่งรวมข้อมูลสเปกและสมรรถนะรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงทุกค่ายให้เปรียบเทียบกันแบบชัดเจน
  • มาตรฐานฉลากรถยนต์: บังคับผู้ประกอบการเปิดเผยข้อมูลทางเทคนิค แบตเตอรี่ และระยะการวิ่งจริง เพื่อป้องกันการโฆษณาเกินจริง
  • แนวทางสำหรับรถมือสอง: ป้องกันการย้อมแมวด้วยประวัติรถที่ผ่านการคัดกรอง ข้อมูลรถยนต์และรถ EV ใช้แล้วที่โปร่งใส

นอกจากนี้ สคบ. ยังกำชับเข้มงวดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ให้ทุกโชว์รูมปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการหมกเม็ดข้อมูลหรือไม่ติดฉลากให้ชัดเจน จะมีโทษหนักทั้งจำและปรับ เพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ตลาดรถยนต์เมืองไทยมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะซื้อรถใหม่หรืออยากเช็กแนวทางคุ้มครองตัวเอง สามารถเข้าไปดาวน์โหลดคู่มือฉบับเต็มได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) www.ocpb.go.th หรือจะโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วน 1166 ก็ได้เช่นกันครับ การมีข้อมูลที่ถูกต้องอยู่ในมือ ถือเป็นอำนาจต่อรองสำคัญที่สุดสำหรับผู้ซื้อในยุคดิจิทัล อย่าลืมไปโหลดเก็บไว้ศึกษาเพื่อผลประโยชน์ของตัวท่านเองนะครับ

ที่มา – ข่าวดีคนใช้รถ “ศุภมาส” เปิดตัว E-book รถยนต์ ครอบคลุมรถ EV–มือสอง ปิดช่องโหว่ ชำรุด-ลอยแพ-ราคาดิ่ง

ศุภมาส เคาะงบ 81 ล้าน ผลิตสื่อเทิดพระเกียรติ พระพันปีหลวง

เป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับแวดวงสื่อสร้างสรรค์ในไทย เมื่อล่าสุดนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาประกาศถึงความคืบหน้าสำคัญ โดยมีการอนุมัติงบประมาณเพื่อสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพสูงผ่านโครงการ ศุภมาส เคาะงบ 81 ล้าน ผลิตสื่อเทิดพระเกียรติ พระพันปีหลวง เพื่อให้คนไทยได้ซาบซึ้งในพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างทั่วถึง

ศุภมาส เคาะงบ 81 ล้าน ผลิตสื่อเทิดพระเกียรติ พระพันปีหลวง

การประชุมบอร์ดกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจนในการนำงบประมาณ 81 ล้านบาทมาใช้ในการจัดทำสื่อระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นสารคดีจดหมายเหตุประวัติศาสตร์ภายใต้ชื่อ “ศาสตร์และศิลป์แห่งพระราชพิธีพระบรมโกศ” รวมถึงการผลิตภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติที่จะรวบรวมชีวประวัติเพื่อส่งต่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแก่คนรุ่นหลัง

เปิดกลยุทธ์ขับเคลื่อนโครงการสื่อสร้างสรรค์ปี 2570

นอกเหนือจากเรื่องการเทิดพระเกียรติแล้ว กองทุนสื่อฯ ยังได้เปิดเผยถึงงบประมาณปี 2570 ซึ่งถือเป็นข่าวดีของคนทำสื่อ โดยจะมีการเปิดรับข้อเสนอโครงการรวมวงเงิน 300 ล้านบาท สำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติ ศุภมาส เคาะงบ 81 ล้าน ผลิตสื่อเทิดพระเกียรติ พระพันปีหลวง ครั้งนี้จะมีส่วนร่วมสำคัญในการกระจายโอกาสให้เยาวชนไทยอายุไม่เกิน 25 ปี ได้แสดงความสามารถผ่านคลิปสั้นและการประกวดสุนทรพจน์ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในระดับภูมิภาคและระดับประเทศอย่างแท้จริง

ประเภททุนที่เปิดรับสำหรับปีหน้า ได้แก่:

  • ทุนอุดหนุนทั่วไป ไม่เกิน 50 ล้านบาท
  • ทุนนิติบุคคลหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม ไม่เกิน 40 ล้านบาท
  • ทุนเชิงยุทธศาสตร์ ไม่เกิน 110 ล้านบาท
  • ทุนความร่วมมือ ไม่เกิน 60 ล้านบาท
  • ทุนสนับสนุนโครงการขนาดใหญ่ ไม่เกิน 40 ล้านบาท

นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสื่อที่สร้างสรรค์และมีคุณค่าทางจิตใจ การดำเนินงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมสื่อไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ผมมองว่านี่คือโอกาสสำคัญสำหรับคนทำคอนเทนต์ยุคใหม่ที่จะได้สร้างผลงานที่ทั้งทรงคุณค่าและเข้าถึงใจคนทุกวัยได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – “ศุภมาส” เคาะงบ 81 ล้าน ผลิตสื่อเทิดพระเกียรติ “พระพันปีหลวง”

“ศุภมาส” นำทีม สคบ. ลุยตรวจสังฆทานย่านเสาชิงช้า ลั่นของต้องดีราคาต้องชัด

ช่วงใกล้เทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาแบบนี้ หลายท่านคงกำลังเตรียมตัวหาซื้อชุดสังฆทานเพื่อไปทำบุญกันใช่ไหมครับ แต่ก่อนที่เราจะไปถวายสังฆทานด้วยจิตอันเป็นกุศล วันนี้มีข่าวสำคัญจากทางภาครัฐมาฝากกัน เพราะล่าสุด “ศุภมาส” นำทีม สคบ. ลุยตรวจสังฆทานย่านเสาชิงช้า ลั่นของต้องดีราคาต้องชัด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสนำสินค้าไม่มีคุณภาพมาวางจำหน่ายครับ

“ศุภมาส” นำทีม สคบ. ลุยตรวจสังฆทานย่านเสาชิงช้า ลั่นของต้องดีราคาต้องชัด

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เชิงรุกตรวจสอบร้านสังฆภัณฑ์ย่านเสาชิงช้า ซึ่งถือเป็นแหล่งรวมร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยย้ำชัดเจนว่า การทำบุญต้องได้ของที่มีคุณภาพ และราคาต้องมีความโปร่งใส ไม่ปล่อยให้ความศรัทธาของประชาชนถูกเอาเปรียบจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน “ศุภมาส” นำทีม สคบ. ลุยตรวจสังฆทานย่านเสาชิงช้า ลั่นของต้องดีราคาต้องชัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่เหล่าพุทธศาสนิกชนก่อนถึงช่วงเทศกาลเข้าพรรษาที่จะถึงนี้

หลักการเลือกซื้อสังฆทานให้คุ้มค่าและถูกต้องตามกฎหมาย

การเลือกซื้อชุดสังฆทานให้ปลอดภัยและได้บุญเต็มเปี่ยม มีข้อแนะนำพื้นฐานที่ผู้บริโภคควรทราบ ดังนี้ครับ:

  • ตรวจสอบฉลากให้ละเอียด: สินค้าควรระบุชื่อผู้ผลิต รายละเอียดสินค้า ราคาต่อชิ้น ราคารวม และวันหมดอายุที่ชัดเจน
  • หลีกเลี่ยงสินค้าเสื่อมสภาพ: ระวังการนำของมาจัดรวมกันแล้วทำให้อายุการใช้งานสั้นลง เช่น ของใช้ในครัวเรือนอยู่รวมกับอาหาร
  • ความเป็นธรรมด้านราคา: สินค้าต้องมีการติดป้ายแสดงราคาสินค้าแต่ละรายการและราคาชุดสังฆทานรวมอย่างชัดเจน

รัฐบาลเน้นย้ำเรื่องบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบการที่ละเลยต่อกฎหมาย ทั้งนี้หากไม่ติดฉลากให้ถูกต้อง มีโทษจำคุกและปรับตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังสั่งการไปยังคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดทุกแห่งให้ช่วยกันสอดส่องดูแล ให้มั่นใจได้ว่าเงินทำบุญทุกบาทของประชาชนจะไม่สูญเปล่า

บทสรุปของเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่การจัดการผู้ทำผิด แต่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้การทำบุญในไทยมีความโปร่งใส ของดีราคาเหมาะสมจะช่วยให้ผู้ทำบุญได้อิ่มบุญอิ่มใจ และผู้ประกอบการเองก็สามารถดำเนินกิจการได้อย่างยั่งยืนด้วยความซื่อสัตย์ครับ เพราะการทำบุญนั้นจิตใจสำคัญที่สุด แต่การเลือกของที่มีคุณภาพก็เป็นเรื่องที่เราในฐานะผู้บริโภคควรตรวจสอบด้วยตัวเองในทุกๆ ครั้งครับ

ที่มา – “ศุภมาส” นำทีม สคบ. ลุยตรวจสังฆทานย่านเสาชิงช้า ลั่นของต้องดีราคาต้องชัด

ศุภมาส ใช้แนวทาง Lemon Law ส่ง สคบ. ตรวจสอบโชว์รูมรถยนต์ไฟฟ้า

ในยุคที่กระแสรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV กำลังมาแรงแบบสุดๆ หลายคนคงกำลังมองหารถคันใหม่เพื่อตอบโจทย์การใช้งานและประหยัดค่าพลังงาน แต่ล่าสุดมีข่าวใหญ่ที่น่าจับตามอง เมื่อ ศุภมาส ใช้แนวทาง Lemon Law ส่ง สคบ. ตรวจสอบโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวไทยทุกคนครับ

ศุภมาส ใช้แนวทาง Lemon Law ส่ง สคบ. ตรวจสอบโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ

การเคลื่อนไหวของรัฐบาลครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นสินค้ามูลค่าสูง การที่เราจะตัดสินใจจ่ายเงินก้อนโตซื้อรถสักคัน เราควรได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและโปร่งใส โดยคุณศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบโชว์รูมทั่วประเทศ เพื่อดูว่ามีการแสดงฉลากและรายละเอียดทางเทคนิคที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ตรวจสอบเข้มงวด เมื่อ ศุภมาส ใช้แนวทาง Lemon Law ส่ง สคบ. ตรวจสอบโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะนอกจากมาตรฐานความปลอดภัยแล้ว ข้อมูลเรื่องสมรรถนะแบตเตอรี่และเงื่อนไขการรับประกันคือสิ่งที่เราต้องรู้ก่อนควักกระเป๋าจ่าย สคบ. จึงต้องเอาจริงเอาจังในการลงพื้นที่ โดยเริ่มจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อนจะขยายผลไปทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขายทุกที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

สิทธิประโยชน์หลักที่ผู้บริโภคจะได้รับจากการตรวจสอบครั้งนี้ ได้แก่:

  • การเปิดเผยข้อมูลระยะการรับประกันแบตเตอรี่อย่างชัดเจน
  • ความโปร่งใสของข้อมูลสมรรถนะตัวรถยนต์ไฟฟ้า
  • มาตรฐานการโฆษณาที่ไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
  • ความมั่นใจว่ารถยนต์ที่ซื้อมีมาตรฐานถูกต้องจากหน่วยงานรัฐ

ในระหว่างที่รอกฎหมาย Lemon Law ฉบับเต็มมีผลบังคับใช้แบบสมบูรณ์ รัฐบาลก็ไม่รอช้าที่จะนำแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้ เพื่อคุ้มครองเราทุกคนให้ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้ามูลค่าสูงเช่นนี้ หากใครพบเห็นโชว์รูมที่ไม่แสดงฉลาก หรือให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน สามารถร้องเรียนได้ทันทีผ่านสายด่วน สคบ. 1166 หรือแอปพลิเคชัน OCPB Connect

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากให้เพื่อนๆ ทุกคนตรวจสอบเอกสารและข้อมูลรถยนต์ไฟฟ้าก่อนตัดสินใจจองหรือซื้อทุกครั้ง โดยเฉพาะเงื่อนไขการประกันแบตเตอรี่ เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของรถ EV และถ้าหากเราพบความไม่เป็นธรรม อย่าลังเลที่จะใช้สิทธิ์ของตัวเองในการร้องเรียน เพราะการที่ทุกคนช่วยกันตรวจสอบ จะทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนครับ

ที่มา – “ศุภมาส” ใช้แนวทาง Lemon Law ส่ง สคบ. ตรวจสอบโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ

สคบ. ฟ้องแทนผู้บริโภค เรียกเงินคืนเกือบ 6 แสน “ช่างหนึ่ง”

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อ “ศุภมาส อิศรภักดี” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเผยความคืบหน้ากรณีมหากาพย์ผู้รับเหมาทิ้งงานที่ชาวเน็ตเรียกกันว่า “ช่างหนึ่ง หวานเจี๊ยบ” ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมากที่หวังจะมีบ้านในฝันแต่กลับได้เพียงแค่โครงเหล็ก ล่าสุดมีข่าวดีที่ทาง สคบ. ฟ้องแทนผู้บริโภค เรียกเงินคืนเกือบ 6 แสน “ช่างหนึ่ง” ผู้รับเหมาทิ้งงาน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย

สคบ. ฟ้องแทนผู้บริโภค เรียกเงินคืนเกือบ 6 แสน “ช่างหนึ่ง” ผู้รับเหมาทิ้งงาน

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนสร้างบ้าน โดยที่ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการฟ้องคดีแพ่งแทนผู้บริโภคในกรณีนี้อย่างจริงจัง เพื่อเรียกเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายรายแรกในยอดกว่า 5 แสนบาท และอีกรายในยอด 7 หมื่นบาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย โดยทาง สคบ. ย้ำชัดเจนว่าผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องจ้างทนายหรือเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นในการสู้คดีครั้งนี้

มาตรการเด็ดขาดเพื่อปกป้องประชาชน

การที่ สคบ. ฟ้องแทนผู้บริโภค เรียกเงินคืนเกือบ 6 แสน “ช่างหนึ่ง” ผู้รับเหมาทิ้งงาน นั้นถือเป็นก้าวสำคัญของภาครัฐในการดูแลคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค โดยนางสาวศุภมาสได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเรื่องร้องเรียนของผู้เสียหายรายอื่นๆ อีกกว่า 25 รายที่ได้รับความเดือดร้อนจากการโฆษณาชวนเชื่อบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งผู้รับเหมามักใช้มุกเดิมๆ คือเก็บเงินค่างวดล่วงหน้าก่อนทิ้งงานหนีหายไป ทำให้เจ้าของบ้านต้องมารับภาระหนี้สินซ้ำซ้อน

  • อย่าหลงเชื่อการโฆษณาจ้างรับเหมาสร้างบ้านผ่าน Facebook เพียงอย่างเดียว
  • หมั่นตรวจสอบประวัติและผลงานของผู้รับเหมาให้ละเอียดก่อนเซ็นสัญญา
  • ทำสัญญาจ้างที่รัดกุมและแบ่งจ่ายเงินตามงวดงานจริงเท่านั้น
  • เก็บหลักฐานการโอนเงินและเอกสารสัญญาไว้เป็นหลักฐานสำคัญทุกครั้ง

สำหรับใครที่ตกเป็นเหยื่อของการถูกผู้รับเหมาเบี้ยวงาน อย่าเพิ่งท้อใจไป เพราะรัฐบาลภายใต้การดูแลของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันเพื่อจัดการกับผู้ที่เอารัดเอาเปรียบประชาชนอย่างถึงที่สุด โดยคุณสามารถร้องเรียนได้ทางสายด่วน สคบ. 1166 หรือแอปพลิเคชัน OCPB Connect ได้ทันที

ในฐานะที่เราเป็นผู้บริโภค การป้องกันไว้ดีกว่าแก้เสมอครับ การลงทุนสร้างบ้านคือเงินก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิต การตรวจสอบผู้รับเหมาด้วยความรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หวังว่ากรณี สคบ. ฟ้องแทนผู้บริโภค เรียกเงินคืนเกือบ 6 แสน “ช่างหนึ่ง” ผู้รับเหมาทิ้งงาน จะเป็นอุทธาหรณ์ให้ธุรกิจรับเหมาคิดถึงใจเขาใจเราและปฏิบัติตามสัญญาอย่างซื่อสัตย์ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอีกครับ

ที่มา – สคบ. ฟ้องแทนผู้บริโภค เรียกเงินคืนเกือบ 6 แสน “ช่างหนึ่ง” ผู้รับเหมาทิ้งงาน

ตัดวงจรหมอเถื่อน สั่งเอาผิดคนแอบอ้างฉีดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์

ตัดวงจรหมอเถื่อน “ศุภมาส” สั่ง สคบ.ประสานตำรวจ–แพทยสภาดำเนินคดี แอบอ้างเป็นหมอฉีดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์

ในปัจจุบัน ธุรกิจคลินิกความงามได้รับความนิยมอย่างมาก แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการแพร่ระบาดของ ตัดวงจรหมอเถื่อน “ศุภมาส” สั่ง สคบ.ประสานตำรวจ–แพทยสภาดำเนินคดี แอบอ้างเป็นหมอฉีดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างประเมินค่าไม่ได้ให้กับผู้บริโภคที่หลงเชื่อ ล่าสุดนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ยกระดับการควบคุมเข้มงวด โดยสั่งการให้ สคบ. เดินหน้าจับกุมผู้ที่แอบอ้างเป็นแพทย์มาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ภัยเงียบจากการ ตัดวงจรหมอเถื่อน “ศุภมาส” สั่ง สคบ.ประสานตำรวจ–แพทยสภาดำเนินคดี แอบอ้างเป็นหมอฉีดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์

เหตุการณ์ล่าสุดที่พบผู้แอบอ้างเป็นแพทย์เพียงแค่วุฒิ ม.6 หรือ ปวช. แต่กล้าเปิดบ้านรับฉีดสารเสริมความงาม ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยสำคัญให้ประชาชนต้องระมัดระวังมากขึ้น เพราะการฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์จำเป็นต้องอาศัยความรู้ด้านกายวิภาคอย่างละเอียด หากพลาดเพียงนิดเดียวอาจเกิดอาการใบหน้าเสียโฉมถาวร หรือร้ายแรงถึงขั้นติดเชื้อและเสียชีวิตได้ ดังนั้น การตัดวงจรหมอเถื่อน “ศุภมาส” สั่ง สคบ.ประสานตำรวจ–แพทยสภาดำเนินคดี แอบอ้างเป็นหมอฉีดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์ จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ภาครัฐต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรม

หากคุณกำลังวางแผนจะเสริมความงาม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้เพื่อให้ปลอดภัยที่สุด:

  • ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ผ่านเว็บไซต์แพทยสภา (https://checkmd.tmc.or.th/v3) ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
  • ตรวจสอบสถานที่ให้บริการว่าเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่
  • อย่าหลงเชื่อโฆษณาที่ราคาถูกเกินจริงผ่านทางโซเชียลมีเดีย
  • สังเกตความสะอาดและอุปกรณ์ของคลินิกว่าได้มาตรฐานหรือไม่

ทั้งนี้ หากพบการแอบอ้างหรือได้รับความเสียหายจากบริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้ไปหลอกลวงผู้อื่นต่อได้อีก ความสวยความงามเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความปลอดภัยของชีวิตและใบหน้านั้นสำคัญกว่าครับ ก่อนโอนเงินควรคิดให้รอบคอบและเลือกสถานพยาบาลที่ไว้ใจได้เท่านั้น

ที่มา – ตัดวงจรหมอเถื่อน “ศุภมาส” สั่ง สคบ.ประสานตำรวจ–แพทยสภาดำเนินคดี แอบอ้างเป็นหมอฉีดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์

“ศุภมาส” เดินหน้า Lemon Law คุ้มครองคนซื้อของชำรุด

เชื่อว่าหลายคนเคยมีประสบการณ์ปวดหัวกับการซื้อสินค้ามาแล้วใช้งานไม่ได้ หรือซื้อของออนไลน์แล้วไม่เป็นไปตามปกที่โฆษณาไว้ ล่าสุดมีข่าวดีเมื่อนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเผยผลงานความคืบหน้าของ สคบ. ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ว่ามีการเร่งเดินหน้า Lemon Law คุ้มครองคนซื้อของชำรุด อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ

“ศุภมาส” เดินหน้า Lemon Law คุ้มครองคนซื้อของชำรุด โดยเร่งชดเชยผู้บริโภคแล้ว 22 ล้าน

ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา สคบ. ได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้บริโภคไปแล้วกว่า 22.6 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นผลงานที่รวดเร็วและเห็นผลชัดเจน โดยการเดินหน้า Lemon Law คุ้มครองคนซื้อของชำรุด ครั้งนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะเข้ามาจัดการปัญหาเมื่อสินค้ามีปัญหาแต่ผู้ประกอบการไม่รับผิดชอบ ซึ่งร่างกฎหมายนี้ได้ผ่านวาระรับหลักการจากสภาเรียบร้อยแล้วและกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียด

มาตรการป้องกันเชิงรุกเพื่อผู้บริโภคยุคใหม่

นอกจากเรื่องของกฎหมาย Lemon Law แล้ว รัฐบาลยังได้กำหนดมาตรการป้องกันระยะยาวอีก 3 เรื่องสำคัญเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่:

  • การประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติอย่างเข้มงวด
  • การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับบ้านพักพูลวิลล่า โดยต้องผ่านการรับรองระบบไฟฟ้าจากวิศวกรและมีประกันภัยรองรับ
  • การแก้ไขกฎหมายอาหารให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อระงับการกระจายสินค้าไม่ปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม ในวันที่เราซื้อของออนไลน์กันเป็นกิจวัตร การตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงินยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ ควรเช็คฉลาก เลขที่จดแจ้ง และมาตรฐาน มอก. ทุกครั้ง หากพบปัญหาการถูกเอาเปรียบ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าไม่ตรงปกหรือได้รับสินค้าชำรุด อย่าปล่อยผ่านครับ สามารถแจ้งสายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านทางแอปพลิเคชัน OCPB Connect เพื่อรักษาสิทธิของตัวคุณเอง

ถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลให้ความใส่ใจต่อสิทธิผู้บริโภคอย่างจริงจัง การที่เรามีเกราะป้องกันอย่างกฎหมายและหน่วยงานที่เข้มแข็ง จะช่วยให้สังคมการซื้อขายออนไลน์มีความโปร่งใสและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ที่มา – “ศุภมาส” เดินหน้า Lemon Law คุ้มครองคนซื้อของชำรุด- 2 เดือน ชดเชยผู้บริโภคแล้ว 22 ล้าน

เจาะลึก! ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า

เชื่อว่าเหล่าแฟนคลับศิลปินหลายคนคงเคยประสบปัญหาการกดบัตรคอนเสิร์ตไม่ทัน จนต้องหันไปพึ่งพาบริการจากร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งล่าสุดกลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ สคบ. เร่งประสานงานกับ ปคบ. เพื่อจัดการอย่างเร่งด่วนกับ ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า ที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้แฟนคลับทั่วประเทศ

เผยกลโกง ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า ที่แฟนคลับต้องระวัง

พฤติการณ์ของมิจฉาชีพกลุ่มนี้มักจะโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียว่าสามารถกดบัตรได้แน่นอน 100% โดยมีการเรียกเก็บเงินมัดจำล่วงหน้า หรือเรียกเก็บเต็มจำนวนก่อนถึงวันกดบัตรจริง เมื่อถึงเวลาหากกดบัตรไม่ได้ มิจฉาชีพเหล่านี้มักจะบ่ายเบี่ยง ไม่คืนเงิน หรือปิดช่องทางการติดต่อหนีไป ทำให้ผู้เสียหายสูญเสียทั้งเงินและโอกาสสำคัญในการชมคอนเสิร์ตที่ตั้งตารอคอย

วิธีป้องกันตัวเองจาก ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า

เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยจากการถูกหลอกลวง สคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้คำแนะนำสำคัญ ดังนี้:

  • ซื้อบัตรผ่านช่องทางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของผู้จัดงานเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงการโอนเงินให้บุคคลที่ไม่รู้จักหรือร้านค้าออนไลน์ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ
  • บันทึกหลักฐานการสนทนาและสลิปการโอนเงินไว้เสมอหากเกิดปัญหา
  • อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่อ้างว่าการันตีที่นั่งดี หรือทำได้ทุกรอบการแสดง

รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้มิจฉาชีพอาศัยความชื่นชอบของแฟนคลับมาหาผลประโยชน์โดยมิชอบ โดยจะบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อทลายเครือข่ายเหล่านี้ให้หมดไป

ในฐานะที่ติดตามข่าวสารมาโดยตลอด ผมอยากฝากไว้ว่า ความสุขจากการชมคอนเสิร์ตไม่ควรมาพร้อมกับความเสี่ยง การซื้อบัตรผ่านช่องทางที่ได้รับอนุญาตคือวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องสิทธิ์ของตัวเราเอง หากใครเคยตกเป็นเหยื่อ ไม่ต้องอายที่จะแจ้งความดำเนินคดี เพราะยิ่งข้อมูลมากเท่าไหร่ การจับกุมมิจฉาชีพก็จะยิ่งทำได้เร็วขึ้นเท่านั้น อย่าปล่อยให้คนผิดลอยนวลครับ!

ที่มา – “ศุภมาส” สั่ง สคบ. ประสาน ปคบ. เช็กด่วน ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า

ศุภมาส ชูผลสำเร็จ สคบ. ช่วยปิดเคส เหยื่อพูลวิลล่าชะอำ

ศุภมาส ชูผลสำเร็จ สคบ. ช่วยปิดเคส เหยื่อพูลวิลล่าชะอำ

เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกับน้องหนูวัย 7 ขวบ ซึ่งถูกไฟดูดจากไฟส่องสว่างริมสระน้ำในพูลวิลล่า จังหวัดเพชรบุรี ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของธุรกิจที่พัก โดยล่าสุด ศุภมาส ชูผลสำเร็จ สคบ. ช่วยปิดเคส เหยื่อพูลวิลล่าชะอำ ได้สำเร็จ ทำให้ครอบครัวได้รับความยุติธรรมและเงินเยียวยาอย่างเหมาะสม โดยไม่ต้องพึ่งพากระบวนการศาลที่ยืดเยื้อ

ทางรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานเชิงรุก เพื่อให้ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบมีความมั่นใจในระบบคุ้มครองผู้บริโภคของไทย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการท่องเที่ยวและบริการในภาพรวม

ความสำเร็จของคำว่า “ศุภมาส ชูผลสำเร็จ สคบ. ช่วยปิดเคส เหยื่อพูลวิลล่าชะอำ”

การดำเนินการในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของหน่วยงานรัฐ ในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างผู้ประกอบการและผู้เสียหาย โดยได้ข้อสรุปที่น่าพอใจดังนี้:

  • ผู้ประกอบการยินดีคืนเงินค่าที่พักและเงินประกันทั้งหมด
  • มีการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่
  • มีการเยียวยาเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางจิตใจของครอบครัวผู้เสียหาย

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ได้เน้นย้ำในฐานะที่ตนเป็นแม่คนว่า ความปลอดภัยควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกที่พัก การที่ ศุภมาส ชูผลสำเร็จ สคบ. ช่วยปิดเคส เหยื่อพูลวิลล่าชะอำ นั้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะในอนาคต สคบ. จะต้องทำงานร่วมกับท้องถิ่นเพื่อตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้าในพูลวิลล่าทั่วประเทศอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้ประกอบการที่พักพูลวิลล่าและโรงแรม ควรตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัย ดังนี้:

  • หมั่นตรวจสอบระบบไฟฟ้าแสงสว่างและปลั๊กไฟริมสระว่ายน้ำอยู่เสมอ
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ตัดไฟและมาตรฐานความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่สัมผัสน้ำ
  • เตรียมแผนฉุกเฉินและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้พร้อมใช้งาน

ในมุมมองของเรา นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่ภาครัฐหันมาใส่ใจและใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้นในการปกป้องสิทธิผู้บริโภค แต่อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยที่ดีที่สุดคือการป้องกันจากฝั่งผู้ประกอบการเองที่ควรมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อลูกค้าเปรียบเสมือนคนในครอบครัว เพื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยเติบโตไปพร้อมกับความปลอดภัยที่ยั่งยืน

ที่มา – “ศุภมาส” ชูผลสำเร็จ สคบ. ช่วยปิดเคส “เหยื่อพูลวิลล่าชะอำ”

Scroll to top