ศุภมาส อิศรภักดี

“ศุภมาส” เผยผลปลากระป๋องเบื้องต้นเป็น “ปลานิล” ชี้คดีอาญา

จากกรณีที่สร้างความฮือฮาในโซเชียลมีเดียเรื่อง “ศุภมาส” เผยผลปลากระป๋องเบื้องต้นเป็น “ปลานิล” ชี้คดีอาญา ผลิตอาหารปลอม ทำให้ผู้บริโภคหลายคนตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของอาหารกระป๋องที่เราคุ้นเคย ล่าสุดนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด

“ศุภมาส” เผยผลปลากระป๋องเบื้องต้นเป็น “ปลานิล” ชี้คดีอาญา ผลิตอาหารปลอม

ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส ได้ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ ระบุว่าผลตรวจสอบเบื้องต้นที่ส่งไปยังกรมประมง พบว่าวัตถุดิบในปลากระป๋องดังกล่าวเป็นปลานิล แทนที่จะเป็นปลาแมคเคอเรลตามที่ระบุบนฉลาก ซึ่งถือเป็นการให้ข้อมูลเท็จแก่ผู้บริโภค สินค้าถูกอายัดไปแล้วกว่า 10,000 กระป๋อง และสั่งเรียกคืนทั้งหมดจากตลาด เพื่อป้องกันผลกระทบในวงกว้าง ไม่เพียงกระทบผู้ประกอบการรายนี้เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมอาหารกระป๋องทั้งระบบ

ผู้ประกอบการอ้างทดลองผลิต แต่ฟังดูน่าปวดหัว

ผู้ประกอบการชี้แจงว่าเป็นการทดลองผลิตเพื่อหาวัตถุดิบทดแทนปลาแมคเคอเรล เนื่องจากปลานิลราคาไม่ต่างกันมากนัก และคุณภาพใกล้เคียงกัน แต่ศุภมาสมองว่าเรื่องนี้แปลกประหลาด เพราะการทดลองไม่ควรนำสินค้าออกวางจำหน่ายให้ประชาชนบริโภคเด็ดขาด หน่วยงานกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รวมถึงเอกสารการผลิตที่พบหลักฐานชัดเจนว่าใช้ปลานิลจริง

นอกจากนี้ ยังเก็บตัวอย่างตรวจ 2 ส่วน คือ การตรวจสายพันธุ์กับกรมประมง ซึ่งผลเบื้องต้นไม่เป็นทางการยืนยันเป็นปลานิล และการตรวจความปลอดภัย เช่น เชื้อจุลินทรีย์ โลหะหนัก สถานที่ผลิตได้มาตรฐานสุขลักษณะ แต่ยังต้องรอผลอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะข้อสงสัยเรื่องปลาหมอคางดำ

บทลงโทษหนักหน่วง คดีอาญายอมความไม่ได้

สำหรับการดำเนินคดี สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตรียมดำเนินตามพระราชบัญญัติอาหาร ข้อหาผลิตอาหารปลอม โทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี แสดงฉลากไม่ถูกต้องปรับเงิน สถานที่ผลิตไม่ถูกสุขลักษณะปรับเช่นกัน หากพบสารปนเปื้อนเพิ่ม จะถูกดำเนินคดีเสริม แม้ผู้บริโภคบางรายจะได้รับค่าชดเชยแล้ว แต่คดีนี้เป็นคดีอาญา ยอมความไม่ได้ พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีกับบริษัทเต็มที่

  • อายัดสินค้ากว่า 10,000 กระป๋อง
  • เรียกคืนสินค้าทั้งหมด
  • ตรวจสอบเอกสารและสถานที่ผลิต
  • ผลเบื้องต้นยืนยันปลานิล

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้บริโภคตรวจสอบฉลากสินค้าอย่างละเอียดก่อนซื้อ โดยเฉพาะอาหารกระป๋องที่นิยมในครัวเรือน หากพบปัญหาควรรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อปกป้องสุขภาพของทุกคน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์“ศุภมาส” เผยผลปลากระป๋องเบื้องต้นเป็น “ปลานิล” ชี้คดีอาญา ผลิตอาหารปลอมนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการกำกับดูแลอุตสาหกรรมอาหาร ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง อย่าปล่อยให้ความโลภมาทำลายความเชื่อมั่น ลองแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารสุขภาพอาหารเพิ่มเติมจากบล็อกของเรา!

ที่มา – “ศุภมาส” เผยผลปลากระป๋องเบื้องต้นเป็น “ปลานิล” ชี้คดีอาญา ผลิตอาหารปลอม

ศุภมาส สั่ง สคบ.ตรวจเข้มปลานิลทำปลากระป๋อง

ศุภมาส สั่ง สคบ.ตรวจเข้มปลานิลทำปลากระป๋อง กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในสังคมไทย ล่าสุด น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งเด็ดขาดให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ทุกจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีซ้ำรอยแบบนี้ขึ้นอีก

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากกรณีที่โรงงานผลิตปลากระป๋องนำปลานิลมาทำเป็นปลากระป๋อง แต่ไม่ตรงตามฉลากที่ระบุไว้ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกถูกหลอกลวง แม้ผู้ประกอบการจะเคลียร์กันแล้ว แต่ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ สคบ. ไม่ยอมปล่อยผ่าน น.ส.ศุภมาส เปิดเผยระหว่างให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่า ได้สั่งการให้ สคบ. ทุกจังหวัดตรวจสอบไปจนถึงระดับโรงงานผลิต เพื่อหาว่าจะมีเคสแบบนี้อีกหรือไม่ และติดตามเรื่องร้องเรียนจากประชาชนอย่างใกล้ชิด

ศุภมาส สั่ง สคบ.ตรวจเข้มปลานิลทำปลากระป๋อง ป้องกันซ้ำรอย

นอกจากกรณีปลากระป๋องแล้ว ยังมีเคสน้ำดื่มราคาถูกผิดปกติที่ จ.นครราชสีมา ซึ่ง น.ส.ศุภมาส ฝากเตือนประชาชนทุกคน หากเจอสินค้าที่ราคาถูกเกินจริง เช่น น้ำดื่มขวดละ 2 บาท ให้สงสัยในคุณภาพทันที ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภคอะไรก็ตาม ถ้าไม่ตรงปก สามารถแจ้ง สคบ. ได้เลย สคบ. จะลงพื้นที่ตรวจสอบทันที โดยมีเครือข่ายพันธมิตรอย่างกระทรวงสาธารณสุขและ อย. ร่วมมือกันผ่าน MOU เพื่อปราบปรามอย่างเด็ดขาด

การเอาเปรียบผู้บริโภคแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก นายกรัฐมนตรีได้กำชับรัฐมนตรีทุกคนให้ดูแลหน่วยงานของตนเอง โดยเฉพาะเรื่องปากท้องประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจกระทบราคาสินค้า สคบ. จึงทำงานทั้งเชิงรับและเชิงรุก เช่น ลงพื้นที่ให้ความรู้ประชาชน ติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

เคล็ดลับปกป้องตัวเองจากสินค้าปลอม หลังศุภมาส สั่ง สคบ.ตรวจเข้มปลานิลทำปลากระป๋อง

  • ตรวจสอบฉลากสินค้า: ดูวันผลิต วันหมดอายุ และส่วนผสมให้ชัดเจน
  • เปรียบเทียบราคา: ถ้าถูกเกินไป มักมีปัญหาเรื่องคุณภาพ
  • ซื้อจากร้านเชื่อถือได้: เลือกห้างสรรพสินค้าหรือผู้ขายที่มีรีวิวดี
  • แจ้งทันทีหากผิดปกติ: โทร สคบ. โฮตไลน์ 1166 หรือแจ้งออนไลน์
  • ติดตามข่าวสาร: จาก สคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการคุ้มครองผู้บริโภค สคบ. กำลังเร่งตรวจสอบโรงงานผลิตอาหารกระป๋องทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าทุกชิ้นตรงตามมาตรฐาน หากปล่อยไว้ อาจเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้

ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การปกป้องผู้บริโภคคือสิ่งสำคัญที่สุด สคบ. ไม่เพียงตรวจสอบ แต่ยังให้ความรู้เพื่อให้ประชาชนรู้จักสิทธิตัวเอง หากคุณเคยเจอสินค้าไม่ตรงปก อย่าปล่อยผ่าน แจ้งเลยวันนี้เพื่อป้องกันคนอื่น!

คำแนะนำสุดท้าย: เป็นผู้บริโภคฉลาด ตรวจสอบก่อนซื้อ ช่วยลดรายจ่ายและปกป้องสุขภาพตัวเองและครอบครัว

ที่มา – “ศุภมาส” สั่ง สคบ. ทุกจังหวัดลงพื้นที่ตรวจเข้มกันเคส “ปลานิลทำปลากระป๋อง” เหตุซ้ำรอย

สอบน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน สคบ.โคราช พบโรงงานแปรรูปยางรถ

ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุร้ายแรงที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา เมื่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรวจพบน้ำดื่มมีสารปนเปื้อนเชื้อ Salmonella spp. หรือซัลโมเนลลา ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียอันตรายที่อาจก่อให้เกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตในกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ การตรวจสุ่มนี้ทำให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวศุภมาส อิศรภักดีสั่งการให้สคบ.โคราชลงพื้นที่ตรวจสอบทันที ตามคำกำชับของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูลที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก

สอบน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน สคบ.โคราชพบความจริงน่าตกใจ

ผลการสอบน้ำดื่มมีสารปนเปื้อนของ สคบ.เขต 9 นครราชสีมา เผยข้อเท็จจริงช็อกวงการ! สถานที่ผลิตน้ำดื่มที่ถูกตรวจพบสารปนเปื้อนนั้น ไม่ใช่โรงงานผลิตน้ำมาตรฐาน แต่เป็นโรงงานแปรรูปยางรถยนต์ที่ผู้ประกอบการนำมาจดทะเบียนเป็นสถานที่ผลิตน้ำดื่มซะอย่างนั้น การใช้โรงงานที่มีการแปรรูปยาง ซึ่งอาจมีสารเคมี น้ำมัน และฝุ่นละอองปนเปื้อน มาผลิตน้ำดื่ม จึงเสี่ยงสูงต่อการปนเปื้อน สคบ.กำลังประสานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สสจ.นครราชสีมา และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ หากพบผิดกฎหมาย จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด

เชื้อ Salmonella ในน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน อันตรายอย่างไร

เชื้อ Salmonella spp. เป็นแบคทีเรียที่พบในน้ำหรืออาหารปนเปื้อน มักแพร่กระจายผ่านน้ำดื่มที่ไม่สะอาด อาการที่เกิดขึ้นคือปวดท้อง ท้องเสีย มีไข้ และอาจนอนโรงพยาบาลได้ ในกรณีสอบน้ำดื่มมีสารปนเปื้อนครั้งนี้ สสจ.นครราชสีมาได้แจ้งเตือนประชาชนให้หยุดบริโภคน้ำยี่ห้อดังกล่าวทันที และเรียกคืนสินค้าจากตลาด

กฎหมายและโทษสำหรับผู้ผลิตน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน

เลขาธิการ สคบ. นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ยืนยันว่าน้ำดื่มปนเปื้อนเข้าข่าย”อาหารผิดมาตรฐาน”ตาม พรบ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25 (3) มีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท นอกจากนี้ สคบ.มีอำนาจตาม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค มาตรา 39 สามารถดำเนินคดีแทนผู้บริโภคที่เดือดร้อนได้ หากคุณดื่มน้ำแล้วมีอาการผิดปกติ รีบแจ้ง สคบ.เพื่อไกล่เกลี่ยหรือฟ้องร้อง

วิธีเลือกน้ำดื่มปลอดภัย ป้องกันน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน

เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ประชาชนควรระมัดระวังในการเลือกซื้อน้ำดื่ม โดยตรวจสอบดังนี้:

  • ฉลากสินค้า: ต้องมีชื่อผู้ผลิต ที่อยู่ วันผลิต วันหมดอายุ และเลขที่ อย. ชัดเจน
  • เครื่องหมายรับรอง: เลือกน้ำที่มีเครื่องหมาย อย. หรือมาตรฐานอื่นๆ ที่เชื่อถือได้
  • แหล่งจำหน่าย: ซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่ของไม่มีที่มา
  • ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์: หลีกเลี่ยงขวดบุบ บวม หรือมีกลิ่นผิดปกติ
  • ข้อมูลผู้ผลิต: ค้นหาข้อมูลโรงงานผลิตทางเว็บ สคบ. หรือ อย.

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเพิ่มความระวัง โดยนางสาวศุภมาส เน้นย้ำว่า “การบริโภคน้ำดื่มที่ไม่ได้มาตรฐานอาจอันตรายถึงชีวิต รัฐบาลจะคุ้มครองประชาชนอย่างเต็มที่”

ช่องทางร้องเรียนหากสงสัยน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน

หากพบน้ำดื่มน่าสงสัยหรือได้รับอันตราย สามารถแจ้งได้ที่:

  • สายด่วน สคบ. 1166
  • แอป OCPB Connect
  • เว็บไซต์ www.ocpb.go.th
  • ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคท้องถิ่น

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์สอบน้ำดื่มมีสารปนเปื้อนครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการคุ้มครองผู้บริโภคต้องเข้มงวดยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ และประชาชนต้องฉลาดเลือกซื้อ หวังว่ารัฐจะปราบปรามไม่ให้เกิดซ้ำ รักษาสุขภาพให้ดี หากมีประสบการณ์แบ่งปันในคอมเมนต์ได้เลย!

เรียกร้องสิทธิของคุณวันนี้ – หากเดือดร้อนจากสินค้าปนเปื้อน โทร 1166 ทันทีเพื่อขอความช่วยเหลือ

ที่มา – สอบน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน สคบ.โคราช พบโรงงานแปรรูปยางรถ จดทะเบียนเป็นที่ผลิตน้ำดื่ม

“ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งช่วยผู้เสียหาย 6 ราย ถูกหลอกลงทุนสร้างปั๊มน้ำมัน

“ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งช่วยผู้เสียหาย 6 ราย ถูกหลอกลงทุนสร้างปั๊มน้ำมัน เป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาการลงทุนสร้างรายได้จากที่ดินเปล่า วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลล่าสุดและคำเตือนสำคัญ เพื่อให้ทุกท่านไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

“ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งช่วยผู้เสียหาย 6 ราย ถูกหลอกลงทุนสร้างปั๊มน้ำมัน

วันที่ 26 เมษายน 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเตือนถึงขบวนการหลอกลงทุนธุรกิจปั๊มน้ำมันที่กำลังแพร่ระบาด โดยสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เร่งช่วยเหลือผู้เสียหาย 6 รายที่ถูกหลอกลวง นอกจากนี้ยังกำชับให้ประสานงานกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีอย่างใกล้ชิด

ปัญหานี้เกิดจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กระทบราคาน้ำมัน ทำให้หลายคนสนใจลงทุนปั๊มน้ำมันเพื่อสร้างรายได้ แต่ผู้ไม่หวังดีกลับใช้โอกาสนี้หลอกลวง โดยแอบอ้างชื่อแบรนด์น้ำมันดัง โฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ชวนผู้ที่มีที่ดินเปล่าเข้ามาลงทุนก่อสร้างปั๊มน้ำมันพร้อมระบบครบวงจร สัญญาผลตอบแทนสูง แต่เมื่อชำระเงินแล้ว งานไม่คืบหน้า ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน จนขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐไม่ได้

พฤติการณ์การหลอกลวงที่ต้องระวัง

ผู้เสียหาย 6 รายแจ้งความเมื่อ 24 เมษายน 2569 มูลค่าความเสียหายรวมหลายล้านบาท และยังพบว่ามีการโฆษณาต่อเนื่องบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สคบ. จึงรีบตรวจสอบและประสานข้อมูลกับตำรวจทันที นางสาวศุภมาส เน้นย้ำว่ารูปแบบนี้พัฒนาขึ้น โดยใช้ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ดังและโซเชียลมีเดียสร้างความมั่นใจ ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งเงินทองและความเชื่อมั่นในการลงทุน

มาตรการที่ สคบ. ดำเนินการทันที

เลขาธิการ สคบ. รับคำสั่งแล้ว โดยจะสนับสนุนข้อมูลให้ บก.ปอศ. ติดตามคดี ตรวจสอบโฆษณาที่หลอกลวง และควบคุมการโฆษณาบนออนไลน์ หากพบผิดกฎหมาย จะสั่งระงับหรือดำเนินคดีเด็ดขาด นอกจากนี้ ยังกำชับทุกหน่วยงานช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบสถานการณ์น้ำมัน

วิธีป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกหลอกลงทุนปั๊มน้ำมัน

  • ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ: อย่าเชื่อโฆษณาที่แอบอ้างแบรนด์ดัง ตรวจสอบกับบริษัทต้นสังกัดจริง
  • ผลตอบแทนเกินจริง: ถ้าสัญญารายได้สูงผิดปกติ ให้สงสัยและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
  • สัญญาและเอกสาร: ตรวจสอบสัญญาให้ละเอียด อย่ารีบจ่ายเงินล่วงหน้าเต็มจำนวน
  • ขออนุญาต: ยืนยันว่าธุรกิจต้องได้รับอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ค้นหาข้อมูล: เช็กรีวิวและประวัติผู้ประกอบการบนเว็บไซต์รัฐหรือสื่อที่น่าเชื่อถือ

การลงทุนปั๊มน้ำมันต้องศึกษาดีๆ เพราะต้องใช้ทุนสูงและมีกฎระเบียบเข้มงวด หากไม่ชำนาญอาจขาดทุนหนัก แนะนำปรึกษาที่ปรึกษาการเงินหรือหน่วยงานรัฐก่อนตัดสินใจ

ช่องทางขอความช่วยเหลือหากถูกหลอก

หากคุณหรือคนใกล้ตัวถูกหลอก สามารถร้องเรียนได้ที่ สคบ. สายด่วน 1166 หรือเว็บไซต์ออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง สคบ. พร้อมช่วยเหลือและดำเนินการทันที อย่าปล่อยให้มิจฉาชีพลอยนวล

สรุปแล้ว “ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งช่วยผู้เสียหาย 6 ราย ถูกหลอกลงทุนสร้างปั๊มน้ำมัน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจคุ้มครองประชาชน ขอให้ทุกท่านระมัดระวังและแบ่งปันข้อมูลนี้เพื่อปกป้องกันเอง หากมีประสบการณ์หรือคำถาม แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

เรียกร้องให้แจ้งเบาะแส: หากพบโฆษณาพร้อมหลักฐาน ส่งให้ สคบ. เพื่อหยุดยั้งขบวนการนี้ทันที

ที่มา – “ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งช่วยผู้เสียหาย 6 ราย ถูกหลอกลงทุนสร้างปั๊มน้ำมัน

“ศุภมาส” แจ้งลาออก สส.บัญชีรายชื่อ “พงศกร อรรณนพพร” เลื่อนขึ้นแทนสส.

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้มีข่าวสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือ “ศุภมาส” แจ้งลาออก สส.บัญชีรายชื่อ “พงศกร อรรณนพพร” เลื่อนขึ้นแทนสส. ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในสภาผู้แทนราษฎร เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากนางสาวศุภมาส อิศรภักดี ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้เธอต้องเลือกทางเดินทางการเมืองที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

“ศุภมาส” แจ้งลาออก สส.บัญชีรายชื่อ “พงศกร อรรณนพพร” เลื่อนขึ้นแทนสส.

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือแจ้งลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านเลขาธิการสภา โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2567 เป็นต้นไป การลาออกครั้งนี้เปิดทางให้บุคคลใหม่เข้ามารับผิดชอบหน้าที่ในสภาแทน

ตามระบบบัญชีรายชื่อของพรรค นายพงศกร อรรณนพพร ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 23 ของผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ จะเลื่อนชั้นขึ้นมาทำหน้าที่ ส.ส. แทนทันที ทำให้สภาผู้แทนราษฎรยังคงครบจำนวนตามกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อโครงสร้างของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงกลยุทธ์การบริหารบุคลากรทางการเมืองในยุคปัจจุบัน

ใครคือ “ศุภมาส อิศรภักดี” และเหตุผลเบื้องหลังการลาออก

ศุภมาส อิศรภักดี เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ได้รับความไว้วางใจจากพรรคเพื่อไทย เธอเคยมีบทบาทสำคัญในทีมงานของพรรคมาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งก่อน และล่าสุดได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องทุ่มเทเต็มที่ การลาออกจาก ส.ส. บัญชีรายชื่อจึงเป็นไปเพื่อหลีกเลี่ยงการถือครองตำแหน่งสองอย่างพร้อมกัน ตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ชัดเจน

การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและวิสัยทัศน์ของเธอในการโฟกัสที่งานบริหารรัฐบาลมากกว่าการนั่งในสภา นอกจากนี้ ยังช่วยเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรครุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกกฎหมาย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพรรคในระยะยาว

นายพงศกร อรรณนพพร ผู้สืบทอดตำแหน่งคนใหม่

นายพงศกร อรรณนพพร เป็นผู้สมัครในลำดับที่ 23 ของบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เขามีประสบการณ์ในด้านการเมืองท้องถิ่นและงานสังคมมากมาย แม้จะยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่การเลื่อนขึ้นมาแทน ส.ส. ครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญให้เขาได้แสดงศักยภาพ

จากข้อมูลเบื้องต้น พงศกรมีแนวคิดที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย ผู้ติดตามข่าวการเมืองต่างคาดหวังว่าเขาจะนำพรรคเสียงข้างมากในสภาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ส.ส. ครั้งนี้

การที่ “ศุภมาส” แจ้งลาออก สส.บัญชีรายชื่อ “พงศกร อรรณนพพร” เลื่อนขึ้นแทนสส. ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยยังคงรักษากำลังในสภาได้อย่างมั่นคง แม้จะเสีย ส.ส. ไปหนึ่งคน แต่ระบบบัญชีรายชื่อช่วยเติมเต็มได้ทันที สิ่งนี้ยังเป็นตัวอย่างของการหมุนเวียนบุคลากรที่พรรคใหญ่ใช้ เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลน ส.ส. ในอนาคต

ในมุมกว้างขึ้น ข่าวนี้ยังจุดประกายให้ ส.ส. รายอื่นๆ ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี คิดทบทวนสถานะของตนเอง เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและจรรยาบรรณทางการเมือง นอกจากนี้ ยังช่วยลดข้อครหาเรื่องการถือครองตำแหน่งซ้ำซ้อนที่มักถูกวิจารณ์จากฝ่ายค้าน

  • ประโยชน์ต่อพรรค: รักษาจำนวน ส.ส. ครบถ้วน
  • ประโยชน์ต่อศุภมาส: โฟกัสงานรัฐมนตรีเต็มตัว
  • ประโยชน์ต่อพงศกร: โอกาสก้าวสู่วงการรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม การเมืองไทยยังคงมีความผันผวน ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการต่อไป โดยเฉพาะการประชุมสภาที่พงศกรจะเข้าร่วมครั้งแรก

ในฐานะนักวิเคราะห์การเมือง มองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นสัญญาณบวกของพรรครัฐบาล ที่พร้อมปรับตัวเพื่อความยั่งยืน ลองติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตจากเรา เพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “ศุภมาส” แจ้งลาออก สส.บัญชีรายชื่อ “พงศกร อรรณนพพร” เลื่อนขึ้นแทนสส.

เปิดประวัติ ศุภมาส อิศรภักดี นักการเมืองหญิงเก่ง

วันนี้เรามาเปิดประวัติ ศุภมาส อิศรภักดีกันเถอะค่ะ สาวเก่งจากพรรคภูมิใจไทยที่กำลังเป็นข่าวใหญ่! ด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่สั่งสมมา เธอมีชื่อติดโผในครม.อนุทิน 2 ชุดใหม่ คาดว่านั่งเก้าอี้เดิม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป ใครที่ติดตามการเมืองไทย คงอยากรู้จักคุณผึ้งคนนี้มากขึ้นใช่มั้ยล่ะ?

เปิดประวัติ ศุภมาส อิศรภักดี

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี หรือ คุณผึ้ง เกิดวันที่ 3 เมษายน 2516 ปัจจุบันอายุ 52 ปี สมรสกับ พ.ต.อ.ล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ รอง ผบก.ทท.1 มีลูก 1 คน แถมยังอุปการะ “ชู่” ดาราเด็กจากซีรีส์อินเดียเรื่องหนุมาน สงครามมหาเทพ ด้วยนะคะ เพราะสามีถูกชะตาเด็กคนนี้สุดๆ ชีวิตครอบครัวอบอุ่นมากเลย

ด้านการศึกษา คุณผึ้งจบวิศวะปริญญาตรี สาขาอุตสาหการ จากจุฬาฯ และโท สาขาการจัดการทางวิศวกรรม จากจุฬาฯ เหมือนกัน เก่งจริงๆ ค่ะ ก่อนเข้าสู่วงการการเมือง เคยทำงานในเครือ ปตท. เกือบ 5 ปี ถือเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งมาก

เส้นทางการเมืองของศุภมาส อิศรภักดี

เส้นทางนักการเมืองของคุณผึ้งเริ่มต้นแบบเซอร์ไพรส์มาก! อายุแค่ 27 ปี ก็วอล์กอินสมัคร ส.ส. พรรคไทยรักไทย ปี 2544 และชนะเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขต 13 หลักสี่ ตอนนั้นอายุ 28 ปีเอง กลายเป็นดาวรุ่งในสื่อทันที จากนั้นย้ายมาพรรคภูมิใจไทย

ปี 2554 สมัคร ส.ส.กทม.เขต 11 แต่แพ้สุรชาติ เทียนทอง จากเพื่อไทย ได้อันดับ 3 แต่ไม่ยอมแพ้ ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค

  • เลือกตั้ง 2562: วางตัว ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 8 ได้ที่นั่ง
  • เลือกตั้ง 2566: ลำดับ 10 แต่พรรคได้แค่ 3 ที่นั่ง พลาดโอกาส

ถึงไม่ได้เป็น ส.ส. แต่พรรคภูมิใจไทยได้โควตารัฐมนตรี 8 ที่นั่งในรัฐบาลเศรษฐา คุณผึ้งเลยได้เป็น รมว.อว. ก่อนย้ายมานั่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในครม.อนุทิน ล่าสุด 14 มี.ค. 2569 ชื่อเธอยังติดโผครม.อนุทิน 2 เก้าอี้เดิม!

นอกจากนี้ ในศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 คุณผึ้งเป็นแม่ทัพหาเสียง ส.ส.กทม. ร่วมกับเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส่งผู้สมัครครบ 33 เขต แม้แพ้พรรคประชาชน แต่คะแนนพรรคภูมิใจไทยในกทม.เพิ่มขึ้นชัดเจน แสดงถึงความนิยมที่กำลังมาแรง

บทบาทและความสำเร็จที่โดดเด่น

คุณผึ้งไม่ใช่แค่นักการเมือง แต่เป็นวิศวกรตัวจริงที่นำความรู้มาพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะคุมกระทรวงอว. หรือสำนักนายกฯ เธอแสดงให้เห็นว่านักการเมืองหญิงไทยเก่งได้ขนาดไหน จากเด็กวิศวะจุฬาฯ สู่รัฐมนตรีคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย

สิ่งที่น่าชื่นชมคือ ความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ แม้พลาด ส.ส. บางสมัย แต่ยังมีบทบาทสำคัญเสมอ ในยุคที่การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว คุณผึ้งคือตัวอย่างของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตได้ที่นี่นะคะ! คุณคิดว่าครม.อนุทิน 2 จะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีกบ้าง คอมเมนต์มาบอกกันเลย

ที่มา – เปิดประวัติ “ศุภมาส อิศรภักดี” นักการเมืองหญิงเก่งภูมิใจไทย มีชื่อนั่งเก้าอี้เดิม รมต.สำนักนายกฯ

“ศุภมาส” ขอใช้สิทธิด้วยความกลัว ภท.ปักธงกทม.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ และคนไทยทุกคนที่สนใจการเมือง โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส. กรุงเทพมหานครครั้งนี้ ในโค้งสุดท้ายของการหาเสียง “ศุภมาส” ขอประชาชนออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัว มั่นใจ ภท. ปักธง กทม. ได้ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ดูแลการเลือกตั้ง ส.ส.กทม. ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ออกมาแย้มแผนการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายที่จะจัดขึ้นพรุ่งนี้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เรียกได้ว่าเป็นการปิดแคมเปญสุดอลังการเลยทีเดียว

“ศุภมาส” ขอประชาชนออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัว มั่นใจ ภท. ปักธง กทม. ได้

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส ได้ให้สัมภาษณ์สื่อด้วยน้ำเสียงมั่นใจและเป็นกันเอง โดยบอกว่าเวทีนี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ใครสะดวกไปให้กำลังใจที่ศิริกิติ์ก็เชิญเลยนะครับ หรือไม่สะดวกก็ดูถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊กพรรคภูมิใจไทยและช่องทางออนไลน์อื่นๆ ได้สบายๆ แน่นอนว่าจะมีคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค นำทีมปราศรัย พร้อมด้วยทีมเศรษฐกิจตัวพ่อตัวแม่อย่าง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคด้วย

ศุภมาสย้ำชัดว่าตอนนี้ไทยกำลังเจอวิกฤติเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ทีมนี้เพิ่งไปประชุมที่ดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มา จะมาเล่าให้ฟังแบบภาค 2 ต่อจากเวทีสวนลุมพินีที่อินโทรปัญหาไปแล้ว พรุ่งนี้จะเฉลยเลยว่าแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะเป็นยังไง ถ้าภท.ได้เป็นรัฐบาลและนายกฯอนุทินนำทีม ทั้งสามคนนี้ก็จะกลับไปนั่งเก้าอี้รองนายกฯ ตำแหน่งเดิม รับประกันความต่อเนื่องในการบริหาร

ทำไมศุภมาสถึงขอให้ออกไปใช้สิทธิด้วย “ความกลัว”

สิ่งที่น่าสนใจคือศุภมาสอ้อนวอนประชาชนให้ออกไปใช้สิทธิ “ด้วยความกลัว” นะครับ ไม่ใช่กลัวแบบงี่เง่า แต่กลัวว่าบ้านเมืองจะเสี่ยง ถ้าไม่มีทีมเศรษฐกิจมืออาชีพมาบริหาร ตอนนี้ประชาชนรู้จักภท.มากขึ้น รักชอบมากขึ้น ต่างจากปี 2566 ชัดเจน เวลาเดินหาเสียงหรือหัวหน้าพรรคไปแบบออร์แกนิก คนมารุมล้อมเพียบ แต่ขอให้ความรักนั้นแปรเป็นคะแนนจริงๆ อย่าเชียร์อยู่บ้าน

เวทีพรุ่งนี้จะไม่พูดแบ่งสีแบ่งฝ่าย แต่เน้นนโยบายเศรษฐกิจและความมั่นคง ไทยต้องไม่ถูกลบออกจากแผนที่เศรษฐกิจโลกและแผนที่ความมั่นคง ไม่เสียดินแดนไปไหนแน่นอน จะบอกชัดว่าหลัง 8 ก.พ. จะทำอะไรบ้าง นอกจากนี้ ศุภมาสยังย้ำว่าไม่ต้องง้อม็อตโต้ “รักชาติ” หรือ “ไม่เลือกเราก็รู้ว่าใครมา” แล้ว ตอนนี้สัปดาห์สุดท้าย พูดแต่เรื่องนโยบาย พิสูจน์แล้วว่าเราทำได้จริง ไม่ใช่สวยปาก

  • คนละครึ่งพลัส: นโยบายที่อยู่ในใจประชาชน ช่วยลดภาระจริง
  • ให้เบ็ดไม่ให้ปลา: สอนวินัยการเงิน สอนหาเงิน เก็บเงินให้อยู่รอด
  • ไม่ประชานิยม: ใช้เงินหาเสียงน้อย ไม่แจกแบบฟุ่มเฟือย
  • ทีมมืออาชีพ: 3-4 เดือนที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่านโยบายสั้นๆ ทำได้ทันที

นโยบายพรรคภูมิใจไทยเน้นปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่พูดสวย ส่วนนโยบายสวยๆ ของพรรคอื่นๆ คล้ายกันหมด แต่ใครทำได้จริงต่างหากที่สำคัญ พรรคนี้สอนประชาชนให้เข้มแข็งทางการเงิน ไม่พึ่งพิงระยะยาว

มั่นใจปักธงกรุงเทพฯ แต่ต้องอาศัยพลังประชาชน

เมื่อถามถึงกทม. ศุภมาสย้ำชัด “ศุภมาส” ขอประชาชนออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัว มั่นใจ ภท. ปักธง กทม. ได้ แน่นอนว่าจะปักธงได้ แต่จำนวนที่นั่งขึ้นกับว่าประชาชนจะออกมาโหวตเท่าไหร่ ทุกเวทีที่นายกฯอนุทินปราศรัย คนแน่นเวที ภาพชัดเจนว่าปีนี้ต่างจากเดิมมาก

ในมุมมองของผม การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมากสำหรับกรุงเทพฯ เพราะเป็นเขตที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองไทย พรรคภูมิใจไทยพิสูจน์ตัวเองผ่านการบริหารจริง ไม่ใช่แค่สัญญา หากคุณกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย ความมั่นคงชายแดน หรืออนาคตเยาวชน ลองฟังเวทีพรุ่งนี้ดูครับ จะได้เห็นภาพชัดว่าทีมนี้จะพาไทยฝ่าวิกฤติยังไง

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกพรรคและทุกแคนดิเดต แต่ที่สำคัญคือประชาชนต้องออกมาใช้สิทธิให้เต็มที่ เพื่อบ้านเมืองที่มั่นคง เศรษฐกิจโตได้จริง คุณล่ะครับ พร้อมออกไปโหวตเพื่อปักธงกทม.ให้พรรคที่เชื่อถือได้หรือยัง? อย่าปล่อยให้ความกลัวเรื่องอนาคตเป็นจริง ไปช่วยกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าเถอะ!

ที่มา – “ศุภมาส” ขอประชาชนออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัว มั่นใจ ภท. ปักธง กทม. ได้

“สีหศักดิ์-ศุภจี” นำทีมภูมิใจไทย หาเสียงสายไหม


“สีหศักดิ์-ศุภจี” นำทีมภูมิใจไทย หาเสียงย่านสายไหม สนับสนุน “เอกภพ” ขอโอกาสได้เป็นรัฐบาล ทำงานจาก 4 เดือน เป็น 4 ปี!

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ณ ตลาด AC เขตสายไหม กรุงเทพฯ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง, น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียง กทม., นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ, และนางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตสายไหม (ยกเว้นแขวงออเงิน) เพื่อช่วย “สีหศักดิ์-ศุภจี” นำทีมภูมิใจไทย หาเสียงย่านสายไหม ให้นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 11 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อเดินทางมาถึง นางเยาวภา จิตวิริยะกุล หรือเจ๊บ๊วย เจ้าของตลาด ได้มอบสากให้กับนางศุภจี โดยระบุว่าเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ ทำกินของคนไทยมานาน ถือเป็นสัญลักษณ์ในการช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจปากท้องให้กับประชาชน รวมถึงต่อสู้กับอุปสรรคในการบริหารงาน ระหว่างการเดินตลาด มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพกับเหล่าแกนนำหาเสียงอย่างเป็นกันเอง บางช่วงมีหญิงสาวเข้ามากล่าวชื่นชมและสวมกอดนางศุภจี

จากนั้น แกนนำหาเสียงได้พบปะประชาชนในหมู่บ้านกรุงทอง นายสีหศักดิ์กล่าวว่า วันนี้มาในบทบาทใหม่จากนักการทูต เป็นนักการเมือง ขอให้ประชาชนมั่นใจในตัวนายเอกภพ ว่าจะเป็นผู้แทนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ด้านนโยบายต่างประเทศ ขอให้มั่นใจว่าจะปกป้องศักดิ์ศรีของประเทศไทยอย่างเต็มที่ พรรคภูมิใจไทยจะนำพาประเทศไทยไปสู่ความก้าวหน้า ทุกคนจะกินดีอยู่ดีมากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญคือไม่ใช่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่คือการกินดีอยู่ดีของประชาชน เศรษฐกิจขยายตัวกันอย่างเท่าเทียม ซึ่งพรรคภูมิใจไทยทำได้ทำจริง พิสูจน์ให้เห็นแล้ว 3 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้นขอเวลาเพิ่มจาก 4 เดือนเป็น 4 ปี

“สีหศักดิ์-ศุภจี” นำทีมภูมิใจไทย หาเสียงย่านสายไหม

วันนี้มาขอโอกาสให้นายเอกภพ ได้มาช่วยดูแลพี่น้องประชาชน เพราะสิ่งที่มีความสำคัญคือการเชื่อมต่อระหว่างทีมบริหารกับทีมที่ดูแลในพื้นที่ชุมชน ถ้าเราได้คนที่รับรู้รับทราบถึงปัญหา เราก็จะมองเห็นว่ามีอะไรที่เราต้องปรับปรุงได้ หากได้รับเลือกเข้ามา ก็จะมาช่วยบอกเรา และเราจะได้มีการทำนโยบายที่จะมาช่วยสนับสนุน ซึ่งมีโครงการที่จะช่วยสนับสนุนชุมชน ผู้สูงอายุ ดูแลผู้สูงวัยของเรา จะได้ไม่สร้างเป็นภาระให้ลูกหลาน และสบายใจสามารถไปทำงานได้

นางศุภจีกล่าวว่า สำหรับคนที่อยู่ในชุมชน คนตัวเล็กตัวน้อย ก็จะมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการที่ทำไปแล้วอย่าง “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งเราก็พยายามจะใช้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด เพื่อให้คนไทยอยู่ดีกินดี เพราะเป็นความตั้งใจของทีมเศรษฐกิจ และเรามีความตั้งใจจริงๆ ที่จะทำประโยชน์ให้กับทุกคน จึงขอโอกาสให้เข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน เพื่อที่จะทำให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

“สีหศักดิ์-ศุภจี” นำทีมภูมิใจไทย หาเสียงย่านสายไหม ขอโอกาส

น.ส.ศุภมาสกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ขอให้มาช่วยเลือกนายเอกภพให้ชนะการเลือกตั้ง และเลือกพรรคภูมิใจไทย ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ท่านสีหศักดิ์ ท่านศุภจี และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กลับมาเป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรี เพื่อทำงานให้กับบ้านเมือง

นอกจากนี้ แกนนำหาเสียงได้ขึ้นรถเมล์สาย 1009 จากจุดปราศรัยไปยังที่ทำการผู้สมัคร โดยนายเอกภพกล่าวถึงปัญหาการเดินทางสาธารณะที่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากมีรถโดยสารสาธารณะเอกชนเพียงสายเดียว ซึ่งได้รับการสะท้อนจากประชาชนที่อยากให้นำรถโดยสาร ขสมก. มาร่วมให้บริการ

จากนั้น นายสีหศักดิ์ นางศุภจี น.ส.ศุภมาส ได้เดินทางไปยังศูนย์อำนวยการเลือกตั้งของผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย พบปะเครือข่ายชุมชนในเขตสายไหม ก่อนที่ น.ส.ศุภมาสจะนำทีมขึ้นรถหาเสียงโดยรอบพื้นที่ พร้อมขอให้พี่น้องประชาชนไว้ใจเลือกนายเอกภพ เป็น สส. ในสมัยหน้า “สีหศักดิ์-ศุภจี” นำทีมภูมิใจไทย หาเสียงย่านสายไหมอย่างเข้มข้น เพื่อให้พรรคภูมิใจไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ

การ “สีหศักดิ์-ศุภจี” นำทีมภูมิใจไทย หาเสียงย่านสายไหม ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เขตสายไหมและทั่วประเทศ การที่แกนนำพรรคลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างใกล้ชิด รับฟังปัญหา และนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจและอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่มา – “สีหศักดิ์-ศุภจี” นำทีมภูมิใจไทย หาเสียงย่านสายไหมช่วย “เอกภพ” ขอโอกาสได้เป็นรัฐบาล

ศุภมาส-เอกนัฏ นำทีม สส.กทม.ชู คนละครึ่งพลัส

การเลือกตั้งครั้งสำคัญกำลังจะมาถึง และพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมนำเสนอทีมผู้สมัคร สส.กทม. ที่แข็งแกร่ง โดยมี “ศุภมาส-เอกนัฏ” เป็นหัวหน้าทีม พร้อมชูนโยบายที่จับต้องได้และตรงใจประชาชนอย่าง “คนละครึ่งพลัส-ความมั่นคง” เน้นการสานต่อนโยบายที่เป็นประโยชน์และสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยทุกคน

ศุภมาส-เอกนัฏ นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบาย “คนละครึ่งพลัส-ความมั่นคง”

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี และ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขต ได้ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐทีวี ถึงความพร้อมในการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยเน้นย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีเพียงแค่คนใดคนหนึ่ง แต่มีทีมงานที่แข็งแกร่ง มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยหาเสียงต่างๆ ที่พร้อมจะทำงานเพื่อคนกรุงเทพฯ และคนไทยทุกคน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า จุดเด่นของการหาเสียงครั้งนี้คือความจริงใจและความตั้งใจจริงที่จะทำเพื่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศล่วงหน้าว่าจะเสนอใครเป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักในประวัติศาสตร์การเมืองไทย พร้อมย้ำว่า “พูดแล้วทำพลัส” ไม่ได้ขายฝัน และนโยบายต่างๆ ก็มีความชัดเจนว่าจะทำอย่างไร และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

น.ส.ศุภมาส เสริมว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ เพราะประชาชนได้เห็นผลงานที่จับต้องได้ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เช่น โครงการ คนละครึ่งพลัส ที่เข้าถึงประชาชนโดยตรง การบริหารจัดการเรื่องชายแดน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้พูดอย่างเดียว แต่ทำให้เห็นแล้ว

ทำไมต้องเลือก “คนละครึ่งพลัส” และนโยบายความมั่นคง?

นโยบาย 2 อย่างที่ น.ส.ศุภมาส เน้นย้ำคือด้านเศรษฐกิจและด้านความมั่นคง โดย คนละครึ่งพลัส เป็นนโยบายที่ช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดรายจ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก ขณะที่นโยบายความมั่นคงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคนไทยทุกคน เพราะเป็นการปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

เมื่อถูกถามว่าทำไมต้องเลือกพรรคภูมิใจไทย นายเอกนัฏ ตอบว่า ผู้สมัครของพรรคมีความหลากหลาย ตั้งแต่รุ่นเก่า หน้าใหม่ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย และอีกหลายๆ คน ซึ่งเป็นการผสมผสานประสบการณ์และความคิดใหม่ๆ เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน

เกี่ยวกับเป้าหมายจำนวนที่นั่ง สส.กทม. น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่นอนได้ในขณะนี้ แต่ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจน และจะทำงานกันเป็นทีมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น

เมื่อถามว่าพื้นที่ กทม. จะแพ้ไม่ได้ใช่หรือไม่ น.ส.ศุภมาส ตอบว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้คิดถึงเรื่องแพ้ แต่จะทำทุกวิถีทางให้ดีที่สุด เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน และพร้อมที่จะนำเสนอมืออาชีพเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ

สำหรับความเป็นไปได้ที่จะเห็น นายเอกนิติ และนางศุภจี มาช่วยหาเสียงในพื้นที่ กทม. นางสาวศุภมาศ ยืนยันว่าทั้งสองท่านจะมาช่วยหาเสียงอย่างแน่นอน เพราะเป็นผู้ช่วยหาเสียงที่ถูกต้องตามกฎหมาย

  • คนละครึ่งพลัส: นโยบายสานต่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
  • ความมั่นคง: ปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
  • ทีมผู้สมัคร สส.กทม. ที่มีความหลากหลายและประสบการณ์

พรรคภูมิใจไทยมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์และนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน และสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้เลือกผู้แทนที่พร้อมจะทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ดังนั้น อย่าลืมติดตามข่าวสารและนโยบายของพรรคภูมิใจไทย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – “ศุภมาส-เอกนัฏ” นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบาย “คนละครึ่งพลัส-ความมั่นคง”

Scroll to top