สถานการณ์น้ําท่วม

สุดวิกฤติ! ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วมวัดพุทธิการาม

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ล่าสุดมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของชาวบ้านบริเวณวัดพุทธิการาม ซึ่งเป็นชุมชนกลางเมืองหาดใหญ่ ที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติอย่างหนักหน่วง ในคลิปดังกล่าว ปรากฏภาพชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังไต่สายไฟเพื่อหนีน้ำท่วม เนื่องจากระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนท่วมถึงชั้น 2 ของบ้านเรือน อีกทั้งอาหารและน้ำดื่มก็เริ่มขาดแคลน ทำให้สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ยังคงวิกฤติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณถนนพลพิชัย หน้าวัดพุทธิการาม (วัดปลักกริมใน) ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีรายงานว่าประชาชนจำนวนมากกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือ ระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นจนท่วมถึงชั้น 2 ของบ้านแล้ว ทำให้หลายชีวิตที่ติดค้างอยู่ภายในเริ่มขาดแคลนปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพอย่างหนัก

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Kang Namthip” ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นภาพชาย 3 คนกำลังไต่สายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งบริเวณด้านล่างถูกน้ำท่วมล้อมรอบ พร้อมข้อความบรรยายว่า “เห็นใจพวกเราด้วย อีกหลายชีวิตที่ยังรอความหวังที่จะออกไป น้ำขึ้นชั้น 2 แล้ว อาหาร น้ำ เริ่มหมด ช่วยด้วยค่ะ ติดต่อหน่วยไหนไม่ได้เลย ถนนพลพิชัย วัดพุทธิการาม หน้าวัดปลักกริมใน”

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังและความจำเป็นที่ทำให้ผู้ประสบภัยต้องตัดสินใจเสี่ยงชีวิต ไต่ไปตามสายไฟฟ้าที่ถูกตัดกระแสไฟแล้ว เพื่อพยายามออกจากพื้นที่ที่ถูกตัดขาดและขอความช่วยเหลือจากภายนอก แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลาเป็นเรื่องจริงและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

สถานการณ์ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลานี้แสดงให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังรอคอยความหวังในการอพยพและความช่วยเหลือจากหน่วยงานกู้ภัยและอาสาสมัคร เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและกระแสน้ำที่เชี่ยวแรง ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก จึงขอให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เร่งจัดส่งทีมกู้ภัยที่มีอุปกรณ์และยานพาหนะเฉพาะทางเข้าถึงพื้นที่วิกฤตินี้โดยเร็ว

ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา

ความยากลำบากนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น

ความช่วยเหลือที่จำเป็นสำหรับชาวบ้านที่ประสบภัย

สิ่งที่ชาวบ้านต้องการในขณะนี้ ไม่ใช่แค่เพียงอาหารและน้ำดื่มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และที่พักอาศัยชั่วคราวที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การสนับสนุนด้านจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

มาตรการระยะยาวเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต:

  • การปรับปรุงระบบระบายน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • การสร้างพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม
  • การวางผังเมืองให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ
  • การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการรับมือกับภัยพิบัติ

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

การที่ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา แสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวัง และความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ

สถานการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความจำเป็นในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก

ที่มา – ไม่มีทางเลือก ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา

บขส.หยุดวิ่ง! **น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต** 6 เส้นทาง

สถานการณ์น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต! วันนี้ (25 พ.ย.2568) เวลา 11.00 น. บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จ.สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และสตูลยังคงมีระดับน้ำท่วมสูง เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ส่งผลกระทบต่อการเดินรถในพื้นที่ภาคใต้ รถโดยสารไม่สามารถนำส่งผู้โดยสารที่ปลายทางได้ จำนวน 6 เส้นทาง

น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต

เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต บขส.จึงจำเป็นต้องประกาศหยุดเดินรถโดยสารชั่วคราวใน 6 เส้นทางที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและทรัพย์สิน ดังนี้

  • สายที่ 984 กรุงเทพฯ – ตรัง – สตูล
  • สายที่ 987 กรุงเทพฯ – ยะลา
  • สายที่ 988 กรุงเทพฯ – สตูล
  • สายที่ 992 กรุงเทพฯ – หาดใหญ่
  • สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – ปัตตานี
  • สายที่ 9917 กรุงเทพฯ – สุไหงโกลก

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ในภาคใต้ยังคงเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมสูง การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

ผลกระทบต่อผู้โดยสารและการขอคืนตั๋ว

สำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดเดินรถในเส้นทางดังกล่าว บขส. ได้อำนวยความสะดวกให้สามารถติดต่อขอคืนตั๋วโดยสารได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ทั่วประเทศ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือตรวจสอบสถานะการเดินรถได้ที่ Call Center 1490 ตลอด 24 ชั่วโมง

บขส. ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอให้ผู้โดยสารติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย และเส้นทางกลับสู่สภาวะปกติ บขส. จะเร่งดำเนินการเปิดให้บริการเดินรถโดยสารโดยเร็วที่สุด

ทาง บขส. จะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการกลับมาให้บริการโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต ส่งผลกระทบต่อการเดินทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้ทุกท่านวางแผนการเดินทางและตรวจสอบข้อมูลก่อนออกเดินทางเสมอ เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

สำหรับใครที่จำเป็นต้องเดินทางในช่วงนี้ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางกับ บขส. โดยตรง หรือติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ที่มา – น้ำท่วมใต้ยังวิกฤต! บขส. หยุดเดินรถโดยสารในพื้นที่ภาคใต้ 6 เส้นทางชั่วคราว

วิกฤต! **น้ำท่วมภาคใต้** แห่ถามหา ผบ.เหตุการณ์

โซเชียลแห่เป็นห่วง วิกฤติ “น้ำท่วมภาคใต้” หลายจังหวัด โดยเฉพาะ “น้ำท่วมสงขลา” ครั้งใหญ่ ประชาชนแห่ถามหา “ผบ.เหตุการณ์” วอนเร่งกำหนดวิธีการจัดการแก้ไขปัญหา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น สงขลา, นครศรีธรรมราช, พัทลุง และตรัง สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่สถานการณ์ก็ยังคงท้าทาย

ในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพ คลิปวิดีโอ และพิกัดของผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอความช่วยเหลือและรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่ร่วมกันแชร์ข้อมูล บริจาคสิ่งของจำเป็น และเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย “น้ำท่วมภาคใต้” ในครั้งนี้

หลายคนแสดงความเห็นใจและสะเทือนใจกับภาพความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ และเกิดคำถามสำคัญว่า ใครคือ “ผบ.เหตุการณ์” หรือ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Commander: IC) ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และช่วยเหลือประชาชนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ใครคือผู้บัญชาการเหตุการณ์ วิกฤต **น้ำท่วมภาคใต้**

หน้าที่ของผู้บัญชาการเหตุการณ์ (IC) มีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ภัยพิบัติเช่นนี้ IC จะต้องเป็นผู้วางแผน ควบคุม สั่งการ และประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว การมี IC ที่มีความสามารถและมีประสบการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

บทบาทสำคัญของ ผบ.เหตุการณ์

  • ประเมินสถานการณ์และความต้องการ
  • กำหนดเป้าหมายและวางแผนการปฏิบัติงาน
  • สั่งการและควบคุมการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ
  • ประสานงานกับหน่วยงานภายนอก
  • บริหารจัดการทรัพยากร
  • สื่อสารกับประชาชน

ความท้าทายที่สำคัญในการจัดการ “น้ำท่วมภาคใต้” คือ การเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและปลอดภัย การสื่อสารกับประชาชนที่อาจถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมและทั่วถึง รวมถึงการเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยหลังน้ำลด

นอกจากความช่วยเหลือจากภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ แล้ว การช่วยเหลือซึ่งกันและกันของประชาชนก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การแบ่งปันอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น การให้กำลังใจและการช่วยเหลือด้านจิตใจ เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ประสบภัยมีความเข้มแข็งและสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน การวางแผนการจัดการน้ำ การสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับภัยพิบัติ เป็นสิ่งที่ช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้

สถานการณ์ “น้ำท่วมภาคใต้” ในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความสามัคคีในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การมีผู้นำที่มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์ การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน และการมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จะช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านทุกวิกฤตไปได้อย่างเข้มแข็ง

ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เสียสละและทุ่มเทในการให้ความช่วยเหลือ

ที่มา – สุดห่วง วิกฤต “น้ำท่วมภาคใต้” แห่ถามหา “ผบ.เหตุการณ์” เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เรือหลวงจักรีนฤเบศร ช่วยน้ำท่วมภาคใต้เย็นนี้

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง และเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” เตรียมออกเดินทางในช่วงเย็นวันนี้ เพื่อเป็นฐานปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบ“น้ำท่วมภาคใต้” โดยมีภารกิจหลักในการลำเลียงสิ่งของจำเป็น และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

“เรือหลวงจักรีนฤเบศร” เตรียมพร้อมช่วย “น้ำท่วมภาคใต้” ช่วงเย็นวันนี้

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ ได้เปิดเผยถึงความรุนแรงของสถานการณ์“น้ำท่วมภาคใต้” และความจำเป็นในการเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยกองทัพเรือได้สั่งการให้กองเรือยุทธการ จัดหน่วยเรือบรรเทาสาธารณภัย พร้อมกำลังพล และอากาศยาน เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงติดค้างอยู่ในพื้นที่ประสบภัย

ภารกิจเร่งด่วนของเรือหลวงจักรีนฤเบศร

  • ลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ประสบภัยที่เข้าถึงยาก
  • เคลื่อนย้าย–อพยพประชาชนออกจากจุดวิกฤตที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย
  • สนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในการฟื้นฟูเบื้องต้น และตรวจประเมินพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย

หน่วยเรือบรรเทาสาธารณภัยจะประกอบกำลังด้วย “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ซึ่งทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการลอยน้ำ พร้อมเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ และชุดปฏิบัติการพิเศษ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเรือจะลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปพร้อมกัน

กำหนดการออกเดินทางของ “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 16.00 น. ความคืบหน้าเพิ่มเติมจะมีการรายงานให้ทราบต่อไป

การที่“เรือหลวงจักรีนฤเบศร” สามารถเป็นฐานปฏิบัติการเคลื่อนที่กลางทะเล ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปได้รวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เฮลิคอปเตอร์ที่ประจำการบนเรือ สามารถเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถส่งกลับผู้ป่วยหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ เรือหลวงจักรีนฤเบศร ยังสามารถเป็นศูนย์บัญชาการและประสานงาน ช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรและการกระจายความช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากภารกิจหลักในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว การปรากฏตัวของเรือหลวงจักรีนฤเบศร ยังเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก แสดงให้เห็นว่ากองทัพเรือและรัฐบาลไทย พร้อมให้ความช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก การมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทันท่วงที เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ที่มา – “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” กำหนดเดินทางช่วย “น้ำท่วมภาคใต้” ช่วงเย็นวันนี้

ด่วน! กระทุ้งรัฐ ช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา”

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก จึงขอกระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา” เพราะหลายคนยังติดอยู่ภายในบ้านออกมาไม่ได้ ยอดผู้ได้รับผลกระทบพุ่งสูงถึง 697,231 คน

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาได้รายงานสถานการณ์อุทกภัย ณ เวลา 24.00 น. ของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 พบว่าจังหวัดสงขลายังคงเผชิญกับฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังแรง ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างในทุกอำเภอของจังหวัด โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมถึง 16 อำเภอ

จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวม 115 ตำบล ครอบคลุม 16 อำเภอ 823 หมู่บ้าน 200 ชุมชน คิดเป็น 270,906 ครัวเรือน หรือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน 697,231 คน มีผู้ที่ต้องอพยพ 1,228 คน และมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว 2 ราย สถานการณ์ที่หนักหนาสาหัสที่สุดอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสะเดา อำเภอรัตภูมิ อำเภอจะนะ และอำเภอนาหม่อม โดยหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมสูงและระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการล้นตลิ่งของคลองอู่ตะเภา ซึ่งส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมอำเภอสะเดา อำเภอคลองหอยโข่ง และขยายวงกว้างเข้าสู่เขตเมืองหาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ สถานการณ์ยังคงวิกฤต ประชาชนได้อพยพแล้วกว่า 2,050 คน พบว่ามีผลกระทบสูงสุดถึง 104,917 ครัวเรือน หรือ 243,778 คน

กระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา”

ถึงแม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร และหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่สามารถอพยพออกจากบ้านได้ และยังคงรอคอยความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หลายคนกำลังประสบปัญหาโทรศัพท์มือถือแบตเตอรี่ใกล้หมด ทำให้กังวลว่าจะไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ ในขณะนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ พร้อมทั้งแจ้งพิกัดที่ต้องการให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยด่วน

ความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา”

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสงขลากำลังเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการคมนาคมที่ถูกตัดขาด ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก

สถานการณ์น้ำท่วมสงขลาในครั้งนี้เป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจะต้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

การประสานงานและความรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ หวังว่าทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อกระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา” ให้ได้มากที่สุด

ที่มา – กระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา” หลายคนยังออกจากบ้านไม่ได้

ส่งใจให้! พยาบาล รพ.หาดใหญ่ ดูแลทารกแรกเกิด

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสงขลา หลายภาคส่วนต่างได้รับผลกระทบ แต่ก็ยังมีเรื่องราวดีๆ ที่สร้างกำลังใจให้เกิดขึ้น เมื่อเหล่าพยาบาล รพ.หาดใหญ่ ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง ทำให้ชาวโซเชียลต่างแห่กันมาส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม

พยาบาล รพ.หาดใหญ่ ดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาลหาดใหญ่ ทำให้ทางโรงพยาบาลต้องปรับเปลี่ยนการให้บริการ โดยแนะนำให้ผู้รับบริการใช้บริการผ่านระบบโทรเวช (Telemedicine) ก่อนหน้านี้ ทางเพจ “โรงพยาบาลหาดใหญ่” ได้โพสต์รายงานสถานการณ์น้ำท่วมภายในโรงพยาบาล ซึ่งมวลน้ำได้ไหลบ่าเข้ามาภายในบริเวณโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความประทับใจและเรียกเสียงชื่นชมอย่างมากคือ ความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าพยาบาล รพ.หาดใหญ่ ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบากจากสถานการณ์น้ำท่วม

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ปาซียะห์ เถาะ ซึ่งเป็นบุคลากรของโรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้โพสต์ภาพและข้อความที่สร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง โดยระบุว่า “พ่อๆแม่ๆไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เราจะดูแลอย่างดี ถึงไฟไม่มี น้ำไม่ไหล เราจะดูแลพวกเค้าอย่างดี เราดูแลคนไข้เปรียบเสมือนลูกตัวเองคนหนึ่ง พวกเด็กๆมีความอดทนมากๆเลยนะคะ ไม่งอแงเลย #NMCU #โรงพยาบาลหาดใหญ่”

โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจและมีการแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจพยาบาล รพ.หาดใหญ่ และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่เสียสละแรงกายแรงใจในการดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มที่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก

กำลังใจจากชาวโซเชียลถึง พยาบาล รพ.หาดใหญ่

ความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ชื่นชมและขอบคุณในความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาล รพ.หาดใหญ่ ที่ดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง หลายคนได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยและให้กำลังใจให้ทุกท่านปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วม

  • “เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณนะคะที่ไม่ทิ้งเด็กๆ”
  • “ขอบคุณที่ดูแลเจ้าตัวน้อยอย่างเต็มที่ พี่ๆพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนก็อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ”
  • “พวกพี่ๆพยาบาล อย่าลืมทานข้าว ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”
  • “เป็นกำลังใจให้พี่ๆพยาบาล คุณหมอ และน้องหนูทุกคนนะคะ ขอบคุณจากใจเลยค่ะ”
  • “เป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละและไม่เคยทอดทิ้งคนไข้ผ่านไปให้ได้นะคะ”

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ไทย ที่พร้อมจะดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเพียงใด พวกเขาเหล่านี้คือฮีโร่ตัวจริงที่ควรค่าแก่การยกย่องและให้กำลังใจ

การที่เหล่าพยาบาล รพ.หาดใหญ่ ดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจและสร้างความหวังให้กับสังคมในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – แห่ส่งกำลังใจ พยาบาล รพ.หาดใหญ่ ให้คำมั่นดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง

จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่! นายกฯ เน้นย้ำปลอดภัย

นายกฯ จ่อยกระดับสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ เน้นย้ำประชาชนปลอดภัย ยันเจ้าหน้าที่หน้างานทำเต็มที่ ระดมทุกหน่วยช่วย กฟภ. เร่งต่อไฟกลับคืนมา ปภ. จ่อสั่งซื้อเจ็ตสกีเพิ่ม น้ำเชี่ยวเรือเล็กเอาไม่อยู่ 

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมปาฐกถาพิเศษในงาน Dinner Talk ภายใต้หัวข้อ “THAILAND THE NEXT 4 YEAR” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับรายงานจาก ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือไม่ ว่า ตนได้รับรายงานจากนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา โดยตรง ซึ่งร้อยเอกธรรมนัส อยู่ในพื้นที่แต่ไม่ได้อยู่ในศูนย์บัญชาการ คืนนี้คาดว่าจะได้พูดคุยกัน และในพื้นที่มีสัญญาณไม่เสถียร

เมื่อถามถึงความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วม นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมีความห่วงทุกอย่าง ขณะนี้กำลังเร่งเติมศูนย์อพยพให้เพิ่มมากขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ให้พื้นที่ในการให้ประชาชนอพยพเข้ามาอยู่อย่างปลอดภัย แต่ตอนนี้ต้องมีการเพิ่มศูนย์อพยพอีกเป็นจำนวนมาก พรุ่งนี้ (25 พฤศจิกายน 2568) คงต้องส่งคนลงไปดูและจัดการบริหารสถานการณ์อย่างเต็มที่ น้ำไม่ได้มาแล้วไป อาจต้องมีการยกระดับในเรื่องของการบริหารสถานการณ์

นายกรัฐมนตรี เผยต่อไปว่า ทุกคนทำงานอยู่หน้างานอย่างเต็มที่ มีการเสริมทรัพยากรลงไปอย่างเต็มที่เช่นกัน ขณะนี้ไม่ใช่การต้องทำตามระเบียบแล้ว ตนได้ประกาศให้ จ.สงขลา เป็นพื้นที่ประสบภัย ดังนั้น จึงสามารถระดมหน่วยงานทุกหน่วยงานเข้าไปช่วยได้ ในวันพรุ่งนี้ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) จะลงพื้นที่ ส่วน พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 อยู่ในพื้นที่แล้วเพื่อบูรณาการงานร่วมกัน

ส่วนกรณีโรงพยาบาลหาดใหญ่ขอรับการสนับสนุนเครื่องปั่นไฟ นายอนุทิน ระบุว่า ในพื้นที่หาดใหญ่นั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กำลังเร่งต่อไฟกลับคืนมาให้ได้ เมื่อสักครู่นี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลามีการพูดคุยกับตน ยืนยันว่าภายในครึ่งชั่วโมงไฟจะกลับมา แม้จะมีปัญหา แต่คาดว่าองคาพยพรับทราบปัญหาแล้วและกำลังแก้ไขปัญหาอยู่ เมื่อน้ำล้นเข้ามา เครื่องปั่นไฟก็อาจใช้ได้ไม่พอ ในรายละเอียดนั้นคนหน้างานไม่มีใครอยู่เฉย ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนรัฐบาลได้ประกาศให้ระดมความช่วยเหลือลงไปอย่างเต็มที่เช่นกัน และต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

ทางด้านประเด็นที่มีการขอสนับสนุนเรือเพิ่มเข้าไปในพื้นที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องใช้เรือที่มีกำลังเพราะน้ำเชี่ยว เรือท้องแบนไม่สำคัญ ซึ่งเรือที่มีกำลังต้องเป็นเรือใหญ่ การจะเข้าไปในพื้นที่ก็ลำบาก กำลังเร่งระดมเจ็ตสกี ขณะนี้มีการใช้เครือข่ายของเอกชนและราชการ ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีเรือ แต่เรือแบบเจ็ตสกีกำลังจัดซื้ออยู่ สิ่งที่สำคัญในเวลานี้ไม่ใช่การขนย้ายทรัพย์สินของชาวบ้านออกมา แต่ต้องเป็นการนำตัวของชาวบ้านออกจากพื้นที่ที่อันตราย

เมื่อถามอีกว่านายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่อีกครั้งหรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ขณะนี้กำลังคิดอยู่ ถ้าไม่ลงพรุ่งนี้ก็อาจจะต้องขนกันลงไปอีกเพื่อไปช่วยตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้ แต่จริงๆ การทำงานในเวลานี้คนหน้างานก็ทำงานไป ตนไปก็ยุ่ง แม้จะสั่งให้ไม่ต้องมารับ แต่ก็มากันอยู่ดี สู้อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ให้การสนับสนุนอาจจะทำให้มีประสิทธิภาพ

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงการตั้งศูนย์บัญชาการสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการเข้าช่วยเหลือประชาชนนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันมีเบอร์ 4 เบอร์ แต่คาดว่า 4 สายนี้ก็มีคนโทรศัพท์เข้ามาเป็นระวิง ทั้งนี้ สามารถติดต่อได้ที่นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้นำปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัดในการดูแลเขตพื้นที่ตัวเองให้เต็มที่ และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมดเน้นในเรื่องความปลอดภัยในชีวิต ขณะนี้ให้เน้นเรื่องของการช่วยเหลือชีวิตประชาชนก่อนมายังศูนย์พักพิง.

จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่

สถานการณ์ จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่ ยังคงเป็นที่น่าจับตามอง โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ และสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมทั้งระดมทรัพยากรต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

ความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่ นั้น ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มศูนย์อพยพเพื่อให้ประชาชนมีที่พักพิงที่ปลอดภัย และมีการจัดส่งสิ่งของจำเป็นต่างๆ ให้กับผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การมีแผนการอพยพที่ชัดเจน การมีศูนย์พักพิงที่เพียงพอ และการมีหน่วยงานที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติและรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับภัยพิบัติ ถือเป็นสิ่งที่เราต้องร่วมมือกันทำเพื่อให้สังคมไทยมีความปลอดภัยและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

ที่มา – จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ เน้นย้ำประชาชนปลอดภัย ยัน คนหน้างานทำเต็มที่

กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว เหตุใด?

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสงขลา ส่งผลให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประกาศ กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย โดยมีรายงานว่าระดับน้ำรอบโรงไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องระงับการเดินเครื่องเป็นการชั่วคราว

กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า กฟผ. ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ดังกล่าว โดยยืนยันว่าการหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชน เนื่องจาก กฟผ. ได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว

เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เรามาเจาะลึกถึงรายละเอียดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการ กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว กันครับ

ทำไมต้องหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะ?

สาเหตุหลักที่ทำให้ กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว คือ ระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องรอบบริเวณโรงไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์และระบบไฟฟ้าภายในโรงไฟฟ้าได้ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กฟผ. จึงตัดสินใจหยุดเดินเครื่องเป็นการชั่วคราว

ผลกระทบต่อการจ่ายไฟฟ้าเป็นอย่างไร?

แม้ว่าโรงไฟฟ้าจะนะจะหยุดเดินเครื่อง แต่ กฟผ. ยืนยันว่าการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด โดย กฟผ. ได้สั่งการให้โรงไฟฟ้าขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) เดินเครื่องเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทน นอกจากนี้ ยังมีการสั่งเดินเครื่องจากโรงไฟฟ้ากระบี่ จังหวัดกระบี่ เสริมอีกด้วย

การดำเนินการดังกล่าวทำให้ระบบไฟฟ้ายังคงมีเสถียรภาพและสามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ผู้บริโภคจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาไฟฟ้าดับหรือไฟฟ้าตกในช่วงที่โรงไฟฟ้าจะนะหยุดเดินเครื่อง

มาตรการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมของ กฟผ.

กฟผ. มีมาตรการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าโรงไฟฟ้าต่างๆ จะสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด การเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์และบุคลากร รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ กฟผ. ยังมีแผนสำรองในการจัดหาพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติม หากเกิดกรณีฉุกเฉินที่โรงไฟฟ้าไม่สามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ แผนสำรองนี้จะช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ตลอดเวลา

เรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้าจะนะในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การมีแผนรับมือที่ดีจะช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและทำให้เราสามารถกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเตรียมพร้อมสิ่งของจำเป็นและวางแผนอพยพหากจำเป็น ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ภัยธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย

และสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงทุนในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและระบบป้องกันภัย รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรให้มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

เหตุการณ์ กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน การมีระบบสำรองและมาตรการที่เหมาะสม จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อส่วนรวมได้

ที่มา – กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว เหตุน้ำท่วมสูงอย่างต่อเนื่อง

ฝนถล่ม! กลุ่มฝนปกคลุม ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา

พายุฝนกำลังกระหน่ำ! ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกรายงานว่าตรวจพบกลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส โดยเรดาร์ตรวจอากาศหาดใหญ่ตรวจพบกลุ่มฝนฟ้าคะนองและกลุ่มฝนกำลังอ่อนถึงปานกลางปกคลุมพื้นที่ดังกล่าว และคาดการณ์ว่ากลุ่มฝนมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นและขยายวงกว้างมากขึ้นไปอีก

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ โดยเพจเฟซบุ๊กศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้รายงานผลการตรวจอากาศด้วยเรดาร์จากสถานีตรวจอากาศด้วยเรดาร์หาดใหญ่ เวลา 18.45 น. (11.45 UTC) โดยมีรายละเอียดดังนี้:

ปัจจุบัน ตรวจพบกลุ่มฝนฟ้าคะนองและกลุ่มฝนกำลังอ่อนถึงปานกลางปกคลุม:

  • อำเภอคลองท่อม, เกาะลันตา จังหวัดกระบี่
  • อำเภอเมือง, ปากพนัง, ร่อนพิบูลย์, ทุ่งสง, บางขัน, จุฬาภรณ์, ชะอวด, เชียรใหญ่, หัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.พัทลุง
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.สตูล
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.สงขลา
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ปัตตานี
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ยะลา
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.นราธิวาส

รวมถึงในทะเลอ่าวไทย, ทะเลอันดามัน และบริเวณชายแดนประเทศมาเลเซีย

คาดการณ์กลุ่มฝนล่วงหน้า 1-2 ชั่วโมง: คาดว่ากลุ่มฝนมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น และมีพื้นที่เพิ่มขึ้น

กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา

จากสถานการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน โดยติดตามข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และอันดามัน ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากลมแรงและคลื่นสูงเกิน 2 เมตร อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

เตรียมตัวรับมือ กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา อย่างไรดี?

เพื่อความปลอดภัยในช่วงที่กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา และจังหวัดอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ควรเตรียมพร้อมดังนี้:

  • ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมฉับพลัน โดยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน และปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตกหนัก
  • หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง และเปิดไฟหน้ารถ
  • ชาวเรือควรงดออกจากฝั่ง หากมีประกาศเตือนภัย
  • เตรียมยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น
  • มีเบอร์โทรฉุกเฉินติดตัวไว้เสมอ

สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การเตรียมพร้อมและเฝ้าระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงฤดูฝนนี้ไปด้วยดี

ที่มา – พบกลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส

Scroll to top