สถานการณ์หาดใหญ่

หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่

สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่คลี่คลาย แต่สิ่งที่ตามมาคือ ปัญหาขยะจำนวนมหาศาล เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่ คาดการณ์ปริมาณขยะสูงถึงแสนตัน ชาวบ้านรวมตัวล่ารายชื่อขับไล่ “นายกแป้น”

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์หลังน้ำลดในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลายหน่วยงานระดมกำลังเร่งกำจัดขยะที่ตกค้างทั่วเมือง

ดร.กิตติ เรืองเริงกุลฤทธิ์ ปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่ เผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเคลียร์ขยะวันละเกือบหมื่นตัน ประเมินว่าปริมาณขยะในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่มีมากถึงแสนตัน เบื้องต้น ขยะถูกนำมากองรวมกันที่ลานบริเวณแยกสะพานดำ ถนนราษฎร์อุทิศ กลางเมืองหาดใหญ่ ก่อนจะขนย้ายไปยังบ่อขยะในตำบลเกาะแก้ว โดยมีรถบรรทุกและรถแบ็กโฮจำนวนมากทำงานอย่างหนัก คาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์ในการจัดการขยะทั้งหมดให้แล้วเสร็จ

สภาพเมืองหาดใหญ่ในปัจจุบัน น้ำประปายังไม่ไหล หรือไหลเป็นบางพื้นที่ ส่วนกระแสไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้แล้วบางส่วน คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการทำให้ระบบต่างๆ กลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

สถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนในหาดใหญ่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น กลุ่มชาวบ้านได้รวมตัวกันล่ารายชื่อเพื่อเรียกร้องให้นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ “นายกแป้น” ลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นอกจากนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้อย่างน้อย 134 ราย

หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่

ปัญหา หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่ กำลังเป็นวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การจัดการขยะจำนวนมหาศาลหลังน้ำท่วมเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับเทศบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ความท้าทายในการจัดการ หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่

  • ปริมาณขยะที่มากเกินคาด ทำให้การขนย้ายและกำจัดเป็นไปอย่างล่าช้า
  • การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยบางแห่งยังคงเป็นไปได้ยากลำบาก
  • ขาดแคลนเครื่องมือและบุคลากรในการจัดการขยะอย่างเพียงพอ
  • ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจากกองขยะ

นอกจากการจัดการขยะแล้ว การเยียวยาผู้ประสบภัยและฟื้นฟูเมืองก็เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป เพื่อให้ประชาชนชาวหาดใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็วที่สุด

สถานการณ์ หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการขยะอย่างยั่งยืน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นสิ่งจำเป็น แต่การวางแผนระยะยาวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคตนั้นสำคัญยิ่งกว่า

การล่ารายชื่อขับไล่นายกเทศมนตรีสะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อการบริหารจัดการที่อาจไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้บริหารท้องถิ่นในการรับฟังเสียงของประชาชนและทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้

ที่มา – ภูเขาขยะที่หาดใหญ่ คาดมีไม่ต่ำกว่าแสนตัน ชาวบ้านล่ารายชื่อไล่ “นายกแป้น”

ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถ

ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถ หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ลด พร้อมรับผิดชอบทั้ง 10 คัน กรณีใช้รถแบ็กโฮเคลื่อนย้ายรถที่กีดขวางการจราจร โดยระบุว่ามีความจำเป็นในการเปิดเส้นทางรถฉุกเฉินในเมืองหาดใหญ่ และพร้อมที่จะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ทั้ง 10 คัน

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ตำรวจภูธรภาค 9 ได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์การเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่กีดขวางเส้นทางการจราจรในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชนและการใช้เส้นทางในกรณีฉุกเฉิน

สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่เริ่มคลี่คลาย ประชาชนจำนวนมากเริ่มกลับสู่บ้านเรือนของตนเอง แต่ปัญหาที่ตามมาคือ บนถนนหลายสาย รวมถึงบนสะพาน ยังคงมีรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ หรือรถที่ถูกกระแสน้ำพัดพามาขวางเส้นทางการจราจร สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ต้องการใช้เส้นทางสัญจร

ทางตำรวจภูธรภาค 9 ได้ทำการประชาสัมพันธ์ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ขอความร่วมมือให้เจ้าของรถที่สามารถเคลื่อนย้ายรถของตนเองได้ ให้รีบดำเนินการเพื่อเปิดเส้นทางการจราจรให้ผู้อื่นได้ใช้สัญจร นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้พยายามเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง และขยับรถยนต์บางส่วน เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากรถฉุกเฉินและรถกู้ภัยประสบปัญหาในการเดินทางเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย

แต่จนถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ก็ยังมีรถยนต์จำนวนมากที่กีดขวางเส้นทางการจราจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณแยกโรงปูน และบริเวณหน้าสะพานคลองอู่ตะเภา หน้าอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมจนจม และไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้ช่องทางการจราจรเหลือเพียงช่องทางเดียว ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรสวนทางกันได้ เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อภารกิจของรถพยาบาลและรถกู้ชีพ ที่อาจไม่สามารถนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที ด้วยเหตุนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องดำเนินการจัดการกับรถยนต์ที่กีดขวาง เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรให้รถฉุกเฉินสามารถสัญจรได้

ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่กีดขวางอยู่นั้น มีรถแบ็กโฮขนาดเล็กขับผ่านมาในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจึงได้ขอความร่วมมือให้ผู้ขับขี่รถแบ็กโฮ ช่วยทำการเคลียร์เส้นทาง โดยใช้อุปกรณ์ตักของรถแบ็กโฮดันบริเวณล้อรถ เพื่อขยับรถยนต์ออกไปด้านข้าง จำนวนประมาณ 10 คัน จนสามารถเปิดช่องทางการจราจรให้รถฉุกเฉินสามารถสัญจรผ่านได้ และทำให้การจราจรบนถนนคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถ

ทางตำรวจภูธรภาค 9 ได้แสดงความเสียใจและขออภัยไปยังเจ้าของรถยนต์ทั้ง 10 คัน ที่อาจได้รับความเสียหายจากการเคลื่อนย้ายรถยนต์เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรในครั้งนี้ โดยยืนยันว่าตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมที่จะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิบัติการเปิดเส้นทางการจราจรในบริเวณแยกโรงปูน บริเวณหน้าสะพานคลองอู่ตะเภา รวมถึงจุดอื่นๆ นั้น ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกนอกพื้นที่แต่อย่างใด เป็นเพียงการขยับรถยนต์ไปด้านข้างทางในรัศมีไม่เกิน 300 เมตรเท่านั้น

แผนการเคลื่อนย้ายรถเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ตำรวจภูธรภาค 9 มีแผนที่จะดำเนินการเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากพื้นที่ ในกรณีที่ยังไม่มีเจ้าของรถมาแสดงตัว หรือทำการเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกไป โดยเจ้าหน้าที่จะทำการเคลื่อนย้ายรถยนต์ทั้งหมด ไปจอดไว้ที่สนามกีฬาเทศบาลนครหาดใหญ่ (สนามกีฬากลาง) และลานจอดรถศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต่อไป

สำหรับประชาชนที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การตัดสินใจของตำรวจภูธรภาค 9 ในการใช้รถแบ็กโฮดันรถยนต์ที่กีดขวางการจราจร แม้จะมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่เร่งด่วนและจำเป็น เพื่อให้รถฉุกเฉินสามารถเข้าถึงผู้ป่วยและผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์วิกฤต

ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และพร้อมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น ถือเป็นความกล้าหาญที่ควรได้รับการยกย่อง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ก็เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องทบทวนถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย และการจัดการรถยนต์ที่กีดขวางการจราจรในภาวะฉุกเฉิน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถครั้งนี้เพื่อเปิดทางให้รถฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือประชาชน

ที่มา – ตำรวจภูธรภาค 9 แจงใช้แบ็กโฮดันรถ หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ลด พร้อมรับผิดชอบทั้ง 10 คัน

สลด! กู้ร่างคุณตาวัย 77 ปี หลังน้ำท่วมหาดใหญ่

สถานการณ์น่าเศร้าเกิดขึ้นที่หาดใหญ่ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งเข้ากู้ร่างคุณตาวัย 77 ปี หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ โดยเพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่าเห็นผู้เสียชีวิตครั้งสุดท้ายในสภาพหิวโซ นับเป็นเรื่องราวที่สะเทือนใจท่ามกลางความเสียหายจากอุทกภัย

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากระดับน้ำในพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่เริ่มลดลง เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อเปิดประตูเหล็กของบ้านหลังหนึ่งในชุมชนทุ่งเสา เขตเทศบาลเมืองหาดใหญ่ เพื่อเข้ากู้ร่างคุณตาวัย 77 ปี หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่เสียชีวิตอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน

ผู้เสียชีวิตซึ่งต่อมาทราบชื่อคือ นายจรูญ จารุพงศา อายุ 77 ปี ถูกพบในสภาพเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นรุนแรง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงดำเนินการเก็บกู้ร่างและนำส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

นางสาวนภาพร เพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิต เล่าว่า เธอเห็นนายจรูญครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ในช่วงที่น้ำเริ่มท่วมสูงจนเอ่อล้นเข้าท่วมชั้นหนึ่งของบ้าน ทำให้นายจรูญต้องขึ้นไปอาศัยอยู่บนชั้น 2 โดยออกมานั่งอยู่ที่ระเบียงในสภาพที่ดูหิวโซ และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นนายจรูญอีกเลย

เป็นที่น่าเศร้าใจที่ทราบว่า นายจรูญอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวเพียงลำพัง ภรรยาของเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งไปก่อนหน้านี้ และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ลูกสาวของเขาก็เสียชีวิตด้วยโรคไตเช่นกัน ก่อนหน้านี้เคยมีญาติห่างๆ แวะเวียนมาดูแลบ้าง แต่ก็ไม่สม่ำเสมอ และหลังจากน้ำลดลง เพื่อนบ้านก็ไม่พบว่ามีญาติของนายจรูญมาที่บ้านเลย ทำให้เพื่อนบ้านตัดสินใจแจ้งตำรวจและหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาตรวจสอบ จนกระทั่งพบศพของนายจรูญ

กู้ร่างคุณตาวัย 77 ปี หลังน้ำท่วมหาดใหญ่

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นน้ำท่วม การเข้าถึงความช่วยเหลือและข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบภัยน้ำท่วม

สำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ประสบภัยน้ำท่วม สามารถทำได้โดย:

  • บริจาคสิ่งของจำเป็น เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยา และเครื่องนุ่งห่ม
  • ให้กำลังใจและรับฟังปัญหาของพวกเขา
  • ช่วยเหลือในการทำความสะอาดบ้านเรือน
  • แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือ

การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

สถานการณ์กู้ร่างคุณตาวัย 77 ปี หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นอุทาหรณ์ให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในสังคม การให้ความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้

ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ กำลังใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คือสิ่งที่เราทุกคนสามารถมอบให้แก่กันได้ เพื่อให้เราสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ที่มา – กู้ร่างคุณตาวัย 77 ปี หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ เพื่อนบ้านเล่า เห็นครั้งสุดท้ายสภาพหิวโซ

กสทช. สั่งค่ายมือถือ ไม่คิดค่าโทรศัพท์ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม

“สำนักงาน กสทช.” สั่งค่ายมือถือไม่คิดค่าโทรศัพท์-อินเทอร์เน็ต-ไวไฟ ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม ผนึกทุกค่ายกู้คืนสัญญาณหาดใหญ่ได้แล้ว 85% ดึงไทยคมยิงไวไฟผ่านดาวเทียมเสริมระบบสื่อสาร เน้นจุดเปราะบางโรงพยาบาล ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย

จากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการสื่อสารของประชาชน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยด่วน

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. สั่งค่ายมือถือ ไม่คิดค่าโทรศัพท์ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงค่าบริการโทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต และไวไฟ

นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. ยังได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น เอไอเอส ทรู และ NT รวมถึงไทยคม ในการเร่งกู้คืนระบบสัญญาณโทรคมนาคมในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยได้มีการติดตั้งอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมในพื้นที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาล และศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างต่อเนื่อง

กสทช. สั่งค่ายมือถือ ไม่คิดค่าโทรศัพท์ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม

สำนักงาน กสทช. ได้ปักหลักอยู่ในพื้นที่หาดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เพื่อประสานงานและแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้ให้บริการอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการติดตั้งอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมในพื้นที่เปราะบาง เช่น โรงพยาบาลหลัก 2 แห่ง และโรงพยาบาลสนาม 9 แห่ง เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

กสทช. สั่งค่ายมือถือ ไม่คิดค่าโทรศัพท์ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤต โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการสื่อสารได้อย่างเท่าเทียมกัน

ความคืบหน้าในการกู้คืนระบบสื่อสาร

นายไตรรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันระบบสื่อสารในพื้นที่หาดใหญ่สามารถกลับมาใช้งานได้แล้วประมาณ 85% หลังจากที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเริ่มทยอยจ่ายกระแสไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช. ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสื่อสารจะกลับมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุด

สถานการณ์ภัยพิบัติในครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงมาตรฐานโครงข่ายสถานีฐาน (cell site) ให้มีความแข็งแกร่งและสามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น โดยจะต้องมีการปรับโครงสร้างการติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อให้การสื่อสารสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องแม้ในสภาวะวิกฤต

กสทช. สั่งค่ายมือถือ ไม่คิดค่าโทรศัพท์ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม เป็นเพียงหนึ่งในมาตรการช่วยเหลือที่สำนักงาน กสทช. ดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดูแลและให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความจำเป็นในการมีระบบสื่อสารที่มั่นคงและเชื่อถือได้ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่แข็งแกร่งจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – กสทช. สั่งค่ายมือถือ ไม่คิดค่าโทรศัพท์-อินเทอร์เน็ต ให้คนหาดใหญ่ช่วงน้ำท่วม

การประปาฯ หาดใหญ่ แจ้งท่อแตก! เร่งแก้ไข

ด่วน! “การประปาฯ หาดใหญ่” แจ้งเหตุท่อประปาแตกบริเวณพื้นที่ห้างไดอาน่า ทำให้หลายพื้นที่น้ำไหลอ่อน ขณะนี้ช่างกำลังเร่งดำเนินการแก้ไข

เมื่อเวลา 10.19 น. ของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เพจเฟซบุ๊ก การประปาส่วนภูมิภาค สาขาหาดใหญ่ ชั้นพิเศษ ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าวว่า เกิดเหตุท่อแตกในบริเวณพื้นที่ห้างไดอาน่า ส่งผลให้น้ำประปาไหลอ่อนในบริเวณถนนศรีภูวนาถ หน้าสวนสาธารณะ และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งทีมช่างกำลังเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้น้ำประปาได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

การประปาฯ หาดใหญ่ เร่งแก้ไขท่อแตกพื้นที่ไดอาน่า

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 21.30 น. การประปาฯ หาดใหญ่ ได้ดำเนินการผลิตและเปิดจ่ายน้ำประปาเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ ได้แก่

  • บริเวณแยกคลองหวะ – พรุค้างคาว
  • ถนนชุมแสง
  • ถนนเทพประชาเหนือ
  • ถนนกาญจนวนิช
  • ถนนคลองยาเหนือ คลองยาออก คลองยาใต้ คลองยาตก
  • พื้นที่โดยรอบ เทศบาลเมืองบ้านพรุ

อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกของการเปิดจ่ายน้ำ อาจมีปัญหาน้ำประปาไหลอ่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการค่อยๆ ปรับเพิ่มแรงดันน้ำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ท่อประปาแตกหรือรั่ว นอกจากนี้ น้ำประปาอาจมีสีขุ่นบ้างเล็กน้อย แต่ทางทีมงาน การประปาฯ หาดใหญ่ ยืนยันว่าจะเร่งผลิตและจ่ายน้ำประปาให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน

การช่วยเหลือประชาชนจาก การประปาฯ หาดใหญ่

เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำประปาไหลอ่อน ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ได้จัดบริการรถน้ำเพื่อให้ประชาชนสามารถนำภาชนะมารับน้ำได้ฟรี ที่บริเวณหน้าเทศบาลคลองแห นับเป็นอีกหนึ่งความช่วยเหลือที่การประปาฯ หาดใหญ่ มุ่งมั่นที่จะมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่

สถานการณ์น้ำประปาในหาดใหญ่เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การที่ท่อประปาแตกส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำของประชาชน ทางการประปาฯ กำลังเร่งแก้ไขปัญหา การให้บริการรถน้ำก็เป็นอีกช่องทางที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องและใช้น้ำอย่างประหยัด

ที่มา – “การประปาฯ หาดใหญ่” แจ้งเหตุท่อแตกบริเวณพื้นที่ห้างไดอาน่า ช่างกำลังเร่งแก้ไข

อนุทินรับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพ

“อนุทินรับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพ บอกเป็นใครก็โกรธ ลั่น ทุกข์ไม่ต่างกัน ย้ำสัปดาห์หน้าเงินเยียวยาต้องถึงผู้ประสบภัย-ศพละ 2 ล้านต้องถึงครอบครัว

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการเดินทางเข้าเยี่ยมศูนย์พักพิงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงการจัดการศพของประชาชนชาวมุสลิม นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ต้องเร่งดำเนินการพิสูจน์เอกลักษณ์และคืนร่างให้กับครอบครัว ตอนนี้รับรายงานว่ามีจำนวนศพ 100 เศษ มีทีมนิติเวชอยู่ในพื้นที่แล้วกว่า 20 คน และเตรียมพร้อมสนับสนุนเพิ่มอีก 40 คน

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าทำความเข้าใจกับประชาชนที่มาโวยวายในการลงพื้นที่ครั้งนี้อย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เราต้องรับฟังไว้ เป็นใครก็โกรธ เป็นความเครียดที่เกิดขึ้น เราต้องยอมรับให้เขาระบายมา และนำข้อมูลของเขามาแก้ไขให้เป็นประโยชน์ พร้อมย้ำว่าได้ขอโทษไปแล้ว เป็นรัฐบาลไม่ว่าจะอย่างไร รัฐบาลให้ประชาชนมาอยู่ตรงนี้มันก็เป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ต้องไม่ให้มีอะไรผิดมากกว่านี้

จากนั้นนายอนุทิน ได้สอบถามว่า อาหารเพียงพอหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่รายงานว่าอาหารเพียงพอ และประชาชนบางส่วนได้เดินทางกลับบ้านไปบ้างแล้ว นายอนุทิน จึงบอกว่าเดี๋ยวต้องจ่ายไฟไปให้ชาวบ้าน ก่อนจะเดินดูภายในศูนย์อพยพ พร้อมบอกว่าหากไม่ได้ที่นี่แย่เลย โดยในช่วงหนึ่งมีผู้ประสบภัยเดินเข้ามาหาพร้อมยกมือไหว้ ซึ่งนายอนุทินได้ถามความเป็นอยู่ ผู้ประสบภัยบอกว่าอยู่คนเดียว ญาติพี่น้องไม่มี นายอนุทินจึงบอกว่าอยู่ที่นี่ก่อน จากนั้นผู้ประสบภัยก็ร้องไห้พร้อมสวมกอดไปที่เอว นายอนุทินกอดปลอบแล้วบอกว่า “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามผู้ประสบภัย แต่นายอนุทินขอไม่ให้สัมภาษณ์ และบอกผู้ประสบภัยว่าให้อยู่ที่นี่ก่อน

ต่อมามีหญิงรายหนึ่งมาบอกกับนายกรัฐมนตรีว่า หารถกลับบ้านที่เกาะหมี โดยนายกรัฐมนตรีเอ่ยปากว่าให้กลับไปพร้อมกับตนรวมทั้งสัมภาระที่ติดตัวมาด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่จะขอนายกรัฐมนตรีไปดำเนินการเรื่องนี้ แต่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะให้หญิงรายดังกล่าวไปด้วยกัน เนื่องจากเป็นทางที่ต้องผ่านอยู่แล้ว และให้นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ช่วยถือสัมภาระ พร้อมระบุว่าจะไปเกาะหมีเพื่อดูสภาพความเสียหายของพื้นที่ดังกล่าวอยู่แล้ว

สำหรับการประเมินด้านการสาธารณสุข นายกรัฐมนตรี ระบุว่ามีการตั้งโรงพยาบาลสนาม 7 แห่งเพื่อรับมือแล้ว ขณะที่การแก้ไขปัญหาระยะยาวเนื่องจากโรงพยาบาลใหญ่หลายแห่งเสียหายหนักนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกโรงพยาบาลมีกองช่างและวิศวกรที่คอยดูแลอยู่แล้ว ส่วนเรื่องโรคหลังน้ำท่วม กระทรวงสาธารณสุขจะมีแผนการรับมืออยู่แล้ว

เมื่อถามต่อไปว่าการมาวันนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี เผยว่า รู้สึกเครียดที่เห็นประชาชนลำบากแบบนี้ ทุกข์ไม่น้อยกว่าท่านแน่นอน และต้องเร่งคืนความสะดวกสบายให้กับประชาชนมากที่สุด พร้อมย้ำว่าสัปดาห์หน้าเงินเยียวยาจะต้องถึงมือผู้ประสบภัย เงินช่วยเหลือศพละ 2 ล้านบาทต้องถึงครอบครัว และนโยบายพักหนี้ก็ต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วที่สุด จากนั้นนายกรัฐมนตรีขึ้นรถทหารเพื่อเดินทางไปยังเกาะหมี โดยในเวลา 17.00 น. ขบวนรถทหารของนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงเกาะหมี และส่งหญิงรายดังกล่าวถึงที่หมายปลอดภัย

ทั้งนี้ ในระหว่างที่นายอนุทิน พร้อมคณะขึ้นรถทหารจากเดินทางจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ไปยังศูนย์พักพิงในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปรากฏว่ามีชาวบ้าน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่ท้ายรถ ก่อนตะโกนพร้อมชี้ไปนายกรัฐมนตรีและต่อว่าด้วยประโยคว่า “นายกฯ อย่านั่งรถสิ นายกฯ เดินดูเลย ถ้านายกฯ ลงมาเดินดูจะเยี่ยมแบบนี้เลย” พร้อมยกนิ้วโป้งแล้วกล่าวอีกว่า “เอาลูกนักเลงมาเลย คนลำบาก นายกฯ นั่งรถ ชาวบ้านด่าเพราะนายกฯ นั่งรถ ให้ลงเดินเลยเชื่อผม เพราะถ้าเป็นผม ผมลงเดินเลย” ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะตอบว่า “โอเค” ชาวบ้านพูดต่ออีกว่า “นายกฯ กลัวอะไรมีอำนาจอยู่แล้ว ใครมาว่าจับเลย” ก่อนจะขี่รถออกไป

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามนายกรัฐมนตรีว่า ชาวบ้านมาต่อว่าได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านรายดังกล่าวอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี ตอบว่า เราต้องฟังเขา เป็นใครก็โกรธ เราต้องน้อมรับ เพราะเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์แบบนี้ ก็ต้องยอมรับให้เขาระบาย และก็ขอโทษเขา และยังต้องนำข้อมูลของเสียงสะท้อนนั้น มาจัดการแก้ไขให้เป็นประโยชน์ หากเขามาบอกให้เข้าไปดูตรงจุดไหนเราก็ต้องเข้าไปดู ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความเครียดจากสถานการณ์ นายกรัฐมนตรี ตอบกลับทันทีว่าเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว ทุกคนมีความเครียด และเราเป็นรัฐบาล เราก็ต้องขอโทษที่ทำให้พวกเขาต้องจากที่อยู่อาศัยมาอยู่แบบนี้ ไม่ว่าอะไรก็ตามก็ต้องยอมรับว่าเป็นข้อผิดพลาด แต่เราต้องไม่ทำให้มีอะไรผิดซ้ำซ้อน หรือผิดไปมากกว่านี้ และต้องเร่งฟื้นฟู และคืนสภาพชีวิตปกติให้ชาวบ้านโดยเร็วที่สุด ซึ่งตรงนี้รัฐบาลกำลังเร่งทำอยู่

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรับฟังเสียงของประชาชน และการน้อมรับความผิดพลาดจากผู้บริหารประเทศ การแก้ไขปัญหาและการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนหลังภัยพิบัติเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย

อนุทินรับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความเดือดร้อนของประชาชนและความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา แม้ว่าความผิดพลาดจะเกิดขึ้น แต่การยอมรับผิดและการเร่งแก้ไขคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

อนุทินรับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพต่อสถานการณ์ที่ยากลำบาก

การที่นายอนุทินออกมาอนุทินรับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน การเยียวยาและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา

การทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง การที่รัฐบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบ และอนุทินรับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม

ที่มา – “อนุทิน” รับผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ต้องอพยพ บอกเป็นใครก็โกรธ ลั่น ทุกข์ไม่ต่างกัน

รัฐบาลเริ่มฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่ง อส. เคลียร์พื้นที่

รัฐบาลเริ่มฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่ง อส. 2,000 นาย เข้าเคลียร์พื้นที่พรุ่งนี้ พร้อม กสทช. มอบสิทธิ โทรฟรี อินเทอร์เน็ตฟรี 15 วัน

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยว่า รัฐบาลมีความพร้อมในการเริ่มต้นมาตรการรัฐบาลเริ่มฟื้นฟูหลังน้ำลด ในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มที่ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในที่พักอาศัยและศูนย์พักพิงชั่วคราวยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายลง นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมสนามบินให้กับบริษัทการบินเอกชนที่ร่วมใช้อากาศยานในการขนส่งสิ่งของอุปโภคบริโภคไปยังผู้ประสบภัย โดย ศป.กฉ. ส่วนหน้า ยืนยันว่าการแจกจ่ายสิ่งของยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้ประสานงานจัดส่งเครื่องสูบน้ำจำนวน 280 เครื่องไปยังพื้นที่หลักที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอเมืองสงขลา และจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเร่งระบายน้ำ สำหรับการสัญจร กระทรวงคมนาคมได้ทำการสำรวจความเสียหายของถนน พบว่ามีถนน 60 เส้นทางที่ไม่สามารถสัญจรได้ และ 330 เส้นทางที่สามารถสัญจรได้ตามปกติ ในส่วนของการขนส่งมวลชน บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้เปิดให้บริการ 9 เส้นทางตามปกติแล้ว ได้แก่ กรุงเทพฯ ไปยัง สงขลา หาดใหญ่ ยะลา สุไหงโก-ลก เบตง นาทวี สตูล ด่านนอก และปาดังเบซาร์ อย่างไรก็ตาม ยังมีสองเส้นทางที่ไม่สามารถให้บริการได้ คือ กรุงเทพฯ-ตรัง-สตูล และ กรุงเทพฯ-ปัตตานี ในส่วนของการขนส่งทางรถไฟ สามารถให้บริการได้แล้ว 12 จุด แต่ยังมีอุปสรรคในการให้บริการอีก 27 จุด

นางสาวรัชดา ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการฟื้นฟูระบบประปา โดยการประปาส่วนภูมิภาคกำลังเร่งดำเนินการติดตั้งเครื่องจักรผลิตน้ำและเครื่องส่งน้ำจำนวน 16 คันอย่างเร่งด่วน ในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีความพร้อมในการจ่ายกระแสไฟฟ้าแล้ว แต่ยังคงต้องรอการประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยในแต่ละพื้นที่ก่อน ทั้งนี้ ยังมีบ้านเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้จำนวน 160,000 หลังคาเรือน จากเดิมที่เคยมีถึง 700,000 หลังคาเรือน แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา

นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้แจ้งว่า ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในระบบเติมเงินจะได้รับการขยายเวลาการใช้งานออกไปอีก 30 วัน ส่วนผู้ใช้บริการในระบบรายเดือนจะได้รับการขยายเวลาชำระค่าบริการออกไปอีกหนึ่งเดือน นอกจากนี้ กสทช. ยังได้มอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้กับผู้ใช้โทรศัพท์ในพื้นที่ประสบภัย โดยสามารถโทรฟรีได้ 100 นาที และใช้อินเทอร์เน็ตฟรี 10 GB เป็นระยะเวลา 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายนนี้

ในส่วนของการจัดการปัญหาขยะ นางสาวรัชดาเน้นย้ำว่า รัฐบาลมีแผนการบริหารจัดการขยะอย่างเร่งด่วน โดยในพื้นที่ที่น้ำลดลงแล้ว จะมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความสะอาดพื้นที่โดยทันที โดยในวันพรุ่งนี้ (29 พ.ย.) จะมีเจ้าหน้าที่จากกรมการปกครองจำนวน 2,000 คน เข้าร่วมดำเนินการทำความสะอาดพื้นที่

ส่วนกระแสข่าวลือเรื่องพายุโคโตะที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น นางสาวรัชดา ยืนยันว่า ได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาแล้วว่า พายุดังกล่าวจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเวียดนาม และไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

รัฐบาลเริ่มฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่ง อส. เคลียร์พื้นที่

มาตรการเร่งด่วน รัฐบาลเริ่มฟื้นฟูหลังน้ำลด

การที่รัฐบาลเร่งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยหลังน้ำลด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

มาตรการต่างๆ ที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านปัจจัยพื้นฐาน การฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์ด้านการสื่อสาร ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

การมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์เป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ การติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้จะช่วยให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมและป้องกันตนเองจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

การร่วมมือร่วมใจกันของทุกภาคส่วนเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูประเทศหลังภัยพิบัติ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความช่วยเหลือซึ่งกันและกันจะช่วยให้สังคมไทยก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

รัฐบาลเริ่มฟื้นฟูหลังน้ำลด แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและดูแลประชาชนอย่างทันท่วงที แม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่การฟื้นฟูอย่างยั่งยืนและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเพื่อรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – ศป.กฉ. ย้ำ รัฐบาลเริ่มมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่ง อส. 2,000 นาย เคลียร์พื้นที่พรุ่งนี้

น้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ ยันทำเต็มที่ ไม่หยุด!

จากสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2566 ที่ผ่านมา หลายคนอาจจะยังคงจำภาพความเดือดร้อนของพี่น้องชาวหาดใหญ่กันได้เป็นอย่างดี ล่าสุด นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ นายกแป้น นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดราม่าต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องที่บอกชาวบ้านว่า “เอาอยู่” พร้อมทั้งตอบโต้ “กัน จอมพลัง” ยืนยันว่าการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนั้นทำอย่างเต็มที่ ไม่ได้หยุดพักแม้แต่วันเดียว และยอมรับว่า “เป้าก็ต้องหาแพะอยู่แล้ว”

น้ำท่วมหาดใหญ่ : นายกแป้นแจงทุกประเด็นดราม่า

นายกแป้นอธิบายถึงกรณีที่เคยกล่าวว่า “เอาอยู่” ว่าในวันนั้นมีฝนตกหนักถึง 196 มิลลิเมตร แต่ทางเทศบาลได้ทำการสูบน้ำและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเช้าน้ำก็แห้งเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์ฝน Rain Bomb ที่ตกลงมาอย่างหนักกว่า 300 มิลลิเมตร ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่นั้นเกินกำลังที่จะรับมือได้

นายกแป้นยังกล่าวถึงกรณีของ กัน จอมพลัง ว่าได้มีการประสานงานกันในการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่เนื่องจากข้อจำกัดของเรือที่ใช้ในการเดินทาง ทำให้ตนเองต้องเดินทางกลับก่อน อย่างไรก็ตาม นายกแป้นยืนยันว่าได้นำทาง กัน จอมพลัง ไปจนถึงถนนในเขต 8 ไม่ได้ปล่อยให้เข้าไปเพียงแค่ปากทางอย่างที่ถูกกล่าวหา

ความทุ่มเทในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

นายกแป้นกล่าวด้วยความน้อยใจว่า “พูดไปก็เจ็บ เขาไม่เชื่อแล้วตอนนี้” พร้อมทั้งย้ำว่าการทำงานในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่นั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก เทศบาลนครหาดใหญ่เองก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ก็ยังคงพยายามช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยมีการอพยพประชาชนกว่า 700 คนไปยังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมีการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารทุกวัน

ในส่วนของประเด็นเรื่องธงแดงที่หายไปนั้น นายกแป้นกล่าวว่าไม่ทราบรายละเอียด แต่ยืนยันว่าได้มีการประกาศและแจ้งเตือนภัยผ่านช่องทางต่างๆ ของเทศบาลแล้ว ส่วนเรื่องที่มีภาพยาเสพติดลอยอยู่ในน้ำนั้น นายกแป้นกล่าวว่าไม่มีข้อมูลในส่วนนี้

เมื่อถามถึงความกังวลว่าจะถูกโยกย้าย นายกแป้นกล่าวว่า “นายกช่วยราชการไม่ได้ มีแต่หยุดทำหน้าที่” และพร้อมที่จะให้ผู้ใหญ่พิจารณาตามสมควร พร้อมทั้งยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไป

สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน และการสื่อสารที่ชัดเจนและรวดเร็ว เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แม้ว่าสถานการณ์จะยากลำบากเพียงใด นายกแป้นและทีมงานเทศบาลนครหาดใหญ่ ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ การทำงานอย่างไม่ย่อท้อ และความเสียสละของทุกฝ่าย จะเป็นกำลังใจสำคัญในการพัฒนาเมืองหาดใหญ่ให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

ที่มา – น้ำท่วมหาดใหญ่ “นายกแป้น” ยืนยันทำเต็มที่ไม่ได้หยุด ลั่นเป้าต้องหาแพะอยู่แล้ว

ใจหาย! **หมอสมนึก** ปิดคลินิกมีบุตรยาก

ใจหาย! “นพ.สมนึก วีระนรพาณิช” ประกาศปิดคลินิกถาวร สังเวยน้ำท่วมหาดใหญ่ หลังเปิดให้การดูแลรักษาคนที่มีลูกยากมายาวนานกว่า 18 ปี ทำให้หลายคนที่เคยหวังพึ่งพาบริการของคุณหมอต้องใจหายไปตามๆกัน

วันที่ 28 พ.ย. 68 สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา หลายจุดเริ่มคลี่คลายหลังระดับลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ประชาชนยังต้องรับมือกับการจัดการปัญหาหลังน้ำท่วม ความเสียหายของอาคารบ้านเรือน รถยนต์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องซ่อมแซมและฟื้นฟู

ขณะที่ นพ.สมนึก วีระนรพานิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเจ้าของ คลินิกสูตินรีเวชและมีบุตรยาก นพ.สมนึก วีระนรพาณิช ซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวหาดใหญ่ และคนในจังหวัดภาคใต้ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก ได้โพสต์ภาพผ่าน เพจเฟซบุ๊ก คลินิก นพ.สมนึก วีระนรพานิช ระบุว่า ปิดคลินิกอย่างถาวรแล้วครับ …18 ปีที่ให้การดูแลรักษาคนที่มีลูกยาก เริ่มบุกเบิกจากศูนย์ จนคนรู้จักทั่วประเทศ…ขอเก็บความภูมิใจไว้กับตัวละกัน #สังเวยน้ำท่วมหาดใหญ่ 68

ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็น เศร้าเสียใจเป็นจำนวนมาก อาทิ ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ ทั้งรักษา ทั้งดูแลและทำคลอด ตั้งแต่ปี 56-58 ลูกชายเป็นหนุ่มน้อย 10 ขวบแล้วค่ะ, ส่งกำลังใจให้คุณหมอนะคะ, ใจหายค่ะ คุณหมอเก่ง และมีความสามารถขอบคุณคุณหมอของน้องแฝด ทำให้บ้านนี้สมหวังได้ลูกแฝดชายหญิง เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ, ใจหายเลยค่ะอาจารย์ ถ้าไม่มีอาจารย์ ก็ไม่มีเด็กผู้หญิงที่ตอนนี้, ฮืออออ ใจหายเลยค่ะหมอ ขอบคุณทุกๆการดูแลและความใส่ใจ, ลูกๆคุณหมอเยอะเลย เป็นกำลังใจให้คุณหมอนะคะ

**หมอสมนึก** ปิดคลินิก: ความหวังของผู้มีบุตรยากสิ้นสุด?

ข่าวการปิดคลินิกของ **หมอสมนึก** สร้างความเสียใจให้กับผู้ที่เคยรับการรักษาและผู้ที่กำลังวางแผนจะมีบุตรเป็นอย่างมาก เพราะคลินิกแห่งนี้ถือเป็นความหวังของหลายๆ ครอบครัวที่ต้องการมีบุตร และชื่อเสียงของคุณหมอสมนึกก็เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ถึงความเชี่ยวชาญในการรักษาภาวะมีบุตรยาก

ทำไมการปิดคลินิกของ **หมอสมนึก** ถึงเป็นเรื่องใหญ่?

การปิดคลินิกของ **หมอสมนึก** ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปิดตัวของสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่เป็นการสูญเสียความหวังของคู่รักหลายคู่ที่ต้องการมีบุตร ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของคุณหมอ ทำให้หลายครอบครัวสมหวังและมีบุตรได้สำเร็จ การปิดคลินิกจึงส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้คนเป็นอย่างมาก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คลินิก **หมอสมนึก** ประสบความสำเร็จคือความใส่ใจในการดูแลคนไข้แต่ละราย คุณหมอและทีมงานให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยและการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทำให้เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้กับผู้ที่เข้ารับการรักษา อีกทั้งยังให้คำปรึกษาและให้กำลังใจแก่คู่รักที่กำลังเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก ทำให้พวกเขามีกำลังใจในการต่อสู้ต่อไป

  • ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์
  • การดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
  • เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย
  • อัตราความสำเร็จในการรักษาที่สูง

ถึงแม้ว่าคลินิกจะปิดตัวลง แต่ความรู้และประสบการณ์ที่คุณหมอสมนึกได้สั่งสมมาตลอด 18 ปี จะยังคงเป็นประโยชน์ให้กับวงการแพทย์ต่อไป หวังว่าจะมีแพทย์ท่านอื่นสานต่อเจตนารมณ์ของคุณหมอ ในการช่วยเหลือผู้ที่มีบุตรยาก ให้พวกเขาสมหวังและมีครอบครัวที่อบอุ่นได้ในอนาคต

การปิดคลินิกของคุณหมอสมนึก ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของผู้มีบุตรยาก แต่เราเชื่อว่าความหวังยังคงอยู่ และด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า จะมีหนทางอื่น ๆ ที่จะช่วยให้หลายครอบครัวสมหวังได้ในที่สุด

ที่มา – “หมอสมนึก” ความหวังของผู้มีบุตรยาก ประกาศปิดคลินิกถาวร สังเวยน้ำท่วมหาดใหญ่

Scroll to top