สถานีบริการน้ํามัน

ชาวบ้านที่ร้อยเอ็ด หิ้วแกลลอนมาต่อคิวยาวเหยียด รอเติมน้ำมัน

ชาวบ้านที่ร้อยเอ็ด หิ้วแกลลอนมาต่อคิวยาวเหยียด รอเติม “น้ำมัน” กันอย่างคึกคัก สถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันในพื้นที่นี้กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนพูดถึง โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องจักรกลการเกษตรและเครื่องปั่นไฟ วันนี้เราจะมาดูรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ชาวบ้านที่ร้อยเอ็ด หิ้วแกลลอนมาต่อคิวยาวเหยียด รอเติมน้ำมัน

วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่สถานีบริการน้ำมันในตำบลเมืองสรวง อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกรทั้งทำนา ทำไร่ และสวนผลไม้ ต่างหิ้วแกลลอนมากันเต็มพื้นที่ เพื่อรอรถบรรทุกน้ำมันมาส่ง พื้นที่นี่มีปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่แค่ 3 แห่งเท่านั้น และวันนี้รถน้ำมันมาที่ปั๊มริมถนนสายร้อยเอ็ด-เมืองสรวงแค่แห่งเดียว ทำให้เกิดภาพคิวยาวเหยียดที่เห็นแล้วใจหาย

เกษตรกรเหล่านี้จำเป็นต้องใช้น้ำมันจำนวนมาก เพราะอากาศร้อนจัดต้องรดน้ำต้นไม้ด้วยเครื่องปั่นไฟ และเครื่องจักรอย่างไถนา ปั๊มน้ำ ทุกอย่างต้องใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก สถานการณ์แบบ ชาวบ้านที่ร้อยเอ็ด หิ้วแกลลอนมาต่อคิวยาวเหยียด รอเติมน้ำมัน นี้ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับคนในพื้นที่เลย

สถานการณ์ตึงเครียดที่อำเภอจตุรพักตรพิมาน

ไม่ใช่แค่เมืองสรวงนะครับ ที่อำเภอจตุรพักตรพิมาน ก็คึกคักไม่แพ้กัน ชาวบ้านขับรถยนต์ รถจักรยานยนต์มาต่อคิวยาวเป็นกิโลเมตรเลยทีเดียว พอมีข่าวว่ารถขนส่งน้ำมันมา ส่งผลให้ทุกคนรีบมาทันที บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปนกังวล เพราะโควตาน้ำมันที่ส่งมาถูกลดลงเหลือแค่ครึ่งหนึ่งของปกติ แต่ความต้องการยังคงเดิม ทำให้ไม่พอแน่นอน

น้ำมันดีเซลเป็นที่ต้องการสูงสุด เพราะใช้ในภาคเกษตรเกือบทั้งหมด ภาพคิวยาวๆ เกิดขึ้นเกือบทุกปั๊ม สถานการณ์ขาดแคลนแบบนี้กระทบทั้ง 20 อำเภอในจังหวัดร้อยเอ็ดเลยทีเดียว

สาเหตุหลักของปัญหาขาดแคลนน้ำมัน

  • โควตาส่งน้ำมันลดลง: สถานีบริการได้รับน้ำมันน้อยลงครึ่งหนึ่ง สาเหตุมาจากนโยบายจัดสรรจากส่วนกลาง
  • จำนวนปั๊มจำกัด: ในพื้นที่ชนบทอย่างร้อยเอ็ด ปั๊มใหญ่มีน้อย ทำให้คนต้องมารวมตัวกันเยอะ
  • ฤดูเกษตรร้อนแรง: ต้องใช้น้ำมันปั่นไฟรดน้ำพืชผลมากกว่าปกติ
  • ราคาน้ำมันผันผวน: ทำให้คนกักตุนมากขึ้น

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจก็เข้ามาจัดการคิวให้เป็นระเบียบ ไม่อนุญาตให้แซงคิว เพื่อให้ทุกคนได้น้ำมันอย่างทั่วถึง แต่ถึงอย่างนั้น ชาวบ้านก็ยังต้องรอเป็นชั่วโมงๆ บางคนหิ้วแกลลอนหลายใบเลย

ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและเศรษฐกิจท้องถิ่น

สำหรับเกษตรกรแล้ว นี่คือปัญหาใหญ่ เพราะถ้าไม่มีน้ำมัน เครื่องจักรหยุดชะงัก งานนา งานสวนล่าช้า พืชผลอาจเสียหายจากแดดร้อน ส่งผลให้รายได้ลดลง เศรษฐกิจในร้อยเอ็ดที่พึ่งพาการเกษตรเป็นหลักจึง受到ผลกระทบหนัก หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจต้องหันไปใช้วิธีเก่าๆ อย่างวัวควายหรือแรงงานคนเพิ่ม ซึ่งต้นทุนสูงกว่า

นอกจากนี้ การขนส่งสินค้าในพื้นที่ก็ลำบาก รถบรรทุกต้องต่อคิวเช่นกัน สินค้าอาหารและของใช้จำเป็นอาจราคาขึ้นตามมา

เพื่อรับมือกับปัญหานี้ ชาวบ้านบางคนเริ่มมองหาทางเลือกอย่างน้ำมันพืชหรือเครื่องจักรไฟฟ้า แต่ยังไม่แพร่หลายนัก ในระยะสั้น ทุกคนต้องอดทนและช่วยเหลือกัน

จากที่เห็น สถานการณ์ ขาดแคลนน้ำมันร้อยเอ็ด นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างพลังงานในชนบทไทยที่ยังไม่แข็งแกร่งพอ หากรัฐบาลเร่งแก้ไขโควตาและเพิ่มปั๊ม สิ่งนี้ก็น่าจะคลี่คลายได้เร็ว

คุณคิดว่าสถานการณ์นี้จะดีขึ้นเมื่อไหร่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย หรือติดตามข่าวอัปเดตปัญหาน้ำมันในภาคอีสานจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญที่ช่วยวางแผนชีวิตประจำวัน

ที่มา – ชาวบ้านที่ร้อยเอ็ด หิ้วแกลลอนมาต่อคิวยาวเหยียด รอเติม “น้ำมัน” จำนวนมาก

“อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2

ข่าวการเมืองร้อนแรงที่สุดในวันนี้คือ “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตา โดยเฉพาะท่าทีของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่แสดงท่าทีชัดเจนต่อสื่อมวลชน หลังจากความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่หลายคนรอคอย

“อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2

วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 เมื่อสื่อสอบถามว่านายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจะมานั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายหรือไม่ นายอนุทินก็พยักหน้ารับทันที สร้างความฮือฮาให้กับผู้สื่อข่าวที่ตามติด

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อถามต่อว่าเตรียมนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วหรือยัง นายกฯ ก็พยักหน้ารับอีกครั้ง และย้ำว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นี่ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนว่า ครม.อนุทิน 2 จะเกิดขึ้นในไม่ช้า ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศได้รวดเร็วขึ้น

ปกรณ์ นิลประพันธ์ ผู้เหมาะสมกับตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ยาวนานในแวดวงกฎหมาย โดยเฉพาะในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการร่างกฎหมายและให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่รัฐบาล การที่ “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 แสดงให้เห็นถึงการเลือกคนที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อรับมือกับประเด็นกฎหมายที่ซับซ้อนในยุคนี้ เช่น การปฏิรูปกฎหมาย การต่อต้านคอร์รัปชัน และการปรับโครงสร้างรัฐบาล

ครม.อนุทิน 2 ไม่ตอบราคาน้ำมันขยับขึ้น 2 บาท แต่ย้ำแก้ขาดแคลนภายใน 1 สัปดาห์

อีกประเด็นที่สื่อไม่ปล่อยให้หลุดคือเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น 2 บาทต่อลิตร ซึ่งกระทบประชาชนโดยตรง แต่ครม.อนุทิน 2 ไม่ตอบคำถามตรงนี้ โดยนายอนุทินเลือกที่จะพยักหน้ายอมรับว่าได้สั่งการให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการน้ำมันขาดแคลนให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากเมื่อวานนี้มีการประชุมกำชับสถานีบริการน้ำมันทุกแห่งห้ามขาดสต็อก

สถานการณ์น้ำมันในไทยช่วงนี้ตึงเครียด จากปัญหานำเข้าน้ำมันดิบราคาแพง สงครามการค้า และความต้องการที่พุ่งสูง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก การที่รัฐบาลเร่งแก้ไขเป็นเรื่องดี แต่หลายคนตั้งคำถามว่าราคาขึ้น 2 บาทจะส่งผลต่อค่าครองชีพอย่างไร

วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

ปัญหาน้ำมันขาดแคลนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในครม.อนุทิน 2 นี้ คาดว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเด็ดขาดมากขึ้น นี่คือปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปัญหา:

  • ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวน: จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและนโยบาย OPEC+
  • การนำเข้าล่าช้า: ปัญหาโลจิสติกส์และท่าเรือ
  • ความต้องการพุ่ง: เศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด
  • โครงสร้างราคาในไทย: ภาษีและกองทุนน้ำมันที่ซับซ้อน

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาน้ำมันอาจขึ้นต่อเนื่อง หากไม่มีการแทรกแซงจากรัฐบาล ครม.อนุทิน 2 จึงต้องเร่งหาทางออก เช่น ลดภาษีชั่วคราว เพิ่มการสำรองน้ำมัน หรือส่งเสริมพลังงานทางเลือก

คาดการณ์อนาคตของครม.อนุทิน 2

จากท่าทีของนายอนุทินที่พยักหน้ารับทุกคำถาม แสดงถึงความมั่นใจในทีมงาน ครม.ชุดนี้คาดว่าจะเน้นนโยบายเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสาธารณสุข โดยมีนายปกรณ์ช่วยดูแลด้านกฎหมายให้แข็งแกร่ง ประชาชนควรติดตามการทูลเกล้าฯ ในเร็ววันนี้

ในมุมมองของเรา ครม.อนุทิน 2 มีโอกาสสูงที่จะนำพาประเทศผ่านวิกฤตได้ หากทำงานเป็นทีมและรับฟังประชาชนมากขึ้น สถานการณ์น้ำมันต้องแก้ไขด่วนเพื่อไม่ให้กระทบการขนส่งและอุตสาหกรรม

คุณคิดอย่างไรกับข่าว “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 และราคาน้ำมันที่ขึ้น? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 ไม่ตอบราคาน้ำมันขยับขึ้น 2 บาท

“พิพัฒน์” เผย นายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง

ในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก ผู้ใช้รถยนต์ในไทยหลายคนเริ่มตื่นตระหนก ส่งผลให้เกิดภาพคิวยาวเหยียดที่ปั๊มน้ำมัน ขาดแคลนน้ำมันขาย ล่าสุด “พิพัฒน์” เผยนายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง เพื่ออัดฉีดน้ำมันเข้าระบบให้พอกับความต้องการ เพื่อบรรเทาปัญหานี้โดยด่วน

“พิพัฒน์” เผยนายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง เพื่ออัดฉีดน้ำมันเข้าระบบให้พอกับความต้องการ

วันที่ 23 มีนาคม 2569 หลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศบก. ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันที่สถานีบริการต่างๆ

จากการหารือกับผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นตามมาตรา 7 พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 พบว่าปัจจุบันมีการอัดฉีดน้ำมันเข้าสู่ระบบเกือบ 10,000 สถานีบริการทั่วประเทศ โดยปริมาณเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นจากเดิม 67 ล้านลิตร เป็น 82-84 ล้านลิตร แม้จะมากขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่พุ่งสูงจากความตื่นตระหนกของประชาชน

คำสั่งนายกฯ ชะลอเก็บน้ำมันสำรองทันที

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้ลงนามคำสั่งงดเว้นการเพิ่มอัตราการเก็บน้ำมันสำรอง โดยเดิมกำหนดให้ผู้ค้าปรับเพิ่ม 0.5% ภายใน 31 มีนาคม และอีก 1.5% ภายใน 30 เมษายน รวมเป็น 3% แต่ตอนนี้ชะลอไว้ คงอัตราเดิมที่ 1% เพื่อให้ผู้ค้าฯ และโรงกลั่นนำน้ำมันสำรองอัดฉีดสู่ตลาด ลดปัญหาขาดแคลน

นายพิพัฒน์ ระบุชัดว่านายกรัฐมนตรีสั่งการให้ภายในสัปดาห์นี้ สถานีบริการทุกแห่งต้องมีน้ำมันขาย ไม่มีคำว่า “น้ำมันหมด” อีกต่อไป ผู้ค้าฯ ได้รับทราบและเร่งปฏิบัติ โรงกลั่นก็เพิ่มกำลังการกลั่นให้ถึง 100% หรือแม้เกินกว่านั้นเพื่อผลิตให้ทัน

มาตรการเพิ่มเติมและน้ำมัน B20

นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีสำหรับผู้ใช้รถบรรทุกและอุตสาหกรรม คือ น้ำมันสูตร B20 (ไบโอดีเซลผสม 20%) จะเริ่มวางขายภายในสัปดาห์นี้ ช่วยลดต้นทุนและส่งเสริมพลังงานทางเลือก

  • เพิ่มปริมาณน้ำมันอัดฉีดต่อวันจาก 67 ล้านลิตร เป็น 82-84 ล้านลิตร
  • ชะลอเก็บสำรอง คงที่ 1% แทนเพิ่มเป็น 3%
  • โรงกลั่นผลิตเต็มกำลัง 100%+
  • น้ำมัน B20 ออกสู่ตลาดสัปดาห์นี้
  • คาดปัญหาคิวยาวหมดไปใน 7 วัน

สถานการณ์นี้เกิดจากความกังวลสงครามตะวันออกกลางที่อาจกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันโลก ส่งผลราคาน้ำมันดิบพุ่ง แต่รัฐบาลไทยเตรียมพร้อมดี โดยมีน้ำมันสำรองในประเทศเพียงพอ หากประชาชนเลิกตื่นตระหนก ปัญหาจะคลี่คลายเร็ว

มาตรการ “พิพัฒน์” เผยนายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง เพื่ออัดฉีดน้ำมันเข้าระบบให้พอกับความต้องการ แสดงให้เห็นความรวดเร็วของรัฐบาลในการรับมือวิกฤต แนะนำให้ผู้ใช้เติมน้ำมันตามปกติ อย่าตุนเกินจำเป็น เพื่อไม่ให้ระบบล้น

ในมุมมองผู้เขียน มาตรการนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องทันเวลา ช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการจราจร หากทุกฝ่ายร่วมมือ สถานการณ์จะกลับสู่ปกติในไม่ช้า

เรียกดูข้อมูลเพิ่มเติม: ติดตามอัปเดตสถานการณ์น้ำมันล่าสุด และแชร์ประสบการณ์คิวยาวที่ปั๊มของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – “พิพัฒน์” เผยนายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง เพื่ออัดฉีดน้ำมันเข้าระบบให้พอกับความต้องการ

“อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันอ่างทอง ราคาสูงเกิน

ในช่วงที่สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวน ผู้บริโภคหลายคนกังวลเรื่องการกักตุนและราคาที่สูงเกินจริง ล่าสุดมีข่าวสำคัญที่ “อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันที่จ.อ่างทอง ไม่รายงานใบกำกับขนส่ง จำหน่ายราคาสูงเกินกำหนด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้ตรวจสอบอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ เพื่อปกป้องสิทธิผู้ใช้บริการ

“อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันที่จ.อ่างทอง ไม่รายงานใบกำกับขนส่ง จำหน่ายราคาสูงเกินกำหนด

วันที่ 22 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาประกาศสั่งการด่วน โดยมอบหมายให้พลังงานจังหวัด (พนจ.) ทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมันทุกแห่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวง เน้นย้ำให้รายงานผลการตรวจสอบเรื่องการกักตุนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ในการเอารัดเอาเปรียบประชาชน

รายละเอียดความผิดเบื้องต้นที่พบในจังหวัดอ่างทอง

จากกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติของบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่ง โดย “อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันที่จ.อ่างทอง ไม่รายงานใบกำกับขนส่ง จำหน่ายราคาสูงเกินกำหนด ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่ามีการกักตุนจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือการละเมิดกฎหมายใน 2 ประเด็นหลัก

  • ไม่รายงานใบกำกับการขนส่ง: ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องแจ้งให้หน่วยงานทราบทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายน้ำมัน เพื่อติดตามปริมาณและป้องกันการผิดกฎหมาย
  • จำหน่ายน้ำมันในราคาสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด: ทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบ โดยราคาต้องเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจปิโตรเลียม (กบง.) ประกาศ

หากผลตรวจสอบยืนยัน กระทรวงพลังงานจะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้ประกอบการรายอื่น

คำสั่งเร่งด่วนจากนายอรรถพล

นายอรรถพลได้กำชับพลังงานจังหวัดให้เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รายงานผลทุกวัน จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเน้นการตรวจสอบปั๊มน้ำมัน สถานีบริการ และโกดังเก็บน้ำมันทั่วประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาการกักตุนที่อาจเกิดจากความต้องการที่เพิ่มสูงหรือปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบราคาน้ำมันโลก

“ผมได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไม่ให้มีการกักตุน หรือการจำหน่ายในราคาที่สูงเกินควร ซึ่งกระทรวงพลังงานจะยังคงเกาะติดสถานการณ์เช่นนี้ไปจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค” นายอรรถพล กล่าว

การประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ

เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพ กระทรวงพลังงานจะร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ดังนี้

  • กระทรวงมหาดไทย: ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยตรวจสอบพื้นที่
  • พาณิชย์จังหวัด: ดูแลเรื่องการกำหนดราคาสินค้าและปราบปรามการผูกขาด
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ: จัดการด้านกฎหมายและป้องกันการกระทำผิด

มาตรการนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังช่วยเสริมระบบการกำกับดูแลระยะยาว โดยอ้างอิงพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำหนดโทษปรับสูงสุดหลายล้านบาทและจำคุกสำหรับผู้ฝ่าฝืน

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น กรณีตรวจค้นปั๊มน้ำมันในปีก่อนๆ ที่พบการโกงมิเตอร์หรือปรับราคาเกิน พบว่าการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องช่วยลดปัญหาได้กว่า 70% ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือเพราะกลัวบทลงโทษหนัก

สำหรับผู้บริโภค สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับราคาน้ำมันที่เป็นธรรม หากคุณพบปั๊มที่มีราคาสงสัยหรือมีพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนพลังงาน 1364 หรือพลังงานจังหวัดใกล้บ้าน เพื่อช่วยกันรักษาความโปร่งใส

สุดท้าย การดำเนินการของนายอรรถพลครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องประชาชนจากราคาน้ำมันที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระบบพลังงานของไทยได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – “อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันที่จ.อ่างทอง ไม่รายงานใบกำกับขนส่ง จำหน่ายราคาสูงเกินกำหนด

ผ่อนผันรถบรรทุกขนส่ง “น้ำมัน” เดินรถ 24 ชม. ทุกจังหวัด

ในช่วงสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาตรการสำคัญเพื่อรับมือปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง นั่นคือ ผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน ให้สามารถเดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงในทุกจังหวัดทั่วประเทศ มาตรการนี้จะช่วยให้การกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการต่าง ๆ รวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้น ลดความกังวลของประชาชนเรื่องน้ำมันไม่พอใช้

ผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน

วันที่ 20 มีนาคม 2569 พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ได้พิจารณาและออกข้อบังคับผ่อนผันนี้ เพื่อบริหารจัดการด้านการจราจรในการขนส่งน้ำมันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มาตรการ ผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน นี้ครอบคลุมทั้งกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ ทำให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถวิ่งได้ไม่จำกัดเวลา ตั้งแต่เที่ยงคืนไปจนถึงเช้า

สาเหตุหลักของการผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน

สาเหตุมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงรุนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันจากต่างประเทศ ทำให้ปริมาณน้ำมันเข้าประเทศไทยอาจชะลอตัว กระทรวงพลังงาน กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงร่วมมือกันประเมินสถานการณ์และวางแผน เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันจะกระจายไปถึงประชาชนทุกพื้นที่อย่างเพียงพอ ไม่เกิดการขาดแคลนหรือต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียดเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

รายละเอียดและระยะเวลาของมาตรการ

มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รถบรรทุกขนส่งน้ำมันจะได้รับอนุญาตให้เดินทางตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องยึดติดกับข้อจำกัดเวลาเดิมที่ห้ามวิ่งในช่วงกลางคืนในบางพื้นที่ ช่วยลดเวลาขนส่งลงอย่างมาก

  • ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย
  • เริ่มวันที่ 20 มีนาคม 2569
  • สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2569
  • มุ่งเน้นการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน
  • ร่วมประสานงานกับกระทรวงพลังงานและผู้ค้าน้ำมัน

ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากมาตรการผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน

ประชาชนทั่วไปจะได้ประโยชน์โดยตรง เช่น การเติมน้ำมันที่สะดวกขึ้น ไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาหาคิวยาว นอกจากนี้ยังช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันไม่ให้พุ่งสูงเกินไป เนื่องจากอุปทานเพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันก็จะบริหารสต็อกได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกล

ผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อประเทศไทย

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะปัญหาการขนส่งทางทะเลและท่อส่งน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวน ส่งผลให้ไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันกว่า 80% ต้องเผชิญความเสี่ยง มาตรการนี้จึงเป็นการป้องกันเชิงรุก เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามมาถึงประชาชน การอนุญาตให้รถบรรทุกวิ่ง 24 ชั่วโมงจะช่วยเร่งการหมุนเวียนสต็อกน้ำมันให้เร็วขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ชนบทและเมืองใหญ่

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้กำชับให้รถบรรทุกทุกคันปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เช่น ตรวจสภาพรถ สวมใส่เสื้อกั๊กสะท้อนแสง และแจ้งเส้นทางล่วงหน้า เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนทุกคน

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน

  • หลีกเลี่ยงการขับรถตามหลังรถบรรทุกน้ำมันใกล้เกินไป โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
  • ใช้แอปพลิเคชันติดตามสถานีน้ำมันเพื่อเช็คสต็อกแบบเรียลไทม์
  • ประหยัดน้ำมันด้วยการขับขี่อย่างนุ่มนวล ลดการเร่ง-เบรกบ่อย
  • ติดตามข่าวสารจากช่องทาง官方อย่างสม่ำเสมอ

มาตรการ ผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน นี้แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการตอบสนองของหน่วยงานรัฐต่อวิกฤตพลังงาน สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้เป็นอย่างดี หากสถานการณ์ดีขึ้น มาตรการนี้อาจถูกยกเลิกก่อนกำหนด แต่ในระหว่างนี้ เราสามารถมั่นใจได้ว่าน้ำมันจะเพียงพอต่อการใช้งานประจำวัน

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? มันช่วยลดความกังวลของคุณได้มากน้อยแค่ไหน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อแจ้งเตือนเพื่อน ๆ และครอบครัวให้ทราบด้วยนะครับ!

ที่มา – ผ่อนผันให้รถบรรทุกขนส่ง “น้ำมัน” เดินรถในทุกจังหวัดได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เปิดคำสั่งนายกฯ ผู้ค้าน้ำมัน ม.7 ม.10 รายงานยอด 6 โมงเย็น

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านที่รุนแรงขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงและเสี่ยงขาดแคลน ส่งผลกระทบตรงถึงประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก ล่าสุด รัฐบาลไทยได้ออก เปิดคำสั่งนายกฯ ให้ “ผู้ค้าน้ำมัน ม.7 รายใหญ่ – ม.10 รายย่อย” รายงานยอด 6 โมงเย็นทุกวัน เพื่อควบคุมการกระจายน้ำมันให้ทั่วถึงและป้องกันวิกฤตขาดแคลน คำสั่งนี้ช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการไม่ต้องลำบากใจในการหาน้ำมันใส่รถหรือใช้ในธุรกิจ

เปิดคำสั่งนายกฯ ให้ “ผู้ค้าน้ำมัน ม.7 รายใหญ่ – ม.10 รายย่อย” รายงานยอด 6 โมงเย็นทุกวัน

วันที่ 20 มีนาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 ลงนามโดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล โดยมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันประกาศ คำสั่งนี้กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เกิดจากสถานการณ์โลก

พื้นฐานของคำสั่งมาจากปัญหาความขัดแย้งที่ทำให้การผลิตและส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางลดลง ราคาพุ่งสูง สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งไม่มีของขาย สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ต้องเติมน้ำมันเพื่อไปทำงานหรือเดินทาง รวมถึงธุรกิจโลจิสติกส์และโรงงานที่ใช้น้ำมันเป็นวัตถุดิบ รัฐบาลจึงอาศัย พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ออกมาตรการนี้

มาตรการหลักสำหรับผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 (รายใหญ่)

ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 คือรายใหญ่ที่มีปริมาณค้าต่อปีเกิน 100,000 เมตริกตัน (ราว 120 ล้านลิตร) ต้องสำรองน้ำมันตามกฎหมายเพื่อความมั่นคงพลังงาน มาตรการที่กำหนดไว้มีดังนี้

  • ปฏิบัติตามคำสั่งนายกฯ ที่ 2/2569 เดิม
  • ติดประกาศราคาน้ำมันให้ชัดเจนที่สถานประกอบการ และรายงานทุกครั้งที่ปรับราคาให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทราบ
  • โรงกลั่นน้ำมันต้องรายงานปริมาณผลิต สต็อก และยอดขายรายลูกค้าทุก 18.00 น.
  • ผู้ค้ารายใหญ่ที่ไม่ใช่โรงกลั่น รายงานยอดขายรายลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าที่ซื้อเกิน 3,000 ลิตรต่อครั้ง ทุก 18.00 น.
  • รายงานทางอีเมล [email protected] ตามฟอร์มที่กรมกำหนด

ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 10 (รายย่อย) ต้องทำอะไรบ้าง

ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 10 คือรายกลาง-ย่อย ค้าปีละ 30,000-100,000 เมตริกตัน (36-120 ล้านลิตร) หรือมีถังเก็บเกิน 200,000 ลิตร เช่น ปั๊มชุมชน ปั๊มหลอด ปั๊มหยอดเหรียญ คำสั่งให้ปฏิบัติตามมาตรการเดียวกับมาตรา 7 ในข้อ 2(2)(3)(4)(5) เพื่อให้การติดตามครอบคลุมทุกขนาด

ตัวอย่างผู้ค้ารายใหญ่ ม.7: PTT, Bangchak, PTG (PT Station), Shell, Caltex, SUSCO ซึ่งเป็นเครือข่ายปั๊มหลักทั่วประเทศ ส่วน ม.10 คือผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ซื้อจากรายใหญ่มาขายปลีก

ปลดล็อกรถบรรทุกน้ำมันวิ่งได้ 24 ชม.

ควบคู่กัน ราชกิจจาฯ ยังเผย ข้อบังคับหัวหน้าพนักงานจราจร ยกเว้นห้ามรถบรรทุกน้ำมันใน กทม. ปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ จนถึง 30 เม.ย. 2569 เพื่อให้รถส่งน้ำมันวิ่งได้ทั่วถึง สนับสนุนให้สถานีบริการมีของขายเพียงพอ

หน่วยงานที่รับผิดชอบติดตาม: รองนายกฯ พิพัฒน์ รัชกิจประการ, รมว.ยุติธรรม, ปลัดมหาดไทย, ผบ.ตร., อธิบดี DSI, อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน มีอำนาจเป็นเจ้าหน้าที่บังคับใช้และแต่งตั้งทีมตรวจสอบ

มาตรการนี้เป็นการตอบสนองที่รวดเร็วและเด็ดขาด ช่วยให้รัฐบาลตรวจสอบสต็อกและการกระจายน้ำมันแบบเรียลไทม์ ป้องกันการกักตุนหรือเก็งกำไร ในมุมประชาชน เราจะได้น้ำมันราคายุติธรรม ไม่ต้องต่อคิวเติมนานๆ ผู้ประกอบการก็วางแผนธุรกิจได้มั่นใจขึ้น หากสถานการณ์โลกยังตึงเครียด มาตรการนี้น่าจะช่วยให้ไทยรอดพ้นวิกฤตได้

ติดตามอัปเดตราคาน้ำมันและข่าวพลังงานล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – เปิดคำสั่งนายกฯ ให้ “ผู้ค้าน้ำมัน ม.7 รายใหญ่ – ม.10 รายย่อย” รายงานยอด 6 โมงเย็นทุกวัน

คุมเข้มสต็อกน้ำมัน ใช้บังคับตั้งแต่วันนี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวใหญ่ในวงการพลังงานเลยนะ คุมเข้มสต็อกน้ำมัน ใช้บังคับตั้งแต่วันนี้ กรมธุรกิจพลังงานออกประกาศใหม่ ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ต้องรายงานยอดน้ำมันคงเหลือทุกวัน! เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะช่วยให้ประเทศเรามั่นคงด้านพลังงาน ไม่ต้องกังวลเรื่องขาดแคลนน้ำมันกะทันหัน โดยประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 เลยนะ ใครที่ทำธุรกิจน้ำมันต้องรีบเช็คกันด่วน

คุมเข้มสต็อกน้ำมัน ใช้บังคับตั้งแต่วันนี้

ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดชนิดและอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2569 ลงนามโดยนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานน้ำมันในประเทศให้ดีขึ้น อาศัย พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543

สาระสำคัญคือ ผู้ค้าน้ำมันขนาดใหญ่ตามมาตรา 7 ซึ่งมีปริมาณค้าปีละ 100,000 เมตริกตันขึ้นไป (ราว 120 ล้านลิตร) ต้องเก็บสำรองน้ำมันให้เพียงพอ และตอนนี้ต้องรายงานยอดคงเหลือรายวันแบบ strict มากขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาสต็อกไม่พอ

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในประกาศใหม่

  • ยกเลิกนิยาม “Dead Stock” ที่เป็นน้ำมันสำเร็จรูปสูบถ่ายไม่ได้ อีกต่อไป
  • เพิ่มนิยาม “น้ำมันองค์ประกอบ” คือ น้ำมันพร้อมผสมเพื่อทำเบนซิน แก๊สโซฮอล์ ดีเซล หรือเจท เอ 1 ที่อธิบดีเห็นชอบ
  • ข้อ 8 ใหม่: เก็บสำรองน้ำมันดิบหรือสำเร็จรูปได้ไม่ต่ำกว่า 70% ต่อวัน แต่เฉลี่ยเดือนต้องครบตามกำหนด
  • ข้อ 9 ใหม่: ต้องเก็บสำรองน้ำมันสำเร็จรูปทุกวัน รวมถึงของที่คุณภาพไม่มาตรฐานแต่มีหนังสือรับรอง และน้ำมันองค์ประกอบ
  • ข้อ 12 ใหม่: สามารถใช้ “น้ำมันองค์ประกอบ” หรือน้ำมันดิบแทนน้ำมันสำเร็จรูปได้ สูงสุด 20% ในอัตรา 1:1 แต่ต้องขอความเห็นชอบอธิบดีก่อน และรายงานด้วยแบบ นพ. 210 ทุกวัน รวมถึงรายละเอียดถัง คลัง ฯลฯ ถ้าจะเปลี่ยนต้องขออนุมัติใหม่

สรุปคือ คุมเข้มสต็อกน้ำมัน ใช้บังคับตั้งแต่วันนี้ ทำให้ผู้ค้าต้องรายงานทุกวัน แบบไม่มีหลวม แม้น้ำมันที่เก็บแทนกันก็ต้อง track ชัดเจน ช่วยให้รัฐบาลติดตามสต็อก realtime ได้ดี

ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 คือใครบ้าง?

กลุ่มนี้คือยักษ์ใหญ่ในวงการ ค้าปีละเป็นล้านลิตร มีหน้าที่สำรองน้ำมันตามกฎหมายเพื่อความมั่นคงพลังงาน รายชื่อหลักๆ มีดังนี้

  • บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) – PTT Station
  • บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) – รวม BSRC (เดิม ESSO)
  • บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) – PT Station
  • บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด (Shell)
  • บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด (Caltex)
  • บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) (SUSCO)
  • บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (Thaioil)
  • บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC)
  • บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟนนิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC)

ถ้าคุณเป็นผู้ค้าหรือเกี่ยวข้อง ต้องรีบปรับระบบรายงานซะแต่เนิ่นๆ นะครับ ไม่งั้นอาจโดนปรับได้

ในมุมผมเห็นว่ามาตรการนี้ดีมาก ช่วยลดความเสี่ยงจากวิกฤตน้ำมันโลก โดยเฉพาะตอนราคาผันผวนหรือสงครามการค้า ประเทศเราจะได้ไม่ลำบาก ถ้าอยากอัพเดทข่าวพลังงานเพิ่ม ติดตามบล็อกเราไว้เลย หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ในวงการด้วยนะ สนับสนุนด้วยคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับการคุมเข้มนี้!

ที่มา – คุมเข้มสต็อกน้ำมัน ใช้บังคับตั้งแต่วันนี้ ให้ผู้ค้าน้ำมันตาม ม.7 รายงานยอดคงเหลือทุกวัน

อ่านประกาศฉบับเต็มที่นี่

“อรรถพล” สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ในช่วงที่ราคาน้ำมันกำลังผันผวนแบบนี้ ข่าวดีมาบอกเลยว่า “อรรถพล” สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ แล้วนะ! นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไม่รอช้า สั่งการด่วนให้พลังงานจังหวัด (พนจ.) ทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันและที่เก็บน้ำมันทุกแห่งอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการกักตุนหรือขายแพงเกินจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคอย่างเรากังวลกันมากในช่วงนี้

“อรรถพล” สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ 20 มี.ค. 2569 โดยนายอรรถพลสั่งให้พนจ. รายงานผลการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้เรื่องบานปลาย ล่าสุดมีรายงานกรณีที่น่าสนใจในจังหวัดอ่างทอง ที่เจ้าหน้าที่พบความผิดเบื้องต้น เช่น ไม่รายงานใบกำกับการขนส่ง และขายน้ำมันในราคาสูงเกินกฎหมายกำหนด ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง หากเข้าข่ายกักตุนจริง กระทรวงพลังงานจะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ดำเนินคดีเต็มที่เลยทีเดียว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะน้ำมันเป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทยเลยนะ ไม่ว่าจะขนส่ง สินค้าอุปโภคบริโภค หรือชีวิตประจำวันของเรา ถ้ามีการกักตุนหรือขายแพง จะกระทบราคาสินค้าทุกอย่างขึ้นไปด้วย สถานการณ์แบบนี้มักเกิดช่วงราคาน้ำมันโลกปรับตัว ผู้ประกอบการบางรายอาจฉวยโอกาส แต่รัฐบาลไม่ยอม!

มาตรการเข้มงวดที่พลังงานจังหวัดจะดำเนินการ

นอกจาก “อรรถพล” สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ แล้ว ยังมีการประสานงานข้ามหน่วยงานด้วย เช่น ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์จังหวัด และตำรวจ เพื่อตรวจสอบแบบบูรณาการ นายอรรถพลย้ำชัดว่า “ผมได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไม่ให้มีการกักตุน หรือการจำหน่ายในราคาที่สูงเกินควร ซึ่งกระทรวงพลังงานจะยังคงเกาะติดสถานการณ์เช่นนี้ไปจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค”

  • ลงพื้นที่ตรวจสถานีบริการน้ำมันและคลังเก็บน้ำมันทุกแห่ง
  • ตรวจสอบสต็อกน้ำมันและการเคลื่อนไหวสินค้า
  • สุ่มตรวจราคาจำหน่ายให้เป็นไปตามที่กำหนด
  • รายงานผลทุกวันเพื่อติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์
  • ดำเนินคดีทันทีหากพบผิดกฎหมาย

มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ราคาน้ำมันคงที่ ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเราจะได้ไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป แถมยังป้องกันปัญหาขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกลได้ดี ช่วงที่ผ่านมา เรเห็นตัวอย่างจากหลายประเทศที่การกักตุนนำไปสู่ความวุ่นวายใหญ่หลวง ถ้าไทยจัดการดีแบบนี้ ก็น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีเลย

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเตรียมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้สิทธิ์ในการร้องเรียน หากพบปั๊มน้ำมันราคาไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งพนจ. หรือสายด่วน 1364 ได้ทันที ช่วยกันเฝ้าระวัง จะทำให้ระบบโปร่งใสยิ่งขึ้น

ในมุมมองของผม มาตรการนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดพลังงานไทย โดยเฉพาะในยุคที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าสูงขนาดนี้ ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน เราจะผ่านวิกฤตราคาน้ำมันไปได้แน่นอน คุณล่ะคิดยังไงกับการสั่งการของนายอรรถพล? ลองแชร์ประสบการณ์พบปั๊มขายแพงในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวพลังงานล่าสุดนะ!

ที่มา – “อรรถพล” สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ

4 สส.นครศรีธรรมราช เร่งรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำมันในระดับพื้นที่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชกันดีกว่า นั่นคือ 4 สส.นครศรีธรรมราช เร่งรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำมันในระดับพื้นที่ เพราะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกำลังทำลายเศรษฐกิจฐานรากของชาวบ้านอย่างหนักเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ประมง หรือผู้ประกอบการรายย่อย ทุกคนกำลังเดือดร้อนหนัก

4 สส.นครศรีธรรมราช เร่งรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำมันในระดับพื้นที่

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 หลังจากการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีที่รัฐสภาเสร็จสิ้น สส.นครศรีธรรมราชจากพรรคภูมิใจไทยทั้ง 4 ท่าน ได้แก่ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล, นางสาวอวยพรศรี เชาวลิต, นางสาวนันทวัน วิเชียร และนายอภินันท์ สโมสร ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์ราคาน้ำมัน (ศบก.) เพื่อเร่งรัดให้รัฐบาลเข้าแทรกแซงช่วยเหลือในระดับพื้นที่ทันที

ทำไมถึงเร่งรัดขนาดนี้? เพราะนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศหลากหลาย มีทั้ง “เขา ป่า นาเล” ซึ่งหมายถึงพื้นที่ภูเขา ป่าไม้ ที่ราบนา และชายฝั่งทะเล แต่ละโซนมีอาชีพหลักที่พึ่งพาน้ำมันในการดำเนินงานทั้งสิ้น เมื่อราคาน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันเขียวสำหรับอุตสาหกรรม พุ่งขึ้นสูงถึง 10.40 บาทต่อลิตรในคราวเดียว ทุกอย่างก็สะดุดหมด

กลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบหนักจากปัญหาน้ำมัน

  • ผู้ประกอบการประมงชายฝั่งและประมงพาณิชย์: เรือประมงต้องหยุดจอดเพราะเติมน้ำมันเขียวไม่ได้ ราคาแพงเกินไป ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลทั้งหมดชะงัก ชาวประมงรายย่อยเดือดร้อนหนักเพราะรายได้หายวับ
  • อุตสาหกรรมไม้ยางพาราและเกี่ยวข้อง: เครื่องจักรกลหนักไม่สามารถซื้อน้ำมันได้ตามปริมาณที่กำหนด สถานีบริการจำกัดการซื้อต่อครั้ง ทำให้การผลิตหยุดชะงัก
  • ผู้ประกอบการขนส่งรายใหญ่และรายย่อย: รถบรรทุก รถส่งของ เติมน้ำมันไม่พอต่อวัน ทำให้การขนส่งสินค้าในพื้นที่ล่าช้า สินค้าอาหารและวัตถุดิบราคาขึ้นตาม
  • เครื่องจักรกลเกษตรรายย่อยถึงรายใหญ่: รถไถ รถเกี่ยวข้าว รถขุด รถเกรด รถดัน และเครื่องจักรอื่นๆ ในไร่ นา สวนยาง ทุกอย่างต้องหยุดทำงานเพราะน้ำมันแพงและซื้อไม่ได้

ทั้งหมดนี้กระจายอยู่ทุกมุมของนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลไปจนถึงพื้นที่ภูเขา ถ้าฐานรากเศรษฐกิจพัง ปัญหาจะลามไปถึงระดับจังหวัดและประเทศแน่นอน สส.ทั้ง 4 ท่านจึงยืนยันว่าต้องแก้ไขเร่งด่วน โดยจัดการเรื่องการจัดสรรน้ำมันให้เหมาะสมกับความต้องการในพื้นที่

ความสำคัญของการแก้ปัญหาน้ำมันในระดับท้องถิ่น

ปัญหาน้ำมันแพงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ครั้งนี้กระทบหนักเพราะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอยู่แล้ว ชาวบ้านในนครศรีธรรมราชซึ่งส่วนใหญ่ทำเกษตรและประมง กำลังเผชิญวิกฤตจริงๆ การที่ สส.ท้องถิ่นอย่างพรรคภูมิใจไทยออกมาเคลื่อนไหวแบบนี้ เป็นสัญญาณดีว่าพวกเขายังใส่ใจประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่แค่นั่งในสภาเฉยๆ ถ้ารัฐบาลตอบสนองเร็ว ปัญหาน่าจะคลี่คลายได้ไม่ยาก

จากที่ติดตามมา เรามองว่าการบริหารจัดการน้ำมันต้องเน้นที่ระดับจังหวัดมากขึ้น เช่น เพิ่มโควตาน้ำมันสำหรับอาชีพฐานราก ลดข้อจำกัดการซื้อต่อครั้ง และอาจมีมาตรการ补贴ชั่วคราวเพื่อประคองราคา นอกจากนี้ ยังควรส่งเสริมพลังงานทางเลือกในระยะยาว เช่น ไบโอดีเซลจากยางพาราที่นครศรีฯ มีศักยภาพสูง

สุดท้ายนี้ เราเชื่อว่าการที่ 4 สส.นครศรีธรรมราช เร่งรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำมันในระดับพื้นที่ แบบนี้ จะช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัวได้เร็ว ถ้าคุณเป็นชาวนครศรี หรือรู้จักคนที่เดือดร้อน ลองติดต่อ สส.ท่านเหล่านี้ดูนะครับ หรือคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์ด้านล่างนี้เลย เราจะได้ช่วยกันผลักดันให้รัฐบาลแก้ปัญหาจริงจัง!

ที่มา – 4 สส.นครศรีธรรมราช เร่งรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำมันในระดับพื้นที่ หลังเศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกระทบหนัก

Scroll to top