สนามบินอู่ตะเภา

ผบ.ทร. แจงใช้เจ็ตสกีเข้าช่องแคบฮอร์มุซไม่ง่าย

ในสถานการณ์ตึงเครียดที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการช่วยเหลือลูกเรือไทยจากเรือมยุรีนารีที่ถูกโจมตี โดยเฉพาะประเด็นที่กำลังเป็นกระแส ผบ.ทร. แจงใช้เจ็ตสกีเข้าช่องแคบฮอร์มุซไม่ง่าย รวมถึงสยบข่าวลือเรื่องสหรัฐฯ ขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานทัพ บทความนี้จะสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้บัญชาการทหารเรือให้ฟังแบบละเอียด เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ชัดเจนยิ่งขึ้น

ผบ.ทร. แจงใช้เจ็ตสกีเข้าช่องแคบฮอร์มุซไม่ง่าย

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นพื้นที่อันตรายที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ โดยเป็นเส้นทางค้าขายน้ำมันหลักของโลก กว้างเพียง 21 ไมล์ แต่ลึกและมีกระแสน้ำแรง คลื่นลมรุนแรง ทำให้การเคลื่อนไหวด้วยยานพาหนะขนาดเล็กอย่างเจ็ตสกีเป็นเรื่องไม่ง่ายอย่างยิ่ง พล.ร.อ.ไพโรจน์ ยืนยันว่า แม้อินฟลูเอนเซอร์หลายคนจะเสนอไอเดียช่วยเหลือด้วยเจ็ตสกีเข้าไปยังเรือมยุรีนารี แต่ปัจจัยทางทะเลที่ซับซ้อน เช่น น้ำลึก คลื่นสูง และการควบคุมโดยกองทัพหลายชาติ ทำให้ไม่สามารถทำได้ง่ายๆ แม้จะขอบคุณน้ำใจของประชาชนที่ห่วงใยลูกเรือไทย 3 รายที่ยังติดค้างอยู่

นอกจากนี้ ผบ.ทร. ยังเน้นย้ำถึงทักษะการเอาชีวิตรอดของลูกเรือทั้งพาณิชย์และทหารเรือไทย ที่ได้รับการฝึกฝนมาดี สามารถอยู่ในน้ำนานหรืออยู่ในที่แคบได้ ทำให้มีความหวังว่าทั้ง 3 คนยังปลอดภัย กองทัพเรือไทยกำลังใช้ระบบ MISS (Maritime Information Sharing System) ร่วมกับพันธมิตรอย่างสิงคโปร์และบาห์เรน เพื่อติดตามตำแหน่งเรือที่ถูกพัดกระแสน้ำไป

ผบ.ทร. แจงใช้เจ็ตสกีเข้าช่องแคบฮอร์มุซไม่ง่าย เหตุผลทางยุทธศาสตร์

เหตุผลหลักที่ ผบ.ทร. แจงใช้เจ็ตสกีเข้าช่องแคบฮอร์มุซไม่ง่าย คือ พื้นที่นี้อยู่นอกเขตควบคุมของไทย เป็นเขตทหารสำคัญ มีการลาดตระเวนหนาแน่นจากอิหร่าน สหรัฐฯ และชาติอื่นๆ การบุกรุกอาจนำไปสู่ความขัดแย้งใหญ่ ผู้ประกอบการเรือพาณิชย์จึงควรวางแผนความปลอดภัยลูกเรือให้ดีที่สุดก่อนเดินทางเส้นทางนี้

สยบข่าวลือสหรัฐฯ ขอใช้อู่ตะเภาเป็นฐานทัพ

อีกประเด็นร้อนคือกระแสข่าวที่สหรัฐอเมริกาขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานทัพ ผบ.ทร. ชี้แจงชัดเจนว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการประสานใดๆ สนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินมิตรภาพ เปิดให้ทุกประเทศใช้จอดพักหรือต่อเครื่อง เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ แต่ไม่เคยถูกใช้เป็นฐานยุทธวิธี ส่วนฐานทัพเรือพังงายิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะน้ำตื้น เรือใหญ่ของไทยเองยังต้องขุดร่องน้ำถึงจะเข้าได้ กองทัพเรือยืนยันไม่มีนโยบายให้ชาติใดใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร

ความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี

กองทัพเรือไทยประสานงานใกล้ชิดกับกองทัพเรือโอมานตั้งแต่เกิดเหตุ โดยอาศัยความสัมพันธ์อันดีจากการสนับสนุนดูงานต่อเรือที่อู่มาร์ซันในไทย รวมถึงความร่วมมือในเวทีประชุมกองทัพเรือมิตรประเทศ โอมานยืนยันจะช่วยเต็มที่ ไม่ยกเลิกการติดตาม ไทยกำลังหาช่องทางเข้าไปตรวจสอบสถานะลูกเรือ ขอให้ทุกฝ่ายอดทนรอผล

  • ประสานงานกับโอมานอย่างต่อเนื่อง
  • ใช้ระบบ MISS ติดตามเรือ
  • อาศัยความสัมพันธ์ทวิภาคีในตะวันออกกลาง
  • ฝึกอบรมลูกเรือให้พร้อมเอาชีวิตรอด

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการทูตทางทหารและเครือข่ายระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทเรียนจากเหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซเคยเป็นจุด nóngทางการเมืองมานาน ด้วยปริมาณน้ำมันผ่านวันละ 20% ของโลก เหตุโจมตีเรือพาณิชย์เกิดขึ้นบ่อย สร้างความเสี่ยงให้ลูกเรือทั่วโลก ไทยควรเพิ่มมาตรการฝึกซ้อมและประกันภัยให้เข้มข้นขึ้น

สรุปแล้ว การชี้แจงจาก ผบ.ทร. ไม่เพียงสยบข่าวลือ แต่ยังสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้แสดงพลังของกองทัพเรือไทยในการดูแลพลเรือนไทยทั่วโลก คุณล่ะคิดอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามอัพเดทข่าวเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ผบ.ทร. แจงใช้เจ็ตสกีเข้าช่องแคบฮอร์มุซไม่ง่าย พร้อมสยบลือสหรัฐฯ ขอใช้อู่ตะเภา

รมว.กต. เตรียมอพยพคนไทยอิหร่าน ปัดข่าวสหรัฐอู่ตะเภา

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในโซเชียลกับ รมว.กต. เตรียมพร้อมอพยพคนไทยในอิหร่าน ปัดข่าวสหรัฐฯ ขอใช้อู่ตะเภาเป็นฐานทางทหาร กันครับ สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนัก โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้คนไทยที่อยู่ที่นั่นหลายร้อยคนต้องกังวลใจ รัฐบาลไทยจึงรีบเคลื่อนไหวทันทีเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

รมว.กต. เตรียมพร้อมอพยพคนไทยในอิหร่าน ปัดข่าวสหรัฐฯ ขอใช้อู่ตะเภาเป็นฐานทางทหาร

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้ออกมาแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลตอนบ่าย หลังจากมีกระแสข่าวลือหนาหูว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำไทย เข้าพบนายกฯ เพื่อขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารในการสู้รบกับอิหร่าน รมว.กต. ชี้แจงชัดเจนว่า ไม่มีเรื่องนั้นเลย การพูดคุยเมื่อวันที่ 4 มีนาคม เป็นแค่การอัปเดตความสัมพันธ์ การค้า และความร่วมมือด้านความมั่นคงตามปกติ เช่น การบินผ่านหรือเติมน้ำมัน ซึ่งไทยทำกับหลายประเทศอยู่แล้ว

รมว.กต. สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

แผนอพยพคนไทยจากอิหร่านอย่างเร่งด่วน

สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือความปลอดภัยของคนไทยในอิหร่าน ซึ่งมีประมาณ 200 กว่าคน รมว.กต. เผยว่าหารือกับทูตอิหร่านประจำไทยแล้ว และเตรียมแผนอพยพทั้งหมด โดยจะเดินทางทางบกจากกรุงเตหะรานไปยังชายแดนตุรกี แผนนี้ประสานกับสถานทูตไทยในอิหร่าน สถานทูตอิหร่านในไทย รวมถึงสหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อให้เส้นทางปลอดภัยจากพื้นที่สู้รบ เพราะถือเป็นเรื่องมนุษยธรรมล้วนๆ ไม่ว่าจะอพยพวันไหน ก็พร้อมจัดให้คนที่อยากออกมาก่อน

นอกจากนี้ ยังมีคนไทยในแถบตะวันออกกลางทั้งหมดกว่า 100,000 คน รัฐบาลจึงต้องเร่งดูแลให้ครบถ้วน สถานการณ์แบบนี้ทำให้เรานึกถึงบทบาทของการทูตไทยที่มักยึดหลักสันติภาพ ไม่เลือกข้างในความขัดแย้งใหญ่ๆ

จุดยืนชัดเจน 4 ประการของประเทศไทย

รมว.กต. ย้ำจุดยืนของไทยแบบชัดๆ ไม่กำกวม มี 4 ข้อหลัก ดังนี้

  • อันดับ 1: ความปลอดภัยของคนไทยเป็น優先สูงสุด
  • อันดับ 2: ไทยไม่ใช่คู่กรณีในความขัดแย้งนี้
  • อันดับ 3: ต้องการแก้ปัญหาด้วยสันติภาพ การเจรจาทางการทูต ไม่ใช่วิธีทหาร
  • อันดับ 4: แก้ไขบนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ

ท่านยังโต้แย้งพวกที่วิจารณ์ว่าไทยไม่มีจุดยืน โดยบอกว่าถ้าอ่านถ้อยแถลงอย่างละเอียด จะเห็นว่าชัดเจนและเหมาะสมกับสถานการณ์ พอดี ไม่สุดโต่ง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ชาติ โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ต่างแดน

背景สถานการณ์ ตอนนี้สหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังปะทะกันหนัก จากประเด็นนิวเคลียร์และการแทรกแซงภูมิภาค ทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง ตลาดหุ้นผันผวนทั่วโลก ไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าและมีคนไปทำงานที่นั่นมาก จึงต้องระวังผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วย การที่ไทยยืนกรานไม่ให้ใช้ฐานทัพโจมตี แสดงถึงนโยบายอิสระ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ซึ่งเป็นจุดแข็งของการทูตไทยมานาน

เพื่อนๆ ลองคิดดูนะครับ ถ้าเป็นคุณ มีคนครอบครัวอยู่ที่นั่น คุณอยากให้รัฐบาลทำยังไง? การเตรียมอพยพแบบนี้เป็นข่าวดีมาก แสดงว่ารัฐไม่นิ่งนอนใจ

สุดท้าย จากมุมมองผม จุดยืนของ รมว.กต. เตรียมพร้อมอพยพคนไทยในอิหร่าน ปัดข่าวสหรัฐฯ ขอใช้อู่ตะเภาเป็นฐานทางทหาร นี้น่าชื่นชม เพราะเน้นมนุษยธรรมและสันติภาพก่อนเสมอ หวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเร็วๆ นี้ เพื่อให้ทุกคนกลับบ้านปลอดภัย

คุณมีความเห็นยังไงกับเรื่องนี้? คิดว่าจุดยืนไทยถูกต้องไหม คอมเมนต์มาบอกกันได้เลยครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจข่าวต่างประเทศ!

ที่มา – รมว.กต. เตรียมพร้อมอพยพคนไทยในอิหร่าน ปัดข่าวสหรัฐฯ ขอใช้อู่ตะเภาเป็นฐานทางทหาร

Scroll to top