สภากรุงเทพมหานคร

ปชป. เตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค.

ปชป. เตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค. นี้ แย้มเป็นผู้ชาย อายุไม่ถึง 60 ปี บุคลิกดี สวัสดีครับเพื่อนๆ คนกรุงเทพฯ ทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวการเมืองท้องถิ่นที่น่าติดตามมาฝากกัน พรรคประชาธิปัตย์ หรือ ปชป. กำลังเคลื่อนไหวร้อนแรง เตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้ให้สัมภาษณ์แบบแย้มๆ ว่าผู้สมัครคนนี้เป็นผู้ชาย อายุยังไม่ครบ 60 ปี มีบุคลิกภาพดี และมีประวัติการทำงานที่น่าจับตามอง

ปชป. เตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค.

ข่าวนี้มาจากการให้สัมภาษณ์ของ “อภิสิทธิ์” ก่อนเข้าร่วมการปฐมนิเทศผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ของพรรค เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 พรรคปชป. ยืนยันความพร้อมเต็มสูบ ทั้งทีมงาน นโยบาย และผู้สมัคร โดยเน้นย้ำว่าพร้อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับชาวกรุงเทพฯ ที่กำลังเผชิญปัญหาหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการจราจรติดขัด น้ำท่วม สิ่งแวดล้อม หรือการพัฒนาเมืองให้ทันสมัย

อภิสิทธิ์ยังชูจุดเด่นของพรรคที่มุ่งมั่นสร้างเอกภาพในทีมผู้สมัครสก. ครบทุกเขต ซึ่งผ่านการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว การปฐมนิเทศครั้งนี้เป็นการซักซ้อมความเข้าใจเรื่องกฎหมายเลือกตั้งและกรอบการทำงานของพรรค เพื่อให้ทุกคนพร้อมลุยรับใช้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ พรรคไม่กังวลเรื่องคู่แข่ง แต่โฟกัสที่การนำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนกรุง

คุณสมบัติเด่นของผู้สมัครที่ปชป. แย้มเบาๆ

จากที่แย้มออกมา ผู้สมัครปชป. คนนี้ตอบโจทย์ภาพลักษณ์ผู้นำท้องถิ่นได้ดีทีเดียว เป็นผู้ชายวัยทำงาน มีบุคลิกดี อายุน้อยกว่า 60 ปี ซึ่งน่าจะนำพลังงานสดใหม่มาสู่การบริหารกทม. ที่ต้องการความคล่องตัวและนวัตกรรม นอกจากนี้ยังมีประวัติการทำงานที่น่าสนใจ ซึ่งคาดว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเต็มๆ ในวันเปิดตัว

ย้อนดูอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ก่อตั้งมานานกว่า 80 ปี ผู้ก่อตั้งเคยเขียนไว้ชัดเจนว่า “รัฐควรกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมากที่สุด” สมัยนั้นยังไม่มี อบจ. อบต. หรือผู้ว่าฯ ที่เลือกตั้งด้วยซ้ำ แต่ปชป. คือพรรคที่ผลักดันกฎหมายบริหารราชการกทม. พ.ศ. 2528 จนเป็นรากฐานมาถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องระหว่างแนวคิดพรรคกับการเมืองท้องถิ่น

นโยบายที่คาดหวังจากปชป. ในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

แม้ยังไม่เปิดตัว แต่จากท่าทีของอภิสิทธิ์ คาดว่านโยบายจะเน้นแก้ปัญหาเรื้อรังของกทม. เช่น การจัดการจราจรด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ครบวงจร การป้องกันน้ำท่วมด้วยโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ การพัฒนาสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริการประชาชน เช่น แอปพลิเคชันแจ้งปัญหาแบบเรียลไทม์ ทีมสก. ที่ครบทีมจะช่วยเสริมพลังให้ผู้ว่าฯ ทำงานได้เต็มที่

การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญ เพราะกทม. คือหัวใจเศรษฐกิจของประเทศ ชาวกรุงกว่า 10 ล้านคนรอคอยผู้นำที่เข้าใจปัญหาและมีวิสัยทัศน์ ปชป. ที่มีประสบการณ์ยาวนานในเวทีท้องถิ่น ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือ เปรียบเทียบกับพรรคอื่นๆ ที่กำลังเคลื่อนไหว เช่น พรรคเพื่อไทย หรือก้าวไกล ที่มีผู้สมัครเด่นๆ ออกมาแล้ว

  • จุดแข็งของปชป.: อุดมการณ์ชัดเจน ประสบการณ์บริหารท้องถิ่น
  • ทีมสก. ครบทุกเขต พร้อมสนับสนุนผู้ว่าฯ
  • นโยบายตอบโจทย์คนกรุง เช่น จราจร น้ำท่วม สิ่งแวดล้อม
  • ผู้สมัครบุคลิกดี อายุน้อย พลังเยาว์

ในมุมมองของผม ปชป. เตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค. ครั้งนี้ น่าจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้วงการการเมืองได้ไม่น้อย เพราะรายละเอียดที่แย้มมามีเสน่ห์น่าติดตาม ชาวกรุงเทพฯ ควรศึกษาทุกทางเลือกให้ดี เพื่อเลือกผู้นำที่ใช่จริงๆ คุณคิดว่าผู้สมัครคนนี้จะเป็นใคร? ติดตามอัปเดตข่าวสารการเลือกตั้งกทม. และนโยบายจากพรรคต่างๆ ได้ที่บล็อกนี้เลยนะครับ!

ที่มา – ปชป. เตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่า ฯ กทม. 16 พ.ค. นี้ แย้มเป็นผู้ชาย อายุไม่ถึง 60 ปี บุคลิกดี

ประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์ อดีต สก.ดอนเมือง 3 สมัย

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เราจะมาสำรวจประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์ หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “สก.หนุ่ย” อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตดอนเมืองถึง 3 สมัยเลยทีเดียว รอบนี้คุณหนุ่ยหวนคืนวงการการเมืองท้องถิ่น ประกาศลงชิง สก.เขตดอนเมืองอีกครั้งแบบอิสระ ไม่สังกัดพรรคใดๆ หลังจากลองไปลุยระดับชาติแล้วก็น่าจะมีประสบการณ์เพียบมาบริการชาวดอนเมืองแน่นอน

การเลือกตั้ง สก. กทม. กำลังจะมาถึงในวันที่ 28 มิถุนายน 2567 นี้แล้วนะครับ กกต. เปิดรับสมัคร 28 พ.ค. – 1 มิ.ย. 2567 และตอนนี้ว่าที่ผู้สมัครเริ่มโผล่เพียบ โดยเฉพาะประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์ที่เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ลงพื้นที่พบปะประชาชน แถมมีแฮชแท็ก #เพื่อนกนกนุช เรียกเสียงฮือฮาได้ดี

ประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์

คุณหนุ่ยหรือนางกนกนุช กลิ่นสังข์ เกิดวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2501 ปัจจุบันอายุ 65 ปี (คำนวณตามปี 2567) จบการศึกษาปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พื้นฐานด้านรัฐศาสตร์แน่นๆ ทำให้เหมาะกับงานการเมืองท้องถิ่นสุดๆ

ประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์ ในเส้นทางอาชีพ

เริ่มจากประสบการณ์หลักคือการเป็น สก.เขตดอนเมือง 3 สมัยติดต่อกัน:

  • สมัยที่ 1: พ.ศ. 2549 – 2553
  • สมัยที่ 2: พ.ศ. 2555 – 2557
  • สมัยที่ 3: พ.ศ. 2562 – 2566 (สังกัดพรรคเพื่อไทย)

นอกจากนี้ยังเคยเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการตลาดนัดกรุงเทพ (2553-2555) ผู้สมัคร ส.ส.เขตดอนเมือง และเลขานุการคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ ฯลฯ สภาผู้แทนราษฎร เรียกได้ว่าประสบการณ์หลากหลายทั้งท้องถิ่นและระดับชาติ

ผลงานเด่นของ กนกนุช กลิ่นสังข์ ในสภา กทม.

ที่สำคัญคือบทบาทในสภา กทม. คุณหนุ่ยมีส่วนร่วมคณะกรรมการมากมาย โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข การศึกษา และการเงินงบประมาณ

คณะกรรมการสามัญ (ปี 2565-2566):

  • กรรมการคณะกรรมการตรวจรายงานการประชุม
  • ประธานกรรมการคณะกรรมการการสาธารณสุข – ผลักดันเรื่องสุขภาพประชาชน เช่น ทุนวิจัยแพทย์
  • กรรมการคณะกรรมการการศึกษา
  • กรรมการคณะกรรมการกิจการสภา

คณะกรรมการวิสามัญ: นี่คือจุดเด่นที่ยาวเหยียด แสดงถึงความขยัน!

ปี 2565:

  • ประธานคณะวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติทุนส่งเสริมการวิจัยทางการแพทย์สาธารณสุข
  • กรรมการศึกษาปัญหาสัตว์จรจัด
  • กรรมการงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2566
  • และอีกหลายคณะ

ปี 2566: ประธานหลายคณะ เช่น ค่าใช้จ่ายเดินทางราชการ, การเรียนแพทย์เฉพาะทาง, พัฒนาทรัพย์สินสาธารณะ, ซ่อมไฟฟ้าส่องสว่าง, โรงพยาบาลครอบคลุมกรุงเทพฯ, เทคโนโลยี IOT ระบายน้ำ, รถไฟฟ้าสีเขียว, น้ำท่วม ฯลฯ รวมกว่า 15 คณะ!

ปี 2567: ยังคง active ต่อ เช่น รองประธานพิจารณางบสะพานเกียกกาย, บริการยุติตั้งครรภ์, ชุมชนเข้มแข็งเศรษฐกิจพอเพียง

เรียกได้ว่าประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์เต็มไปด้วยผลงานที่ช่วยแก้ปัญหาชีวิตประจำวันของคนกรุง โดยเฉพาะดอนเมืองที่เธอรัก

ก้าวล่าสุดในประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์

วันที่ 12 ธันวาคม 2566 (ปรับตามบริบท) คุณหนุ่ยลาออกจากพรรคเพื่อไทย ย้ายไปพรรคโอกาสใหม่ ลง ส.ส.ดอนเมือง 8 กุมภาพันธ์ 2566 แต่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง คราวนี้เลยกลับมาที่ถนัด คือ สก.ดอนเมือง แบบอิสระ เพื่อทำงานให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น

จากประสบการณ์ยาวนานแบบนี้ ชาวดอนเมืองคงมั่นใจได้ว่าถ้าเลือก สก.หนุ่ย จะช่วยผลักดันเรื่องสาธารณสุข การศึกษา น้ำท่วม รถไฟฟ้า และงบประมาณให้เขตดีขึ้นแน่นอน

สรุปแล้ว ประวัติ กนกนุช กลิ่นสังข์คือตัวอย่างของนักการเมืองท้องถิ่นที่ทุ่มเท เปลี่ยนพรรคแต่ใจเพื่อประชาชนไม่เปลี่ยน ถ้าคุณเป็นคนดอนเมือง ลองติดตามการหาเสียงของเธอ แล้วไปโหวตเลือกตั้ง สก.กทม. 28 มิ.ย. นี้กันนะครับ! เสียงคุณสำคัญต่ออนาคตเขตเรา

ที่มา – ประวัติ “กนกนุช กลิ่นสังข์” อดีต สก.เขตดอนเมือง 3 สมัย รอบนี้ประกาศลงชิง สก. ในนามอิสระ

“ประเสริฐ” ย้ำ อนุโลมไม่ต้องซื้อชุดลูกเสือเต็มรูปแบบ

“ประเสริฐ” ย้ำ อนุโลมไม่ต้องซื้อชุดลูกเสือเต็มรูปแบบ เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะผู้ปกครองนักเรียนที่ต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดลูกเสือ นโยบายนี้จากกระทรวงศึกษาธิการมาช่วยลดภาระได้ไม่น้อยเลยครับ

“ประเสริฐ” ย้ำ อนุโลมไม่ต้องซื้อชุดลูกเสือเต็มรูปแบบ

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยยืนยันชัดเจนว่า ไม่ได้ยกเลิกเครื่องแบบลูกเสือ แต่เป็นการอนุโลมให้โรงเรียนไม่จำเป็นต้องจัดซื้อชุดลูกเสือแบบเต็มรูปแบบเท่านั้น นักเรียนสามารถใช้วิธีผสมผสานได้ เช่น สวมผ้าพันคอและหมวกลูกเสือคู่กับชุดนักเรียนประจำวันหรือชุดพละ ซึ่งถือเป็นข้อยกเว้นที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

นโยบายนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ปกครองที่บ่นถึงค่าใช้จ่ายสูงในการซื้อชุดลูกเสือหลายชุด ไม่ว่าจะเป็นชุดธรรมดา ชุดกองเกียรติยศ หรือชุดพิธีการต่างๆ ที่ต้องใช้งบประมาณหลักพันบาทต่อคน ก่อนหน้านี้หลายโรงเรียนบังคับให้ซื้อเต็มยศ สร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวยากจน

กรณีพิเศษ: ลูกเสือกองเกียรติยศยังต้องเต็มยศ

อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกเสือกองเกียรติยศ ยังคงต้องแต่งกายเต็มรูปแบบตามระเบียบเดิม เพราะเป็นส่วนที่แสดงถึงเกียรติยศและความภาคภูมิใจ ไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมายใหม่ แต่เป็นเพียงการแจ้งเวียนภายในกระทรวงศึกษาธิการไปยังหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โรงเรียนอาชีวะ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และโรงเรียนเอกชน

รมว.ศึกษาธิการ ยังมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียนตัดสินใจตามความเหมาะสมของสถานศึกษาแต่ละแห่ง หากโรงเรียนไม่ปฏิบัติตามนโยบายและมีข้อร้องเรียนจากผู้ปกครอง ผู้อำนวยการต้องรับผิดชอบเต็มๆ เพราะถือว่ากระทรวงได้แจ้งนโยบายชัดเจนแล้ว

  • ไม่ยกเลิกชุดลูกเสือ แต่ยืดหยุ่นการจัดซื้อ
  • อนุโลมผ้าพันคอ + หมวก กับชุดนักเรียน/ชุดพละ
  • ลูกเสือกองเกียรติยศยังเต็มยศ
  • มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียน
  • ไม่ทำตามต้องรับผิดชอบหากมีร้องเรียน

พรรคเพื่อไทยกับการส่งผู้สมัคร สก.

ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ ยังถูกถามถึงความคืบหน้าการส่งผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) โดยยอมรับว่าพรรคยังไม่มีนโยบายส่งผู้สมัครอย่างเป็นทางการ แต่มีสมาชิกพรรคบางคนที่อยากลงสมัครและใช้ชื่อพรรคเพื่อไทยในการหาเสียง พรรคไม่ขัดข้องอะไร และยังไม่มีการเปิดตัวผู้สมัคร

ประเด็นนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของพรรคเพื่อไทยที่ให้อิสระแก่สมาชิกในการลงพื้นที่หาเสียง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่การเมืองท้องถิ่นมีความเข้มข้น พรรคอาจรอจังหวะเหมาะสมก่อนตัดสินใจส่งตัวเต็มตัว

นโยบายอนุโลมชุดลูกเสือนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดภาระการศึกษา ทำให้การเรียนรู้เรื่องลูกเสือซึ่งเป็นวิชาที่ฝังรากในระบบการศึกษาไทย ยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่สร้างแรงกดดันทางการเงิน นอกจากนี้ ยังช่วยให้โรงเรียนบริหารจัดการงบประมาณได้ดีขึ้น สามารถนำเงินไปพัฒนาด้านอื่นๆ เช่น อุปกรณ์การเรียนหรือกิจกรรมเสริมทักษะ

จากมุมมองผู้เขียน นโยบายนี้ฉลาดมาก เพราะรักษาเอกลักษณ์ลูกเสือไทยไว้ ขณะเดียวกันก็ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยที่เศรษฐกิจยากลำบาก ผู้ปกครองหลายคนน่าจะโล่งใจ หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือครู ลองแชร์ประสบการณ์การใช้ชุดลูกเสือในโรงเรียนของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนความเห็นกัน!

ที่มา – “ประเสริฐ” ย้ำ อนุโลมไม่ต้องซื้อชุดลูกเสือเต็มรูปแบบ ไม่ชี้ชัดเพื่อไทยส่งผู้สมัคร สก.

ปชน. ไล่ไทม์ไลน์สื่อสาร กทม. ปมโรงขยะอ่อนนุช 25 ครั้ง

ปชน. ไล่ไทม์ไลน์สื่อสาร กทม. ปมโรงขยะอ่อนนุชไม่น้อยกว่า 25 ครั้ง เป็นประเด็นร้อนที่ สส.ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ จากพรรคประชาชน ได้โพสต์เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก โดยย้ำว่าปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงกำจัดขยะอ่อนนุชในเขตประเวศ กรุงเทพฯ ได้รับการสื่อสารอย่างเป็นทางการไปยัง กทม. มากถึง 25 ครั้ง และไม่รวมการโพสต์ส่วนตัวหรือการประสานงานอื่นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ปัญหาโรงขยะอ่อนนุชนี้สร้างผลกระทบรุนแรงต่อชาวบ้านในพื้นที่ โดยกลิ่นเหม็นอบอวลลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ส่งผลให้ประชาชนใช้ชีวิตประจำวันลำบาก สุขภาพหายใจติดขัด และคุณภาพชีวิตถดถอยมานานหลายปี แม้ กทม. จะรับทราบปัญหานี้ผ่านช่องทางหลากหลาย แต่การแก้ไขยังล่าช้า จน สส.ณัฐพงศ์ ต้องออกมาไล่ไทม์ไลน์เพื่อย้ำเตือน

ปชน. ไล่ไทม์ไลน์สื่อสาร กทม. ปมโรงขยะอ่อนนุชไม่น้อยกว่า 25 ครั้ง

การสื่อสารทั้งหมดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปี 2569 โดยเฉพาะการหารือตรงกับ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ถึง 6 ครั้ง ร่วมกับ สก.เนอส หรือ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ พรรคประชาชน นอกจากนี้ยังมีการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ปรึกษาหารือในสภา ส่งหนังสือจากสภาไปยัง กทม. และลงพื้นที่ตรวจสอบจริง

ไทม์ไลน์ปี 2566: จุดเริ่มต้นการผลักดัน

  • 6 มิถุนายน 2566: พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ สส.กทม. พบผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่เสาชิงช้า นำเสนอปัญหาโรงขยะอ่อนนุช
  • 28 กันยายน 2566: ตั้งกระทู้ถามนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย
  • 11 ตุลาคม 2566: ปรึกษาหารือในสภา ส่งหนังสือถึง กทม.
  • 20 พฤศจิกายน 2566: พูดคุยกับผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่เสาชิงช้า
  • 4 ธันวาคม 2566: ประชุมกับสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ที่ดินแดง

ไทม์ไลน์ปี 2567: ติดตามไม่หยุดยั้ง

  • เมษายน 2567: สอบถามผู้ว่าฯ ในกมธ.งบประมาณ
  • 8 สิงหาคม 2567: ปรึกษาหารือสภา ส่งหนังสือติดตามครั้งที่ 2
  • 26 กันยายน 2567: ติดตามครั้งที่ 3
  • 17 ธันวาคม 2567: หารือผู้ว่าฯ ที่เสาชิงช้า
  • 21 ธันวาคม 2567: ประชุมกับที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมที่ศูนย์อ่อนนุช

ไทม์ไลน์ปี 2568: เร่งลงพื้นที่จริง

  • 30 มกราคม 2568: ติดตามสภา ครั้งที่ 4
  • 4 มีนาคม 2568: ประชุมกก.ความสะอาด สก.เนอส
  • 6 มีนาคม 2568: กระทู้ถามน.ส.ธีรรัตน์ รมช.มหาดไทย
  • 23 เมษายน 2568: กมธ.สิ่งแวดล้อม พรรคประชาชน
  • 16 กรกฎาคม 2568: สก.เนอส ถามสภา กทม. และสภาฯ ติดตามครั้งที่ 5
  • 8 สิงหาคม 2568: ตรวจโรงรับขยะภายใน
  • 25 สิงหาคม 2568: กมธ.ติดตามงบฯ ลงพื้นที่ประเวศ
  • 26 กันยายน 2568: ดูพื้นที่รับขยะปลายทาง พนมสารคาม
  • 2 พฤศจิกายน 2568: สัมมนา “คืนลมหายใจให้อ่อนนุช”

ไทม์ไลน์ปี 2569: ล่าสุดยังไม่จบ

  • 13 กุมภาพันธ์ 2569: ประชุมศูนย์อ่อนนุช
  • 19 กุมภาพันธ์ 2569: ประชุมโรง 800 ตัน
  • 6 มีนาคม 2569: ตรวจโรงปรับปรุง
  • 17 มีนาคม 2569: ดูเตาเผาใหม่
  • 9 เมษายน 2569: สก.เนอส ถามสภา กทม.

จากไทม์ไลน์ทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความพยายามต่อเนื่องของ สส.ณัฐพงศ์ ที่ไม่ยอมแพ้ แม้ กทม. จะรับทราบแต่การแก้ปัญหายังไม่เด็ดขาด ปัญหาโรงขยะอ่อนนุชไม่ใช่แค่กลิ่นเหม็น แต่กระทบสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชน การจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกรุงเทพฯ ในยุคปัจจุบัน

ในมุมมองของผู้เขียน ปัญหานี้สมควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนตั้งนานแล้ว ไม่ใช่รอจนประชาชนเดือดร้อนหนัก หาก กทม. ลงมือจริงจังด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เช่น ระบบเผาไหม้ขยะมาตรฐานสากล หรือย้ายศูนย์ไปพื้นที่เหมาะสม จะช่วยคืนคุณภาพชีวิตให้ชาวอ่อนนุชได้ทันที คุณคิดอย่างไรกับปัญหานี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสารสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – ปชน. ไล่ไทม์ไลน์สื่อสาร กทม. ปมโรงขยะอ่อนนุชไม่น้อยกว่า 25 ครั้ง

Scroll to top