สหรัฐอเมริกา

เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและเลบานอนยังคงตึงเครียด โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า จะไม่หยุดการโจมตี แม้จะมีคำสั่งให้เริ่มเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลเลบานอนเพื่อปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ก็ตาม ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง

เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 นายเบนจามิน เนทันยาฮู ได้เผยแพร่ข้อความวิดีโอในเย็นวันพฤหัสบดี โดยย้ำว่าอิสราเอลจะไม่หยุดยิงเลบานอน “ผมต้องการบอกพวกคุณว่า ไม่มีการหยุดยิงในเลบานอน เรากำลังเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างรุนแรงต่อไป และเราจะไม่หยุดจนกว่าจะฟื้นฟูความปลอดภัยให้พวกคุณได้” เนทันยาฮูกล่าวอย่างหนักแน่น

แม้จะมีแผนเจรจาโดยตรง แต่เนทันยาฮูชี้แจงว่า การเจรจานี้มีเป้าหมายเพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์และสร้าง “ข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนและเป็นประวัติศาสตร์” เขายังภูมิใจที่เคยทำข้อตกลงสันติภาพกับประเทศอาหรับมาแล้ว 4 ฉบับ และพร้อมทำเพิ่มเติม

คำตอบโต้จากเลบานอน

ฝั่งเลบานอนไม่ยอมง่ายๆ เจ้าหน้าที่เลบานอนให้สัมภาษณ์ CNN ว่า “จะไม่มีการเจรจาภายใต้ห่ากระสุน” เพื่อปฏิเสธแผนเจรจาของอิสราเอล ในวันเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยังคงโจมตีต่อเนื่อง และออกคำสั่งอพยพใหม่ในพื้นที่ตอนใต้ของเบรุต

ไทม์ไลน์เหตุการณ์ล่าสุด

  • วันพุธ: อิสราเอลเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่ม สังหารผู้ก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์กว่า 300 ราย บาดเจ็บ 1,150 ราย เป้าหมายคือศูนย์บัญชาและฐานที่มั่น 100 แห่ง
  • วันพฤหัสบดี: เนทันยาฮูสั่งเริ่มเจรจา แต่ยืนยันไม่หยุดยิง
  • ปัจจุบัน: การโจมตียังดำเนินต่อไป สถานการณ์มนุษยธรรมย่ำแย่

ความขัดแย้งนี้มีรากเหง้าจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งอิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามหลัก การโจมตีล่าสุดทำให้พลเรือนเลบานอนได้รับผลกระทบหนัก สร้างแรงกดดันจากนานาชาติให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง แต่เนทันยาฮูยืนกรานเพื่อความมั่นคงของอิสราเอล

นอกจากนี้ อิสราเอลยังคงเสริมกำลังทหารบริเวณชายแดนเลบานอน เพื่อป้องกันการตอบโต้จากฮิซบอลเลาะห์ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การเจรจาครั้งนี้อาจนำไปสู่สันติภาพระยะยาว หากเลบานอนยอมปลดอาวุธกลุ่มติดอาวุธได้ แต่ในเบื้องต้น เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว อิสราเอลรายงานว่าปฏิบัติการนี้ประสบความสำเร็จในการทำลายโครงสร้างฮิซบอลเลาะห์ ขณะที่เลบานอนเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้าแทรกแซง

ผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง

  • เพิ่มความตึงเครียดกับอิหร่าน ผู้สนับสนุนฮิซบอลเลาะห์
  • กระทบเศรษฐกิจเลบานอนที่ย่ำแย่อยู่แล้ว
  • อาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่ หากไม่มีการเจรจาที่แท้จริง

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การตัดสินใจของเนทันยาฮูสะท้อนยุทธศาสตร์ “ต่อสู้ไปพร้อมเจรจา” ซึ่งเคยใช้สำเร็จในอดีต แต่เสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติม

ติดตามสถานการณ์ข่าวต่างประเทศแบบเรียลไทม์ และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง สนับสนุนเราด้วยการแชร์บทความนี้เพื่อให้คนไทยรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง!

ที่มา – เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน

เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน เป็นประเด็นที่กำลังสร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองและความมั่นคงโลก เมื่อเลขาธิการใหญ่นาโตออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนต่อสาธารณะ สะท้อนถึงความสามัคคีของพันธมิตรตะวันตกในยามวิกฤตครั้งใหญ่

เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน

วันที่ 9 เมษายน 2569 นายมาร์ค รุตเต เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ได้แถลงข่าวที่กรุงวอชิงตัน โดยยืนยันว่าพันธมิตรนาโตไม่ได้นิ่งนอนใจต่อภัยคุกคามจากอิหร่าน และกำลังให้การสนับสนุนสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มกำลังตามคำร้องขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แม้ในช่วงแรกจะมีความล่าช้าจากบางประเทศ แต่ปัจจุบันทุกฝ่ายต่างเร่งมือเต็มที่

“ให้ความเป็นธรรมกับพันธมิตรด้วยครับ พวกเขาตกใจไม่น้อย เพราะทรัมป์เลือกเก็บความลับการโจมตีระลอกแรกเพื่อความสำเร็จในการจู่โจมแบบเซอร์ไพรส์” รุตเตกล่าวอย่างเข้าใจ พร้อมชื่นชมว่าปัจจุบัน “พันธมิตรทุกประเทศกำลังทำทุกอย่างที่สหรัฐร้องขอ แทบไม่มีข้อยกเว้น”

บริบทของสงครามสหรัฐ-อิหร่าน

สงครามครั้งนี้ปะทุขึ้นจากความตึงเครียดเรื่องนิวเคลียร์และการโจมตีทางทะเล โดยสหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ได้ตอบโต้การกระทำของอิหร่านอย่างเด็ดขาด สร้างแรงกดดันให้พันธมิตรยุโรปต้องเลือกข้าง ทรัมป์เคยวิจารณ์นาโตว่าล้าหลังและไม่แบ่งปันภาระ แต่ล่าสุดรุตเตยืนยันว่า เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน จริง โดยเฉพาะในภารกิจช่องแคบฮอร์มุซที่สำคัญต่อการค้าทั่วโลก

  • สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำในการรับประกันเส้นทางเดินเรือ
  • นาโตพร้อมส่งกำลังหากจำเป็น
  • ยุโรปเพิ่มการสนับสนุนอาวุธและข่าวกรอง

บทบาทสำคัญของนาโตในวิกฤต

นาโตแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะมีส่วนร่วมหากสามารถทำได้ โดยรุตเตชื่นชมนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรที่นำกลุ่มพันธมิตรนานาชาติ “ถ้านาโตช่วยได้ เราจะช่วยแน่นอน” เขากล่าว หลังจากเพิ่งเข้าเฝ้าทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันก่อน และสนทนาอย่างตรงไปตรงมาด้วยความเป็นเพื่อน แม้ทรัมป์จะโพสต์วิจารณ์นาโตใน Truth Social ต่อไป

สถานการณ์นี้ไม่เพียงยืนยันความแข็งแกร่งของนาโต แต่ยังแสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับการหนุนหลังจากพันธมิตรอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในขณะที่อิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันจากทุกทิศทาง การสนับสนุนนี้ช่วยให้สหรัฐมีข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์มหาศาล

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการที่ เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน จะช่วยลดความเสี่ยงการขยายวงสงคราม และอาจนำไปสู่การเจรจาสันติภาพในอนาคต แต่ต้องจับตาการตอบโต้จากอิหร่านและพันธมิตรอย่างรัสเซีย

สำหรับประเทศไทย สถานการณ์นี้กระทบราคาน้ำมันและการค้าทั่วโลกโดยตรง รัฐบาลควรติดตามใกล้ชิดเพื่อปรับนโยบายพลังงานให้ทันท่วงที

มุมมองของผู้เขียน: การยืนยันจากเลขาฯ นาโตนี้เป็นสัญญาณบวกต่อความมั่นคงโลก แสดงว่าพันธมิตรตะวันตกยังคงเป็นปึกแผ่น แม้จะมีความขัดแย้งภายใน แนะนำให้ผู้อ่านติดตามพัฒนาการต่อไป เพราะอาจเปลี่ยนโฉมหน้าแผนที่โลกได้

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่: ไทยรัฐต่างประเทศ

ที่มา – เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน

เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นที่สนใจของโลก หลังจากนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศสั่งการให้เริ่มการเจรจาระดับสูงทันที

เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 หรือ ค.ศ. 2026 นายเบนจามิน เนทันยาฮู ได้ออกแถลงการณ์สำคัญ โดยระบุว่าอิสราเอลพร้อมเปิดการ “เจรจาโดยตรง” กับเลบานอนอย่างเร่งด่วนที่สุด มุ่งเป้าหมายหลักคือการปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามหลักต่อความมั่นคงของอิสราเอลมานานหลายทศวรรษ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการสร้างความสัมพันธ์อันสันติภาพระหว่างสองประเทศเพื่ออนาคตที่มั่นคง

“เลบานอนได้ร้องขอให้มีการเจรจาโดยตรงหลายครั้ง และเมื่อวานนี้ผมจึงสั่งการให้คณะรัฐมนตรีเริ่มกระบวนการทันที” เนทันยาฮูกล่าวในแถลงการณ์ เขายังขานรับถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีเลบานอนที่เรียกร้องให้กรุงเบรุตเป็นเขตปลอดทหาร ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับการเจรจาครั้งนี้

พื้นหลังความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้กลายเป็นคู่ขัดแย้งหลักของอิสราเอล โดยเฉพาะหลังจากสงครามในเลบานอนปี 2006 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับพัน กลุ่มนี้ครอบครองอาวุธขั้นสูง รวมถึงขีปนาวุธที่สามารถยิงถึงใจกลางอิสราเอลได้ ล่าสุด อิสราเอลถูกวิจารณ์จากนานาชาติหลังปฏิบัติการโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 182 ราย และบาดเจ็บ 890 ราย แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ และปากีสถานเป็นตัวกลาง แต่รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่าข้อตกลงไม่ครอบคลุมการกวาดล้างฮิซบอลเลาะห์

  • การเจรจาครั้งนี้มุ่งปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์อย่างสมบูรณ์
  • สร้างเขตปลอดทหารบริเวณชายแดน
  • พัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าทางการทูตระหว่างอิสราเอล-เลบานอน
  • รับประกันความมั่นคงให้ทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ฝั่งเลบานอนยังเงียบงันต่อข้อเสนอนี้ ซึ่งอาจเป็นเพราะแรงกดดันภายในจากฮิซบอลเลาะห์และอิหร่านที่อ้างว่าต้องปกป้องเลบานอนภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

หากการเจรจาสำเร็จ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในตะวันออกกลาง ลดความตึงเครียดชายแดน และเปิดทางให้เลบานอนฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ถ้าล้มเหลว อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ นักวิเคราะห์มองว่าอิสราเอลใช้โอกาสนี้กดดันเลบานอนให้ตัดขาดอิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์สนับสนุนเต็มที่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่ต้องจับตา เช่น บทบาทของนานาชาติอย่างสหประชาชาติ และกลุ่มอาหรับที่อาจเข้าแทรกแซง การเคลื่อนไหวของเนทันยาฮูครั้งนี้แสดงถึงกลยุทธ์ “สันติภาพผ่านความแข็งแกร่ง” ที่อิสราเอลยึดถือมาโดยตลอด

ในมุมมองของผู้เขียน การเจรจานี้มีโอกาสสำเร็จสูง หากเลบานอนยอมรับข้อเสนอเขตปลอดทหาร มันจะเป็นชัยชนะทางการเมืองของเนทันยาฮูท่ามกลางแรงกดดันภายในประเทศ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

ปากีสถานจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน เสี่ยงดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนัก เมื่อปากีสถานจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน เสี่ยงดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม ย้ำรวมเลบานอนอยู่ในดีล ล่าสุด ปากีสถานในฐานะตัวกลางสำคัญในการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนอย่างรุนแรง โดยยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวกำลังบ่อนทำลายกระบวนการสันติภาพในภูมิภาค

ปากีสถานจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน เสี่ยงดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม ย้ำรวมเลบานอนอยู่ในดีล

กระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน ระบุชัดเจนในการแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนไม่เพียงแต่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังขัดขวางความพยายามของนานาชาติในการสร้างเสถียรภาพอีกด้วย ปากีสถานซึ่งมีบทบาทเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ย้ำว่าประเทศเลบานอนต้องได้รับการรวมอยู่ในข้อตกลงนี้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการปะทุของความขัดแย้ง

บทบาทสำคัญของปากีสถานในการเจรจา

ปากีสถานไม่ได้เป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ แต่เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการประชุมระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่กรุงอิสลามาบัดในช่วงสุดสัปดาห์นี้ การประชุมครั้งนี้ถูกจับตามองจากทั่วโลก เนื่องจากอาจเป็นจุดเปลี่ยนของสถานการณ์ หากปากีสถานจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน เสี่ยงดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม เกิดขึ้นจริง ดีลหยุดยิงที่เปราะบางนี้อาจพังทลายลงทันที

ฝ่ายของโดนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู จากอิสราเอล ยืนยันว่าข้อตกลงไม่ครอบคลุมการดำเนินการทางทหารต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน แต่ทางอิหร่านโต้กลับทันทีว่า หากอิสราเอลไม่หยุด การเจรจาจะล้มเหลว สะท้อนถึงความซับซ้อนของปัญหา

  • ปากีสถานเรียกร้องให้ประชาคมโลกดำเนินมาตรการเร่งด่วน
  • ย้ำเลบานอนเป็นส่วนหนึ่งของดีลหยุดยิง
  • เตือนถึงความเสี่ยงต่อเสถียรภาพภูมิภาค
  • เจ้าภาพเจรจาอิหร่าน-สหรัฐฯ ที่อิสลามาบัด

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการโจมตีของอิสราเอลอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อกดดันกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน แต่กลับทำให้สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้น ปากีสถานจึงออกมาจวกอิสราเอลอย่างหนัก เพื่อรักษาบทบาทตัวกลางของตน

ผลกระทบหากดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม

หากดีลล่ม สงครามในตะวันออกกลางอาจลุกลามไปยังหลายประเทศ ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง เศรษฐกิจโลกสะเทือน โดยเฉพาะประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างไทยที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง ปากีสถานจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกฝ่ายเคารพข้อตกลง โดยเฉพาะการรวมเลบานอนเข้าไป

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การที่ปากีสถานกล้าจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน แสดงถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำสันติภาพ แม้จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ก็ตาม สถานการณ์นี้ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

สรุปแล้ว ปากีสถานจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน เสี่ยงดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม ย้ำรวมเลบานอนอยู่ในดีล เป็นข่าวที่สำคัญมากในขณะนี้ มันเตือนใจเราถึงความเปราะบางของสันติภาพโลก ความเห็นส่วนตัวคือ ทุกฝ่ายควรถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่ หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ แนะนำให้ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตล่าสุด คลิกอ่านเพิ่มเติมได้เลย!

ที่มา – ปากีสถานจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน เสี่ยงดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม ย้ำรวมเลบานอนอยู่ในดีล

กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อกองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลงหลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ สร้างความเสียหายหนักและละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เพิ่งเริ่มผลบังคับใช้ ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของน้ำมันโลก 20% กำลังกลายเป็นจุดตึงเครียดที่อาจกระทบเศรษฐกิจโลก

กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

วันที่ 8 เมษายน 2569 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านออกแถลงการณ์ยืนยันว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซชะงักงันและหยุดสนิท หลังอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงระยะ 2 สัปดาห์ที่ทำกับสหรัฐและอิหร่าน โดยโจมตีเลบานอนจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับพัน

ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเรือ MarineTraffic ยืนยันชัดเจนว่า ปัจจุบันไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันลำใดแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเลย ซึ่งตรงกับรายงานก่อนหน้าที่บอกว่าการจราจรเพิ่งกลับมาเคลื่อนไหวหลังหยุดยิงมีผล แต่บัดนี้หยุดอีกครั้ง

รายละเอียดการโจมตีเลบานอนและผลกระทบ

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีกรุงเบรุตครั้งใหญ่ที่สุดในวันนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 182 ราย และบาดเจ็บกว่า 890 ราย ทางการเลบานอนประณามการกระทำนี้ ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่าเลบานอนไม่ได้รวมในข้อตกลงหยุดยิง แต่ฝั่งอิหร่านมองว่าเป็นการทรยศ

IRGC ระบุว่า เงื่อนไขสำคัญคืออิหร่านยังควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยอมรับแล้ว ก่อนหน้านี้มีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 2 ลำและจีน 1 ลำผ่านได้ปลอดภัยในเช้าวันพุธ แต่หลังโจมตี ไม่มีเรือลำอื่นตามมา และเรือลำหนึ่งที่กำหนด 22:00 น. วกกลับทันที

ช่องแคบฮอร์มุซ: เส้นเลือดใหญ่ของน้ำมันโลก

ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาว 33 กม. กว้างสุด 96 กม. เป็นทางออกสู่ทะเลอาหรับจากอ่าวเปอร์เซีย ผ่านที่นี่มีน้ำมันดิบ 1 ใน 5 ของโลก มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี หากหยุดนาน ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลกระทบต่อไทยที่นำเข้าน้ำมันกว่า 80%

  • การสัญจรหยุดชะงักกระทบเรือจากซาอุฯ UAE อิรัก
  • IRGC ขู่ว่าจะปิดช่องแคบหากถูกคุกคาม
  • สหรัฐส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินเฝ้าระวัง

พื้นหลังข้อตกลงหยุดยิงและบทบาท IRGC

ข้อตกลงหยุดยิงเกิดหลังความขัดแย้งยืดเยื้อระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน โดยมีสหรัฐเป็นตัวกลาง IRGC ซึ่งมีอำนาจทางเรือมหาศาล รับผิดชอบรักษาความปลอดภัยช่องแคบ อิหร่านเคยขู่อุดช่องแคบมาแล้วหลายครั้ง สถานการณ์นี้จึงเสี่ยงลุกลามเป็นสงครามใหญ่

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง เพื่อตอบโต้และกดดันอิสราเอล หากไม่คลี่คลาย อาจเห็นราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกหนักขึ้น

นอกจากนี้ ความตึงเครียดยังลามไปยังกลุ่มพันธมิตรของอิหร่าน เช่น ฮูติในเยเมนที่โจมตีเรือในทะเลแดง สถานการณ์โลกกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เผยให้เห็นความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก ชาติผู้บริโภคอย่างไทยควรเตรียมแผนสำรอง เช่น เพิ่มสต็อกน้ำมันและกระจายแหล่งนำเข้า เพื่อลดความเสี่ยง หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศและผลกระทบต่อไทย ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตล่าสุด!

ที่มา – กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

ดับแล้ว 182 ศพ อิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ เจ็บ 890 ราย

ดับแล้ว 182 ศพ อิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ เจ็บอีก 890 ราย เหตุการณ์รุนแรงล่าสุดในตะวันออกกลางที่กำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลก เมื่ออิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางอากาศขนาดใหญ่ ถล่มเป้าหมายในเลบานอน สร้างความสูญเสียมหาศาลให้กับฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ถูกโจมตีหนักหน่วง

ดับแล้ว 182 ศพ อิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ เจ็บอีก 890 ราย

จากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 อิสราเอลได้发动การโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ที่สุดในความขัดแย้งครั้งนี้ โดยเครื่องบินรบบุกถล่มกว่า 100 จุดเป้าหมายภายในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น อิสราเอลยืนยันว่าจุดเหล่านี้เป็นศูนย์บัญชาการและฐานที่มั่นทางทหารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นศัตรูหลักในสงครามครั้งนี้

พื้นที่ที่ถูกโจมตีครอบคลุมหลายจุดสำคัญ เช่น ชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ภาคใต้ของเลบานอน และหุบเขาเบกา (Bekaa Valley) ทางตะวันออก ส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรง กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตทันทีที่ ดับแล้ว 182 ศพ และบาดเจ็บกว่า 890 ราย โดยคาดว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากทีมกู้ภัยยังคงค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง

สถานการณ์ผู้เสียหายจากดับแล้ว 182 ศพ อิสราเอลถล่มเลบานอน

นับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จำนวนผู้เสียชีวิตในเลบานอนรวมแล้วทะลุ 1,710 ศพ โดยเด็กอย่างน้อย 130 รายเสียชีวิตจากเหตุการณ์เหล่านี้ ขณะที่อิสราเอลอ้างว่าสังหารนักรบฮิซบอลเลาะห์ไปแล้วกว่า 1,100 นาย นอกจากนี้ ยังมีประชาชนกว่า 1.2 ล้านคน หรือ 1 ใน 5 ของประชากรเลบานอน ต้องอพยพกลายเป็นผู้ลี้ภัย ชีวิตผู้คนถูกฉีกขาดจากสงครามที่ยืดเยื้อ

  • จุดเป้าหมายหลัก: ศูนย์บัญชาการฮิซบอลเลาะห์
  • พื้นที่ได้รับผลกระทบ: เบรุตใต้, ภาคใต้, หุบเขาเบกา
  • ผู้เสียชีวิต: 182 ศพ (คาดเพิ่ม)
  • ผู้บาดเจ็บ: 890 ราย
  • ผู้ลี้ภัย: 1.2 ล้านคน

การตอบโต้จากอิหร่านและฮิซบอลเลาะห์

หลังการโจมตี อิหร่านออกมาเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดทันที มิฉะนั้นจะมีมาตรการตอบโต้ที่รุนแรง โดยยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงเลบานอนด้วย แต่สำนักนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ปฏิเสธ และโฆษกทำเนียบขาวคาโรไลน์ ลีวิตต์ ยืนยันว่าเลบานอนไม่อยู่ในขอบเขตนั้น

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ประกาศมีสิทธิ์ตอบโต้เต็มที่ และเตือนครอบครัวผู้ลี้ภัยให้รอประกาศหยุดยิงก่อนกลับบ้าน ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดีเลบานอนยังคงผลักดันให้ประเทศถูกรวมในสันติภาพภูมิภาค

อิสราเอลย้ำว่าสงครามกับฮิซบอลเลาะห์จะดำเนินต่อไป แม้หยุดยิงกับอิหร่านแล้ว สถานการณ์ตึงเครียดนี้จุดประกายความกังวลเรื่องสงครามใหญ่ในตะวันออกกลาง ประชาคมโลกจับตาการเคลื่อนไหวถัดไป

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์ อิสราเอลถล่มเลบานอน ครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มความสูญเสีย แต่ยังเสี่ยงลุกลามเป็นวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่ ประชาชนเลบานอนที่ยากลำบากอยู่แล้วต้องเผชิญภัยพิบัติซ้ำซ้อน

ติดตามข่าวสารต่างประเทศล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ หรือแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณมองสถานการณ์นี้อย่างไร

ที่มา – ดับแล้ว 182 ศพ อิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ เจ็บอีก 890 ราย

อิหร่านลั่นสหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างหยุดยิง หรือทำสงครามต่อผ่านอิสราเอล

อิหร่านลั่นสหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างหยุดยิง หรือทำสงครามต่อผ่านอิสราเอล สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ ตัดสินใจเด็ดขาด หลังจากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองชาติเริ่มสั่นคลอน

อิหร่านลั่นสหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างหยุดยิง หรือทำสงครามต่อผ่านอิสราเอล

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์เดิม) โดยระบุชัดเจนว่า เงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ นั้นแจ่มแจ้งมาก สหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างการรักษาข้อตกลงหยุดยิงเอาไว้ หรือจะเดินหน้าสงครามต่อเนื่องผ่านทางอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของวอชิงตัน

“เงื่อนไขการหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ นั้นชัดเจนและแจ่มแจ้ง: สหรัฐฯ ต้องเลือก ระหว่างการหยุดยิงหรือสงครามต่อเนื่องผ่านทางอิสราเอล จะเอาทั้งสองอย่างไม่ได้” คำกล่าวของอารักชีสะท้อนถึงความไม่พอใจต่อการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนที่ยังดำเนินต่อเนื่อง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม

สถานการณ์ในเลบานอนและคำขู่จาก IRGC

นอกจากนี้ อารักชียังชี้ไปยังวิกฤตในเลบานอน ที่กำลังเผชิญกับการโจมตีอย่างหนักจากอิสราเอล เขาระบุว่า “โลกกำลังเห็นการสังหารหมู่ในเลบานอน ตอนนี้ลูกบอลไปอยู่ในฝั่งของสหรัฐฯ แล้ว และโลกกำลังจับตามองว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาของตนหรือไม่”

ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ก็ออกคำเตือนเด็ดขาดว่าจะตอบโต้ทันที หากการรุกรานต่อเลบานอนไม่หยุดลง สถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (IRIB) รายงานเรื่องนี้ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน สร้างความกังวลให้กับภูมิภาคทั้งหมด

บริบทของข้อตกลงหยุดยิงและความตึงเครียดที่ผ่านมา

ข้อตกลงหยุดยิงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ อิสราเอล และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน อิสราเอลมองว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เป็นภัยคุกคามหลัก จึงมีการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินอย่างต่อเนื่อง สหรัฐฯ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของอิสราเอล จึงถูกอิหร่านกดดันให้เลือกข้างอย่างชัดเจน

  • ประเด็นสำคัญ: ข้อตกลงหยุดยิงมีระยะเวลา 2 สัปดาห์ แต่ถูกท้าทายจากการกระทำของอิสราเอล
  • อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ควบคุมพันธมิตร ไม่ให้ละเมิดข้อตกลง
  • IRGC พร้อมตอบโต้หากสถานการณ์เลวร้ายลง
  • โลกจับตาการตัดสินใจของสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามใหญ่

ความตึงเครียดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีสถานกงสุลอิหร่านในซีเรียเมื่อปีก่อน อิสราเอลและอิหร่านต่างตอบโต้กันไปมา สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ (ตามบริบท) พยายามรักษาสมดุล แต่คำพูดของอารักชีแสดงให้เห็นว่าอิหร่านไม่ยอมให้สหรัฐฯ “เล่นสองหน้า” อีกต่อไป

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

หากสหรัฐฯ ไม่สามารถหยุดยั้งอิสราเอลได้ สงครามอาจลุกลามไปยังอิหร่านโดยตรง น้ำมันในอ่าวเปอร์เซียอาจถูกกระทบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงไทย ก็อาจผันผวน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าสถานการณ์นี้อาจคล้ายกับวิกฤตปี 2024 ที่เคยเกือบปะทุ

นอกจากนี้ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนก็เริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น การหยุดยิงจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันสงครามใหญ่

ในมุมมองของผู้เขียน สหรัฐฯ อยู่ในสถานะลำบากใจ เพราะต้องรักษาพันธมิตรอิสราเอล แต่หากละเมิดข้อตกลงกับอิหร่าน อาจจุดชนวนสงครามที่ไม่มีใครต้องการ คุณคิดว่าสหรัฐฯ จะเลือกทางไหน? ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – อิหร่านลั่นสหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างหยุดยิง หรือทำสงครามต่อผ่านอิสราเอล

ทรัมป์ลั่น หยุดยิง 2 สัปดาห์ “ไม่รวม” อิสราเอลถล่มเลบานอน

ทรัมป์ลั่น หยุดยิง 2 สัปดาห์ “ไม่รวม” อิสราเอลถล่มเลบานอน สร้างความฮือฮาในเวทีการเมืองโลก เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันชัดเจนว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ไม่ครอบคลุมถึงการโจมตีของอิสราเอลต่อเลบานอน ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียดหนัก

ทรัมป์ลั่น หยุดยิง 2 สัปดาห์ “ไม่รวม” อิสราเอลถล่มเลบานอน

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในรายการ PBS News Hour ผ่านโทรศัพท์ โดยย้ำว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนไม่ได้ถูกรวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงนี้ “ใช่ พวกเขาไม่ได้ถูกรวมอยู่ในข้อตกลง เพราะเรื่องของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พวกเขาจึงไม่ได้อยู่ในดีลนี้ เดี๋ยวเรื่องนั้นก็จะได้รับการจัดการเช่นกัน ไม่เป็นไรหรอก” ทรัมป์กล่าวอย่างมั่นใจ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวแจ้ง CNN ว่าอิสราเอลตกลงระงับการทิ้งระเบิดระหว่างเจรจา แต่ทรัมป์ดูจะยอมรับให้อิสราเอลโจมตีเลบานอนต่อไป ซึ่งต่างจากฝั่งอิหร่านที่ตอบโต้ทันควัน สั่งระงับการสัญจรเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลโจมตีเบรุตอย่างรุนแรง

ผลกระทบจากการโจมตีเลบานอนที่ไม่รวมในหยุดยิง

ตั้งแต่สงครามกับอิหร่านปะทุเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนอย่างน้อย 1,530 ราย บาดเจ็บ 4,812 ราย และยังไม่รวมการโจมตีล่าสุดที่ทำให้นายกฯ สาธารณสุขเลบานอนรายงานผู้เสียหายหลายร้อยคน สถานการณ์นี้ไม่เพียงทำให้อิหร่านขู่ตอบโต้ แต่ยังกระทบเศรษฐกิจโลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางน้ำมันหลัก

  • อิสราเอลมุ่งเป้าโจมตีฐานฮิซบอลเลาะห์ที่สนับสนุนโดยอิหร่าน
  • อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลต่อราคาน้ำมันพุ่ง
  • ทรัมป์ยืนกรานว่าหยุดยิงครอบคลุมเฉพาะอิหร่าน ไม่รวมเลบานอน
  • ประชาชนเลบานอนเดือดร้อนหนักจากสงครามต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการตัดสินใจของทรัมป์นี้อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมเจรจาเพิ่มเติม โดยให้อิสราเอลมีอิสระในการจัดการภัยคุกคามจากฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของเตหะราน แต่ก็เสี่ยงจุดชนวนสงครามใหญ่ หากอิหร่านตัดสินใจตอบโต้จริง

背景ของความขัดแย้งนี้ย้อนไปถึงการสนับสนุนของอิหร่านต่อกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค อิสราเอลมองฮิซบอลเลาะห์เป็นภัยคุกคามหลัก ขณะที่สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์เน้นนโยบาย “อเมริกาฟื้นก่อน” แต่ยังคงหนุนอิสราเอลเต็มที่ สถานการณ์ปัจจุบันทำให้ประชาคมโลกจับตา โดยสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การที่ ทรัมป์ลั่น หยุดยิง 2 สัปดาห์ “ไม่รวม” อิสราเอลถล่มเลบานอน อาจนำไปสู่การเจรจาใหม่ แต่ก็เพิ่มความไม่แน่นอน หากอิหร่านเดินหน้าปิดช่องแคบ ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน

เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลองพิจารณาประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ผลทางเศรษฐกิจ: ช่องแคบฮอร์มุซคิดเป็น 20% ของน้ำมันโลก หากปิดนาน ไทยอาจเจอราคาน้ำมันแพง
  • ผลทางการเมือง: ทรัมป์ใช้เป็นเครื่องมือกดดันอิหร่านก่อนเลือกตั้งสหรัฐฯ
  • มนุษยธรรม: ผู้เสียชีวิตในเลบานอนพุ่ง สร้างวิกฤตผู้ลี้ภัย
  • อนาคต: อาจนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพที่ครอบคลุมมากขึ้น

สุดท้าย สถานการณ์นี้เตือนใจเราว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังซับซ้อน การตัดสินใจของผู้นำอย่างทรัมป์ส่งผลกระทบทั่วโลก คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตเพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญ

ที่มา – ทรัมป์ลั่น หยุดยิง 2 สัปดาห์ “ไม่รวม” อิสราเอลถล่มเลบานอน

อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน สร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางให้รุนแรงยิ่งขึ้น สถานการณ์ล่าสุดนี้กำลังส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก ซึ่งช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญที่เรือบรรทุกน้ำมันกว่า 20% ของโลกต้องผ่าน

อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ทางการอิหร่านประกาศระงับการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซทันที หลังจากที่อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งรุนแรงที่สุดใส่เลบานอน นับตั้งแต่สงครามรอบใหม่ปะทุขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 1,530 รายแล้ว สื่อของอิหร่านอย่าง Fars News ซึ่งใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รายงานว่า มีเพียงเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผล

ก่อนหน้านี้ อิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐฯ ได้ตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ โดยอิหร่านสัญญาจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือสัญจรตามปกติ แต่เหตุการณ์ล่าสุดเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟ ระบุว่าการหยุดยิงครอบคลุมถึงเลบานอนด้วย แต่กองทัพอิสราเอลยืนยันว่าจะโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต่อไป

สาเหตุที่อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

การโจมตีของอิสราเอลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ถล่มใจกลางกรุงเบรุตอย่างหนักหน่วงที่สุดในรอบหลายสิบปี กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายร้อยราย อิหร่านมองว่านี่คือการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชัดเจน รัฐบาลเตหะรานกำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ และแหล่งข่าวจาก Tasnim News ระบุว่ากองทัพอิหร่านกำลัง “ระบุเป้าหมาย” เพื่อตอบโต้ โดยขู่ว่าจะถอนตัวจากข้อตกลงหากการโจมตียังดำเนินต่อ

สำนักข่าว Fars ยังวิจารณ์สหรัฐฯ อย่างรุนแรงว่า “ไม่สามารถควบคุม” นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ได้ หรืออาจ “มอบอิสระให้ระบอบไซโอนิสต์” แหล่งข่าวอิหร่านกล่าวว่า “หากสหรัฐฯ ไม่สามารถจัดการสุนัขเฝ้าบ้านได้ อิหร่านจะจัดการเองด้วยกำลัง”

ผลกระทบจากการที่อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก เพราะเป็นจุดผ่านของน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียสู่ตลาดโลกกว่า 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากการระงับยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นทันที ส่งผลกระทบต่อประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างไทย จีน ญี่ปุ่น และยุโรป

  • กระทบเศรษฐกิจโลก: ราคาน้ำมัน Brent อาจทะยานเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ผลต่อไทย: ค่าน้ำมันดีเซลและเบนซินแพงขึ้น ส่งผลให้ค่าขนส่งและสินค้าสูงตาม
  • ความเสี่ยงสงคราม: อาจลุกลามเป็นความขัดแย้งกว้างขึ้น ระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐฯ
  • ประวัติศาสตร์: อิหร่านเคยปิดช่องแคบในปี 2522 และขู่อีกหลายครั้ง

ความขัดแย้งนี้มีรากเหง้าจากการที่อิหร่านสนับสนุนฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งอิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคาม สงครามรอบใหม่เริ่มจากเหตุการณ์ชายแดนที่ลุกลาม หากไม่มีการเจรจา สถานการณ์อาจเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน นี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก เราเห็นแล้วว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางสามารถสั่นคลอนเศรษฐกิจได้ทันที

คำแนะนำ: ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือกับราคาพลังงานที่อาจผันผวน หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองสมัครรับข่าวสารจากเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

Scroll to top