สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล

โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกท่าน! วันนี้มีข่าวเด็ดมาอัปเดตกันแบบเรียลไทม์เลยนะ โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ นี่แหละข่าวที่แฟนๆ การเมืองรอคอยมานาน หลังจากที่โควตาพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้สัดส่วนรัฐมนตรีว่าการ 5 เก้าอี้ และรัฐมนตรีช่วยอีก 3 เก้าอี้ ล่าสุดในส่วนของรัฐมนตรีว่าการนิ่งสนิทแล้วครับ แต่ชื่อดังอย่าง “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ต้องหลุดโผไปแบบน่าเสียดาย ส่วนสุดาวรรณได้ไปนั่งเก้าอี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แบบสวยงาม มาดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ

โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ

จากรายงานของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 โควตาของพรรคเพื่อไทยในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้อนุทิน ชาญสมอน ได้รับการยืนยันแล้วในส่วนหลักๆ โดย 5 ชื่อเด่นที่จะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการมีดังนี้ครับ เพื่อนๆ ลองดูกันว่ามีใครบ้าง และทำไมถึงเหมาะกับตำแหน่งนั้นๆ

  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เตรียมรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชื่อนี้เหมาะมากเพราะมีประสบการณ์ด้านวิชาการและนวัตกรรมมาอย่างโชกโชน คาดว่าจะช่วยผลักดันนโยบายไทย 4.0 ได้ดี
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคคนสำคัญ ได้ไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุริยะเป็นคนที่มีฐานในภาคเกษตร ถือเป็นตัวเลือกที่ลงตัวเพราะเข้าใจปัญหาชาวนาและเกษตรกรไทยเป็นอย่างดี
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คว้าเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จุลพันธ์มีวิสัยทัศน์ด้านแรงงานชัดเจน น่าจะช่วยแก้ปัญหาการว่างงานและยกระดับทักษะแรงงานไทยได้
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ประเสริฐเป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า มีเครือข่ายในวงการศึกษา คาดว่าจะปฏิรูประบบเรียนการสอนให้ทันสมัยมากขึ้น
  • น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ก๊วนใหญ่นครราชสีมา สายโคราชแท้ๆ ได้นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ชื่อนี้มาแรงมาก ฐานมั่นคงในพื้นที่อีสาน ถือเป็นชัยชนะของกลุ่มโคราชในพรรคเพื่อไทย

ส่วนที่ทุกคนพูดถึงคือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เคยอยู่ในโผแต่หลุดออกไป สาเหตุน่าจะมาจากการพิจารณาสมดุลภายในพรรคและพันธมิตร ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้โผลงตัวที่สุดครับ

เก้าอี้ รมช.เพื่อไทย ยังไม่นิ่ง ที่ว่าง 3 ลุ้น 7 คน

สำหรับรัฐมนตรีช่วยที่เหลือ 3 เก้าอี้ จะกระจายไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 ตำแหน่ง และกระทรวงศึกษาธิการ 1 ตำแหน่ง แต่ตอนนี้ยังไม่เคาะขั้นสุดท้าย มีชื่อในตะกร้าถึง 7 คนเลยทีเดียว แกนนำพรรคกำลังประชุมถกกันอยู่ครับ รายชื่อผู้ลุ้นมีดังนี้

  • นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร บ้านใหญ่สกลฯ ลูกสาวและภรรยาครองตำแหน่งใหญ่ในพื้นที่ ถือเป็นตัวเต็ง
  • นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย 2 สมัย คล่องแคล่ว ประสานงานเก่ง
  • นายศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี 2 สมัย สู้สุดใจแม้เจอคู่แข่งหนัก
  • น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย 2 สมัย ยึดพื้นที่สีแดงได้ท่ามกลางการรุมเจาะ
  • นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค มือปราศรัยหลัก ปากแจ๋วสุดๆ
  • นายศึกษิษฐ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย โควตากลาง
  • น.ส.ธีราภา ไพโรหกุล อดีตรองเลขาฯ นายกฯ ฝ่ายการเมือง โควตากลางอีกคน

คาดว่าภายในไม่กี่วัน แกนนำพรรคจะเคาะชื่อสุดท้าย ใครจะรอดตาเขียวบ้างรอติดตามนะครับ

โดยรวมแล้ว โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ นี้สะท้อนกลยุทธ์ของพรรคเพื่อไทยที่ให้ความสำคัญกับ ส.ส.บ้านใหญ่และแกนนำหลัก เพื่อเสริมความมั่นคงให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ทำงานได้อย่างราบรื่น ในมุมมองผมคิดว่านี่เป็นการจัดทีมที่สมดุลดี ช่วยให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน ทั้งการศึกษา เกษตร แรงงาน และสังคม ถ้าทำงานได้จริง นโยบายประชาชนนำไทยจะไปได้สวยแน่นอน คุณคิดเห็นยังไงกับโผชุดนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ! และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดแบบไม่พลาดนะ

ที่มา – โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ

ทักษิณ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ยงยุทธ

ทักษิณ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ยงยุทธ

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ที่วัดชัยสุนทร จังหวัดกาฬสินธุ์ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กาฬสินธุ์ โดยมีพระญาณรักขิต เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอาลัยรักและเคารพต่อผู้วายชนม์ โดยมีบุคคลสำคัญทางการเมืองและข้าราชการเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากจังหวัดกาฬสินธุ์ และนักการเมืองท้องถิ่น

นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายก อบจ.กาฬสินธุ์ บุตรสาวของนายยงยุทธ พร้อมด้วยครอบครัวและญาติพี่น้อง ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานด้วยความขอบคุณและความซาบซึ้งในน้ำใจ

ความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณและยงยุทธ

นายทักษิณ ชินวัตร และนายยงยุทธ หล่อตระกูล มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่นายทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (ปี 2544) ซึ่งนายยงยุทธดำรงตำแหน่งนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ได้ให้ความร่วมมือในการสนองนโยบายของรัฐบาลหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหายาเสพติด จนทำให้จังหวัดกาฬสินธุ์ได้รับการประกาศให้เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่ปลอดจากยาเสพติด

การจากไปของนายยงยุทธ หล่อตระกูล ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ซึ่งได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้าในหลายด้าน ความดีงามและคุณูปการของท่านจะยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวกาฬสินธุ์ตลอดไป

พิธีพระราชทานเพลิงศพครั้งนี้ นับเป็นเกียรติอันสูงสุดแก่ผู้วายชนม์และครอบครัวหล่อตระกูล การได้รับพระมหากรุณาธิคุณในวาระสุดท้ายของชีวิต สร้างความปลาบปลื้มและซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดมิได้

สำหรับนายยงยุทธ หล่อตระกูล ได้เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม สิริอายุรวม 74 ปี หลังจากเข้ารับการรักษาอาการป่วยมาเป็นระยะเวลานาน

ประชาชนชาวกาฬสินธุ์ยังคงจดจำผลงานของนายยงยุทธในฐานะผู้นำท้องถิ่นที่มุ่งมั่นพัฒนาจังหวัดและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับประชาชน การที่นายทักษิณ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ยงยุทธ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเคารพและความผูกพันที่มีต่อกัน แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม

การที่นายทักษิณ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ยงยุทธ อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ถือเป็นการให้เกียรติแก่ผู้ล่วงลับและครอบครัวอย่างสูง และสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการทำความดีและการสร้างคุณูปการต่อสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การยกย่องและจดจำ

ร่วมส่งกำลังใจให้ครอบครัวหล่อตระกูล และรำลึกถึงคุณงามความดีของนายยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ผู้เป็นที่รักและเคารพของชาวกาฬสินธุ์ทุกคน

สุดท้ายนี้การเดินทางมาร่วมงาน ทักษิณ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ยงยุทธ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์และความกตัญญูต่อผู้ที่เคยร่วมงานและทำคุณประโยชน์ต่อบ้านเมือง

ที่มา – “ทักษิณ” เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “ยงยุทธ” อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์

“ภูมิธรรม” ชี้ คดี “รมว.ปุ๋ง” เทียบคดีฮั้ว ส.ว. ไม่ได้

“ภูมิธรรม” ชี้ เอาคดี “รมว.ปุ๋ง” เทียบคดีฮั้ว ส.ว.-เขากระโดงไม่ได้ ต้องดูที่เรื่องใหญ่

“ภูมิธรรม” โต้ “ภูมิใจไทย” ยัน ดีเอสไอเดินหน้าคดีบริษัท “รมว.ปุ๋ง” รุกที่สาธารณะ จ.อุบลฯ ตามกระบวนการกฎหมาย รับ “คดีฮั้ว ส.ว.-เขากระโดง” เป็นเรื่องใหญ่ต้องสางให้ชัดเจน เหตุสาธารณชนให้ความสนใจ

วันที่ 14 สิงหาคม 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยเรียกร้องให้นายภูมิธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษติดตามตรวจสอบคดีบริษัทครอบครัว น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเรื่องสอบสวนเป็นคดีพิเศษ การขุดบ่อน้ำรุกที่สาธารณะ จ.อุบลราชธานี หลังเอาแต่เร่งรัดตรวจสอบคดีที่ดินเขากระโดง และฮั้ว ส.ว. ว่า ตนคิดว่าดีเอสไอคงทำทุกเรื่อง แต่ยอมรับว่า เรื่องฮั้ว ส.ว.เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเป็นจริงตามนั้นถือเป็นการทำลายระบอบกฎเกณฑ์ ระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด สามารถมองได้ เป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจ ขณะที่เรื่องเขากระโดงเป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องที่สำคัญ และเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ตัดสินไปแล้ว ในเรื่องที่ดินประมาณ 5 พันกว่าไร่ที่คั่งค้างมานาน และเรื่องนี้ก็ช้ามาเป็น 10 ปีแล้ว จะบอกว่า เร่งรีบไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่ต้องสางให้เกิดความชัดเจน

สำหรับที่มีการอ้างว่า 6 ปีแล้วแต่ดีเอสไอยังไม่สั่งฟ้องคดีของ น.ส.สุดาวรรณ นายภูมิธรรม ย้อนถามว่า “เอา 6 ปีมาเปรียบเทียบกว่า 10 กว่าปี ต้องดูความใหญ่นะครับ แต่ไม่เป็นไรมีสิทธิที่จะถามได้ แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ คนทั้งประเทศเขาสนใจเรื่องเขากระโดงมากกว่า ส่วนเรื่องอื่นก็ว่าไปตามกระบวนการกฎหมาย และเรื่องเขากระโดงขอให้เกิดความชัดเจน ถ้าคิดว่ามีปัญหาก็ทำให้ชัดเจน”

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเพิกถอนที่ดินเขากระโดงต้องรอให้อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่เข้ามาเซ็น หรือให้คนรักษาการทำก่อนได้หรือไม่ หลังประกาศจะเพิกถอนตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนตอบหลายครั้งแล้ว รอให้มีการโปรดเกล้าฯ อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่เข้ามา จะทำหน้าที่ทันที

ทำไม “ภูมิธรรม” ถึงมองว่า เอาคดี “รมว.ปุ๋ง” เทียบคดีฮั้ว ส.ว.-เขากระโดงไม่ได้?

จากเนื้อหาข่าวข้างต้น เราจะเห็นว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่มีการเปรียบเทียบระหว่างคดีของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหนึ่ง กับคดีฮั้ว ส.ว. และคดีที่ดินเขากระโดง โดยนายภูมิธรรมชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในประเด็นของความสำคัญและความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อแต่ละคดี กล่าวคือ คดีฮั้ว ส.ว. และคดีที่ดินเขากระโดงนั้น เป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยและกระบวนการยุติธรรม

ในขณะที่คดีของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดังกล่าว เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ไม่ได้มีผลกระทบในวงกว้างเท่ากับสองคดีแรก นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งรัดแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นเรื่องที่คั่งค้างมานานกว่า 10 ปี และต้องทำให้เกิดความชัดเจนเพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ดังนั้น การที่นายภูมิธรรมมองว่า เอาคดี “รมว.ปุ๋ง” เทียบคดีฮั้ว ส.ว.-เขากระโดงไม่ได้นั้น จึงมีเหตุผลมาจากความแตกต่างในด้านความสำคัญ ผลกระทบต่อสังคม และความสนใจของสาธารณชน

นอกจากนี้นายภูมิธรรมยังได้กล่าวถึงประเด็นเรื่องระยะเวลาในการดำเนินการของคดีต่างๆ โดยย้อนถามถึงการนำระยะเวลา 6 ปีของคดีรัฐมนตรีช่วยฯ มาเปรียบเทียบกับระยะเวลา 10 กว่าปีของคดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความซับซ้อนและความยืดเยื้อของแต่ละคดีมีความแตกต่างกัน

โดยสรุปแล้ว คำกล่าวของนายภูมิธรรมเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับคดีที่มีผลกระทบต่อส่วนรวม และความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดงให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี แม้ว่าจะมีข้อเรียกร้องให้เร่งรัดการดำเนินคดีอื่นๆ ด้วยก็ตาม การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ดังนั้น, การที่นายภูมิธรรมชี้ว่าเอาคดี “รมว.ปุ๋ง” เทียบคดีฮั้ว ส.ว.-เขากระโดงไม่ได้ นั้นเป็นการเน้นย้ำว่าแต่ละคดีมีความแตกต่างในรายละเอียด และต้องพิจารณาตามบริบทของแต่ละเรื่อง

ที่มา – “ภูมิธรรม” ชี้ เอาคดี “รมว.ปุ๋ง” เทียบคดี “รมว.ปุ๋ง” เทียบคดีฮั้ว ส.ว.-เขากระโดงไม่ได้ ต้องดูที่เรื่องใหญ่

Scroll to top