สุพรรณบุรี

ผู้ใหญ่บ้านไหว้ขอโทษ หลังยิงไรเฟิลถวายพ่อปู่

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลเลยนะ ผู้ใหญ่บ้านไหว้ขอโทษ หลังยิงไรเฟิลถวายพ่อปู่ ในวันตรุษจีน ที่จังหวัดสุพรรณบุรี คลิปนี้ดังสนั่นจนชาวเน็ตวิจารณ์กันยกใหญ่ ว่าผู้ใหญ่บ้านอย่างนี้เหมาะสมมั้ย จะผิดกฎหมายรึเปล่า มาฟังรายละเอียดกันเลย!

ผู้ใหญ่บ้านไหว้ขอโทษ หลังยิงไรเฟิลถวายพ่อปู่ อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เรื่องเกิดขึ้นที่ ต.สาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ผู้ใหญ่บ้านคนนี้ชื่อ “ผู้ใหญ่ตี๋” ได้โพสต์คลิปตัวเองยิงปืนไรเฟิล .308 ลงพื้นหลังศาลพ่อปู่ฤาษีและศาลตายาย กว่า 18 นัดเลยทีเดียว โดยบอกว่าถวายพ่อปู่ในวันตรุษจีน พ่อปู่ชอบเสียงดังอย่างประทัดหรือปืน แถมยังอ้างว่าปืนมีทะเบียนถูกต้อง ยิงในที่ดินตัวเองได้ ไม่ผิดกฎหมาย ยังแนะนำวัยรุ่นด้วยว่าถ้าปืนทะเบียน ตำรวจเช็กเลขบัตรปชช. รู้หมดว่ามีกี่กระบอก

แต่พอคลิปแพร่กระจาย ชาวเน็ตไม่เห็นด้วยหนักมาก เพราะเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ต้องเป็นตัวอย่าง แต่กลับยิงปืนแบบนี้ในที่สาธารณะ มันเสี่ยงอันตรายแค่ไหน คุณลองคิดดูสิครับ เสียงดัง กระสุนสะท้อน ใกล้ชุมชนแบบนี้ ถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจะเป็นยังไง?

ตำรวจเข้าตรวจสอบทันที

หลังจากคลิปดัง พันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า สั่งเรียกผู้ใหญ่ตี๋มาสอบสวนทันที ผู้ใหญ่ยอมรับสารภาพ ยิงจริง แต่เป็นความผิดลหุโทษ แค่เสียค่าปรับ ไม่ใช่ประพฤติชั่วร้ายร้ายแรง ตำรวจ สภ.บางปลาม้า แจ้งข้อหา “ยิงปืนโดยใช่เหตุอันควร” ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 วรรคสาม (8 ทวิ) นะครับ ซึ่งเป็นความผิดที่ห้ามยิงปืนนอกการล่าสัตว์หรือป้องกันตัว โดยเฉพาะในที่ชุมชน

  • ยึดปืนตรวจสอบประวัติ
  • บันทึกทัณฑ์บนจากนายอำเภอ
  • ถ้าผิดซ้ำ จะเพิกถอนใบอนุญาตปืนทั้งหมด

ผู้ใหญ่ตี๋ชอบทำคอนเทนต์โซเชียลหาเงินช่วยสังคมด้วย แต่คราวนี้พลาดไปหน่อย

ผู้ใหญ่บ้านกราบไหว้ขอโทษสังคม

ล่าสุด ผู้ใหญ่ตี๋เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่โรงพัก แล้วออกมากราบไหว้ขอโทษทุกคนต่อหน้าสื่อ บอกว่า “ขอโทษพ่อแม่พี่น้องทุกท่าน ผมอ่านกฎหมายไม่ละเอียด คิดว่ายิงในบ้านตัวเองไม่ผิด แต่ลืมว่ายิงโดยไม่มีเหตุอันควรก็ผิด” อ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ จะไม่ทำอีก ฝากทุกคนด้วย อย่ายิงปืนทุกเทศกาล ไม่ว่าจะตรุษจีน ปีใหม่ งานบวชแต่งงาน เพราะไม่มีเหตุจำเป็น และผิดกฎหมายชัดๆ

นี่แหละครับ ผู้ใหญ่บ้านไหว้ขอโทษ หลังยิงไรเฟิลถวายพ่อปู่ กลายเป็นบทเรียนราคาแพง ถึงปืนจะมีทะเบียน แต่การใช้ต้องถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

รู้จักกฎหมายปืนให้ดี อย่าพลาดเหมือนเคสนี้

เพื่อนๆ ที่มีปืนครอบครอง มาทบทวนกันหน่อย กฎหมายไทยห้ามยิงปืนโดยใช่เหตุอันควรเด็ดขาด เช่น ยิงแก้บน ยิงเฉลิมฉลองเทศกาล ถ้าถูกจับ ปรับ 2,000 บาท จำคุก 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าเสี่ยงอันตรายมาก อาจหนักกว่านั้น มาตรา 72 ยังห้ามยิงในที่ชุมชนอีกด้วย

  • ยิงได้เมื่อไหร่? ล่าสัตว์ ป้องกันตัว ปราบศัตรูพืช (แต่ต้องขออนุญาต)
  • ห้ามยิง: เทศกาล งานเลี้ยง หลังศาลพระภูมิ
  • ผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันต้องเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด

เคสนี้ยังดีที่ไม่มีใครเจ็บ แต่ถ้าผิดพลาดล่ะ? ชาวบ้านใกล้เคียงกลัวแค่ไหน ชุมชนจะวุ่นวายขนาดไหน

เป็นกันเองแบบนี้แหละ เพื่อนๆ คิดยังไงกับเรื่องนี้ คอมเมนต์บอกหน่อยนะ ผมว่าเป็นบทเรียนดีๆ สำหรับทุกคนที่ถือปืน ศึกษากฎหมายให้ละเอียดก่อนลงมือ อย่าให้เกิดเหตุซ้ำรอย ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ต่อให้เพื่อนๆ รับรู้ ช่วยกันสร้างสังคมปลอดภัยจากอาวุธปืนกันเถอะ!

ที่มา – ผู้ใหญ่บ้านไหว้ขอโทษ หลังยิงไรเฟิลถวายพ่อปู่ อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อ่านกฎหมายไม่ลึกซึ้ง

สลดรับเลือกตั้ง หนุ่มก้มเก็บมือถือหล่นในรถ เสียหลักชนป้าหลานดับ 2 ศพ

เกิดเหตุการณ์สุดน่าเศร้าใจในวันเลือกตั้ง เมื่อ สลดรับเลือกตั้ง หนุ่มก้มเก็บมือถือหล่นในรถ เสียหลักชนป้าหลานดับ 2 ศพ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย เหตุการณ์นี้เตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในวันที่ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันอย่างคึกคัก

สลดรับเลือกตั้ง หนุ่มก้มเก็บมือถือหล่นในรถ เสียหลักชนป้าหลานดับ 2 ศพ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 ก.พ. 2569 ร.ต.อ.ณฐกฤษ พ่านเผือก รองสารวัตรสอบสวน สภ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนรถจักรยานยนต์ ที่ถนน 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท บริเวณหน้าโรงเรียนพยัคฆาราม (วัดเสือ) หมู่ 2 ต.ศรีประจันต์ เจ้าหน้าที่รีบรุดไปตรวจสอบพร้อมทีมกู้ชีพ รพ.ศรีประจันต์ และมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งฮอนด้าสีขาว ทะเบียนกรุงเทพฯ พลิกตะแคงพังยับเยิน ข้างๆ กันมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ทะเบียนอ่างทอง ล้มอยู่ริมทางเสียหายทั้งคัน ผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือ นายสังวาลย์ อายุ 49 ปี ผู้ขี่รถ และนางกาเหว้า อายุ 68 ปี ป้าที่นั่งซ้อนท้าย ทั้งคู่เป็นชาวต.ศรีประจันต์ เจ้าหน้าที่เร่งทำ CPR แต่ทั้งสองเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

สาเหตุจากมือถือหล่น ก้มเก็บเสียหลักชน

จากคำให้การของนายเลิศเกียรติ อายุ 47 ปี ผู้ขับรถเก๋ง เล่าว่า เขาขับมาจากอ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่ต.เขาพระ อ.เดิมบางนางบวช แต่พอถึงจุดเกิดเหตุ มือถือหล่นลงพื้นด้านซ้าย จังหวะก้มเก็บ รถจึงเสียหลักชนฟุตบาท ก่อนพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนายสังวาลย์ที่กำลังขี่กลับบ้านหลังไปทำผมร้านเสริมสวยเพื่อเตรียมตัวเลือกตั้ง

เหตุการณ์ สลดรับเลือกตั้ง หนุ่มก้มเก็บมือถือหล่นในรถ เสียหลักชนป้าหลานดับ 2 ศพ นี้ สะท้อนปัญหาการเสียสมาธิขณะขับขี่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนนไทย โดยเฉพาะในวันสำคัญอย่างวันเลือกตั้งที่รถติดและคนรีบร้อนมากขึ้น ป้าหลานคู่นี้กำลังจะไปใช้สิทธิ์ แต่กลับต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเสียดาย

บทเรียนจากอุบัติเหตุวันเลือกตั้ง

อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากปัจจัยง่ายๆ แต่ร้ายแรง คือการก้มเก็บของขณะขับรถ ซึ่งทำให้เสียการควบคุมเพียงเสี้ยววินาที ในปีที่ผ่านมา อุบัติเหตุจากมือถือขณะขับขี่คร่าชีวิตคนไทยนับพันราย สถิติจากกรมทางหลวงเผยว่า 80% ของอุบัติเหตุเกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงเช่นนี้

  • ห้ามใช้มือถือขณะขับ: จอดรถก่อนรับสายหรือหยิบของ
  • ตรวจสอบรถก่อนออก: วางของให้มั่นคง ไม่ให้หล่นง่าย
  • วันเลือกตั้งขับช้าๆ: รถเยอะ หลีกเลี่ยงเสี่ยง
  • สวมหมวกกันน็อกเสมอ: สำหรับผู้ขี่จักรยานยนต์

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น ถนนสาย 340 ที่คดเคี้ยวและรถหนาแน่นในวันเลือกตั้ง ทำให้เสี่ยงสูง หากทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจร โศกนาฏกรรมเช่นนี้จะลดลงได้

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การเลือกตั้งเป็นสิทธิ์ แต่ชีวิตสำคัญกว่า ขับขี่ปลอดภัยเพื่อตัวเองและผู้อื่น อย่าให้ความรีบร้อนมาทำลายวันสำคัญ ลองแชร์ประสบการณ์ขับรถวันเลือกตั้งของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อเตือนใจกันและกันนะครับ

ที่มา – สลดรับเลือกตั้ง หนุ่มก้มเก็บมือถือหล่นในรถ เสียหลักชนป้าหลานดับ 2 ศพ

“อนุทิน” อ้อนรักสุพรรณบุรีสุดใจ ชวนเลือกภูมิใจไทย

สวัสดีครับชาวสุพรรณบุรีและเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวเด็ดการเมืองสุดฮอตมาอัปเดตกันกับ “อนุทิน” อ้อน “หนูรักสุพรรณบุรีสุดใจขาดดิ้น” ขอเป็นหมารับใช้ ชวนเลือกภูมิใจไทยทั้ง 2 ใบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกฯ นำทัพใหญ่บุกสุพรรณบุรีในโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2569 (ตามเนื้อข่าว แต่สมมติบริบทปี 2568-69) บรรยากาศคึกคักมาก ประชาชนแน่นเวที!

อนุทิน หาเสียงสุพรรณบุรี รักสุดใจขาดดิ้น

“อนุทิน” อ้อน “หนูรักสุพรรณบุรีสุดใจขาดดิ้น” ขอเป็นหมารับใช้ ชวนเลือกภูมิใจไทยทั้ง 2 ใบ

เวลา 18.00 น. อนุทินลงพื้นที่เดินหาเสียงจากศูนย์ประสานงานพรรคฯ ไปเวทีที่เทศบาลท่าระหัด กว่า 1 กม. ประชาชนต้อนรับอบอุ่น ตะโกนเชียร์เบอร์ 37 ดังลั่น บางคนทำท่าจะกระโดดคลองข้ามไปหา สุดยอดความนิยม! ไม่หวั่นเวทีพรรคประชาชนห่างแค่ 5 กม. อนุทินบอกว่าเป็นเรื่องดีที่ทุกพรรคมาพบปะประชาชน ไม่ใช่วัดพลัง แต่แข่งกันด้วยนโยบายและความตั้งใจ

เวทีใหญ่จัดที่นั่ง 20,000 ที่นั่ง ขนาบ 2 ฝั่งคลอง กว่า 2 กม. เต็มไปด้วยชาวสุพรรณ! นี่เป็นครั้งที่ 3 ที่อนุทินมาสุพรรณ ครั้งแรกไหว้บรรหาร ครั้งสองเปิดงานดอนเจดีย์ ครั้งนี้ปราศรัยใหญ่ขอคะแนน

เวทีปราศรัยอนุทิน สุพรรณบุรี เบอร์ 37

วราวุธ ศิลปอาชา ลูกชายบรรหาร ชวนเลือกภูมิใจไทย

19.20 น. "วราวุธ" ขึ้นเวที ลูกชายพ่อบรรหาร ชี้แจงเข้าร่วมภูมิใจไทย ลำดับ 3 บัญชีรายชื่อ ขอคะแนนทั้ง 2 ใบ พัฒนาสุพรรณภายใต้อนุทิน

19.26 น. อนุทินปราศรัยอบอุ่น เล่าย้อนพบพ่อบรรหารที่มองการณ์ไกลให้ดูแล "ท็อป" (วราวุธ) บิดาตัวเองเคยอยู่ชาติไทย สุพรรณ-บุรีรัมย์แข็งแรง มาทำให้ชาติไทยแข็งแรงด้วยกัน พลัส พลัส พลัส!

อนุทิน ปราศรัย ชาวสุพรรณบุรี
ประชาชนเชียร์อนุทิน สุพรรณบุรี

ไฮไลต์สุดประทับใจ อนุทินเสียงเหน่อร้อง “นี่พลทหารหนูบุรีรัมย์ วันนี้หนูรักสุพรรณบุรีสุดใจขาดดิ้น ห้อยพระผงสุพรรณ… กา 37 จบกลับบ้าน!” สุดน่ารัก! ชวนกาเบอร์ 37 ภูมิใจไทยทั้ง 2 ใบ ผลงาน 3 เดือนรัฐบาลดีแล้ว 4 ปีจะยิ่งใหญ่

พูดถึงปัญหาสุพรรณ: ประตูน้ำ ระบบระบายน้ำ เกษตรกร จะแก้ให้ งบมาพัฒนา ไม่กลัวน้ำท่วม ราคาข้าว มัน อ้อย ขึ้นแน่ ปิดด่านแล้วเศรษฐกิจดี ยึดทรัพย์สแกม 20,000 ล้าน นโยบายทหารอาสา คนละครึ่งพลัสเฟส 2-6 พลัสๆๆ

  • นโยบายเด่นพรรคภูมิใจไทย:
  • กระตุ้นเศรษฐกิจ คนละครึ่งพลัสต่อเนื่อง
  • พัฒนาเกษตร ราคาผลผลิตสูงขึ้น
  • แก้ปัญหาน้ำท่วมสุพรรณบุรี
  • ยึดทรัพย์สแกมปกป้องประชาชน
  • ทหารอาสา เศรษฐกิจชายแดน
  • พัฒนาสุพรรณทุกมิติ กับทีมวราวุธ
อนุทิน ขอเป็นหมารับใช้สุพรรณบุรี

ทิ้งท้ายอบอุ่น “พวกเราจะเป็นหมารับใช้คนสุพรรณบุรี ถ้าไม่อยากให้อังเคิลมา ก็เลือกพวกเรา!” สุพรรณบุรีบ้านบรรหาร การร่วมมือบุรีรัมย์-สุพรรณ จะทำให้ชาติไทยพลัสอัป!

เห็นบรรยากาศแล้วรู้สึกได้ถึงความจริงใจของอนุทินเลยครับ สุพรรณบุรีจะพัฒนายิ่งขึ้นแน่นอน ชวนทุกคนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้ กาเบอร์ 37 พรรคภูมิใจไทยทั้ง 2 ใบ อนาคตสุพรรณ-ไทยสดใส!

ที่มา – “อนุทิน” อ้อน “หนูรักสุพรรณบุรีสุดใจขาดดิ้น” ขอเป็นหมารับใช้ ชวนเลือกภูมิใจไทยทั้ง 2 ใบ

เลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์: ส่องเลขธูปมงคลรับปีใหม่

เปิดโบสถ์ 1,000 ปี วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี เสกพระปิดตามหาอุตม์ ด้านสายมูไม่พลาดส่อง “เลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์” ธูปมงคลไปเสี่ยงโชครับปีใหม่ ใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์ ห้ามพลาดบทความนี้!

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อม นางดวงใจ กาญธีรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานสุพรรณบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีพุทธาภิเษก พระปิดตามหาอุตม์ รุ่น “เสริมบุญ หนุนบารมี โชคดี ทองพันล้าน” เป็นวาระที่ 2 ในโบสถ์มหาอุด วัดป่าเลไลยก์ อายุ 1,000 กว่าปี โดยมีหลวงตาแดง เจ้าอาวาสวัดมะนาว รองเจ้าคณะอำเภอเมืองสุพรรณบุรี พร้อมพระเถราจารย์รวม 4 รูปอธิษฐานจิต ซึ่งวาระที่ 1 ได้รับความเมตตาจาก หลวงปู่สมบุญ ปิยธฺมโม เกจิอาวุโสแห่งสุพรรณบุรี อายุ 104 ปี อธิษฐานจิตปลุกเสก เพื่อแจกฟรี เป็นของขวัญปีใหม่ แก่นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาไหว้ขอพรในโบสถ์มหาอุด จ.สุพรรณบุรี-อ่างทอง ช่วงปีใหม่ ในระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 เท่านั้น

นางดวงใจ กาญธีรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานสุพรรณบุรี และนักท่องเที่ยว ต้องลงทะเบียนเพื่อรับพาสปอร์ตจากวัดที่เข้าร่วมโครงการ และเดินทางไหว้พระตามเส้นทางท่องเที่ยวโบสถ์มหาอุด อ.เมืองสุพรรณบุรี เริ่มที่วัดป่าเลไลยก์, วัดแค, วัดสารภี, วัดหน่อพุทธารกูร, วัดพระรูป รวมถึง วัดหัวโพธิ์ อ.สองพี่น้อง, วัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ และวัดเดิมบาง วัดขวางเวฬุวัน อ.เดิมบาง ส่วนที่ อ่างทอง 3 วัด ได้แก่วัดฝาง วัดบ้านป่า และวัดชัยสิทธาราม แล้วประทับตรา ณ จุดที่กำหนดในวัดนั้น ๆ หากประทับตราตั้งแต่ 3 วัดขึ้นไป รับวัตถุมงคลพระปิดตามหาอุตม์ เป็นของที่ระลึก จาก ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี ซึ่งสามารถรับรางวัล ณ วัดที่ร่วมกิจกรรม และ ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี

งานนี้ผู้ที่มาร่วมไหว้พระ ต่างไม่พลาด จุดธูปตัวเลข ขอโชค ปรากฏมีเลขธูป 2 แท่ง ที่เป็นเลขเดียวกัน คือ เลข 8-6-5 ที่ นางดวงใจ กาญธีรานนท์ ผอ.ททท. สำนักงานสุพรรณบุรี อธิษฐานจุดขอโชค ทำให้นำเลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์ ไปเสี่ยงโชครับปีใหม่

เลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์

สำหรับใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์ เพื่อนำไปเสี่ยงโชคในช่วงปีใหม่นี้ เลข 865 จากธูปมงคลถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ นอกจากนี้ การเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดป่าเลไลยก์ก็ถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่เป็นสิริมงคลอีกด้วย

ทำไมเลขเด็ดวัดป่าเลไลยก์ถึงเป็นที่นิยม

  • วัดป่าเลไลยก์เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง
  • มีเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์เล่าขานกันมาอย่างยาวนาน
  • เลขที่ได้จากธูปมงคลมักมีความแม่นยำ

นอกจากการเสี่ยงโชคแล้ว การเดินทางไปทำบุญ ไหว้พระ ขอพรที่วัดป่าเลไลยก์ ยังเป็นการเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ ขอให้ทุกท่านโชคดี!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

จับตา “ประภัตร” เข้าภูมิใจไทย จริงหรือ?

จับตา “ประภัตร โพธสุธน” เข้าค่ายภูมิใจไทย จริงหรือไม่? สส.สุพรรณบุรี เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา อาจย้ายซบภูมิใจไทย หลังภาพคล้องแขน “อนุทิน-วราวุธ” ถูกเผยแพร่!

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม เวลา 21.50 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้โพสต์ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ที่เพิ่งเปิดตัวเตรียมร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า คล้องแขนถ่ายภาพร่วมกับนายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า “รักครับ” และอิโมจิรูปหัวใจสีน้ำเงิน

ภาพดังกล่าวจุดประกายคำถามถึงอนาคตทางการเมืองของนายประภัตร ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด หลังจากที่พรรคชาติไทยพัฒนากำลังจะผนึกกำลังกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งที่จะมาถึง การปรากฏตัวของนายประภัตรในเฟรมเดียวกันกับหัวหน้าพรรคทั้งสอง จึงไม่อาจมองข้ามถึงความเป็นไปได้ที่เขาอาจจะตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยในอนาคตอันใกล้นี้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวว่านายประภัตรอาจจะไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม (กธ.) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่น่าจับตามอง สถานการณ์การเมืองในจังหวัดสุพรรณบุรีจึงมีความน่าสนใจและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การตัดสินใจของนายประภัตรจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของจังหวัด

จับตา “ประภัตร” เข้าภูมิใจไทย จริงหรือ?

การเปิดตัวของนายวราวุธที่พรรคภูมิใจไทยในวันนั้น ยังมาพร้อมกับนายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี นายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด และนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคชาติไทยพัฒนาในการร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ

ทำไมต้องจับตา “ประภัตร โพธสุธน” ?

นายประภัตร โพธสุธน ถือเป็นนักการเมืองอาวุโสและมีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเมืองไทย การตัดสินใจของเขาจึงมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระดับชาติ การจับตาความเคลื่อนไหวของนายประภัตรจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารทางการเมืองอย่างใกล้ชิด

  • ประสบการณ์ทางการเมืองที่ยาวนาน
  • อิทธิพลในจังหวัดสุพรรณบุรี
  • ความสัมพันธ์กับนักการเมืองระดับชาติ

การที่นายประภัตรอยู่ในสถานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ทำให้การตัดสินใจของเขามีผลต่อทิศทางของพรรคโดยรวม การที่พรรคชาติไทยพัฒนากำลังจะร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทย ยิ่งทำให้นายประภัตรตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์การเมืองมากยิ่งขึ้น

นอกจากประเด็นเรื่องการย้ายพรรค อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการที่นายประภัตรยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับนักการเมืองจากหลากหลายพรรค แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์และรักษาเครือข่ายทางการเมืองที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับนักการเมืองในยุคปัจจุบัน

สถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การจับตาความเคลื่อนไหวของนักการเมืองสำคัญๆ เช่น นายประภัตร โพธสุธน จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป และคาดการณ์ถึงอนาคตทางการเมืองของประเทศไทย

การที่นายประภัตร โพธสุธน จะตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่แน่นอนคือการตัดสินใจของเขาจะมีผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างแน่นอน

ที่มา – จับตา “ประภัตร” เข้าค่ายภูมิใจไทย หลังคล้องแขนร่วมเฟรม “อนุทิน-วราวุธ”

เปิดผลตรวจสุขภาพ น้องข้าวต้ม เร่งรักษา

ทีมสัตวแพทย์เร่งตรวจสุขภาพ น้องข้าวต้ม ลูกช้างป่าพลัดหลงจากแม่ที่ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เบื้องต้นยังอยู่ในภาวะวิกฤติ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน และเร่งหาแนวทางการรักษาอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 คณะสัตวแพทย์จากหลายหน่วยงาน ทั้งจากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ร่วมกับนายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ร่วมกันเข้าทำการตรวจสุขภาพและวางแผนการรักษา น้องข้าวต้ม อย่างละเอียด

คณะทำงานประกอบด้วย น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, สพ.ญ.ลักษณา ประสิทธิชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง), สพ.ญ.กานต์พิชชา หาญอาษา นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง), สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก, ผศ.สพ.ญ.ดร.สุภาเพ็ญ ศรีพิบูลย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน, สพ.ญ.สุธีรานันท์ พิพิธวนิชธรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

ทีมสัตวแพทย์ได้นำเครื่องเอกซเรย์มาตรวจรักษา น้องข้าวต้ม ลูกช้างป่าพลัดหลงที่ถูกส่งตัวมายังศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก เพื่อตรวจอาการบาดเจ็บอย่างละเอียด การตรวจรักษาอาการบาดเจ็บของน้องข้าวต้มนานกว่า 2 ชั่วโมง และดูแลอย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นทีมสัตวแพทย์จะมีการประชุมเพื่อสรุปผลการเอกซเรย์และการตรวจรักษา

สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก กล่าวว่า ได้จัดเตรียมสถานที่และทีมสัตวแพทย์ให้พร้อม เพื่อให้การดูแล น้องข้าวต้ม เป็นไปอย่างสะดวกสบายที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนและมีฝนตก

น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า เปิดเผยผลการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พบว่ามีบาดแผลตามลำตัว โดยเฉพาะบริเวณสะโพก และแผลถลอกบริเวณขาหน้าขวา นอกจากนี้ยังมีรอยถลอกบริเวณข้อเท้าเนื่องจากการลงน้ำหนัก

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยืนของลูกช้าง พบว่าแผ่นรองเท้าทั้ง 4 ข้างบางมาก เล็บยาวงอกเกินออกมา ซึ่งเป็นลักษณะผิดปกติ สันนิษฐานว่า น้องข้าวต้ม ไม่ได้ยืน 4 ขาตั้งแต่กำเนิด และเอ็นข้อเท้ามีลักษณะงอพับคล้ายคลึงกับลูกม้า นอกจากนี้ยังพบบาดแผลติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศและสะดือ

ถึงแม้ว่าโดยรวม น้องข้าวต้ม จะมีสุขภาพที่ดีและกินนมได้เยอะ แต่ยังไม่สามารถประคองตัวในการเดินได้ คาดการณ์ว่าบาดแผลตามตัวเกิดจากการประคับประคองจากฝูงช้าง เพื่อช่วยให้ลูกช้างช่วยเหลือตัวเองได้

เปิดผลตรวจสุขภาพ น้องข้าวต้ม เร่งรักษา

เป้าหมายหลักในขณะนี้คือการช่วยชีวิต น้องข้าวต้ม ให้รอดพ้นจากภาวะวิกฤตและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน การตัดสินใจนำมาดูแลโดยทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ข้อมูลพื้นฐานของการดูแลสัตว์ชนิดนี้มีความสำคัญยิ่งต่อการวินิจฉัยของทีมแพทย์

หลวงปู่สาคร ซึ่งมีความเมตตาต่อช้างในพื้นที่และติดตามช้างมาโดยตลอด สามารถให้ประวัติของฝูงช้างได้ ทำให้ทราบว่าแม่ช้างเป็นใครและพบเจอลูกช้างเมื่อไหร่ ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการดูแลและเตรียมความพร้อมในการรักษา

การดูแล น้องข้าวต้ม อย่างใกล้ชิด

ดังนั้นการได้รับข้อมูลจากหลวงปู่สาคร อาจารย์ประถม ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู รวมถึงคำแนะนำจากคุณหมอหลายท่าน จึงมีส่วนช่วยอย่างมากในการดูแล น้องข้าวต้ม

แม้ว่าสถานการณ์ของน้องข้าวต้มจะยังน่าเป็นห่วง แต่ด้วยความทุ่มเทของทีมสัตวแพทย์และความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้องข้าวต้มจะสามารถกลับมาแข็งแรงและใช้ชีวิตในป่าได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง เราทุกคนขอส่งกำลังใจให้น้องข้าวต้มและทีมงานทุกท่าน

ที่มา – เปิดผลตรวจสุขภาพ “น้องข้าวต้ม” ลูกช้างป่าพลัดหลง เร่งหาแนวทางการรักษา

Scroll to top