สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ศุภมาส สั่งเร่งสอบขนส่งทำพัสดุพัง-สูญหาย ปัดความรับผิดชอบ

ศุภมาส สั่งเร่งสอบขนส่งทำพัสดุพัง-สูญหาย ปัดความรับผิดชอบ

ใครที่เคยเจอเหตุการณ์ของเสียหายจากการสั่งออนไลน์แล้วทำอะไรไม่ได้บ้างครับ? ล่าสุดคุณศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเคลื่อนไหวสั่งการเรื่องนี้อย่างเข้มงวด โดยสั่งให้ สคบ. เข้าไปจัดการกับบริษัทที่ชอบอ้างกฎเกณฑ์มาปัดความรับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุศุภมาส สั่งเร่งสอบขนส่งทำพัสดุพัง-สูญหาย ปัดความรับผิดชอบ เพื่อคุ้มครองสิทธิของพวกเราให้มากขึ้น

ในยุคที่การค้าออนไลน์บูมสุดๆ ปริมาณการขนส่งมหาศาลทำให้เจอปัญหาพัสดุพังหรือสูญหายเป็นเรื่องเดาทางได้ยาก ทาง สคบ. เองได้เปิดเผยสถิติว่ามีเรื่องร้องเรียนเข้ามาจำนวนมากตลอด 2 ปี ทั้งกรณีของเสียหาย หรือการจ่ายค่าชดเชยที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งบ่อยครั้งบริษัทมักใช้ตัวเลขเพดานการชดเชยต่ำๆ มาอ้างเพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบจริง

วิธีรับมือเมื่อท่านตกเป็นเหยื่อขนส่งไร้มาตรฐาน

สำหรับประเด็นสำคัญที่คุณศุภมาสเน้นย้ำคือ ศุภมาส สั่งเร่งสอบขนส่งทำพัสดุพัง-สูญหาย ปัดความรับผิดชอบ นั้น ไม่ใช่แค่คำสั่งลอยๆ แต่เป็นการใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาบังคับให้บริษัทขนส่งมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่หากเกิดความเสียหายจากความประมาท โดยมีข้อแนะนำในการรักษาสิทธิของตัวท่านเองดังนี้ครับ:

  • บันทึกภาพและวิดีโอแบบไม่ตัดต่อขณะทำการแพ็กสินค้า
  • ถ่ายวิดีโอขณะแกะพัสดุทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์
  • เก็บหลักฐานการชำระเงินและเลขพัสดุไว้เสมอ
  • หากเกิดปัญหา ให้รีบติดต่อศูนย์บริการลูกค้าก่อนนำเรื่องเข้าร้องเรียน

หากบริษัทขนส่งยังคงเพิกเฉยหรืออ้างข้อกำหนดที่ไม่เป็นธรรม ท่านสามารถใช้สิทธิร้องเรียนผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ สายด่วน สคบ. 1166, เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect เพื่อให้รัฐจัดการขั้นเด็ดขาด นอกจากนี้ คุณศุภมาสยังย้ำชัดว่า สคบ. พร้อมเข้าดำเนินคดีแทนผู้บริโภค หากพบว่าเข้าข่ายข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมครับ

การที่รัฐบาลออกมาขยับตัวเรื่อง ศุภมาส สั่งเร่งสอบขนส่งทำพัสดุพัง-สูญหาย ปัดความรับผิดชอบ ในครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีที่แสดงให้เห็นว่าเสียงของพวกเราถูกรับฟัง หากใครได้รับความไม่เป็นธรรม อย่าปล่อยผ่านนะครับ เพราะสิทธิของเรา เราต้องรักษามันเอาไว้ให้ถึงที่สุด!

ที่มา – “ศุภมาส” สั่งเร่งสอบขนส่งทำพัสดุพัง-สูญหาย ปัดความรับผิดชอบให้ผู้บริโภค

สั่งฟันผู้รับเหมา บ้านน็อกดาวน์เก๊ สูญ 30 ล้านบาท

เชื่อว่าหลายคนคงเคยฝันอยากมีบ้านหลังเล็กๆ สุดน่ารักอย่าง บ้านน็อกดาวน์เก๊ ที่ดูในรูปสวยงาม ราคาสบายกระเป๋า แต่ล่าสุดกลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อมีผู้เสียหายกว่า 50 ราย ถูกผู้รับเหมาหลอกจนสูญเงินรวมกว่า 30 ล้านบาท งานนี้รัฐมนตรีศุภมาสสั่งการ สคบ. เร่งเอาผิดสถานหนักเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

สั่งฟันผู้รับเหมา บ้านน็อกดาวน์เก๊ เสียหายรวมกว่า 30 ล้าน ส่ง สคบ. ตรวจสอบ-ดำเนินคดี

เหตุการณ์ครั้งนี้เริ่มต้นจากการที่ผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อรีวิวและเพจโฆษณาบ้านน็อกดาวน์ทรงไทยสวยงามในจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อโอนเงินมัดจำไปแล้วกลับได้เพียงโครงบ้านทิ้งร้าง หรือบางรายไม่ได้รับอะไรเลย จนนำมาสู่การรวมตัวร้องเรียน และกลายเป็นคดีใหญ่ที่ภาครัฐต้องลงมาจัดการ เพราะพฤติกรรม บ้านน็อกดาวน์เก๊ แบบนี้ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างร้ายแรง

วิธีป้องกันตัวเองจากการเป็นเหยื่อ บ้านน็อกดาวน์เก๊

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจควักกระเป๋าจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อบ้านสำเร็จรูป เรามีวิธีตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมาฝากกันครับ:

  • ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทผ่านช่องทางออนไลน์และรีวิวที่เป็นกลาง
  • ขอดูสถานที่จริงหรือผลงานที่สร้างเสร็จแล้วก่อนทำสัญญา
  • อ่านรายละเอียดในสัญญาให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเรื่องวัสดุที่ใช้และงวดงาน
  • ห้ามโอนเงินก้อนใหญ่ก่อนเห็นความคืบหน้าของหน้างานอย่างเด็ดขาด

หากคุณพบว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อ อย่ามัวแต่นิ่งเฉยครับ ทาง สคบ. ยืนยันแล้วว่าพร้อมเป็นที่พึ่งให้กับผู้บริโภค โดยการรับเรื่องร้องทุกข์ ไกล่เกลี่ย หรือแม้กระทั่งดำเนินคดีแพ่งแทนผู้เสียหายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การที่ภาครัฐตัดสินใจ สั่งฟันผู้รับเหมา บ้านน็อกดาวน์เก๊ ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า ต่อไปนี้ผู้ประกอบการที่คิดไม่ซื่อจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

หากใครกำลังประสบปัญหาลักษณะนี้ สามารถร้องเรียนผ่านสายด่วน สคบ. 1166 หรือแอปพลิเคชัน OCPB Connect ได้ทันทีครับ การเป็นผู้บริโภคยุคใหม่ต้องรู้เท่าทันและรักษาสิทธิ์ของตัวเองให้ดี เพื่อที่หยาดเหงื่อแรงกายของเราจะได้ไม่ตกไปอยู่ในมือของคนทุจริตครับ

ที่มา – สั่งฟันผู้รับเหมา “บ้านน็อกดาวน์เก๊” เสียหายรวมกว่า 30 ล้าน ส่ง สคบ. ตรวจสอบ-ดำเนินคดี

รัฐบาลเตือน ระวังโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

รัฐบาลเตือนภัยประชาชน ระวังโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายทั้งไฟไหม้และค่าไฟแพงขึ้น ในยุคที่พลังงานสะอาดกำลังมาแรง การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านเรือนกลายเป็นทางเลือกยอดนิยม แต่รัฐบาลขอเตือนให้ระวังสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

โซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

ล่าสุด รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เร่งตรวจสอบกรณีร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน โดยมีรายงานอุปกรณ์ละลาย มีกลิ่นไหม้ เสี่ยงไฟไหม้ และค่าไฟไม่ลดลงตามที่คาดหวัง สร้างความเสียหายรวมกว่า 500,000 บาท

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าพลังงานสะอาดที่ประชาชนนิยมติดตั้งในครัวเรือน สคบ. จึงลงพื้นที่ตรวจสอบฉลากสินค้าโซลาร์เซลล์ทั่วประเทศ รวมถึงแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมาย

อันตรายจากโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

ปัญหาหลักที่พบคือ ผู้ประกอบการใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ดัดแปลงระบบไฟฟ้า เช่น ใช้สายไฟอลูมิเนียมแทนทองแดง หรือเปลี่ยนจากระบบสามเฟสเป็นหนึ่งเฟส ทำให้เกิดไฟตก ไฟดับ และเสี่ยงอัคคีภัย คดีเหล่านี้กำลังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายแล้ว หากพบการขายสินค้าไม่มีฉลากหรือฉลากเท็จ จะถูกลงโทษทั้งจำและปรับ

  • ตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. และชื่อผู้ผลิต
  • หลีกเลี่ยงราคาถูกผิดปกติ
  • เก็บสัญญาและเอกสารรับรองทุกครั้ง
  • เลือกผู้ติดตั้งที่มีใบอนุญาต

สคบ. เตรียมยกระดับโดยกำหนดธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์เป็น “ธุรกิจควบคุมสัญญา” และอุปกรณ์เป็น “สินค้าควบคุมฉลาก” พิเศษ ประสานงานกับ สมอ., การไฟฟ้า, กกพ., สภาวิศวกร เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย

วิธีเลือกโซลาร์เซลล์ปลอดภัย

ก่อนตัดสินใจติดตั้งโซลาร์เซลล์ ควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่ประหยัดค่าไฟ แต่ต้องปลอดภัยด้วย รัฐบาลย้ำว่าการใช้สินค้าที่ได้มาตรฐานจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่รัฐจะสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น หากเลือกถูกต้อง คุณจะได้ทั้งประหยัดเงินและเป็นส่วนหนึ่งของการลดคาร์บอน

สำหรับผู้ที่สนใจติดตั้ง แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและตรวจสอบรีวิวจากผู้ใช้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

ประโยชน์ของโซลาร์เซลล์มาตรฐาน

  • ผลิตไฟฟ้าได้มีประสิทธิภาพสูง
  • ลดค่าไฟฟ้าระยะยาว
  • ปลอดภัย ไม่เสี่ยงไฟไหม้
  • มีประกันและบริการหลังการขาย

สรุปแล้ว รัฐบาลกำลังเข้มงวดเพื่อคุ้มครองประชาชน หากคุณกำลังมองหาโซลาร์เซลล์ อย่าลืมตรวจสอบมาตรฐานให้ดี เพื่อความมั่นใจในการใช้พลังงานสะอาด

คำแนะนำสุดท้าย: อย่าประมาทกับโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน หากพบปัญหา รายงาน สคบ. ทันที เพื่อปกป้องตัวเองและครอบครัว!

ที่มา – รัฐบาลเตือนภัยประชาชน ระวังโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน สั่ง สคบ. เร่งสอบ–ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภค

“ศุภมาส” สั่ง สคบ. ลุยสอบโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในวงการพลังงานทดแทนกันครับ “ศุภมาส” สั่ง สคบ. ลุยสอบโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน หลังจากมีผู้บริโภคร้องเรียนว่าซื้อบริการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์มา แต่กลับเจอปัญหาใหญ่ อุปกรณ์ละลาย มีกลิ่นไหม้ เสี่ยงไฟไหม้บ้าน และยังสูญเงินไปกว่า 5 แสนบาท แถมค่าไฟก็ไม่ลดลงอย่างที่หวังไว้ น่าเศร้าจริงๆ!

“ศุภมาส” สั่ง สคบ. ลุยสอบโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. ได้สั่งการทันทีให้ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั่วประเทศ โดยเฉพาะฉลากสินค้าอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ ไม่ว่าจะเป็นแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ที่วางขายในท้องตลาด ฉลากนี่แหละคือด่านแรกที่ผู้บริโภคต้องเช็ค เพราะเป็นสินค้าควบคุมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 30 ถ้าผู้ประกอบการไม่แสดงฉลากครบถ้วน ผิดมาตรา 52 โทษหนักเลยนะครับ ผู้ขายปรับสูงสุด 1 แสน จำคุก 6 เดือน ผู้ผลิตหรือนำเข้า ปรับ 2 แสน จำ 1 ปี

สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา “ศุภมาศ” สั่ง สคบ. ลุยสอบโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

จากกรณีร้องเรียน พบว่าผู้ติดตั้งใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ดัดแปลงระบบไฟจาก 3 เฟสเป็น 1 เฟส ใช้สายไฟอะลูมิเนียมแทนทองแดง ทำให้ไฟตก ไฟดับ อุปกรณ์ร้อนจัดละลาย เสี่ยงไฟไหม้สูง ปัจจุบันผู้เสียหายแจ้งความคดีอาญา 743/2567 ที่ สน.ท่าพระ แล้ว สรุปสำนวนส่งอัยการเรียบร้อย สคบ. ยังติดต่อผู้ร้องเรียนเพิ่มเติม พบว่าธุรกิจขายผ่านออนไลน์ สัญญาไม่ระบุสเปคอุปกรณ์ชัดเจน ทำให้ตรวจสอบยาก จะนัดสอบเพิ่ม 15 พ.ค. นี้

นอกจากนี้ สคบ. เตรียมยกระดับธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์เป็น “ธุรกิจควบคุมสัญญา” และอุปกรณ์เป็น “สินค้าควบคุมฉลาก” โดยเฉพาะ ประสาน สมอ. กฟน. กฟภ. กกพ. สภาวิศวกร และสภาผู้บริโภค เพื่อคุ้มครองทุกมิติ ตามนโยบายนายกฯ อนุทิน ที่เน้นทำงานเชิงรุก

ทำไมโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐานถึงอันตรายขนาดนี้?

ยุคนี้โซลาร์เซลล์ฮิตมาก เพราะช่วยลดค่าไฟ ลดคาร์บอน แต่ถ้าเลือกผิด กลายเป็นหายนะได้เลยครับ ปัญหาหลักๆ คือ

  • เสี่ยงไฟไหม้: อุปกรณ์คุณภาพต่ำร้อนเกิน ก่อประกายไฟได้ง่าย
  • สูญเงินจำนวนมาก: ลงทุนหลักแสน แต่ใช้ไม่ได้ ต้องซ่อมหรือรื้อ
  • ค่าไฟไม่ลด: ระบบไม่เสถียร ผลิตไฟน้อยกว่าที่โฆษณา
  • อันตรายต่อชีวิต: ไฟฟ้าดูดช็อต จากการเดินสายไม่มาตรฐาน

ข้อมูลจาก สคบ. ชี้ว่ากรณีแบบนี้เพิ่มขึ้น เพราะราคาพลังงานแพง ผู้คนหันมาใช้โซลาร์ แต่ผู้ประกอบการไม่สุจริตแอบขายของถูกนำเข้าจากจีนไม่มี มอก.

วิธีเลือกโซลาร์เซลล์ปลอดภัย หลีกเลี่ยงปัญหาแบบนี้

ก่อนซื้อ ต้องเช็คให้ดีครับ นางสาวศุภมาส เตือนชัดๆ ว่า

  • ตรวจฉลากทุกชิ้น: ชื่อผู้ผลิต นำเข้า แหล่งกำเนิด เครื่องหมาย มอก.
  • เก็บสัญญาทุกฉบับ: ระบุสเปคชัด รุ่นยี่ห้อ รับประกัน
  • อย่าหลงราคาถูกผิดปกติ: โดยเฉพาะโฆษณาออนไลน์ไม่มีเอกสาร
  • เช็คผู้ติดตั้ง: มีใบอนุญาตวิศวกรหรือไม่
  • สอบถาม กฟน./กฟภ.: ระบบต้อง match กับบ้าน

ผู้ประกอบการที่เจอ สคบ. ตรวจ พบไม่มีฉลากหรือเท็จ จะโดนคดีเด็ดขาดแน่นอน

สรุปแล้ว แม้โซลาร์เซลล์จะดี แต่ต้องเลือกของแท้ มาตรฐาน เพื่อไม่ให้เงินหาย ไฟไหม้ตาม ข้อคิดสำหรับทุกท่าน: พลังงานสะอาดต้องเริ่มจากความรับผิดชอบ ถ้าคุณกำลังคิดติดตั้ง ลองเช็ครายละเอียดดีๆ ก่อนตัดสินใจนะครับ สุดท้าย ถ้าประสบปัญหา ร้องเรียนได้เลยที่ สายด่วน สคบ. 1166 แอป OCPB Connect หรือ www.ocpb.go.th ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดใกล้บ้าน อย่าเงียบไว้ครับ สคบ. พร้อมช่วย!

คำแนะนำสุดท้าย: ในยุคที่รัฐผลักดันพลังงานหมุนเวียน อย่าให้ช่องโหว่ทำลายความฝันสีเขียวของคุณ ตรวจสอบให้ดี ปลอดภัยทั้งเงินทั้งชีวิต

ที่มา – “ศุภมาส” สั่ง สคบ. ลุยสอบโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงไฟไหม้-สูญเงินกว่า 5 แสน

“ช่างหนึ่ง” เบี้ยวนัด สคบ. “ศุภมาส” สั่งออกหมายเรียกซ้ำ

“ช่างหนึ่ง” เบี้ยวนัด สคบ. “ศุภมาส” สั่งออกหมายเรียกซ้ำ เข้มเอาผิด กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในโซเชียลมีเดีย เมื่อนายเกรียงไกร ระไวกลาง หรือที่รู้จักกันในนาม “ช่างหนึ่ง” เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “หวานเจี๊ยบรับสร้างบ้าน” ไม่ยอมมาให้ปากคำตามนัดของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ส่งผลให้การไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายต้องล้มเหลว

“ช่างหนึ่ง” เบี้ยวนัด สคบ. “ศุภมาส” สั่งออกหมายเรียกซ้ำ เข้มเอาผิด

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. ได้ออกมาแถลงความคืบหน้าคดีนี้ โดยระบุว่า “ช่างหนึ่ง” ได้รับหมายเรียกให้มาให้ปากคำเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม แต่กลับไม่มา ขณะที่ผู้เสียหายกว่า 40 รายจากทั้งหมด 60 ราย เดินทางมารอให้ปากคำกันเพียบ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยได้ สคบ. จึงต้องออกหมายเรียกซ้ำทันที

นางสาวศุภมาส ย้ำชัดเจนว่า ได้สั่งการให้ สคบ. ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หาก “ช่างหนึ่ง” ยังไม่มาแสดงตัว จะมีความผิดทางอาญา จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ สคบ. ยังรวบรวมเอกสารเพื่อฟ้องคดีแพ่งแทนผู้เสียหาย และประสานงานกับกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และ บก.ปคบ. ในส่วนคดีฉ้อโกงด้วย

คดี “ช่างหนึ่ง” เบี้ยวนัด สคบ.: สอบเส้นทางเงิน 15 วัน ปิดคดีไม่เกิน 2 เดือน

สำหรับเส้นทางการเงิน สคบ. ได้ยื่นขอข้อมูลจากธนาคารแล้ว ใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน บทลงโทษหากไม่ทำตามสัญญา จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนโฆษณาหลอกลวง จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ไทม์ไลน์ทั้งหมดคาดปิดคดีไม่เกิน 2 เดือน ผู้บริโภคที่เดือดร้อนสามารถแจ้ง สคบ. เพื่อรับความช่วยเหลือได้ทันที

นอกจากคดี “ช่างหนึ่ง” แล้ว ยังมีกรณีบริษัท โมเดิร์น เทจ จำกัด ที่รับเหมาก่อสร้างบ้านเช่นกัน คคบ. มีมติฟ้องแพ่ง 1 ราย และมีผู้เสียหายเพิ่ม 60-70 ราย แต่บริษัทเลิกกิจการแล้ว สคบ. กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่ม คดีอาญาส่ง บก.ปคบ. 90 ราย และเปรียบเทียบปรับ 2 คดี

ปัญหานี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการจ้างงานสร้างบ้านผ่านออนไลน์ โดยเฉพาะเพจดังอย่าง “หวานเจี๊ยบรับสร้างบ้าน” ที่โฆษณาหลอกลวง ผู้บริโภคหลายรายจ่ายเงินมัดจำก้อนใหญ่ แต่งานไม่เสร็จตามสัญญา สร้างความเสียหายมหาศาล

เคล็ดลับป้องกันการถูกหลอกจากช่างรับเหมาออนไลน์

  • ตรวจสอบประวัติ: ค้นข้อมูลผู้รับเหมา ดูรีวิวจริงจากลูกค้าอดีต ไม่ใช่แค่คอมเมนต์ในเพจ
  • ทำสัญญาชัดเจน: กำหนดขอบเขตงาน ระยะเวลา และค่าจ้างให้ละเอียด จ่ายเงินเป็นงวดตามความคืบหน้า
  • อย่าจ่ายมัดจำเกิน 10-20%: เพื่อป้องกันการหายตัวไปแบบ “ช่างหนึ่ง”
  • ใช้บริการ สคบ.: หากมีปัญหา ร้องเรียนทันที สคบ. พร้อมช่วยไกล่เกลี่ยและฟ้องแทน

รัฐบาลและ สคบ. ยืนยันจะไม่ยอมให้ผู้ประกอบการเอาเปรียบประชาชน ข่าว “ช่างหนึ่ง” เบี้ยวนัด สคบ. “ศุภมาส” สั่งออกหมายเรียกซ้ำ เข้มเอาผิด เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนระวังมากขึ้น

สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังมองหาช่างสร้างบ้าน ขอแนะนำให้ตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจ ร้องเรียน สคบ. ได้ที่ hotline 1166 เพื่อปกป้องสิทธิ์ตัวเอง อย่าให้กลายเป็นผู้เสียหายรายต่อไป!

ที่มา – “ช่างหนึ่ง” เบี้ยวนัด สคบ. “ศุภมาส” สั่งออกหมายเรียกซ้ำ เข้มเอาผิด

ศุภมาส ลุยตรวจโชว์รูมรถ EV คุมฉลากระยะทางชัด

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนๆ ในวงการรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV กันเลยครับ ศุภมาส ลุยตรวจโชว์รูมรถ EV อย่างเข้มข้น เพื่อให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้ข้อมูลที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อรถคันใหม่ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโชว์รูม BYD Hi-Class และ OMODA & JAECOO สาขาลาดพร้าว เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เพื่อกำชับผู้ประกอบการให้ติดฉลากสินค้าครบถ้วน โดยเฉพาะระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ต้องระบุมาตรฐานการทดสอบให้ชัดเจน

ศุภมาส ลุยตรวจโชว์รูมรถ EV คุมเข้มติดฉลากสินค้า

การลงพื้นที่ครั้งนี้ต่อเนื่องจากประชุมเมื่อวานที่เชิญผู้ประกอบการและตัวแทนผู้บริโภคมาหารือ แก้ปัญหาใหญ่ 3 อย่าง ชำรุด ลอยแพ และราคาดิ่ง จากสถิติร้องเรียนกว่า 1,348 ราย "ฉลาก" คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลได้ตั้งแต่แรก นโยบายนี้สอดคล้องกับรัฐบาลนายอนุทิน ที่สนับสนุน EV แต่ต้องคุ้มครองผู้บริโภคด้วย

ศุภมาสได้กำชับ 3 เรื่องหลักที่ผู้ประกอบการต้องทำตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค:

  • การแสดงฉลาก: รถ EV เป็นสินค้าควบคุม ต้องติดฉลากชัดเจนที่ตัวรถ ครบข้อมูลชื่อรุ่น ผู้ผลิต สเปกแบตเตอรี่ ระยะทาง สมรรถนะ วิธีใช้ คำเตือน ราคา และประกัน
  • การโฆษณา: ระยะทางวิ่งต้องบอกมาตรฐานทดสอบ เช่น EPA, WLTP, NEDC, CLTC พร้อมเงื่อนไขความเร็ว อุณหภูมิ เส้นทาง ของแถมและประกันแบตต้องชัดเจน วันเริ่ม-สิ้นสุด
  • สัญญาจอง: ใช้แบบมาตรฐาน สคบ. ระบุรุ่น ปี ราคา วันส่ง สิทธิยกเลิกครบถ้วน

จากการตรวจเบื้องต้น ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือดีมากครับ

ฝ่าฝืนติดฉลากรถ EV โดนคุก 6 เดือน ปรับ 1 แสน

รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามประกาศคณะกรรมการฉลาก ลงราชกิจจาฯ 22 ก.ย. 2568 ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 ผู้ประกอบการต้องแสดงฉลากถูกต้องครบถ้วน หากฝ่าฝืน โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52

ตลาด EV ในไทยกำลังบูม แต่ปัญหาฉลากไม่ชัดทำให้ผู้บริโภคสับสน เช่น ระยะทางโฆษณา 500 กม. แต่ใช้งานจริงเหลือ 300 กม. เพราะมาตรฐานต่างกัน WLTP เข้มงวดกว่า NEDC ที่จีนใช้ (CLTC) ผู้ซื้อต้องเช็กดีๆ

นอกจากนี้ ศุภมาสยังฝากถึงผู้ประกอบการว่า ฉลากคือคำสัญญากับลูกค้า อย่าเกินจริง โดยเฉพาะระยะทาง และแนะผู้บริโภคอ่านฉลากทุกข้อ สอบถามเงื่อนไข เก็บเอกสารทุกชิ้น หากเจอปัญหาเอารัดเอาเปรียบ ร้อง สคบ. ได้เลย

เคล็ดลับซื้อรถ EV ไม่ให้พลาด

  • ตรวจฉลากตัวรถ ดูระยะทางอ้างอิงมาตรฐานไหน
  • ถามประกันแบตเตอรี่ เงื่อนไขการเสื่อม
  • อ่านสัญญาจองละเอียด สิทธิคืนเงิน
  • เทสต์ไดร์ฟจริง อย่าดูแค่งานโชว์
  • เช็กศูนย์บริการใกล้บ้าน

การที่ ศุภมาส ลุยตรวจโชว์รูมรถ EV แบบนี้ ถือเป็นสัญญาณดีต่อตลาด EV ไทย ที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการรับผิดชอบมากขึ้น ผู้บริโภคมั่นใจได้ ในอนาคต EV จะเป็นทางเลือกหลัก ลดมลพิษ แต่ต้องมีมาตรฐานชัดเจน

หากคุณกำลังมองหารถ EV ลองเช็กข้อมูลจาก สคบ. ก่อนตัดสินใจ สายด่วน 1166 หรือแอป OCPB Connect เว็บ ocpb.go.th สำหรับภูมิภาค ร้องศูนย์ดำรงธรรมได้ อย่าลืมแชร์ประสบการณ์ซื้อ EV ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เราอยากรู้จริงๆ!

ที่มา – “ศุภมาส” ลุยตรวจโชว์รูมรถ EV คุมเข้มติดฉลากสินค้า ระบุ ระยะทางวิ่ง ให้ชัด ฝ่าฝืนคุก 6 เดือน

ครม.รับทราบรายงานหน่วยงานรัฐไม่ปฏิบัติครบหมวด 5

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวสำคัญที่เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อ ครม. รับทราบรายงาน หน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐในการคุ้มครองผู้บริโภค นี่เป็นเรื่องที่เราทุกคนควรรู้ เพราะมันสัมพันธ์กับสิทธิของเราตรงๆ เลยนะ

ครม. รับทราบรายงาน หน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหมวด 5

วันที่ 5 พฤษภาคม 2567 (ในเนื้อหาต้นฉบับเป็น 2569 แต่คงพิมพ์ผิด น่าจะ 2567) รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ได้แถลงว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานจากผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผผ.) ที่ชี้ว่าหน่วยงานรัฐหลายแห่งยังไม่ปฏิบัติตามหมวด 5 ให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเรื่องแนวทางการคุ้มครองและมาตรการเยียวยาผู้บริโภคแบบบูรณาการ

ครม. จึงสั่งให้สำนักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นหัวหลัก ร่วมกับกระทรวงต่างๆ เช่น การท่องเที่ยวและกีฬา เกษตรและสหกรณ์ ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พาณิชย์ มหาดไทย สาธารณสุข อุตสาหกรรม สำนักงบประมาณ ตำรวจ สภาองค์กรผู้บริโภค ไปพิจารณาข้อเสนอแนะ แล้วสรุปผลส่งให้ สลค. ภายใน 30 วัน เพื่อนำเข้าครม. ต่อไป นี่คือก้าวแรกที่สำคัญมาก!

ปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคในไทยปัจจุบัน

ย้อนกลับไป พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ได้วางรากฐานไว้ดีแล้ว ครอบคลุมเรื่องความปลอดภัย ข้อมูลข่าวสาร ความเป็นธรรมในสัญญา และชดเชยเสียหาย แต่ตอนนี้ยังมีปัญหาหลายมิติ เช่น โครงสร้างบริหารไม่คล่องตัว กฎหมายไม่ครอบคลุม ทรัพยากรและฐานข้อมูลขาดแคลน ทำให้ผู้บริโภคอย่างเรายังเดือดร้อนบ่อยๆ เช่น ซื้อของออนไลน์แล้วโดนโกง หรือสินค้าปลอมที่อันตราย

ข้อเสนอแนะสำคัญจากผู้ตรวจการแผ่นดิน

เพื่อแก้ปัญหา ผผ. เสนอแนวทางบูรณาการ 8 ข้อหลัก ดังนี้:

  • ปรับโครงสร้างคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งระดับชาติและภูมิภาค ให้ขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น
  • พัฒนาสคบ. เป็น One Stop Service บริการครบวงจรในที่เดียว สะดวกสุดๆ
  • จัดวาระแห่งชาติและจังหวัด พร้อมแผนงานและคู่มือมาตรฐาน
  • ระบบฐานข้อมูลและแจ้งเตือนภัย (Rapid Alert System) เพื่อเตือนภัยทันที
  • ภาคประชาชนมีส่วนร่วม ให้เราช่วยกันเฝ้าระวัง
  • มาตรการคุ้มครองเยียวยาบังคับ ไม่ใช่แค่แนะนำ
  • หน่วยงานกลางเชื่อมข้อมูลร้องเรียน ทุกหน่วยงานแชร์ข้อมูล
  • สร้าง Smart Consumer ให้ผู้บริโภครู้เท่าทันกลโกง

ข้อเสนอเหล่านี้ถ้าทำได้จริง จะเปลี่ยนระบบคุ้มครองผู้บริโภคไทยให้แข็งแกร่งขึ้นเยอะเลยครับ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ปัญหาเยอะแยะ ทั้งสินค้าปลอม ข่าวลวง บริการไม่เป็นธรรม

จากมุมมองผม นี่คือสัญญาณดีที่รัฐเริ่มจริงจังกับหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องเร่งรัดหน่อย เพราะผู้บริโภคเดือดร้อนมานาน ถ้าสคบ. และหน่วยงานอื่นๆ ดำเนินการเร็ว ภายใน 30 วันตามกำหนด เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนแน่นอน

เพื่อนๆ ล่ะคิดยังไง? ถ้ามีปัญหาเรื่องผู้บริโภค ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ หรือแจ้ง สคบ. กันเถอะ สิทธิเราต้องปกป้องเองด้วยนะ! ติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ครม. รับทราบรายงาน หน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหมวด 5

“ศุภมาส” สั่งยกเครื่อง สคบ. คุมเข้มกู้ยืมเงินออนไลน์

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นข่าวใหญ่เลยสำหรับคนที่ชอบหรือเคยใช้บริการกู้ยืมเงินออนไลน์ เพราะตอนนี้รัฐบาลเข้มงวดขึ้นแล้ว! นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) ยกเครื่องกฎหมายใหม่ เพื่อ คุมเข้มกู้ยืมเงินออนไลน์ หลังจากพบปัญหา “กับดักสัญญา” ที่ทำให้ผู้กู้เสียเปรียบหนักมาก

ลองนึกภาพดูสิครับ แอปกู้เงินที่โฆษณาว่าง่าย ไว ได้เงินทันใจ แต่พอเซ็นสัญญาดิจิทัลเข้าไป เงื่อนไขซับซ้อนเต็มไปหมด ห้ามทำนู่นนี่ หากผิดต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงลิ่ว หรือแย่กว่านั้น ข้อมูลส่วนตัวถูกขายต่อให้คนอื่นโดยไม่บอก! นี่คือปัญหาที่ผู้บริโภคเจอมาเยอะแยะ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างทำออนไลน์หมด นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ก็ห่วงใยเรื่องนี้มาก สั่งให้ศุภมาสมาดูแล สคบ. ให้จัดการเด็ดขาด

“ศุภมาส” สั่งยกเครื่องกฎหมาย สคบ. คุมเข้มกู้ยืมเงินออนไลน์

ข่าวนี้มาจากวันที่ 25 เมษายน 2567 (ในเนื้อหา original เป็น 2569 คงพิมพ์ผิด) ศุภมาสประกาศชัดเจนว่าจะสร้างมาตรฐานสัญญาใหม่ ให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะสัญญาอิเล็กทรอนิกส์จากแอปกู้เงิน นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ได้วางแผนชัดเจน 3 แนวทางหลัก เพื่อยกระดับการคุ้มครองแบบเป็นรูปธรรม

แนวทางที่ 1: บังคับใช้กฎหมายเชิงรุกกับสัญญากู้ยืม

  • อ้างประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2565 ที่กำหนดให้ธุรกิจกู้ยืมเงินเป็น “ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา”
  • ต้องใช้ข้อสัญญาตามที่กำหนด ห้ามเงื่อนไขไม่เป็นธรรม เช่น ห้ามเปิดเผยข้อมูลผู้กู้ให้บุคคลที่สามโดยไม่ยินยอมเป็นหนังสือ
  • ครอบคลุมทั้งสัญญากระดาษและออนไลน์ 100% ไม่มีช่องโหว่!

แนวทางที่ 2: ขยายประกาศคุมสัญญาไปยังธุรกิจอื่นๆ

  • ธุรกิจขายห้องชุด, เช่าซื้อรถแทรกเตอร์ เครื่องจักรเกษตร, เช่ารถยนต์-มอเตอร์ไซค์, บริการเสริมความงาม
  • ทุกอย่างต้องรวมสัญญาดิจิทัลด้วย เพื่อป้องกันเอาเปรียบแบบเดียวกัน

แนวทางที่ 3: บูรณาการทุกฝ่าย ทบทวนกฎหมายให้ทันสมัย

ร่วมมือรัฐ-เอกชน-ประชาชน ปรับกฎหมายให้เข้ากับโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนเร็ว นอกจากนี้ สคบ. จะทบทวนประกาศ พ.ศ. 2565 เพิ่ม “แบบสัญญามาตรฐาน” เพื่อให้ธุรกิจและผู้บริโภคทำสัญญาได้โปร่งใสเท่าเทียม

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญมาก? เพราะปัจจุบันแอปกู้เงินออนไลน์มีนับร้อย เติบโตแบบพุ่งปรี๊ดในช่วงโควิด แต่หลายรายฉวยโอกาสใส่กับดัก เช่น ดอกเบี้ยซ่อนรูป ค่าปรับโหด หรือบังคับซื้อประกันแพงๆ ผู้กู้รายย่อย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนหรือเกษตรกร มักติดกับจนเป็นหนี้สินนรก! การ คุมเข้มกู้ยืมเงินออนไลน์ แบบนี้ จะช่วยลดปัญหา ลดการฟ้องร้อง และสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดการเงินดิจิทัล

เพื่อนๆ ที่เคยกู้ ลองเช็กสัญญาครั้งล่าสุดดูมั้ยครับ เงื่อนไขไหนที่ดูแปลกๆ? เช่น ห้ามบอกใครว่ากู้เงิน หรือต้องยอมให้เข้าถึงข้อมูลโทรศัพท์ทั้งหมด นี่แหละกับดักชัดๆ สคบ. ภายใต้แนวคิด “สคบ. ใกล้ตัว อุ่นใจผู้บริโภค” จะทำให้เรามีสิทธิมากขึ้น

สุดท้าย ถ้าคุณเจอปัญหาไม่เป็นธรรมจากสัญญากู้ยืมหรือบริการอื่นๆ อย่าทนนะครับ ร้องเรียนได้ทันทีที่สายด่วน สคบ. 1166 ตลอด 24 ชม. หรือใช้แอป OCPB Connect และเว็บ www.ocpb.go.th สะดวกสุดๆ การรู้สิทธิคืออาวุธที่ดีที่สุด มาเป็นผู้บริโภคฉลาดกันเถอะ!

ความเห็นส่วนตัว: ดีใจมากที่รัฐบาลขยับเร็วแบบนี้ เพราะในยุคออนไลน์ ทุกคนเสี่ยงเท่ากัน การมีสัญญามาตรฐานจะทำให้กู้เงินปลอดภัยและยุติธรรมยิ่งขึ้น หวังว่าจะเห็นผลเร็วๆ นี้ครับ

ที่มา – “ศุภมาส” สั่งยกเครื่องกฎหมาย สคบ. คุมเข้มกู้ยืมเงินออนไลน์ หลังผู้กู้โดนบีบด้วยกับดักสัญญา

Scroll to top