หลวงพ่ออลงกต คือใคร

สพฐ.สั่งถอด อดีตพระอลงกต จากหนังสือเรียน


สพฐ. สั่งถอดเนื้อหา “อดีตพระอลงกต” ออกจากหนังสือเรียน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการการศึกษา เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีคำสั่งให้ถอดเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ “อดีตพระอลงกต” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ทิดจอร์จ” ออกจากหนังสือเรียนเสริมวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการนำเสนอเรื่องราวของท่านในฐานะบุคคลตัวอย่างผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมในด้านจิตอาสา

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว หลังจากมีการตรวจสอบพบว่า หนังสือเรียนเสริมวิชาภาษาไทย ระดับชั้น ป.5 มีเนื้อหาที่ยกย่อง “อดีตพระอลงกต” แห่งวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ในฐานะแบบอย่างของบุคคลที่อุทิศตนเพื่อสังคม

ทำไม สพฐ. ถึงสั่งถอดเนื้อหา “อดีตพระอลงกต” ออกจากหนังสือเรียน?

ที่ผ่านมา “อดีตพระอลงกต” เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV จำนวนมาก ทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลที่มีจิตสาธารณะและช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์พลิกผันเมื่อ “อดีตพระอลงกต” ถูกจับกุมและสอบสวนในข้อหาทำผิดวินัยสงฆ์ รวมถึงการปิดบังประวัติตัวตนที่แท้จริง นอกจากนี้ ยังถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินอีกด้วย

ด้วยเหตุผลดังกล่าว สพฐ. จึงพิจารณาแล้วเห็นว่าการคงเนื้อหาของ “อดีตพระอลงกต” ไว้ในหนังสือเรียนอาจไม่เหมาะสม และอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร รวมถึงค่านิยมที่ต้องการปลูกฝังให้กับนักเรียน ดังนั้น จึงได้มีคำสั่งให้ถอดเนื้อหาดังกล่าวออกไปจากหนังสือเรียนทันที และยืนยันว่าในการจัดพิมพ์หนังสือเรียนในปีการศึกษาหน้า จะไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ “อดีตพระอลงกต” ปรากฏอยู่อีกต่อไป

การตัดสินใจครั้งนี้ของ สพฐ. ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม บางส่วนเห็นด้วยกับการตัดสินใจดังกล่าว โดยมองว่าการกระทำผิดของ “อดีตพระอลงกต” ทำให้ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนได้ แต่อีกส่วนหนึ่งก็มองว่าควรแยกแยะระหว่างคุณงามความดีที่ “อดีตพระอลงกต” ได้เคยทำไว้ กับข้อผิดพลาดส่วนตัว และไม่ควรลบเลือนคุณงามความดีเหล่านั้น

อย่างไรก็ตาม สพฐ. ได้ยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของนักเรียนและสังคมเป็นสำคัญ และหวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้กับทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการประพฤติตนให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้อื่น

เรื่องนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับบทบาทของบุคคลสาธารณะและการนำเสนอเนื้อหาในหนังสือเรียน การพิจารณาอย่างรอบด้านและคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – สพฐ. สั่งถอดเนื้อหา “อดีตพระอลงกต” ออกจากหนังสือเรียน หลังยกเป็นบุคคลจิตอาสา

อดีตพระอลงกตปฏิเสธ! ทุจริต-ยักยอกเงินวัดพระบาทน้ำพุ

ตำรวจกองปราบคุมตัวอดีตพระอลงกตและหมอบีเข้าห้องคุมขัง หลังสอบปากคำนานกว่า 24 ชั่วโมง เตรียมนำตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยมีความเห็นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีพฤติกรรมหลบหนีและกลัวว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 03:00 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ที่ บช.ก. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามนำตัวอดีตพระอลงกตและนายเสกสันน์ หรือหมอบีเข้าห้องคุมขังที่อาคารศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังถูกควบคุมตัวตามหมายจับตั้งแต่เมื่อกลางดึกและเช้ามืดวานนี้

โดยขณะตำรวจควบคุมตัวเข้าห้องคุมขัง ผู้ต้องหาทั้งสองปฏิเสธที่จะตอบคำถามกับสื่อมวลชนในประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นข้อสงสัย โดยอดีตพระอลงกตยิ้มตอบรับกับสื่อมวลชน แต่จากการสังเกต ผู้ต้องหาทั้งสองมีอาการอ่อนเพลียหลังจากถูกสอบปากคำนานกว่า 24 ชั่วโมง

พนักงานสอบสวนให้ข้อมูลว่า การสอบปากคำเบื้องต้นอดีตพระอลงกตยังให้การเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เช่นเดียวกับนายเสกสันน์ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเช่นกัน โดยอ้างว่ามีหลักฐานมาหักล้างการกระทำความผิดจากบัญชีที่เปิดรับบริจาค

ภายหลังการสอบปากคำ พนักงานสอบสวนมีความเห็นค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมหลบหนีและกลัวว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานอื่น ๆ ซึ่งการสอบสวนถือว่าเป็นการสิ้นสุดแล้ว ก่อนนำตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางภายในวันนี้

อดีตพระอลงกต หมอบี ปฏิเสธทุกข้อหา ทุจริต-ยักยอก-ฟอกเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ

คดีของอดีตพระอลงกตและหมอบีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ยักยอก และฟอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุยังคงเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าอดีตพระอลงกต หมอบี ปฏิเสธทุกข้อหา

อดีตพระอลงกต หมอบี ปฏิเสธทุกข้อหา ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ยักยอก และฟอกเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความจริงเบื้องหลังเรื่องนี้

อดีตพระอลงกต หมอบี ปฏิเสธทุกข้อหา จริงหรือ?

การที่อดีตพระอลงกตและหมอบีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น ยังมีขั้นตอนอีกมากมายที่ต้องดำเนินการต่อไป ทั้งการรวบรวมพยานหลักฐาน การสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม และการพิจารณาคดีในชั้นศาล เพื่อให้ความจริงปรากฏและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

เรื่องราวของอดีตพระอลงกตและหมอบีถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการจัดการเงินบริจาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินบริจาคที่มาจากศรัทธาของประชาชน การตรวจสอบและติดตามการใช้จ่ายเงินบริจาคอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริจาคว่าเงินของพวกเขาจะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง

การที่ อดีตพระอลงกต หมอบี ปฏิเสธทุกข้อหา ทำให้คดีนี้มีความซับซ้อนและต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – อดีตพระอลงกต หมอบี ปฏิเสธทุกข้อหา ทุจริต-ยักยอก-ฟอกเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ

เปิดภาพ “หลวงพ่ออลงกต” ยอมสึกแล้ว! อัปเดตล่าสุด

กลายเป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจ เมื่อมีการเปิดภาพ “หลวงพ่ออลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ที่ได้ตัดสินใจลาสิกขา สิ้นสุดความเป็นพระภิกษุสงฆ์ ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องปมทุจริตเงินบริจาคที่เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จาก ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. ได้เดินทางมายังอาคารประชารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อติดตามการสอบปากคำพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือพระอลงกต และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี โดยมีการระบุว่าในขณะนั้น “หลวงพ่ออลงกต” ยังไม่ได้ให้ความร่วมมือในบางประเด็น และยังไม่ยินยอมที่จะทำการสึก ทำให้ทางตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมายในการสอบปากคำต่อไป รวมถึงพิจารณาถึงการขยายผลในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

แต่แล้วในเวลาต่อมา สถานการณ์ก็พลิกผัน เมื่อเวลา 14.10 น. ภายหลังจากที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้เข้าทำการสอบปากคำด้วยตนเอง พระราชวิสุทธิประชานาถ จึงได้ตัดสินใจยอมลาสิกขา สิ้นสุดความเป็นพระสงฆ์ในที่สุด

เปิดภาพ “หลวงพ่ออลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ยอมสึกแล้ว

การตัดสินใจลาสิกขาของ “หลวงพ่ออลงกต” ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดสิ้นสุดบทบาทในฐานะพระภิกษุสงฆ์ของท่าน และนำมาซึ่งคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของวัดพระบาทน้ำพุ รวมถึงประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตที่เกิดขึ้น ซึ่งยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องราวนี้จะจบลงอย่างไร

ประวัติโดยย่อของหลวงพ่ออลงกต

พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือที่รู้จักกันในนาม หลวงพ่ออลงกต ติกฺขปญฺโญ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ท่านเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการอุทิศตนช่วยเหลือผู้ป่วยเอดส์และเด็กกำพร้า ทำให้วัดพระบาทน้ำพุเป็นที่พึ่งของผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลัง ท่านต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาและประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาคของวัด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “หลวงพ่ออลงกต” ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและการบริหารจัดการที่โปร่งใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรการกุศลที่ได้รับเงินบริจาคจากประชาชนจำนวนมาก การสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้บริจาคจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานและการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และหวังว่าในอนาคต จะมีกลไกและการตรวจสอบที่เข้มแข็งมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ที่มา – เปิดภาพ “หลวงพ่ออลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ยอมสึกแล้ว

เผย “หลวงพ่ออลงกต” ยังไม่สึก เครียดจนฉันเช้าไม่ลง

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับคดีของ “หลวงพ่ออลงกต” เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชน โดยมีรายงานว่า “หลวงพ่ออลงกต” ยังไม่ได้ลาสิกขา และมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัดเจนจนถึงขั้นฉันอาหารเช้าไม่ลง

จากกรณีการเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ 17 จุดในกรุงเทพฯ และลพบุรี เพื่อควบคุมตัว “หลวงพ่ออลงกต” และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี ตามหมายจับในข้อหา ม.147, 157 และฟอกเงิน ซึ่งเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง

เผย “หลวงพ่ออลงกต” ยังไม่สึก มีอาการเครียดจนฉันมื้อเช้าไม่ลง

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัว “หลวงพ่ออลงกต” ไปสอบปากคำที่กองปราบปราม โดยยังคงอยู่ในสถานะพระสงฆ์ และมีรายงานว่าในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ได้ถวายภัตตาหารเช้าเป็นข้าวสวย น้ำพริกอ่อง และไข่ดาว แต่ท่านฉันได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อาการเครียดของ “หลวงพ่ออลงกต”

แหล่งข่าวรายงานว่า “หลวงพ่ออลงกต” มีรูปร่างผอมลงกว่าเมื่อครั้งที่ยังจำวัดอยู่ที่วัดพระบาทน้ำพุอย่างเห็นได้ชัดเจน และมีอาการเครียดให้เห็น ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงถึงสุขภาพของท่าน และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้

  • การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น
  • เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวน
  • ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการลาสิกขาเมื่อใด

ประเด็นที่น่าสนใจคือ อาการเครียดของ “หลวงพ่ออลงกต” ที่ส่งผลกระทบต่อการฉันภัตตาหาร ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความกังวลใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ อย่างไรก็ตาม การสอบสวนยังคงต้องดำเนินต่อไปเพื่อให้ความจริงปรากฏ และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

เรื่องราวของหลวงพ่ออลงกต เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีสติ และการกระทำทุกอย่างย่อมมีผลตามมาเสมอ การบริจาคเงินเพื่อการกุศลควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนเสมอ

ที่มา – เผย “หลวงพ่ออลงกต” ยังไม่สึก มีอาการเครียดจนฉันมื้อเช้าไม่ลง

“เลขาปู” ยัน “หลวงพ่ออลงกต” ไม่ได้หนีไปไหน จริงหรือ?

จากกรณีข่าวการเข้าตรวจค้นวัดพระบาทน้ำพุ และการจับกุมที่เกี่ยวข้องกับ “หลวงพ่ออลงกต” ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุด “เลขาปู” คนสนิทของหลวงพ่ออลงกต ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของหลวงพ่อ

“หลวงพ่ออลงกต” ไม่ได้หนีไปไหน จริงหรือ?

นายบรรเจษ เทพพำนัก หรือ เลขาปู เลขานุการและคณะกรรมการวัดพระบาทน้ำพุ ได้เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า หลวงพ่ออลงกตไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหนีไปไหน แต่เป็นเพียงการเดินทางกลับมายังวัดในเวลา 01.00 น. ตามปกติ พร้อมทั้งปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นเรื่องเงินสดจำนวนมากที่พบในรถ

เลขาปูยังกล่าวอีกว่า ตนเองก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา:

  • การยืนยันของเลขาปูว่า “หลวงพ่ออลงกต” ไม่ได้มีเจตนาหลบหนี
  • การปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องเงินสด
  • การให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการให้ข้อมูล

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้เข้าทำการตรวจค้นพื้นที่ 17 จุดในกรุงเทพฯ และลพบุรี เพื่อควบคุมตัว “หลวงพ่ออลงกต” เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี ตามหมายจับในข้อหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ม.147, 157 และการฟอกเงิน

เลขาปูได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตนเองเพิ่งทราบเรื่องและกำลังเตรียมตัวที่จะเดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อเข้าพบหลวงพ่อ แต่ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่วัดพระบาทน้ำพุแทน

เมื่อถูกถามถึงกรณีการพบเงินสดจำนวนหลักแสนบาทในรถ เลขาปูตอบว่าไม่ทราบถึงเหตุผล แต่ยืนยันว่า “หลวงพ่ออลงกต” ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหนีอย่างแน่นอน และตนเองก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด

ในส่วนของประเด็นเรื่องการใช้เงินสดเป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัวชั่วคราว เลขาปูระบุว่ายังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนี้

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “หลวงพ่ออลงกต” ได้สร้างความกังวลและความสงสัยให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก การออกมาให้สัมภาษณ์ของเลขาปูในครั้งนี้ ถือเป็นการพยายามที่จะสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและยืนยันความบริสุทธิ์ของหลวงพ่อ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องเงินสดที่พบในรถ และข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ “หลวงพ่ออลงกต” กำลังเผชิญ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามและรอการพิสูจน์ความจริงต่อไป

สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ คือการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างโปร่งใส เพื่อให้ความจริงปรากฏและสามารถคลี่คลายข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

“เลขาปู” ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน และแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า “หลวงพ่ออลงกต” ไม่ได้หนีไปไหน แต่จะกลับมาจำวัดตามปกติ

ที่มา – “เลขาปู” ยัน “หลวงพ่ออลงกต” ไม่ได้หนีไปไหน ปัดตอบเรื่องเงินสดหลักแสนท้ายรถ

“บิ๊กเต่า” เร่งขยายผลคนใกล้ชิด “หลวงพ่ออลงกต”

กรณีข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นที่จับตา “บิ๊กเต่า” เร่งขยายผลคนใกล้ชิด “หลวงพ่ออลงกต” อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมาย! เรื่องนี้กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะนอกจากตัว “หลวงพ่ออลงกต” เองแล้ว ยังมีประเด็นที่ต้องสืบสวนขยายผลไปยังคนใกล้ชิดที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอีกด้วย

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้บุกเข้าตรวจค้นพื้นที่ 17 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ และลพบุรี เพื่อจับกุม “หลวงพ่ออลงกต” เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี ในข้อหาตามมาตรา 147, 157 และข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตกตะลึงให้กับสังคม

“บิ๊กเต่า” เร่งขยายผลคนใกล้ชิด “หลวงพ่ออลงกต” อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมาย

ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ได้ยืนยันว่า ชุดสืบสวนได้เข้าจับกุม “หลวงพ่ออลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ภายในอาคารสนามฟุตบอลใจฟ้าฯ เนื่องจากมีพฤติการณ์พยายามหลบหนี ซึ่งในเบื้องต้น “หลวงพ่ออลงกต” ยังคงให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมที่สอบสวนกลาง

สถานการณ์ดูเหมือนจะซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพราะ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังได้ระบุอีกว่า ในคดีนี้นอกจากตัว “หลวงพ่ออลงกต” แล้ว ยังมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าอาจมีบุคคลใกล้ชิดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดกฎหมายด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนขยายผลในประเด็นนี้อย่างละเอียด

แล้วใครคือคนใกล้ชิด “หลวงพ่ออลงกต” ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง?

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ บุคคลใกล้ชิดที่ถูกกล่าวถึงนั้นเป็นใคร? มีความเกี่ยวข้องกับ “หลวงพ่ออลงกต” ในลักษณะใด? และมีบทบาทอย่างไรในการกระทำที่ถูกกล่าวหา? ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้ยังคงต้องรอการสืบสวนสอบสวนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ถือเป็นจุดสำคัญที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะหากมีการขยายผลไปถึงบุคคลอื่นจริง ก็จะยิ่งทำให้คดีนี้มีความซับซ้อนและมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดโปงขบวนการที่ใหญ่กว่าที่คิด

  • การดำเนินการตามกฎหมาย: สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตัว “หลวงพ่ออลงกต” เอง หรือบุคคลใกล้ชิดที่ถูกกล่าวถึง
  • ความโปร่งใสและความถูกต้อง: การสืบสวนสอบสวนจะต้องทำอย่างโปร่งใสและถูกต้องตามหลักฐาน เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมามีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับของสังคม
  • การเคารพสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา: ถึงแม้จะมีการกล่าวหาว่ากระทำผิด แต่ผู้ถูกกล่าวหาทุกรายก็ยังมีสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเคารพในสิทธิขั้นพื้นฐาน และมีสิทธิที่จะต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง

คดีนี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคม และเป็นบทพิสูจน์ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ที่จะต้องสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้อย่างยุติธรรม ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม

ดังนั้นเราในฐานะประชาชนคนไทย ควรติดตามข่าวสารอย่างมีสติ ใช้วิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูล และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปอย่างราบรื่นและนำไปสู่ความจริงที่ถูกต้อง

ที่มา – “บิ๊กเต่า” เร่งขยายผลคนใกล้ชิด “หลวงพ่ออลงกต” อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมาย

คุมตัว “หมอบี” เข้ากองปราบฯ สีหน้าเครียด!

คุมตัว “หมอบี” เข้ากองปราบฯแล้ว! พบสีหน้าเคร่งเครียด ปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน ตำรวจคุมตัวสอบปากคำทันที เกิดอะไรขึ้นกับหมอบีกันแน่?

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 จากกรณีที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพ ลพบุรี เพื่อควบคุมหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี และพวกตามหมายจับ ความผิดตาม ม.147, 157 และฟอกเงิน ดังที่นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

หมอบี

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ ได้เดินทางมาถึงกองบังคับการปราบปราม โดยสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาล และสวมกุญแจมือ มีผ้าดำคลุมไว้ สีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด และปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชนทั้งสิ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามจะควบคุมตัวขึ้นไปที่กองกำกับการ 1 เพื่อทำการสอบปากคำอย่างละเอียดต่อไป

คุมตัว “หมอบี” เข้ากองปราบฯ

ทั้งนี้ หมอบี ถูกจับกุมในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงาน เบียดบังยักยอกทรัพย์ และสนับสนุนเจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้เข้าจับกุมตัวหมอบี ที่บ้านพักย่านจตุจักร เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ก่อนที่จะควบคุมตัวมายังกองปราบฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนคดี

รายละเอียดข้อกล่าวหาต่อ “หมอบี”

ข้อกล่าวหาที่มีต่อหมอบีนั้น ค่อนข้างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสนับสนุนเจ้าพนักงานในการกระทำความผิด การเบียดบังยักยอกทรัพย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจของประชาชน นอกจากนี้ ข้อหาร่วมกันฟอกเงินยิ่งทำให้สถานการณ์ของหมอบี อยู่ในภาวะที่ยากลำบากมากยิ่งขึ้น การสอบสวนและการดำเนินคดีจึงเป็นไปอย่างเข้มงวด และได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก

การที่หมอบี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อ ทำให้เกิดคำถามและความสงสัยต่างๆ มากมาย ประชาชนต่างจับตามองและรอฟังความจริงจากทั้งสองฝ่ายอย่างใจจดใจจ่อ คดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และความจริงจะปรากฏออกมาในรูปแบบไหน คงต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิด

คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งคดีที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยงานของรัฐ การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กรและความเชื่อมั่นของประชาชน

การดำเนินคดีกับหมอบี และผู้ที่เกี่ยวข้องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่สังคมว่า การกระทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะมีอำนาจหรืออิทธิพลมากเพียงใด ก็จะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

ต้องติดตามกันต่อไปว่าผลสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร และจะมีใครที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้นบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม การที่กระบวนการยุติธรรมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า ความจริงจะถูกเปิดเผยในที่สุด

ที่มา – คุมตัว “หมอบี” เข้ากองปราบฯ พบมีสีหน้าเคร่งเครียด ปิดวาจา งดตอบคำถามสื่อ

เปิดวินาที! หมายจับ หลวงพ่ออลงกต-หมอบี ทุจริตวัดพระบาทน้ำพุ

เปิดวินาที “ตำรวจกองปราบ” อ่านหมายจับคุมตัว “หลวงพ่ออลงกต” กับ “หมอบี” ปมทุจริตเงินบริจาค “วัดพระบาทน้ำพุ”

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2568 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผบก.ป. พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. นำกำลังปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่ กรุงเทพ ลพบุรี พร้อมหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ หมอบี ตามหมายจับ ความผิดตาม ม.147, 157 และฟอกเงิน

ทั้งนี้ มีรายงานว่า พ.ต.ต.เอกรัฐ จันทร์มณี สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุมตัว พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ นายอลงกต พลมุข ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ จ 81/2568 ลง 22 สิงหาคม 2568 ข้อหาทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

ส่วนกำลังอีกชุดจับกุม นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” เจ้าของเพจ “งมงาย สไตล์หมอบี” ที่ถูกร้องเรียนว่าส่อทุจริตเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ.

เปิดวินาทีอ่านหมายจับ “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ปมทุจริตเงินบริจาค “วัดพระบาทน้ำพุ”

คดีทุจริตเงินบริจาคที่วัดพระบาทน้ำพุกลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก การจับกุมหลวงพ่ออลงกตและหมอบีในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสของการบริหารจัดการเงินบริจาคของวัด

รายละเอียดการจับกุม หลวงพ่ออลงกต และ หมอบี

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางดึก โดยตำรวจกองปราบได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุด ทั้งในกรุงเทพฯ และลพบุรี การจับกุมหลวงพ่ออลงกตเป็นไปตามหมายจับของศาลคดีทุจริตฯ ในข้อหาทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ ส่วนหมอบีถูกจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว

ข้อกล่าวหาและบทลงโทษ

หลวงพ่ออลงกตถูกตั้งข้อหาตามมาตรา 147 และ 157 รวมถึงข้อหาฟอกเงิน ซึ่งมีโทษทางอาญาสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต สำหรับหมอบี ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม

ผลกระทบต่อวัดพระบาทน้ำพุ

คดีทุจริตเงินบริจาคที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อ HIV และเด็กกำพร้ามาอย่างยาวนาน

ความสำคัญของความโปร่งใสในการบริจาค

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบและติดตามการใช้เงินบริจาค เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องและโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

สิ่งที่เกิดขึ้นกับหลวงพ่ออลงกตและหมอบี เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกองค์กรการกุศลที่ต้องให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการบริหารจัดการเงินบริจาค เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้บริจาค

ต่อไปนี้ การตรวจสอบและติดตามการใช้เงินบริจาคควรเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทุจริตเงินบริจาคซ้ำรอย

ที่มา – เปิดวินาทีอ่านหมายจับ “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี” ปมทุจริตเงินบริจาค “วัดพระบาทน้ำพุ” (คลิป)

เตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี

ความคืบหน้าล่าสุดของคดีดังที่กำลังเป็นที่จับตามอง เมื่อแม่บ้านได้เตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อรอการนำตัวผู้ต้องหามาควบคุมตัวภายหลังจากการสอบปากคำเสร็จสิ้น

จากกรณีเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพ ลพบุรี เพื่อควบคุมหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี และพวกตามหมายจับ ความผิดตาม ม.147, 157 และฟอกเงิน โดยอยู่ระหว่างการนำตัวผู้ต้องหาเข้ามาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อสอบสวน และจะมีการแถลงข่าวจากผู้บังคับบัญชาต่อไป

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ บช.ก. ว่าในส่วนของห้องขังที่ใช้ควบคุมตัวผู้ต้องหาคดีสำคัญของกองปราบปราม แม่บ้านได้ทำความสะอาด และเตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบีไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อรอพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาควบคุมตัวภายหลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำ

เตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี

ห้องควบคุมของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้น มีไว้สำหรับควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีต่างๆ ของแต่ละกองบังคับการ โดยมีการแบ่งแยกห้องควบคุมชายและหญิงอย่างชัดเจน ที่ด้านหน้าประตูห้องควบคุม จะมีป้ายติดไว้ว่า “ห้องควบคุม บก.ป.” และมีป้ายแจ้งเตือน “ห้ามเข้า” ติดตั้งไว้ด้วย

ทำไมต้องเตรียมห้องควบคุม บก.ป.?

การเตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม หลังจากที่ได้มีการจับกุมผู้ต้องหาในคดีสำคัญ การเตรียมสถานที่ควบคุมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น และถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในรายละเอียดต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย

การทำความสะอาดห้องควบคุมให้เรียบร้อยนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสุขอนามัยของผู้ต้องหาเเละเป็นการรักษาความสะอาดเป็นระเบียบของสถานที่ราชการอีกด้วย การที่แม่บ้านได้ทำความสะอาดเตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่และด้วยความรับผิดชอบ

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และบุคลากรสนับสนุนต่างๆ ที่ต่างมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการอำนวยความยุติธรรมให้กับสังคม การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่สงบสุข

คดีนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปถึงผลสรุปและการดำเนินคดีในชั้นศาล ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ความยุติธรรมและความโปร่งใสในการทำงานของกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ไม่พลาดทุกข่าวสารสำคัญ ติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ได้ที่นี่!

ที่มา – เตรียมห้องควบคุม บก.ป. รับพระอลงกต-หมอบี แม่บ้านทำความสะอาดเรียบร้อย

Scroll to top