หาดใหญ่

ด่วน! กระทุ้งรัฐ ช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา”

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก จึงขอกระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา” เพราะหลายคนยังติดอยู่ภายในบ้านออกมาไม่ได้ ยอดผู้ได้รับผลกระทบพุ่งสูงถึง 697,231 คน

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาได้รายงานสถานการณ์อุทกภัย ณ เวลา 24.00 น. ของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 พบว่าจังหวัดสงขลายังคงเผชิญกับฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังแรง ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างในทุกอำเภอของจังหวัด โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมถึง 16 อำเภอ

จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวม 115 ตำบล ครอบคลุม 16 อำเภอ 823 หมู่บ้าน 200 ชุมชน คิดเป็น 270,906 ครัวเรือน หรือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน 697,231 คน มีผู้ที่ต้องอพยพ 1,228 คน และมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว 2 ราย สถานการณ์ที่หนักหนาสาหัสที่สุดอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสะเดา อำเภอรัตภูมิ อำเภอจะนะ และอำเภอนาหม่อม โดยหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมสูงและระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการล้นตลิ่งของคลองอู่ตะเภา ซึ่งส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมอำเภอสะเดา อำเภอคลองหอยโข่ง และขยายวงกว้างเข้าสู่เขตเมืองหาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ สถานการณ์ยังคงวิกฤต ประชาชนได้อพยพแล้วกว่า 2,050 คน พบว่ามีผลกระทบสูงสุดถึง 104,917 ครัวเรือน หรือ 243,778 คน

กระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา”

ถึงแม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร และหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่สามารถอพยพออกจากบ้านได้ และยังคงรอคอยความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หลายคนกำลังประสบปัญหาโทรศัพท์มือถือแบตเตอรี่ใกล้หมด ทำให้กังวลว่าจะไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ ในขณะนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ พร้อมทั้งแจ้งพิกัดที่ต้องการให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยด่วน

ความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา”

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสงขลากำลังเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการคมนาคมที่ถูกตัดขาด ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก

สถานการณ์น้ำท่วมสงขลาในครั้งนี้เป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจะต้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

การประสานงานและความรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ หวังว่าทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อกระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา” ให้ได้มากที่สุด

ที่มา – กระทุ้งรัฐบาล เร่งอพยพช่วยผู้ประสบภัย “น้ำท่วมสงขลา” หลายคนยังออกจากบ้านไม่ได้

เตือน! ภาคใต้ 6 จังหวัด ฝนตกหนักมาก

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกประกาศเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ให้เตรียมรับมือ ฝนตกหนักมาก ที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 จาก เว็บไซต์ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ฉบับที่ 14 เน้นย้ำถึงสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นี้ โดยมีสาเหตุจากร่องมรสุมที่พาดผ่านอ่าวไทยตอนล่างและหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคใต้ตอนล่าง รวมถึงอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่และ ฝนตกหนักมาก ในบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

เตือน! ภาคใต้ 6 จังหวัด ฝนตกหนักมาก

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรเฝ้าระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก ฝนตกสะสม และลมกระโชกแรงเป็นพิเศษ ระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ลาดเชิงเขา

สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทย ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไปอีก 1 วัน เพื่อความปลอดภัย

จังหวัดไหนบ้างที่ต้องระวังฝนตกหนักมากเป็นพิเศษ?

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในจังหวัดเหล่านี้ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ที่อาจเกิดขึ้น ขอแนะนำให้ประชาชนดำเนินการดังนี้:

  • ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น ไฟฉาย ยา และอาหารแห้ง
  • ตรวจสอบและซ่อมแซมบ้านเรือนให้แข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

สถานการณ์ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่การเตรียมพร้อมรับมือและการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

สุดท้ายนี้ อย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้างในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนเช่นนี้ การพักผ่อนให้เพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

ที่มา – เตือนภาคใต้ 6 จังหวัด “ฝนตกหนักมาก” อาจทำให้พื้นที่เสี่ยงภัยเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ส่งใจให้! พยาบาล รพ.หาดใหญ่ ดูแลทารกแรกเกิด

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสงขลา หลายภาคส่วนต่างได้รับผลกระทบ แต่ก็ยังมีเรื่องราวดีๆ ที่สร้างกำลังใจให้เกิดขึ้น เมื่อเหล่าพยาบาล รพ.หาดใหญ่ ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง ทำให้ชาวโซเชียลต่างแห่กันมาส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม

พยาบาล รพ.หาดใหญ่ ดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาลหาดใหญ่ ทำให้ทางโรงพยาบาลต้องปรับเปลี่ยนการให้บริการ โดยแนะนำให้ผู้รับบริการใช้บริการผ่านระบบโทรเวช (Telemedicine) ก่อนหน้านี้ ทางเพจ “โรงพยาบาลหาดใหญ่” ได้โพสต์รายงานสถานการณ์น้ำท่วมภายในโรงพยาบาล ซึ่งมวลน้ำได้ไหลบ่าเข้ามาภายในบริเวณโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความประทับใจและเรียกเสียงชื่นชมอย่างมากคือ ความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าพยาบาล รพ.หาดใหญ่ ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบากจากสถานการณ์น้ำท่วม

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ปาซียะห์ เถาะ ซึ่งเป็นบุคลากรของโรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้โพสต์ภาพและข้อความที่สร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง โดยระบุว่า “พ่อๆแม่ๆไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เราจะดูแลอย่างดี ถึงไฟไม่มี น้ำไม่ไหล เราจะดูแลพวกเค้าอย่างดี เราดูแลคนไข้เปรียบเสมือนลูกตัวเองคนหนึ่ง พวกเด็กๆมีความอดทนมากๆเลยนะคะ ไม่งอแงเลย #NMCU #โรงพยาบาลหาดใหญ่”

โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจและมีการแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจพยาบาล รพ.หาดใหญ่ และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่เสียสละแรงกายแรงใจในการดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มที่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก

กำลังใจจากชาวโซเชียลถึง พยาบาล รพ.หาดใหญ่

ความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ชื่นชมและขอบคุณในความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาล รพ.หาดใหญ่ ที่ดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง หลายคนได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยและให้กำลังใจให้ทุกท่านปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วม

  • “เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณนะคะที่ไม่ทิ้งเด็กๆ”
  • “ขอบคุณที่ดูแลเจ้าตัวน้อยอย่างเต็มที่ พี่ๆพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนก็อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ”
  • “พวกพี่ๆพยาบาล อย่าลืมทานข้าว ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”
  • “เป็นกำลังใจให้พี่ๆพยาบาล คุณหมอ และน้องหนูทุกคนนะคะ ขอบคุณจากใจเลยค่ะ”
  • “เป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละและไม่เคยทอดทิ้งคนไข้ผ่านไปให้ได้นะคะ”

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ไทย ที่พร้อมจะดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเพียงใด พวกเขาเหล่านี้คือฮีโร่ตัวจริงที่ควรค่าแก่การยกย่องและให้กำลังใจ

การที่เหล่าพยาบาล รพ.หาดใหญ่ ดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจและสร้างความหวังให้กับสังคมในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – แห่ส่งกำลังใจ พยาบาล รพ.หาดใหญ่ ให้คำมั่นดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง

จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่! นายกฯ เน้นย้ำปลอดภัย

นายกฯ จ่อยกระดับสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ เน้นย้ำประชาชนปลอดภัย ยันเจ้าหน้าที่หน้างานทำเต็มที่ ระดมทุกหน่วยช่วย กฟภ. เร่งต่อไฟกลับคืนมา ปภ. จ่อสั่งซื้อเจ็ตสกีเพิ่ม น้ำเชี่ยวเรือเล็กเอาไม่อยู่ 

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมปาฐกถาพิเศษในงาน Dinner Talk ภายใต้หัวข้อ “THAILAND THE NEXT 4 YEAR” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับรายงานจาก ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือไม่ ว่า ตนได้รับรายงานจากนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา โดยตรง ซึ่งร้อยเอกธรรมนัส อยู่ในพื้นที่แต่ไม่ได้อยู่ในศูนย์บัญชาการ คืนนี้คาดว่าจะได้พูดคุยกัน และในพื้นที่มีสัญญาณไม่เสถียร

เมื่อถามถึงความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วม นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมีความห่วงทุกอย่าง ขณะนี้กำลังเร่งเติมศูนย์อพยพให้เพิ่มมากขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ให้พื้นที่ในการให้ประชาชนอพยพเข้ามาอยู่อย่างปลอดภัย แต่ตอนนี้ต้องมีการเพิ่มศูนย์อพยพอีกเป็นจำนวนมาก พรุ่งนี้ (25 พฤศจิกายน 2568) คงต้องส่งคนลงไปดูและจัดการบริหารสถานการณ์อย่างเต็มที่ น้ำไม่ได้มาแล้วไป อาจต้องมีการยกระดับในเรื่องของการบริหารสถานการณ์

นายกรัฐมนตรี เผยต่อไปว่า ทุกคนทำงานอยู่หน้างานอย่างเต็มที่ มีการเสริมทรัพยากรลงไปอย่างเต็มที่เช่นกัน ขณะนี้ไม่ใช่การต้องทำตามระเบียบแล้ว ตนได้ประกาศให้ จ.สงขลา เป็นพื้นที่ประสบภัย ดังนั้น จึงสามารถระดมหน่วยงานทุกหน่วยงานเข้าไปช่วยได้ ในวันพรุ่งนี้ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) จะลงพื้นที่ ส่วน พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 อยู่ในพื้นที่แล้วเพื่อบูรณาการงานร่วมกัน

ส่วนกรณีโรงพยาบาลหาดใหญ่ขอรับการสนับสนุนเครื่องปั่นไฟ นายอนุทิน ระบุว่า ในพื้นที่หาดใหญ่นั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กำลังเร่งต่อไฟกลับคืนมาให้ได้ เมื่อสักครู่นี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลามีการพูดคุยกับตน ยืนยันว่าภายในครึ่งชั่วโมงไฟจะกลับมา แม้จะมีปัญหา แต่คาดว่าองคาพยพรับทราบปัญหาแล้วและกำลังแก้ไขปัญหาอยู่ เมื่อน้ำล้นเข้ามา เครื่องปั่นไฟก็อาจใช้ได้ไม่พอ ในรายละเอียดนั้นคนหน้างานไม่มีใครอยู่เฉย ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนรัฐบาลได้ประกาศให้ระดมความช่วยเหลือลงไปอย่างเต็มที่เช่นกัน และต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

ทางด้านประเด็นที่มีการขอสนับสนุนเรือเพิ่มเข้าไปในพื้นที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องใช้เรือที่มีกำลังเพราะน้ำเชี่ยว เรือท้องแบนไม่สำคัญ ซึ่งเรือที่มีกำลังต้องเป็นเรือใหญ่ การจะเข้าไปในพื้นที่ก็ลำบาก กำลังเร่งระดมเจ็ตสกี ขณะนี้มีการใช้เครือข่ายของเอกชนและราชการ ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีเรือ แต่เรือแบบเจ็ตสกีกำลังจัดซื้ออยู่ สิ่งที่สำคัญในเวลานี้ไม่ใช่การขนย้ายทรัพย์สินของชาวบ้านออกมา แต่ต้องเป็นการนำตัวของชาวบ้านออกจากพื้นที่ที่อันตราย

เมื่อถามอีกว่านายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่อีกครั้งหรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ขณะนี้กำลังคิดอยู่ ถ้าไม่ลงพรุ่งนี้ก็อาจจะต้องขนกันลงไปอีกเพื่อไปช่วยตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้ แต่จริงๆ การทำงานในเวลานี้คนหน้างานก็ทำงานไป ตนไปก็ยุ่ง แม้จะสั่งให้ไม่ต้องมารับ แต่ก็มากันอยู่ดี สู้อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ให้การสนับสนุนอาจจะทำให้มีประสิทธิภาพ

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงการตั้งศูนย์บัญชาการสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการเข้าช่วยเหลือประชาชนนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันมีเบอร์ 4 เบอร์ แต่คาดว่า 4 สายนี้ก็มีคนโทรศัพท์เข้ามาเป็นระวิง ทั้งนี้ สามารถติดต่อได้ที่นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้นำปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัดในการดูแลเขตพื้นที่ตัวเองให้เต็มที่ และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมดเน้นในเรื่องความปลอดภัยในชีวิต ขณะนี้ให้เน้นเรื่องของการช่วยเหลือชีวิตประชาชนก่อนมายังศูนย์พักพิง.

จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่

สถานการณ์ จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่ ยังคงเป็นที่น่าจับตามอง โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ และสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมทั้งระดมทรัพยากรต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

ความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่ นั้น ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มศูนย์อพยพเพื่อให้ประชาชนมีที่พักพิงที่ปลอดภัย และมีการจัดส่งสิ่งของจำเป็นต่างๆ ให้กับผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การมีแผนการอพยพที่ชัดเจน การมีศูนย์พักพิงที่เพียงพอ และการมีหน่วยงานที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติและรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับภัยพิบัติ ถือเป็นสิ่งที่เราต้องร่วมมือกันทำเพื่อให้สังคมไทยมีความปลอดภัยและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

ที่มา – จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ เน้นย้ำประชาชนปลอดภัย ยัน คนหน้างานทำเต็มที่

กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว เหตุใด?

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสงขลา ส่งผลให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประกาศ กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย โดยมีรายงานว่าระดับน้ำรอบโรงไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องระงับการเดินเครื่องเป็นการชั่วคราว

กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า กฟผ. ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ดังกล่าว โดยยืนยันว่าการหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชน เนื่องจาก กฟผ. ได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว

เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เรามาเจาะลึกถึงรายละเอียดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการ กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว กันครับ

ทำไมต้องหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะ?

สาเหตุหลักที่ทำให้ กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว คือ ระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องรอบบริเวณโรงไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์และระบบไฟฟ้าภายในโรงไฟฟ้าได้ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กฟผ. จึงตัดสินใจหยุดเดินเครื่องเป็นการชั่วคราว

ผลกระทบต่อการจ่ายไฟฟ้าเป็นอย่างไร?

แม้ว่าโรงไฟฟ้าจะนะจะหยุดเดินเครื่อง แต่ กฟผ. ยืนยันว่าการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด โดย กฟผ. ได้สั่งการให้โรงไฟฟ้าขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) เดินเครื่องเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทน นอกจากนี้ ยังมีการสั่งเดินเครื่องจากโรงไฟฟ้ากระบี่ จังหวัดกระบี่ เสริมอีกด้วย

การดำเนินการดังกล่าวทำให้ระบบไฟฟ้ายังคงมีเสถียรภาพและสามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ผู้บริโภคจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาไฟฟ้าดับหรือไฟฟ้าตกในช่วงที่โรงไฟฟ้าจะนะหยุดเดินเครื่อง

มาตรการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมของ กฟผ.

กฟผ. มีมาตรการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าโรงไฟฟ้าต่างๆ จะสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด การเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์และบุคลากร รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ กฟผ. ยังมีแผนสำรองในการจัดหาพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติม หากเกิดกรณีฉุกเฉินที่โรงไฟฟ้าไม่สามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ แผนสำรองนี้จะช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ตลอดเวลา

เรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้าจะนะในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การมีแผนรับมือที่ดีจะช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและทำให้เราสามารถกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเตรียมพร้อมสิ่งของจำเป็นและวางแผนอพยพหากจำเป็น ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ภัยธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย

และสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงทุนในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและระบบป้องกันภัย รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรให้มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

เหตุการณ์ กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน การมีระบบสำรองและมาตรการที่เหมาะสม จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อส่วนรวมได้

ที่มา – กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว เหตุน้ำท่วมสูงอย่างต่อเนื่อง

ฝนถล่ม! กลุ่มฝนปกคลุม ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา

พายุฝนกำลังกระหน่ำ! ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกรายงานว่าตรวจพบกลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส โดยเรดาร์ตรวจอากาศหาดใหญ่ตรวจพบกลุ่มฝนฟ้าคะนองและกลุ่มฝนกำลังอ่อนถึงปานกลางปกคลุมพื้นที่ดังกล่าว และคาดการณ์ว่ากลุ่มฝนมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นและขยายวงกว้างมากขึ้นไปอีก

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ โดยเพจเฟซบุ๊กศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้รายงานผลการตรวจอากาศด้วยเรดาร์จากสถานีตรวจอากาศด้วยเรดาร์หาดใหญ่ เวลา 18.45 น. (11.45 UTC) โดยมีรายละเอียดดังนี้:

ปัจจุบัน ตรวจพบกลุ่มฝนฟ้าคะนองและกลุ่มฝนกำลังอ่อนถึงปานกลางปกคลุม:

  • อำเภอคลองท่อม, เกาะลันตา จังหวัดกระบี่
  • อำเภอเมือง, ปากพนัง, ร่อนพิบูลย์, ทุ่งสง, บางขัน, จุฬาภรณ์, ชะอวด, เชียรใหญ่, หัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.พัทลุง
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.สตูล
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.สงขลา
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ปัตตานี
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ยะลา
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.นราธิวาส

รวมถึงในทะเลอ่าวไทย, ทะเลอันดามัน และบริเวณชายแดนประเทศมาเลเซีย

คาดการณ์กลุ่มฝนล่วงหน้า 1-2 ชั่วโมง: คาดว่ากลุ่มฝนมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น และมีพื้นที่เพิ่มขึ้น

กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา

จากสถานการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน โดยติดตามข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และอันดามัน ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากลมแรงและคลื่นสูงเกิน 2 เมตร อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

เตรียมตัวรับมือ กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา อย่างไรดี?

เพื่อความปลอดภัยในช่วงที่กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา และจังหวัดอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ควรเตรียมพร้อมดังนี้:

  • ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมฉับพลัน โดยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน และปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตกหนัก
  • หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง และเปิดไฟหน้ารถ
  • ชาวเรือควรงดออกจากฝั่ง หากมีประกาศเตือนภัย
  • เตรียมยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น
  • มีเบอร์โทรฉุกเฉินติดตัวไว้เสมอ

สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การเตรียมพร้อมและเฝ้าระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงฤดูฝนนี้ไปด้วยดี

ที่มา – พบกลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส

นายกฯ สั่ง! ถกติดตามน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งช่วย

“นายกฯ หนู” ประชุมติดตามน้ำท่วมหาดใหญ่ สั่งระดมเครื่องสูบน้ำทั่วประเทศลงใต้ด่วน ถามหา “ธรรมนัส” คาด อยู่หน้างานจึงไม่ร่วมคอนเฟอร์เรนซ์ ย้ำ ต้องช่วยเหลืออย่างทั่วถึง-ทันสถานการณ์

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ครั้งที่ 2/2568 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บริหารหน่วยงานท้องถิ่นที่ได้ประชุมผ่านระบบคอนเฟอร์เรนซ์เข้ามา

นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดการประชุมว่า วันนี้มีการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล และจังหวัดที่เกิดเหตุประสบภัยน้ำท่วม ขอเน้นไปที่สถานการณ์อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งทราบมาว่ามีสถานการณ์ที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้น เพราะมีการหลากเข้ามาของมวลน้ำจำนวนมาก ประกอบกับปริมาณน้ำฝนที่ยังตกอย่างหนัก โดยช่วงต้นนายกรัฐมนตรีได้ถามว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมคอนเฟอร์เรนซ์ด้วยหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่มีเสียงตอบรับ นายกรัฐมนตรีจึงกล่าวต่อไปว่าตนได้สั่งการให้ ร.อ.ธรรมนัส ลงพื้นที่เพื่ออำนวยการสถานการณ์ที่อำเภอหาดใหญ่ คาดว่าตอนนี้อยู่ระหว่างหน้างาน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ตนได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิดและมีการลงพื้นที่ พร้อมทั้งมีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ตั้งแต่จังหวัดพิจิตร อ่างทอง ชัยนาท สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการอนุมัติงบประมาณที่จะไปช่วยเหลือเพิ่มเติม ในส่วนบ้านเรือนพี่น้องประชาชนที่มีน้ำท่วมขังต่อเนื่องเกือบ 3 เดือน

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังระบุด้วยว่า ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (23 พฤศจิกายน 2568) ได้รับรายงานว่ามีฝนตกหนัก ในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ตนได้ลงพื้นที่ไปตรวจสถานการณ์ โดยให้ข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ระดมเครื่องมือเครื่องจักรเข้าไปบรรเทาสาธารณภัย นำเครื่องสูบน้ำจากทุกภาคทั่วประเทศเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมย้ำว่าให้ช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยเป็นลำดับแรก วันนี้จึงได้เชิญคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ มาร่วมประชุมอีกครั้งหนึ่งเพื่อติดตามสถานการณ์ และพร้อมจะให้ข้อสั่งการเพิ่มเติม ช่วยเหลือดำเนินการให้ผู้ประสบภัย บรรเทาความเดือดร้อน ได้รับความช่วยเหลืออย่างเพียงพอทั่วถึง ทันต่อสถานการณ์.

ถกติดตามน้ำท่วมหาดใหญ่

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่

สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ การระดมเครื่องสูบน้ำจากทั่วประเทศลงสู่ภาคใต้เป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและทันท่วงที การอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมและการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้

การแก้ไขปัญหาระยะยาวและการวางแผนป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ในอนาคตก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การสร้างระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ การจัดการพื้นที่เสี่ยงภัย และการให้ความรู้แก่ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญในการลดผลกระทบจากอุทกภัย

ถึงแม้สถานการณ์จะยังคงน่าเป็นห่วง แต่การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนและความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ได้อย่างแน่นอน ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ทุกคน

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นในเร็ววัน และขอให้ทุกท่านติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – ถกติดตามน้ำท่วมหาดใหญ่ สั่งระดมเครื่องสูบน้ำทั่วประเทศลงใต้ นายกฯ ย้ำประชาชนต้องปลอดภัย

หมอสุภัทรชี้ Rain Bomb ต้นเหตุ น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

“หมอสุภัทร” เผย “Rain Bomb” เขาคอหงส์ จุดเริ่มต้นน้ำท่วมหาดใหญ่ 2568 พร้อมชี้สภาพอากาศรุนแรงจากภาวะโลกร้อน ทำแผนการป้องกันน้ำท่วมอาจต้องทบทวนใหม่

วันที่ 24 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง Rain Bomb เขาคอหงส์ จุดเริ่มต้น น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568 พร้อมระบุว่า

“น้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่รอบนี้ มาเร็ว แรง เหนือความคาดหมาย คืนศุกร์ 21 พ.ย. 2568 ในขณะที่คลองระบายน้ำ ร1 มีระดับน้ำต่ำกว่าขอบคลองมาก ความเชื่อมั่นน้ำไม่ท่วมจึงค่อนข้างสูง ปีที่แล้วน้ำมากก็ยังเอาอยู่ ปีนี้ฝนเพิ่งเริ่มตกแบบต่อเนื่องเอง ความรู้สึกผู้คนจึงคิดว่า น้ำยังไม่น่าท่วม

แต่ฝนมาเหนือความคาดหมาย เกิดการตกของฝนแบบ Rain Bomb และต่อเนื่องในคืนเดียวกว่า 300 มิลลิเมตร ตกหนักมากในบริเวณเขาคอหงส์ อ่างแก้มลิงคอหงส์น้ำล้น น้ำจากเขาคอหงส์ตลอดแนวเขาไหลบ่าลงมาจนล้นคลอง 30 เมตร ไหลบ่าเข้าท่วมเมืองหาดใหญ่ โดยที่น้ำยังไม่ล้นคลอง ร1 (ซึ่งปกติคลอง ร1 น้ำจะเพิ่มเพราะน้ำหลากมาจากสะเดา ไม่ใช่เขาคอหงส์) การเฝ้าดูน้ำคลอง ร1 เป็นสัญญาณการเตือนภัยจึงทำให้ล่าช้า

น้ำจากเขาคอหงส์ มีทางระบายออกเมืองที่สำคัญคือคลอง ร5 และคลอง 30 เมตร ที่ดักน้ำพาออกนอกเมืองก่อนบ่าเข้าเมือง แต่ฝน Rain Bomb หนักเกินไป น้ำนาหม่อมก็ไหลมาสมทบผ่านคลองเรียน เพียงแค่ฝนหนักในคืนแรกก็บ่าเข้าเมืองต่อเนื่องจนท่วมสูงในคืนศุกร์ต่อเช้าวันเสาร์

ถ้าน้ำในคลองอู่ตะเภาและคลอง ร1 ไม่ล้น น้ำในเมืองก็จะบ่าลงคลอง แต่ฝนที่หนักทั่วทุกพื้นที่ ทำให้น้ำคลองอู่ตะเภาและคลอง ร1 ปริ่มและล้น น้ำท่วมเมืองจึงทรงๆ ไม่ลดลงจนถึงวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ 23 พ.ย. 2568 สถานการณ์ฝนตกหนักฝั่งคอหงส์เหมือนจะลดลงแล้ว แม้ยังตกสลับแล้ง ฝนหนักได้ตกลึกเข้าไปในแผ่นดิน น้ำสะเดาทุ่งลุงเริ่มลงมาแล้ว ในท่ามกลางน้ำคลองอู่ตะเภาและคลอง ร1 ที่ปริ่มล้น จึงทำให้สถานการณ์น้ำท่วมเมืองยังวิกฤต โดยเฉพาะชานเมืองฝั่งตะวันตกและตำบลรอบนอก

สภาพอากาศรุนแรงจากภาวะโลกร้อน ทำให้แผนการป้องกันและลดความรุนแรงจากน้ำท่วมอาจต้องทบทวนใหม่ ทั้งส่วนบุคคลที่ทุกบ้านต้องเตรียมถุงยังชีพเอง และระบบของทางการที่ต้องเตรียมการรับมืออีกมาก

Rain Bomb และน้ำบ่าจากฝั่งเขาคอหงส์ คือจุดอ่อนสำคัญของระบบป้องกันน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ และเป็นปฐมเหตุของน้ำท่วมหาดใหญ่ 2568“.

จากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568 ที่เกิดขึ้น นพ.สุภัทรได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

“Rain Bomb” เขาคอหงส์ จุดเริ่มต้นน้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

Rain Bomb คืออะไร ทำไมถึงเป็นต้นเหตุสำคัญของน้ำท่วม?

Rain Bomb หรือฝนตกหนักมากในระยะเวลาสั้นๆ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหรือที่ราบเชิงเขา ซึ่งน้ำฝนจะไหลบ่าลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำฝนและความถี่ในการเกิดปรากฏการณ์ Rain Bomb ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลและต้องมีการศึกษาและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

  • การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม
  • การปรับปรุงระบบระบายน้ำ
  • การวางแผนการใช้ที่ดิน

ภาวะโลกร้อนส่งผลให้เกิดสภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้น เราทุกคนต้องร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เราควรติดตามข่าวสารและข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “หมอสุภัทร” เผย “Rain Bomb” เขาคอหงส์ จุดเริ่มต้นน้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

“อรรถกร” เผย เร่งอพยพนักท่องเที่ยวน้ำท่วมหาดใหญ่

สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ล่าสุด นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาเปิดเผยถึงมาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือและเร่งอพยพนักท่องเที่ยวน้ำท่วมหาดใหญ่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน

นายอรรถกรกล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการเร่งอพยพนักท่องเที่ยวน้ำท่วมหาดใหญ่ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับสถานทูตต่างๆ และสมาคมโรงแรม เพื่อให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบ

“เราเข้าใจถึงความกังวลของนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม เราจึงได้ประสานงานกับทุกภาคส่วนเพื่อเร่งอพยพนักท่องเที่ยวน้ำท่วมหาดใหญ่ให้เร็วที่สุด และจัดหาที่พักพิงชั่วคราวที่ปลอดภัยและสะดวกสบาย” นายอรรถกรกล่าว

“อรรถกร” เผย เร่งอพยพนักท่องเที่ยวน้ำท่วมหาดใหญ่

นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังได้ให้ความสำคัญกับการดูแลด้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยได้สั่งการให้จัดหาอาหารและน้ำดื่มให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจ

มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

รัฐบาลได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างเต็มที่ โดยจะให้ความช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน และค่าชดเชยความเสียหายอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว

นายอรรถกรยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยในเดือนธันวาคมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนามแข่งขันมวยไทยในจังหวัดสงขลาที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งได้เตรียมสนามสำรองไว้แล้วเพื่อไม่ให้กระทบต่อการแข่งขัน

“เรามั่นใจว่าเราจะสามารถจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ได้อย่างราบรื่น แม้ว่าจะมีอุปสรรคจากสถานการณ์น้ำท่วม เราได้เตรียมแผนสำรองไว้พร้อมแล้ว และจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้การแข่งขันเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบความสำเร็จ” นายอรรถกรกล่าว

สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่เป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าใจ แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี และกลับมาสร้างความเข้มแข็งและความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติของเราต่อไป

สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างเต็มที่ รัฐบาลและทุกภาคส่วนจะทำงานอย่างหนักเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนทุกคน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางมายังอำเภอหาดใหญ่ในช่วงนี้ ขอแนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและตรวจสอบข้อมูลการเดินทางกับสายการบินและโรงแรมที่พักอย่างสม่ำเสมอ

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญคือการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้เราสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – “อรรถกร” เผย เร่งอพยพนักท่องเที่ยวน้ำท่วมหาดใหญ่ ประสานใช้รถใหญ่เข้าไปรับ

Scroll to top