ห้องลับ

กรมราชทัณฑ์ เผยไม่พบ บอสกันต์ ในห้องลับเรือนจำ

จากกรณีข่าวลือที่แพร่สะพัด กรมราชทัณฑ์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับปฏิบัติการจู่โจมค้น ห้องลับเรือนจำ และยืนยันว่าไม่พบ บอสกันต์ ในภาพวงจรปิดช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมทั้งระบุว่าเซิร์ฟเวอร์บางส่วนถูกลบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกู้คืนข้อมูลและรอผลการสอบสวนอย่างละเอียด

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รักษาการ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวปรากฏภาพของ บอสกันต์ หรือ กันต์ กันตถาวร ในกล้องวงจรปิด ซึ่งเชื่อมโยงกับประเด็นเจ้าหน้าที่เรือนจำให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขังกลุ่มจีนเทา และการมีอยู่ของห้องลับภายในเรือนจำว่า เบื้องต้นยังไม่พบข้อมูลดังกล่าว

นายยุทธนากล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เป็นรักษาการผู้บัญชาการเรือนจำ เพื่อเข้ามาจัดระเบียบและสร้างความเรียบร้อย จะทำการสอบถามข้อเท็จจริงกับนายกันต์ ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่แดน 1 ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะตรวจสอบทุกประเด็นที่สื่อมวลชนให้ความสนใจเพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดเจนมากที่สุด

กรมราชทัณฑ์ ยันไม่พบ บอสกันต์ ในห้องลับเรือนจำ

สำหรับปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประกอบด้วยทีมงาน 3 ชุด ได้แก่ ทีมเทคนิค, ทีมตรวจค้น และทีมสอบปากคำ โดยทีมเทคนิคได้นำเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดไปตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากพบว่าข้อมูลบางส่วนถูกลบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกู้คืน จึงต้องรอผลการสอบสวนอย่างรอบด้านก่อนสรุปผล

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจาก กรมราชทัณฑ์ ว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดที่รวบรวมมาตรวจสอบทั้งหมด บันทึกภาพผู้เกี่ยวข้องในหลายพื้นที่ในแต่ละวัน โดยเบื้องต้นได้ตรวจสอบภาพในวันที่ 16 พฤศจิกายน ตั้งแต่ก่อน 9.00 น. จนถึงช่วงเวลาจู่โจม 10.30 น. ซึ่งไม่ปรากฏภาพของนายกันต์ในช่วงเวลาดังกล่าว ส่วนจะมีภาพนายกันต์ปรากฏในกล้องวงจรปิดที่จุดใด วันใดบ้างนั้น ยังคงต้องตรวจสอบต่อไป

ความคืบหน้ากรณีผู้ต้องขังจีนเทา

ในส่วนของผู้ต้องขังชาวจีนเทา 2 ราย ที่ถูกพบพร้อมกับหญิงสาวชาวจีนขณะจู่โจมตรวจค้น ได้ถูกย้ายไปคุมขังที่เรือนจำเขาบิน ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง หรือ ซูเปอร์แมกซ์ โดยหนึ่งคนเป็นผู้ต้องขังระหว่างรอการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และอีกคนเป็นผู้ต้องหาในคดีปลอมแปลงเอกสารราชการ หรือปลอมบัตรประชาชน

สำหรับกรณีห้องลับใต้บันไดที่ถูกใช้เป็นสถานที่สำราญของผู้ต้องขังชาวจีนเทานั้น พบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในการควบคุมและปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง จึงได้ดำเนินการย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวม 15 ราย ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เจ้าหน้าที่ผู้คุม และหัวหน้าฝ่ายควบคุมแดนไปก่อนแล้ว ดังนั้น รวมมีเจ้าหน้าที่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวพันกับเรื่องอื้อฉาว และถูกย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการยังที่อื่นไว้ก่อน รวมทั้งสิ้น 34 ราย

การออกมาให้ข้อมูลของ กรมราชทัณฑ์ ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบโต้ข่าวลือ และแสดงความโปร่งใสในการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้เกิดความกระจ่างและความยุติธรรมในทุกฝ่าย

ที่มา – “กรมราชทัณฑ์” เผยวงจรปิดช่วงจู่โจมค้น “ห้องลับเรือนจำ” ไม่พบ “บอสกันต์”

แฉ! _จากปากอดีตผู้ต้องขัง อ้างนักโทษจีน VIP มีสิทธิพิเศษเพียบ_

เรื่องราวสุดฉาวในเรือนจำยังคงเป็นที่จับตามอง เมื่ออดีตผู้ต้องขังรายหนึ่งออกมาแฉถึงพฤติกรรมของนักโทษจีน VIP ที่มีอิทธิพลและสิทธิพิเศษเหนือใคร ชี้พิกัดมุมอับแซ่บที่อาจเกิดขึ้นจริงภายในเรือนจำ

จากกรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้นกับการเอื้อประโยชน์ให้กับนักโทษทุนจีนและการนำนางแบบชาวต่างชาติเข้าไปในเรือนจำ ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ล่าสุด ทีมข่าวได้สัมภาษณ์นายภีมพงษ์ อดีตผู้ต้องขังวัย 41 ปี ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสิทธิพิเศษของนักโทษจีน VIP ภายในเรือนจำ

จากปากอดีตผู้ต้องขัง อ้างนักโทษจีน VIP มีสิทธิพิเศษเพียบ

นายภีมพงษ์ เล่าว่า ในสมัยที่เขาอยู่ในเรือนจำ นักโทษชาวจีนส่วนใหญ่จะมีอิทธิพลทางด้านการเงินอย่างมาก พวกเขาไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนักเลง แต่จะใช้อิทธิพลทางการเงินเพื่อเข้าถึงเจ้าหน้าที่ผู้คุมได้ง่าย ซึ่งสิ่งที่นักโทษจีนมีและแตกต่างจากนักโทษคนอื่น ๆ คือเรื่องโทรศัพท์มือถือ ไมโครเวฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับนักโทษชาวไทยทั่วไป โดยจะมีเจ้าหน้าที่ลักลอบนำเข้ามาให้ใช้งาน

“เมื่อมีการตรวจค้นจากทางเรือนจำ เจ้าหน้าที่ก็จะรู้กันว่าห้องผู้ต้องขังชาวจีนจะไม่เข้าไปตรวจค้น แต่ถ้าเป็นการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง ก็จะมีเจ้าหน้าที่ในเรือนจำแอบไปบอกนักโทษก่อน เพื่อให้เก็บสิ่งของ” นายภีมพงษ์กล่าว

นอกจากนี้ เขายังกล่าวอีกว่า นักโทษทุนจีนจะได้รับการดูแลที่ดีกว่านักโทษชาวไทย เพราะพวกเขามีเงินมากกว่า เวลาเยี่ยมญาติก็อาจจะได้เวลานานกว่าคนไทย และเมื่อนำสิ่งของต่าง ๆ เข้าไปในเรือนจำ ก็จะใช้กันอยู่ในกลุ่มของตัวเองเท่านั้น

มุมอับแซ่บในเรือนจำ: เรื่องจริงหรือแค่ข่าวลือ?

สำหรับประเด็นเรื่องการนำนางแบบเข้ามาในเรือนจำนั้น นายภีมพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้มีมานานแล้ว แต่ในกรณีนี้มีการนำพาเข้าไปถึงภายในเรือนจำ ซึ่งในสมัยก่อนนักโทษจะไปเจอกับผู้หญิงได้เมื่อเวลาเดินทางไปศาล หรือออกไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลด้านนอกเรือนจำ

ส่วนกรณีที่มีข่าวลือว่ามีการนำผู้หญิงเข้าไปถึงห้อง ผบ.เรือนจำนั้น นายภีมพงษ์ อธิบายว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากห้อง ผบ.เรือนจำจะอยู่บริเวณด้านนอก แต่อาจจะเป็นห้องลับระหว่างประตูเรือนจำไปถึงบริเวณภายในเรือนจำ ซึ่งอาจเป็นห้องของเจ้าหน้าที่ หรือมุมใต้บันได

“เรื่องแบบนี้คนทำมันใช้เวลาไม่เยอะ สามารถปล่อยผู้หญิงเข้าไปและเจ้าหน้าที่ดูอยู่ด้านนอก” นายภีมพงษ์กล่าว

เขายังเสริมอีกว่า เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น คงต้องการใช้เงิน เพราะเป็นจำนวนเงินที่เยอะและไม่ต้องทำอะไรมากมาย แค่ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์เล็กน้อย ซึ่งจะมีการจ่ายให้เจ้าหน้าที่เป็นรายเดือน และจะมีการมอบเงินตามวันสำคัญต่าง ๆ ของเจ้าหน้าที่คนนั้น

นายภีมพงษ์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ส่วนกลางถึงรู้ว่าต้องไปจู่โจมในวันที่นางแบบเข้ามา แสดงว่าอาจจะมีนักโทษหรือผู้คุมที่เสียผลประโยชน์เป็นคนแจ้งเบาะแส

เรื่องราวที่นายภีมพงษ์เปิดเผยนี้ สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมเป็นอย่างมาก และทำให้เกิดคำถามตามมามากมายว่า ความจริงแล้ว สิทธิพิเศษของนักโทษจีน VIP มีมากน้อยแค่ไหน และใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเอื้อประโยชน์เหล่านี้? การเปิดโปงเรื่องราวเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบเรือนจำของประเทศไทย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมอย่างแท้จริง _จากปากอดีตผู้ต้องขัง อ้างนักโทษจีน VIP มีสิทธิพิเศษเพียบ_ นี้เป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม

สิ่งที่อดีตผู้ต้องขังท่านนี้ให้ข้อมูล เป็นเรื่องที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งถึงปัญหาที่ฝังรากลึกในระบบราชทัณฑ์ไทย การตรวจสอบอย่างละเอียดและการแก้ไขอย่างจริงจังเท่านั้นที่จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย

ที่มา – จากปากอดีตผู้ต้องขัง อ้างนักโทษจีน VIP มีสิทธิพิเศษเพียบ ชี้พิกัดมุมอับแซ่บได้

Scroll to top