อพยพประชาชน

เกาะบาหลีป่วน ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน เร่งอพยพนักท่องเที่ยว

เกาะบาหลีป่วน ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน เร่งอพยพนักท่องเที่ยว สถานการณ์ล่าสุดจากเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยว ทำให้หลายคนต้องตกใจ! ฝนที่เทลงมาอย่างหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะย่านท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างกูตา ระดับน้ำพุ่งสูงกว่า 1.5 เมตร ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต้องรีบอพยพด่วนเลยครับ

เกาะบาหลีป่วน ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน เร่งอพยพนักท่องเที่ยว

จากรายงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น บริเวณย่านเทวีศรีในเขตกูตา ได้รับผลกระทบหนักสุดๆ น้ำขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ทำให้คนติดค้างในบ้านและรถยนต์ ทีมกู้ภัยบาหลีต้องนำเรือยางลงพื้นที่ช่วยเหลือทันที ล่าสุดมีการอพยพผู้ประสบภัยแล้วอย่างน้อย 12 คน รวมถึงเด็ก ผู้หญิง และคนขับรถที่หนีไม่ทัน นี่คือภาพที่เห็นน้ำท่วมขังเต็มถนน สร้างความโกลาหลให้กับนักท่องเที่ยวที่กำลังพักผ่อน

น้ำท่วมเกาะบาหลี

พื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ก็วิกฤตไม่แพ้กัน

ไม่ใช่แค่กูตาเท่านั้นนะครับ โรงแรม เกสต์เฮาส์ และวิลล่าในย่านท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ ของบาหลี ก็มีน้ำไหลทะลักเข้าห้องพัก นักท่องเที่ยวต้องย้ายของหนีไปพักที่สูงๆ หรือโรงแรมที่ปลอดภัยกว่า ฝนตกหนักยังเพิ่มความเสี่ยงดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ทำให้ภาคการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวต้องสะดุดอีกครั้ง

บาหลีเป็นจุดหมายที่สวยงาม มีหาดทรายขาว ชายฝั่งสวย และวัดวาอารามมากมาย แต่ฤดูฝนแบบนี้ต้องระวังจริงๆ นะเพื่อนๆ ทางการท้องถิ่นเตือนให้ทุกคนติดตามพยากรณ์อากาศใกล้ชิด หลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำ ใกล้คลอง หรือเนินเขาเสี่ยงถล่ม

คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนไปบาหลี

  • ตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเดือนที่เป็นฤดูฝน (พ.ย.-มี.ค.)
  • เลือกที่พักในพื้นที่สูง ไกลจากชายฝั่งหรือลำน้ำ
  • เตรียมแผนสำรอง เช่น ประกันการเดินทางที่ครอบคลุมภัยธรรมชาติ
  • ดาวน์โหลดแอปแจ้งเตือนภัยพิบัติของอินโดนีเซีย
  • ติดต่อสถานทูตไทยในอินโดนีเซีย หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

เกาะบาหลีป่วนครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้จะเป็นสวรรค์ท่องเที่ยว แต่ธรรมชาติก็ท้าทายได้ทุกเมื่อ สถานการณ์ยังคงต้องจับตา เพราะฝนยังตกต่อเนื่อง หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวครับ

สำหรับนักเดินทางอย่างเราๆ การวางแผนดีๆ คือกุญแจสำคัญ ถ้าคุณมีประสบการณ์น้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติที่บาหลี แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะ หรือกดแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ ที่กำลังจะไปเที่ยว!

ที่มา – เกาะบาหลีป่วน ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน เร่งอพยพนักท่องเที่ยว

ไต้ฝุ่น “บัวลอย” คร่าแล้ว 40 ศพในเวียดนาม-ฟิลิปปินส์

ไต้ฝุ่น “บัวลอย” คร่าแล้ว 40 ศพในเวียดนาม-ฟิลิปปินส์ คนอพยพนับแสน

ไต้ฝุ่น “บัวลอย” คร่าแล้ว 40 ศพในเวียดนาม-ฟิลิปปินส์ ทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พายุดังกล่าวได้ก่อให้เกิดน้ำท่วม ลมกระโชกแรง และความเสียหายจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนนับแสนต้องอพยพหนีภัย ก่อนที่พายุจะอ่อนกำลังลงและเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศลาวในที่สุด

ไต้ฝุ่น “บัวลอย” คร่าแล้ว 40 ศพในเวียดนาม-ฟิลิปปินส์ คนอพยพนับแสน

จากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ได้สร้างความหายนะให้กับฟิลิปปินส์และเวียดนาม โดยยืนยันผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 ราย และมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคน พายุลูกนี้พัดถล่มเกาะเล็ก ๆ ในกลางฟิลิปปินส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ต้นไม้หักโค่น เสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด และเกิดน้ำท่วมรุนแรง บังคับให้ประชาชนกว่า 400,000 คนต้องอพยพไปยังที่ปลอดภัย

ในฟิลิปปินส์ สำนักงานป้องกันพลเรือนรายงานว่าผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 27 ราย สาเหตุหลักมาจากการจมน้ำและถูกซากปรักหักพังจากพายุทับถม ขณะที่เวียดนามเผชิญกับพายุเมื่อกลางดึกวันอาทิตย์ ลมกระโชกแรงสูงถึง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และค้นหาผู้สูญหายอีก 20 คน รวมถึงนักประมง 9 คนที่เรือหายไปในทะเล

ผลกระทบรุนแรงจากไต้ฝุ่น “บัวลอย” ในเวียดนาม

ที่เวียดนาม พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนกว่า 44,200 หลัง โดยหลังคาถูกลมพัดปลิว และมีบ้าน 800 หลังถูกน้ำท่วม พื้นที่เพาะปลูกเกือบ 6,000 เฮกตาร์เสียหายหนัก กระทรวงสิ่งแวดล้อมแจ้งว่ามีผู้คนกว่า 53,000 คนถูกอพยพไปยังโรงเรียนและศูนย์พักพิงชั่วคราว นอกจากนี้ สนามบิน 4 แห่งและทางหลวงบางส่วนถูกปิด ทำให้เที่ยวบินกว่า 180 เที่ยวถูกยกเลิกหรือล่าช้า

ผู้เสียชีวิตในเวียดนามส่วนใหญ่เกิดจากลมหมุนในจังหวัดนิงบิ่ญ 9 ราย ร่วมกับรายอื่น ๆ ในจังหวัดเว้และแทงฮว้า เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงจากพายุไต้ฝุ่นในภูมิภาคที่มักเกิดบ่อยครั้ง

สถานการณ์ในฟิลิปปินส์จากไต้ฝุ่น “บัวลอย”

ฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักจากไต้ฝุ่น “บัวลอย” คร่าแล้ว 40 ศพในเวียดนาม-ฟิลิปปินส์ สร้างความเสียหายให้โครงสร้างพื้นฐานและชีวิตผู้คนจำนวนมาก รัฐบาลได้เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยแจกจ่ายอาหารและสิ่งของจำเป็นให้ผู้ลี้ภัยนับแสน

พายุดังกล่าวยังทำให้เกิดไฟดับในหลายพื้นที่ และการสื่อสารขัดข้องชั่วคราว เจ้าหน้าที่ต้องทำงานหนักในการกู้ภัยและฟื้นฟู ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสมอ

ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการรับมือภัยพิบัติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้พายุรุนแรงขึ้น รัฐบาลและชุมชนต้องเสริมสร้างระบบเตือนภัยและโครงสร้างที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

  • เตรียมแผนอพยพล่วงหน้าเมื่อมีพายุมรสุม
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
  • ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การรับมือกับไต้ฝุ่น “บัวลอย” แสดงให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างประเทศสำคัญมากในการบรรเทาผลกระทบ หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ลองตรวจสอบแผนรับมือภัยพิบัติของครอบครัวคุณวันนี้ เพื่อความปลอดภัย

ที่มา – ไต้ฝุ่น “บัวลอย” คร่าแล้ว 40 ศพในเวียดนาม-ฟิลิปปินส์ คนอพยพนับแสน

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ของจีน

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว ได้สร้างความกังวลอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเกาะปานุยตัน (Panuitan) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะบาบูยัน (Babuyan) ประเทศฟิลิปปินส์แล้ว เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันจันทร์ที่ 22 ก.ย. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น โดยพายุลูกนี้มีความเร็วลม 285 กม./ชม. และคาดว่ามันจะมุ่งไปทางตะวันตกสู่ภาคใต้ของจีนต่อไป ทำให้ทางการจีนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

หน่วยงานสภาพอากาศของฟิลิปปินส์ระบุว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลังลงเล็กน้อย แต่ก็มีโอกาสที่มันจะทวีกำลังขึ้นอีก พร้อมเตือนว่า พายุลูกนี้ทำให้เกิดคลื่นพายุหนุนซัดฝั่งที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยมีความสูงมากสุด 3 เมตร และอาจทำให้เกิดดินถล่มและน้ำท่วมเป็นวงกว้าง สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนกับโครงสร้างพื้นฐาน ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

การมาของไต้ฝุ่น รากาซา ซึ่งความรุนแรงเทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 5 ทำให้ทางการฟิลิปปินส์ต้องสั่งอพยพประชาชนหลายพันคน โรงเรียนและสำนักงานรัฐบาลในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงในกรุงมะนิลา ต้องปิดทำการ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ทั้งนี้ หมู่เกาะบาบูยัน อยู่ห่างจากเกาะไต้หวันประมาณ 740 กม. อย่างไรก็ตาม คาดกันว่าพายุ รากาซา จะไม่พัดเข้าสู่เกาะไต้หวันโดยตรง แต่จะทำให้เกิดฝนตกหนักบริเวณชายฝั่งตะวันออกของเกาะ โดยทางการไต้หวันสั่งปิดพื้นที่ป่าและเส้นทางศึกษาธรรมชาติทั่วภาคใต้และภาคตะวันออกตั้งแต่เช้าวันจันทร์ บริการเรือข้ามฟากก็ถูกระงับด้วย เป็นมาตรการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ด้านเจ้าหน้าที่จีนในมณฑลกวางตุ้งออกคำแนะนำประชาชนให้เตรียมรับมือ “หายนะ” และ “ภัยพิบัติขนาดใหญ่” โดยคาดว่าจะเริ่มมีฝนตกหนักและลมแรงอย่างเร็วที่สุดในวันอังคารนี้ ก่อนที่พายุรากาซาจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในอีกราว 2 วันหลังจากนั้น ทางการจีนได้เตรียมพร้อมทีมกู้ภัยและอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ในเมืองเซินเจิ้นวางแผนอพยพประชาชนราว 400,000 คน เพื่อเตรียมรับการมาเยือนของไต้ฝุ่นลูกนี้แล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ฮ่องกงเตือนว่า สภาพอากาศจะแย่ลงอย่างรวดเร็วในวันอังคาร ขณะที่หน่วยงานศึกษาธิการกำลังพิจารณาเรื่องการหยุดการเรียนการสอน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา

สายการบินคาเธย์ แปซิฟิก ของฮ่องกงระบุว่า พวกเขาจะยกเลิกเที่ยวบินขาออกจำนวน 500 เที่ยวบิน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันอังคารเป็นต้นไป ส่วนสายการบินฮ่องกงระบุว่า จะระงับเที่ยวบินขาออกทั้งหมด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางทางอากาศในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว

สถานการณ์ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว ยังคงเป็นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เสี่ยงภัย การเตรียมความพร้อมและการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสียหายและผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในครั้งนี้

ผลกระทบและความเสียหายจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซา

ผลกระทบและความเสียหายจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อฟิลิปปินส์และประเทศใกล้เคียง การประเมินความเสียหายและวางแผนฟื้นฟูจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

  • น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม: พื้นที่ลุ่มต่ำและเชิงเขาเสี่ยงต่อน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม ซึ่งอาจทำให้บ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานเสียหายอย่างหนัก
  • ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน: ถนน สะพาน และระบบไฟฟ้าอาจได้รับความเสียหาย ทำให้การคมนาคมและการสื่อสารเป็นไปอย่างยากลำบาก
  • ผลกระทบต่อการเกษตร: พายุอาจทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและรายได้ของเกษตรกร

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและความเข้าใจในสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากพายุ

ที่มา – ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว เตือนดินถล่ม-น้ำท่วมวงกว้าง

ดับแล้ว 1 ศพ! พายุ “คาจิกิ” ถล่มเวียดนาม

พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ขึ้นฝั่งเวียดนามแล้ว ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและดินถล่มในหลายพื้นที่ แม้ว่าทางการเวียดนามจะเร่งอพยพประชาชนเกือบ 600,000 คนล่วงหน้าเพื่อรับมือกับสถานการณ์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันออกของประเทศเวียดนามในช่วงบ่ายของวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ด้วยความเร็วลมที่วัดได้ระหว่าง 118-133 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจุดที่พายุขึ้นฝั่งอยู่ทางเหนือของเมืองดานัง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สำคัญแห่งหนึ่งของเวียดนาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีคือฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ลมกระโชกแรง ต้นไม้จำนวนมากถูกถอนรากถอนโคน และบ้านเรือนได้รับความเสียหายในวงกว้าง

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาของเวียดนามได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าพายุ “คาจิกิ” อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งทางการของ 6 จังหวัดได้แจ้งเตือนประชาชนในกว่า 400 หมู่บ้านในจังหวัดหั่วเสินให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับพายุ “คาจิกิ” ทางการเวียดนามได้สั่งปิดโรงเรียนและสนามบินหลายแห่งเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการอพยพประชาชนเกือบ 600,000 คนในจังหวัดแถงฮวา, กว๋างจิ, เว้ และดานัง ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนกลางของเวียดนาม ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้ โดยในวันจันทร์ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เดินเท้าไปยังบ้านเรือนต่างๆ เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์และแนะนำให้เดินทางไปยังศูนย์หลบภัย

สถานการณ์ความรุนแรงของพายุทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายนี้อยู่ในจังหวัดเหงะอาน และเสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าช็อตขณะพยายามเสริมความแข็งแรงให้กับหลังคาบ้านของตนเอง เพื่อป้องกันความเสียหายจากพายุ

มีการคาดการณ์ว่าพายุ “คาจิกิ” เป็นหนึ่งในพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดที่เคยเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเวียดนาม โดยหลังจากขึ้นฝั่งแล้ว พายุได้เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ขณะอยู่บนบก และคาดว่าจะอ่อนกำลังลงขณะที่เคลื่อนตัวผ่านประเทศเวียดนามและเข้าสู่ประเทศลาวในที่สุด อย่างไรก็ตาม ทางการยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในพื้นที่ต่างๆ ที่พายุเคลื่อนผ่าน

ดับแล้ว 1 ศพ พายุ “คาจิกิ” ขึ้นฝั่ง ทำฝนถล่มเวียดนาม

ผลกระทบจากพายุ “คาจิกิ” ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตรที่อาจได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและลมพายุ การฟื้นฟูความเสียหายจึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามและทรัพยากรจำนวนมาก

มาตรการรับมือกับพายุ “คาจิกิ”

  • อพยพประชาชนไปยังที่ปลอดภัย
  • ปิดโรงเรียนและสถานที่ราชการชั่วคราว
  • เตรียมพร้อมอุปกรณ์และเสบียงช่วยเหลือ
  • เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

การรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างพายุ “คาจิกิ” จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น การเตรียมความพร้อมและการวางแผนรับมือที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

เราทุกคนควรตระหนักถึงความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – ดับแล้ว 1 ศพ พายุ “คาจิกิ” ขึ้นฝั่ง ทำฝนถล่มเวียดนาม

Scroll to top