อาหารฮาลาล

อนุทิน เยือนมาเลเซีย 9-10 กรกฎาคม ยกระดับความร่วมมือ

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของรัฐบาลไทย โดยล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยภารกิจสำคัญในการเตรียมตัวเดินทางไปเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ โดยเฉพาะการที่ อนุทิน เตรียมเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ 9-10 กรกฎาคมนี้ ยกระดับความร่วมมือรอบด้าน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

อนุทิน เตรียมเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ 9-10 กรกฎาคมนี้ ยกระดับความร่วมมือรอบด้าน

ภารกิจในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ครับ เพราะมีการวางแผนครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง โดยนายกฯ อนุทิน ได้เน้นย้ำว่าการจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจำเป็นต้องอาศัยการพูดคุยในระดับทวิภาคีที่มีคุณภาพ ซึ่งการที่ อนุทิน เตรียมเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ 9-10 กรกฎาคมนี้ ยกระดับความร่วมมือรอบด้าน ในครั้งนี้ จะมีการหารือในประเด็นสำคัญที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งในเรื่องของการส่งออกสินค้าเกษตร และปัญหาความสงบในพื้นที่ชายแดนใต้

ประเด็นหลักที่ต้องจับตามองในการเดินทางครั้งนี้

ในการเยือนครั้งนี้มีหลายประเด็นที่น่าสนใจและถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องเกษตรกรไทย โดยเฉพาะปมปัญหาการส่งออกกุ้งและปลา ซึ่งทางนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าไปปูทางเจรจาไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้แนวโน้มค่อนข้างเป็นบวก นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ:

  • อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล: เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกสู่ตลาดมุสลิม
  • พลังงานและความมั่นคง: การสร้างความเห็นพ้องในประเด็นพลังงานและพื้นที่ชายแดน
  • การพูดคุยสันติสุข: โดยมีคณะพูดคุยสันติสุขร่วมเดินทางไปเพื่อหารือประเด็นความมั่นคงอย่างจริงจัง
  • การลงนามความร่วมมือ: คาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาข้อตกลงใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาที่คั่งค้างในอดีต

การที่นายกฯ อนุทิน ให้ความสำคัญกับการพาทีมงานผู้มีอำนาจตัดสินใจไปพร้อมกัน จะช่วยให้การประชุมทั้งชุดใหญ่และชุดย่อยสามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ทันที นับว่าเป็นกลยุทธ์การบริหารที่น่าชื่นชม เพราะจะช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนราชการที่ไม่จำเป็นลงได้มากทีเดียวครับ

ในมุมมองของผม การที่ไทยและมาเลเซียหันมาจับมือกันอย่างจริงจังในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งสำหรับภาคธุรกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารฮาลาลที่มาเลเซียให้การยอมรับ หรือการแก้ไขปัญหาเกษตรกรรมให้คล่องตัวขึ้น เชื่อว่าหากการเยือนในสัปดาห์หน้าสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจภาพรวมและสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนให้แก่พื้นที่ชายแดนอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – “อนุทิน” เตรียมเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ 9-10 กรกฎาคมนี้ ยกระดับความร่วมมือรอบด้าน

ซาบีดา เยือนสตูลเปิดงานฉลุงฮาลาลสตรีทฟู้ด กระตุ้นท่องเที่ยว

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ๆ ที่มีทั้งของกินอร่อยและบรรยากาศสุดประทับใจ ล่าสุดมีข่าวดีจากจังหวัดสตูลครับ เพราะมีการจัดงาน ซาบีดา เยือนสตูลเปิดงานฉลุงฮาลาลสตรีทฟู้ด เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและชูอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทย-มลายูให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ซาบีดา เยือนสตูลเปิดงานฉลุงฮาลาลสตรีทฟู้ด ดึงดูดนักท่องเที่ยว

งานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดสตูลเลยทีเดียวครับ โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานที่ตำบลฉลุง ถือเป็นการผนึกกำลังครั้งใหญ่ระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ตั้งเป้าจะผลักดันให้สตูลเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวฮาลาลในอาเซียนครับ

ไฮไลท์สุดปังที่งาน ซาบีดา เยือนสตูลเปิดงานฉลุงฮาลาลสตรีทฟู้ด

บรรยากาศในงานปีนี้คึกคักสุดๆ ครับ ลองจินตนาการถึงร้านอาหารฮาลาลชื่อดังกว่า 120 บูธที่มาเสิร์ฟความอร่อย ทั้งอาหารพื้นถิ่นและเมนูพิเศษจากประเทศมาเลเซีย ใครที่เป็นสายกินบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด นอกจากเรื่องกินแล้วยังมีกิจกรรมน่าสนใจเพียบ:

  • การแข่งขันปรุงอาหารฮาลาลชิงแชมป์
  • การแข่งขันทำโรตีและชาชักรสชาติต้นตำรับ
  • การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย-มลายูที่หาดูได้ยาก
  • การประกวดแต่งกายในธีมเสน่ห์เคบาย่า

ความน่าสนใจของงานนี้ไม่ได้อยู่แค่ที่ของกินครับ แต่คือการนำเอา "ทุนทางวัฒนธรรม" มาสร้างมูลค่าได้อย่างยอดเยี่ยม การที่ ซาบีดา เยือนสตูลเปิดงานฉลุงฮาลาลสตรีทฟู้ด ครั้งนี้ ยังเป็นการเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับมาเลเซีย ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนสตูลเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับใครที่ยังไม่มีแพลนไปเที่ยวที่ไหน ผมอยากแนะนำให้ลองปักหมุดที่งานนี้ครับ คุณจะได้ทั้งสัมผัสวัฒนธรรมที่งดงาม ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนสตูล และที่สำคัญคือได้อิ่มอร่อยกับอาหารฮาลาลรสเลิศในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองแบบสุดๆ อย่าลืมแวะไปอุดหนุนสินค้าชุมชนเพื่อเป็นกำลังใจให้ร้านค้าในพื้นที่กันด้วยนะครับ แล้วคุณจะหลงรักสตูลมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน!

ที่มา – “ซาบีดา” เยือนสตูลเปิดงานฉลุงฮาลาลสตรีทฟู้ด ขายวัฒนธรรมไทย-มลายู ดึงดูดนักท่องเที่ยว

Satun Halal Street 2026 ดันเมืองฮาลาลสู่สากล

สตูลกำลังจะคึกคักสุดๆ ด้วยงาน Satun Halal Street 2026 ครั้งที่ 7 ที่จัดใหญ่เพื่อดันเมืองอาหารฮาลาลของสตูลให้ก้าวสู่เวทีสากล เชื่อมโยงการท่องเที่ยวอาเซียน สร้างรายได้ให้ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตคนท้องถิ่น งานนี้ไม่ใช่แค่งานอาหาร แต่เป็นเวทีรวมพลังทุกภาคส่วนเพื่อโปรโมทท่องเที่ยวฮาลาลแบบครบวงจร ถ้าคุณกำลังมองหาปลายทางท่องเที่ยวที่ทั้งอร่อย สวยงาม และได้มาตรฐานฮาลาล ล่ะก็ สตูลคือคำตอบ!

Satun Halal Street 2026

งาน Satun Halal Street 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 พฤษภาคม 2569 ที่ลานศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (สตูลจีโอปาร์คเกตเวย์) โดยมีนายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดงาน ท่ามกลางผู้เข้าร่วมคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกอบจ.สตูล, Mr. Winardi H. Lucky กงสุลใหญ่สาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำสงขลา, Mr. Shaiful Naszri Abdul Wahid ผู้แทนสถานทูตมาเลเซียประจำกรุงเทพฯ, ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต., รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล รวมถึงส่วนราชการ เอกชน และประชาชนทั่วไป บรรยากาศคึกคักมาก!

ความร่วมมือครั้งนี้มาจากหลายหน่วยงานชั้นนำ เช่น อบจ.สตูล, ศอ.บต., ททท.สำนักงานสตูล, วิทยาลัยชุมชน, สถาบันฮาลาล ม.อ., สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน, ชมรมผู้ประกอบการอาหารฮาลาลสตูล และภาคีเครือข่าย โครงการนี้มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวฮาลาลอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมหลายมิติ ทั้งขายอาหารฮาลาลแท้ๆ, แสดงศิลปวัฒนธรรม, อบรมความรู้ฮาลาล, และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวสตูลให้ดังกระฉ่อน

Satun Halal Street 2026 เปิดงานคึกคัก

กิจกรรมเด็ดใน Satun Halal Street 2026

นอกจากร้านอาหารฮาลาลจากไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย แล้ว ยังมีเสวนาเรื่ององค์ความรู้ท่องเที่ยวฮาลาล, นิทรรศการ, เวิร์กช็อป, สาธิตเมนูอาหารอินโดนีเซียสุดแซ่บ, การแสดงแสงสีเสียง และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่งดงาม ทุกอย่างออกแบบมาเพื่อให้ชุมชนได้โชว์ศักยภาพ สร้างความภูมิใจในอัตลักษณ์สตูล และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งใน-ต่างประเทศ

  • เสวนาและนิทรรศการ: เรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฮาลาลท่องเที่ยว
  • เวิร์กช็อปและสาธิตอาหาร: ลองทำเมนูฮาลาลประจำชาติเพื่อนบ้าน
  • ร้านค้าฮาลาล: ชิมของอร่อยจาก 3 ประเทศ
  • การแสดง: แสงสีเสียงวัฒนธรรมอาเซียน
กิจกรรม Satun Halal Street 2026

ภาพจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล

ตลาดท่องเที่ยวฮาลาลกำลังโตแบบก้าวกระโดดทั่วโลก โดยเฉพาะอาเซียน การพัฒนาสตูลให้เป็นเมืองฮาลาลมาตรฐานสากลจึงเป็นโอกาสทอง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ยั่งยืน และกระชับความสัมพันธ์ไทย-เพื่อนบ้าน งานนี้ไม่เพียงช่วยชุมชน แต่ยังเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยได้บุกอาเซียน

ในมุมมองของผม Satun Halal Street 2026 คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนสตูลให้เป็นฮับอาหารฮาลาลชั้นนำ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวฮาลาลหรืออยากลองประสบการณ์ใหม่ อย่าพลาดไปร่วมงานนี้เลย! วางแผนทริปสตูลตั้งแต่ตอนนี้ แล้วมาแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะ

ที่มา – Satun Halal Street 2026 ดันเมืองอาหารฮาลาลสู่สากล เชื่อมโยงท่องเที่ยวอาเซียน

ไทยเป็นประตูการค้าอาหาร สู่ตะวันออกกลาง

กระทรวงพาณิชย์ จับมือ ซาอุดีอาระเบีย เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ตั้งเป้าให้ไทยเป็น ประตูการค้าอาหาร และบริการสู่ตะวันออกกลาง หวังดันข้าว อาหารฮาลาล และผลไม้ไทยเติบโตต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุน “Vision 2030” ของซาอุดีอาระเบีย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ได้เข้าพบหารือกับ ดร.มาญิด บินอับดุลเลาะฮ์ อัลกอเศาะบี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซาอุดีอาระเบีย เพื่อหารือแนวทางยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศ และเร่งขยายโอกาสให้กับสินค้าเกษตรและอาหารของไทยในตลาดตะวันออกกลาง

นางศุภจี กล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศแรกในตะวันออกกลางที่เดินทางมาเยือนหลังรับตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของซาอุดีอาระเบียต่อไทย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกระชับความร่วมมือในฐานะพันธมิตรระหว่างภูมิภาค วางเป้าหมายให้ซาอุดีอาระเบียเป็นประตูการค้า (Gateway) สู่ภูมิภาคตะวันออกกลางและกลุ่ม GCC รัฐมนตรีซาอุดีอาระเบียให้คำแนะนำเกี่ยวกับการส่งเสริมสินค้าไทยในตลาดซาอุฯ และพร้อมสนับสนุนการนำเข้าสินค้าคุณภาพจากไทย เช่น ข้าว อาหารฮาลาล วัตถุดิบด้านอาหาร และผลไม้ รวมทั้งพร้อมหารือกับไทยถึงมาตรฐานสินค้า เพื่อให้ไทยสามารถผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของซาอุฯ และเห็นว่าไทยสามารถเป็น “แหล่งความมั่นคงทางอาหาร” ให้แก่ซาอุฯ ได้ นอกจากนี้ ฝ่ายซาอุฯ ให้ที่ดินติดตั้งบูธ Thai Village เป็นการถาวร เพื่อส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการของไทยในตะวันออกกลาง

ไทยเป็นประตูการค้าอาหาร สู่ตะวันออกกลาง

“วันนี้ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะจัดทำแผนงานความร่วมมือด้านบริการ (hospitality) ในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น การท่องเที่ยว ร้านอาหาร สปา และบริการด้านสุขภาพ (wellness) รวมทั้งความร่วมมือด้านแรงงานมีฝีมือ อาทิ พ่อครัว พนักงานในสาขาท่องเที่ยว โดยไทยพร้อมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตลอดจนสนับสนุนแรงงานมีฝีมือเข้าไปช่วยพัฒนาซาอุดีอาระเบียให้บรรลุตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ “วิสัยทัศน์ซาอุฯ ค.ศ. 2030” ซึ่งเป็นนโยบายหลักของประเทศในปัจจุบันที่กำลังพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ลดการพึ่งพาน้ำมันและให้ความสำคัญกับภาคการท่องเที่ยว” นางศุภจีกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อปี 2567 ซาอุดีอาระเบียครองตำแหน่งคู่ค้าอันดับที่ 19 ของไทยในตลาดโลก และเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้วยมูลค่าการค้ารวม 7,757.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ส่งออก 2,856.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / นำเข้า 4,900.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.-ก.ย.) การค้าระหว่างกันมีมูลค่า 5,815.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออกของไทย 1,949.00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้า 3,866.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าส่งออกดาวรุ่ง ได้แก่ (1) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (2) ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ (3) ผลิตภัณฑ์ยาง (4) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (5) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ (1) น้ำมันดิบ (2) ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ (3) เคมีภัณฑ์ (4) สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ (5) ก๊าซธรรมชาติ

ส่งเสริมอาหารไทยสู่ตะวันออกกลาง: ไทยเป็นประตูการค้าอาหาร

การจับมือกับซาอุดีอาระเบียครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ประตูการค้าอาหาร ที่สำคัญของภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมสินค้าที่มีศักยภาพ เช่น ข้าว อาหารฮาลาล และผลไม้ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้แรงงานไทยมีฝีมือเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบียอีกด้วย

ความร่วมมือนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของสินค้าและบริการของไทยในระดับนานาชาติ

ด้วยความร่วมมือที่แข็งแกร่งนี้ คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายในการเป็น ประตูการค้าอาหาร ที่สำคัญของภูมิภาคได้อย่างแน่นอน

การผลักดันให้ไทยเป็น ประตูการค้าอาหาร สู่ตะวันออกกลาง เป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดและสร้างการเติบโตทางธุรกิจ อย่ารอช้า! เตรียมพร้อมสินค้าและบริการของคุณให้มีคุณภาพและตรงตามมาตรฐานสากล เพื่อคว้าโอกาสนี้ไว้

ที่มา – พาณิชย์ จับมือ ซาอุฯ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ตั้งเป้าไทยเป็น “ประตูการค้าอาหาร” สู่ตะวันออกกลาง

Scroll to top