อิสราเอล

สหรัฐขู่ขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งเรือบรรทุกเพิ่ม

สหรัฐขู่ขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่ม ขู่ยิงเรืออิหร่านวางทุ่นระเบิด สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียยิ่งตึงเครียด เมื่อรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐประกาศมาตรการเข้มงวดเพื่อรับมืออิหร่าน

สหรัฐขู่ขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยแผนการขยายมาตรการปิดล้อมทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก โดยสหรัฐเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 เข้าประจำการในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียทันที เพื่อเสริมกำลังรับมือการคุกคามจากเรืออิหร่าน

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 20% ของการค้าพลังงานทั่วโลก หากเกิดความขัดแย้ง อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก นายเฮกเซธย้ำว่ากองทัพสหรัฐพร้อมเต็มที่ หากอิหร่านกล้าวางทุ่นระเบิดหรือรบกวนเส้นทางเดินเรือ โดยมาตรการปิดล้อมจะเข้มงวดยิ่งขึ้น ตั้งแต่อ่าวโอมานไปจนถึงน่านน้ำสากล

ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่มเพื่อรับมืออิหร่าน

หนึ่งในมาตรการหลักคือการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการลาดตระเวนและโจมตีทางอากาศ กองทัพเรือสหรัฐจะไม่ลังเลในการบังคับใช้กฎเพื่อปกป้องเส้นทางการค้าเสรี นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มกำลังทหารและเรือรบอื่นๆ เพื่อปิดช่องโหว่ทุกจุด

ประธานาธิบดีทรัมป์ไฟเขียวให้ยิงทำลายเรืออิหร่านทันที

ที่สำคัญกว่านั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุมัติคำสั่งให้กองทัพเรือยิงทำลายเรือเร็วหรือเรือขนาดเล็กของอิหร่านทันที หากพบว่าพยายามวางทุ่นระเบิดหรือแทรกแซงการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ นายเฮกเซธระบุชัดเจนว่า "เราจะยิงและกำจัดภัยคุกคามเหล่านั้นโดยไม่ต้องรอคำสั่งเพิ่มเติม"

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากอิหร่านถูกกล่าวหาว่าพยายามขัดขวางการขนส่งน้ำมันของชาติพันธมิตรสหรัฐ นับตั้งแต่การโจมตีเรือสินค้าครั้งก่อนๆ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลในตลาดพลังงาน

ผลกระทบจากการขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

  • ราคาน้ำมันพุ่งสูง: ช่องแคบฮอร์มุซขนส่งน้ำมันวันละ 21 ล้านบาร์เรล หากปิด สนราคาอาจทะยานเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • กระทบเศรษฐกิจโลก: ประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างจีน ญี่ปุ่น และยุโรป จะเผชิญวิกฤตพลังงาน
  • เพิ่มความเสี่ยงสงคราม: อิหร่านอาจตอบโต้ด้วยขีปนาวุธหรือโดรน ทำให้ภูมิภาคลุ้นระทึก
  • บทบาทพันธมิตร: สหรัฐเรียกร้องให้ชาติอาหรับและยุโรปเข้าร่วมปิดล้อม

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่านโยบาย "สหรัฐขู่ขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ" นี้เป็นกลยุทธ์กดดันอิหร่านให้ถอย จากโครงการนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย แต่ก็เสี่ยงจุดชนวนสงครามใหญ่ได้

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตะวันออกกลาง หากอิหร่านไม่ยอมถอย เศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า ก็อาจได้รับผลกระทบโดยตรง ลองนึกภาพราคาน้ำมันขึ้น 20-30% จะกระทบค่าครองชีพอย่างไร

คุณคิดอย่างไรกับการขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อติดตามข่าวสารสำคัญ!

ที่มา – สหรัฐขู่ขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่ม ขู่ยิงเรืออิหร่านวางทุ่นระเบิด

อิหร่านยืนยัน รมว.ต่างประเทศเยือนปากีสถาน

อิหร่านยืนยัน รมว.ต่างประเทศเดินทางเยือนปากีสถาน เพื่อหารือสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตึงเครียด ส่งสัญญาณบวกต่อการฟื้นฟูการเจรจากับสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน

อิหร่านยืนยัน รมว.ต่างประเทศเดินทางเยือนปากีสถาน

วันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักข่าวรัฐบาลอิหร่านรายงานอย่างเป็นทางการว่านายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยของอิหร่าน ได้เดินทางเยือนกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานแล้ว การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ร้อนระอุในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งกับสหรัฐและอิสราเอลที่อิหร่านมองว่าเป็นต้นเหตุของความไม่สงบ

การเดินทางของนายอารักชีไม่ใช่แค่การเยือนทวิภาคีธรรมดา แต่เป็นส่วนหนึ่งของทริปใหญ่ที่ครอบคลุมหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมัสกัตของโอมานและมอสโกของรัสเซีย เป้าหมายหลักคือการประสานงานกับชาติพันธมิตรเพื่อติดตามสถานการณ์สงครามและหาทางออกทางการทูต โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซที่กลายเป็นจุด nóng หลังเกิดเหตุการณ์รุนแรงหลายครั้งติดต่อกัน

หารือสถานการณ์ตะวันออกกลางและสัญญาณฟื้นเจรจาสหรัฐ

แหล่งข่าวจากปากีสถานเผยว่า การอิหร่านยืนยัน รมว.ต่างประเทศเดินทางเยือนปากีสถานครั้งนี้อาจนำไปสู่การรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ โดยปากีสถานถูกมองว่าเป็นตัวกลางที่น่าเชื่อถือ หลังจากนายอารักชีได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายอิชาค ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน ซึ่งทั้งสองฝ่ายย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาอย่างต่อเนื่อง

ฝ่ายอิหร่านชื่นชมนายทุนปากีสถานที่ยอมรับบทบาท mediator แม้สหรัฐยังไม่ยืนยันการส่งผู้แทนเข้าร่วมรอบใหม่ แต่มีสัญญาณว่ากำลังเตรียมพร้อมหากเงื่อนไขเหมาะสม ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์เคยบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล ทำให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่านเสียหายหนัก อิหร่านยืนกรานว่าจะไม่เจรจาเว้นแต่สหรัฐยกเลิกมาตรการเหล่านี้

  • ประเด็นหลักในการหารือ: สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและความมั่นคงทางทะเล
  • การประสานงานกับชาติพันธมิตรอย่างปากีสถาน โอมาน และรัสเซีย
  • ความเป็นไปได้ในการฟื้น JCPOA หรือข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการคว่ำบาตรของสหรัฐ
  • บทบาทของปากีสถานในการส่งเสริมสันติภาพภูมิภาค

ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับปากีสถานนั้นแน่นแฟ้นมานาน ทั้งสองชาติแบ่งปันพรมแดนยาวนับพันกิโลเมตร และมีผลประโยชน์ร่วมกันในด้านพลังงานและความมั่นคง ปากีสถานเคยแสดงจุดยืนเป็นกลางในความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐ ทำให้เหมาะสมเป็นสะพานเชื่อม การเยือนครั้งนี้จึงไม่เพียงช่วยคลายความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังอาจปูทางสู่การเจรจาระดับสูงในอนาคต

หากมองในภาพรวม สถานการณ์ตะวันออกกลางกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน โดยอิหร่านพยายามใช้การทูตเชิงรุกเพื่อต่อกรกับแรงกดดันจากตะวันตก การที่สหรัฐภายใต้แอดมินistration ใหม่ยังเปิดประตูเจรจา แสดงถึงความหวังในการลดความเสี่ยงสงครามที่อาจลุกลาม

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเยือนปากีสถานครั้งนี้อาจเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่สันติภาพยั่งยืน หากทุกฝ่ายยอมถอยคนละก้าว นอกจากนี้ ประชาชนในภูมิภาคต่างคาดหวังว่าการฟื้นเจรจาจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมน้ำมันที่ได้รับผลกระทบหนัก

คุณคิดอย่างไรกับพัฒนาการนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตล่าสุดเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญในตะวันออกกลาง

ที่มา – อิหร่านยืนยัน รมว.ต่างประเทศเดินทางเยือนปากีสถาน หารือสถานการณ์ตอ.กลาง ส่งสัญญาณฟื้นเจรจาสหรัฐ

UN เตือน คน 30 ล้านจะตกสู่ภาวะยากจนแม้สงครามจบพรุ่งนี้

UN เตือน คน 30 ล้านจะตกสู่ภาวะยากจน แม้ว่าสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์รุนแรงกับอิหร่าน จะยุติลงทันทีพรุ่งนี้ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความมั่นคงทางอาหารยังคงน่ากังวลอย่างยิ่ง สหประชาชาติชี้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วจะผลักดันประชาชนนับล้านให้ล้มลงสู่ความยากจนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

UN เตือน คน 30 ล้านจะตกสู่ภาวะยากจน แม้สงครามอิหร่านจบลงพรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 หรือ 2026 นายอเล็กซานเดอร์ เดอ ครู ผู้บริหารโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และอดีตนายกรัฐมนตรีเบลเยียม ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์อย่างน่าตกใจ โดยระบุว่าประชาชนทั่วโลกกว่า 30 ล้านคน หรืออย่างละเอียดคือ 32 ล้านคน จะถูกผลักดันกลับเข้าสู่ภาวะยากจน แม้สงครามในตะวันออกกลางจะหยุดลงในทันทีพรุ่งนี้ก็ตาม

“ทั่วโลกกำลังสูญเสีย GDP ไปประมาณ 0.5% ถึง 0.8% ซึ่งสำหรับประเทศที่เปราะบางนั้นหมายถึงหายนะใหญ่หลวง” เดอ ครู กล่าว “UN เตือน คน 30 ล้านจะตกสู่ภาวะยากจน จากผลกระทบที่สะสมมานี้”

สาเหตุหลักจากราคาพลังงานพุ่งและช่องแคบฮอร์มุซปิดกั้น

สาเหตุสำคัญมาจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก ถูกปิดกั้นจากความขัดแย้งในสงครามอิหร่าน นอกจากน้ำมันแล้ว ช่องแคบนี้ยังเป็นเส้นทางขนส่งปุ๋ยเคมีจำนวนมหาศาลที่จำเป็นต่อการเกษตรทั่วโลก การปิดกั้นนี้ทำให้ห่วงโซ่อุปทานอาหารถูกกระทบหนัก

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งไทยเองก็ได้รับผลกระทบ เงินส่งกลับบ้าน (remittances) จากแรงงานในตะวันออกกลางมีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่ตอนนี้เงินส่วนนี้กำลังหายไปอย่างรวดเร็ว ครอบครัวจำนวนมากที่พึ่งพาเงินดังกล่าวกำลังเผชิญวิกฤต

  • สูญเสีย GDP โลก: 0.5-0.8% ส่งผลต่อประเทศกำลังพัฒนามากที่สุด
  • เงิน remittance ลดลง: เอเชียแปซิฟิกลด 1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี
  • ราคาน้ำมันและปุ๋ยพุ่ง: ช่องแคบฮอร์มุซถูกบล็อก ส่งผลต่อการขนส่ง
  • ขาดแคลนอาหาร: ฤดูเพาะปลูกกำลังมา หากไร้ปุ๋ย ผลผลิตจะลดลงรุนแรง

วิกฤตอาหารรออยู่ข้างหน้า จุดพีคใน 3-4 เดือน

เดอ ครู เตือนเพิ่มเติมว่าการขาดแคลนอาหารจะถึงจุดสูงสุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะช่วงฤดูเพาะปลูกที่กำลังเริ่มต้น “หากเพาะปลูกตอนนี้โดยไม่มีปุ๋ย ผลผลิตจะลดลงอย่างมากในเดือนกันยายน-พฤศจิกายน” เขากล่าว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ความอดอยากในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะแอฟริกาและเอเชียใต้ที่พึ่งพาการนำเข้าปุ๋ย

แม้สงครามจะจบลงพรุ่งนี้ แต่ผลกระทบเชิงโครงสร้างได้เกิดขึ้นแล้ว โลกต้องเผชิญกับเงินเฟ้อพุ่ง ราคาอาหารแพง และการว่างงานเพิ่มขึ้น สหประชาชาติเรียกร้องให้ชาติมหาอำนาจเร่งช่วยเหลือประเทศยากจนเพื่อป้องกันวิกฤตมนุษยธรรม

สำหรับประเทศไทย สถานการณ์นี้กระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและอาหารนำเข้า ซึ่งอาจทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น รัฐบาลควรเตรียมแผนสำรองปุ๋ยและพลังงานทางเลือกเพื่อบรรเทาผลกระทบ

UN เตือน คน 30 ล้านจะตกสู่ภาวะยากจน เป็นสัญญาณเตือนภัยถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกในยุคความขัดแย้ง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าสงครามใดๆ ก็ตามส่งผลกระทบไกลเกินกว่าเขตแดน

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกระจายพลังงานและอาหารให้ยั่งยืนมากขึ้น ผู้นำโลกควรรวมพลังเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเลข 30 ล้านคนนี้กลายเป็นจริง คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตเพื่อเตรียมตัวรับมือวิกฤตครั้งนี้

ที่มา – UN เตือน คน 30 ล้านจะตกสู่ภาวะยากจน แม้สงครามอิหร่านจบลงพรุ่งนี้

อิสราเอลลงโทษทหาร ปมทำลายรูปปั้นพระเยซูในเลบานอน

อิสราเอลลงโทษทหาร ปมทำลายรูปปั้นพระเยซูในเลบานอน เป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก โดยเฉพาะในแวดวงศาสนาและการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกมาประกาศลงโทษทหารของตนเองหลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่น่าประทับใจในเลบานอน

อิสราเอลลงโทษทหาร ปมทำลายรูปปั้นพระเยซูในเลบานอน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ที่หมู่บ้านเดเบล (Debel) ทางตอนใต้ของเลบานอน ทหารอิสราเอล 8 นายถูกจับตามองหลังจากหนึ่งในนั้นใช้ค้อนปอนด์ทุบทำลายรูปปั้นพระเยซูที่ตั้งอยู่บนไม้กางเขนหน้าบ้านของครอบครัวชาวเลบานอน ขณะที่อีกนายหนึ่งถ่ายภาพเหตุการณ์นี้เอาไว้ IDF จึงรีบดำเนินการสอบสวนทันที

ผลจากการสอบสวนพบว่าพฤติกรรมของทหารเหล่านี้เบี่ยงเบนจากคำสั่งและค่านิยมของ IDF อย่างสิ้นเชิง ทหารสองนายหลักที่ก่อเหตุและถ่ายภาพจะถูกควบคุมตัวทางทหาร 30 วัน และถูกปลดจากหน้าที่สู้รบ ส่วนทหารอีก 6 นายที่อยู่ในที่เกิดเหตุแต่ไม่ขัดขวางหรือรายงาน จะถูกดำเนินการแยกต่างหาก

ปฏิกิริยาจากผู้นำและชุมชน

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แสดงความตกตะลึงและเสียใจต่อเหตุการณ์นี้ โดยระบุว่ามันสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้มีศรัทธาทั้งในเลบานอนและทั่วโลก IDF เองก็ขอโทษอย่างสุดซึ้ง และได้นำรูปปั้นใหม่มาเปลี่ยนแทน โดยประสานงานกับชุมชนท้องถิ่นอย่างเต็มที่

แม้ปฏิบัติการของอิสราเอลในเลบานอนจะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านและกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ แต่เหตุการณ์อิสราเอลลงโทษทหาร ปมทำลายรูปปั้นพระเยซูในเลบานอนนี้กลับจุดชนวนกระแสประณามจากหลายฝ่าย ไมค์ ฮัคคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล เรียกร้องให้ลงโทษอย่างรวดเร็ว รุนแรง และเปิดเผย

หมู่บ้านเดเบลเป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ที่ชาวบ้านยังคงอาศัยอยู่ท่ามกลางสงครามระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ รูปปั้นพระเยซูนี้มีความสำคัญทางจิตวิญญาณสำหรับชาวคริสต์ในพื้นที่ การทำลายมันจึงไม่ใช่แค่การกระทำที่ไร้สาระ แต่สะท้อนถึงปัญหาการเคารพวัฒนธรรมและศาสนาของพลเรือนในเขตสงคราม

บริบทสงครามและบทเรียนที่ได้

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ยืดเยื้อมานาน โดยอิสราเอลมองว่าฮิซบอลเลาะห์เป็นภัยคุกคามหลัก การลงมือในเลบานอนจึงมุ่งเน้นเป้าหมายทหาร แต่เหตุการณ์นี้เตือนใจว่าการรบในพื้นที่พลเรือนต้องระมัดระวังมากขึ้น อิสราเอลลงโทษทหาร ปมทำลายรูปปั้นพระเยซูในเลบานอน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ IDF ในการรักษาวินัย แม้ในสถานการณ์ตึงเครียด

จากมุมมองกว้างขึ้น เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าศาสนาและวัฒนธรรมเป็นสิ่งละเอียดอ่อนในตะวันออกกลาง แม้แต่พันธมิตรอย่างสหรัฐฯ ก็ออกมาแสดงท่าทีต่อต้าน การลงโทษทหารเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดกระแสวิจารณ์ แต่ยังเสริมภาพลักษณ์ของอิสราเอลในฐานะกองทัพที่มีวินัย

  • IDF ลงโทษทหาร 8 นายทันที
  • เปลี่ยนรูปปั้นใหม่และขอโทษชุมชน
  • เนทันยาฮูแสดงความเสียใจส่วนตัว
  • ราชทูตสหรัฐฯ เรียกร้องลงโทษรุนแรง

ในยุคที่ข่าวสารแพร่กระจายรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย เหตุการณ์แบบนี้อาจจุดชนวนความเกลียดชังเพิ่มขึ้น การจัดการอย่างโปร่งใสของอิสราเอลจึงเป็นตัวอย่างที่ดี

สุดท้ายแล้ว อิสราเอลลงโทษทหาร ปมทำลายรูปปั้นพระเยซูในเลบานอน เป็นเครื่องเตือนใจว่าการทำสงครามต้องเคารพมนุษยธรรมและศาสนา ไม่ว่าจะยืนฝั่งไหน หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศแบบนี้ ติดตามเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – อิสราเอลลงโทษทหาร ปมทำลายรูปปั้นพระเยซูในเลบานอน

ว่าที่นายกฯฮังการีชี้เนทันยาฮูอาจถูกจับหากเยือน

ว่าที่นายกฯ ฮังการีชี้ “เนทันยาฮู” อาจถูกจับกุมหากเดินทางเยือนประเทศ เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของฮังการีประกาศจุดยืนชัดเจนต่อเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล สร้างความฮือฮาและอาจเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้

ว่าที่นายกฯ ฮังการีชี้ “เนทันยาฮู” อาจถูกจับกุมหากเดินทางเยือนประเทศ

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 หรือ 20 เม.ย. 2569 นายปีเตอร์ มาจยาร์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีฮังการี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า หากนายเบนจามิน เนทันยาฮู เดินทางมาเยือนฮังการี เขาจะถูกจับกุมทันที เนื่องจากมีหมายจับจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ออกมาแล้ว

“หากประเทศใดเป็นสมาชิกของ ICC และบุคคลที่มีหมายจับเดินทางเข้ามาในดินแดนของเรา เราจะต้องควบคุมตัวตามกฎหมาย” นายมาจยาร์กล่าวอย่างหนักแน่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงนโยบายใหม่ที่แตกต่างจากรัฐบาลปัจจุบัน

พื้นหลังของว่าที่นายกฯ ฮังการีชี้ “เนทันยาฮู” อาจถูกจับกุมหากเดินทางเยือนประเทศ

ก่อนหน้านี้ วิกตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีรักษาการของฮังการี มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิสราเอล โดยเฉพาะกับเนทันยาฮู เขาเคยผลักดันให้ฮังการีถอนตัวจาก ICC และต้อนรับเนทันยาฮูอย่างอบอุ่นที่กรุงบูดาเปสต์เมื่อปี 2568 แต่ตอนนี้ มาจยาร์สัญญาว่าจะนำฮังการีกลับเข้าสู่ระบบ ICC อย่างเต็มรูปแบบ และได้แจ้งเนทันยาฮูไปแล้ว

หมายจับจาก ICC ออกในปี 2567 ต่อเนทันยาฮูและนายโยอาฟ กัลแลนต์ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ในข้อหาอาชญากรรมสงครามระหว่างความขัดแย้งในฉนวนกาซา ทั้งคู่ปฏิเสธข้อหาและยืนยันความบริสุทธิ์

  • ICC ออกหมายจับเนทันยาฮูและกัลแลนต์เมื่อปี 2567
  • ข้อหาหลัก: อาชญากรรมสงครามในกาซา
  • ฮังการีเคยถอนตัวจาก ICC ภายใต้ออร์บาน
  • มาจยาร์ต้องการกลับเข้าสู่ ICC

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงกระทบความสัมพันธ์ทวิภาคี แต่ยังสะท้อนการเมืองภายในฮังการีที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ออร์บานถูกวิจารณ์เรื่องประชานิยมและใกล้ชิดรัสเซีย-อิสราเอล ขณะที่มาจยาร์อาจนำพรรคฝ่ายค้านสู่ชัยชนะ

ผลกระทบจากการที่ว่าที่นายกฯ ฮังการีชี้ “เนทันยาฮู” อาจถูกจับกุมหากเดินทางเยือนประเทศ

หากมาจยาร์ขึ้นสู่อำนาจจริง สิ่งนี้อาจทำให้อิสราเอลระมัดระวังในการทูตกับยุโรปตะวันออก ฮังการีเป็นสมาชิก EU แต่มีจุดยืนแหวกแนวบ่อยครั้ง ข่าวนี้ยังจุดประเด็นเรื่อง ICC ที่หลายประเทศไม่ยอมรับ เช่น สหรัฐฯ ที่ไม่ใช่สมาชิก

ในมุมมองกว้างขึ้น มันชี้ให้เห็นความตึงเครียดจากสงครามอิสราเอล-ฮามาสที่ยืดเยื้อ สร้างแรงกดดันต่อผู้นำทั่วโลก นักวิเคราะห์คาดว่าอาจมีผลต่อการประชุม EU เรื่องตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสิทธิ์มนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศที่ ICC พยายามบังคับใช้ แต่ประสบปัญหาจาก大国ที่ไม่ร่วมมือ

  • เพิ่มความตึงเครียดอิสราเอล-ยุโรป
  • ทดสอบจุดยืน EU ต่อ ICC
  • กระทบการทูตของเนทันยาฮู

สำหรับคนไทยที่สนใจข่าวต่างประเทศ เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างของการเมืองที่ซับซ้อน ผสมผสานระหว่างอุดมการณ์ สิทธิ์ และผลประโยชน์

ในความเห็นส่วนตัว การประกาศของมาจยาร์เป็นสัญญาณบวกต่อหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ แม้จะเสี่ยงต่อความสัมพันธ์ แต่แสดงถึงการยึดมั่นกฎหมาย หากคุณสนใจข่าวการเมืองโลก ติดตามเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด และแบ่งปันความคิดเห็นในคอมเมนต์ได้เลย!

ที่มา – ว่าที่นายกฯ ฮังการีชี้ “เนทันยาฮู” อาจถูกจับกุมหากเดินทางเยือนประเทศ

อิสราเอล-เลบานอน เตรียมเจรจารอบ 2 วันพฤหัสบดีนี้

อิสราเอล-เลบานอน เตรียมเจรจารอบ 2 วันพฤหัสบดีนี้ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ถือเป็นก้าวสำคัญในการคลี่คลายความตึงเครียดบริเวณชายแดนทั้งสองประเทศ หลังจากการเจรจาครั้งแรกนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวนาน 10 วัน

อิสราเอล-เลบานอน เตรียมเจรจารอบ 2 วันพฤหัสบดีนี้

ข่าวดีจากตะวันออกกลางกำลังเป็นที่จับตามอง เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากอิสราเอลและเลบานอนเตรียมเข้าพบปะกันโดยตรงเป็นครั้งที่สอง ในวันที่กำหนดคือวันพฤหัสบดีนี้ ณ เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรอบแรกเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 ที่ประสบความสำเร็จในการหยุดยิงชั่วคราว ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสหายใจหายคอได้บ้าง

ตัวแทนจากอิสราเอลนำโดยนายเยเคียล ไลเตอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ ส่วนฝั่งเลบานอนมีนางนาดา ฮามาเดห์ เอกอัครราชทูตเลบานอน และในรอบนี้คณะผู้แทนเลบานอนจะนำโดยนายไซมอน คาราม อดีตเอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐฯ การประชุมยังคงอยู่ในระดับเอกอัครราชทูต โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นตัวกลางสำคัญ

背景ของความขัดแย้งและความสำคัญของการเจรจา

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและเลบานอนยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ โดยเฉพาะปัญหาชายแดนทางตอนใต้ของเลบานอนที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เข้าไปเกี่ยวข้อง สงครามใหญ่ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2006 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตนับพันคนและเกิดความเสียหายมหาศาล การเจรจา อิสราเอล-เลบานอน เตรียมเจรจารอบ 2 วันพฤหัสบดีนี้ จึงเป็นความหวังใหม่ในการยุติการปะทะที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ

ประธานาธิบดีโจเซฟ อาอูน ของเลบานอน กล่าวชัดเจนว่าการเจรจาครั้งนี้มีเป้าหมายหลักคือ ยุติการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ ยุติการยึดครองพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล และเคลื่อนกำลังทหารฮิซบอลเลาะห์ออกจากแนวชายแดนตามที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังมีบทบาทสำคัญ โดยเข้าแทรกแซงเจรจากับอิสราเอลเพื่อผลักดันหยุดยิงและวางกรอบการพูดคุย

บทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะตัวกลาง

กระทรวงการต่างประเทศไทยสหรัฐฯ แสดงความยินดีต่อการมีส่วนร่วมที่สร้างสรรค์ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน และยืนยันว่าจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางอำนวยความสะดวกในการหารือโดยตรงระหว่างทั้งสองรัฐบาลต่อไป สหรัฐฯ ถือเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของอิสราเอลมานาน และในสมัยทรัมป์ การทูตแบบแข็งกร้าวแต่ผลลัพธ์ชัดเจนอาจช่วยให้การเจรจาครั้งนี้ก้าวหน้า

  • หยุดยิงชั่วคราว 10 วันจากรอบแรก
  • ถอนกำลังทหารจากชายแดน
  • กำหนดแนวเขตชายแดนที่ชัดเจน
  • ยุติการโจมตีข้ามพรมแดน

นอกจากประเด็นหลักแล้ว การเจรจายังครอบคลุมเรื่องความมั่นคง การค้า และความช่วยเหลือทางมนุษธรรม โดยเฉพาะเลบานอนที่กำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง หากประสบความสำเร็จ จะเป็นโมเดลสำหรับการแก้ไขข้อพิพาทในตะวันออกกลาง เช่น กับปาเลสไตน์หรืออิหร่าน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความท้าทายยังมีมาก เนื่องจากอิทธิพลของอิหร่านผ่านฮิซบอลเลาะห์ และความไม่เชื่อมั่นระหว่างทั้งสองฝ่าย แต่การที่ทั้งคู่ยอมนั่งโต๊ะเจรจาโดยตรง ถือเป็นสัญญาณบวก

ในมุมมองของผู้เขียน การเจรจา อิสราเอล-เลบานอน เตรียมเจรจารอบ 2 วันพฤหัสบดีนี้ อาจนำไปสู่สันติภาพยั่งยืน หากสหรัฐฯ และนานาชาติสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงสงครามใหญ่ที่อาจลุกลามไปยังภูมิภาคทั้งหมด

ติดตามพัฒนาการข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – อิสราเอล-เลบานอน เตรียมเจรจารอบ 2 วันพฤหัสบดีนี้

ทรัมป์ยืนยัน อิสราเอลไม่เคยกล่อมเขาให้ทำสงครามกับอิหร่าน

ทรัมป์ยืนยัน อิสราเอลไม่เคยกล่อมเขาให้ทำสงครามกับอิหร่าน ท่ามกลางข่าวลือและข้อครหาที่แพร่สะพัดในสื่ออเมริกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโต้เถียงอย่างดุเดือดผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยชี้แจงว่าอิสราเอลไม่ได้โน้มน้าวให้เขาลุยสงครามกับอิหร่านตามที่ถูกกล่าวหา

ทรัมป์ยืนยัน อิสราเอลไม่เคยกล่อมเขาให้ทำสงครามกับอิหร่าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 (ค.ศ. 2026?) ทรัมป์โพสต์ข้อความที่วิพากษ์วิจารณ์สื่อกระแสหลักอย่างรุนแรง โดยย้ำชัดว่าอิสราเอลไม่เคยขอร้องหรือกล่อมให้สหรัฐฯ เปิดสงครามกับอิหร่าน เขาชี้เหตุการณ์โจมตีของฮามาสเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 เป็นตัวยืนยันมุมมองของเขาที่ว่าอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด

“อิสราเอลไม่เคยโน้มน้าวให้ผมทำสงครามกับอิหร่าน แต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ต่างหากที่เข้ามาตอกย้ำทัศนคติที่ผมมีมาตลอดชีวิตว่า อิหร่านจะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้เป็นอันขาด” ทรัมป์เขียนไว้ในโพสต์

ทรัมป์โจมตีสื่อข่าวปลอมและผลโพล

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเหน็บสื่อข่าวปลอมว่าพวกเขารายงานแต่เรื่องโกหกและเรื่องแต่ง 90% ของคำวิจารณ์จากสื่อและผลโพลเป็นของปลอม คล้ายกับการเลือกตั้งปี 2563 ที่เขาอ้างว่าถูกโกง เขายังพูดถึงเวเนซุเอลาและคาดการณ์ว่าถ้าอิหร่านเปลี่ยนระบอบปกครอง อนาคตจะรุ่งเรืองได้หากผู้นำใหม่ฉลาดพอ

ประเด็นนี้ถูกพูดถึงหนักในสหรัฐฯ โดยเฉพาะหลังรายงานจาก เดอะ นิวยอร์กไทมส์ ที่ระบุว่าที่ปรึกษาของทรัมป์อย่างพลเอก แดน เคน รู้สึกไม่สบายใจกับแผนของนายกฯ อิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ก่อนปฏิบัติการโจมตี นอกจากนั้น โจ เคนต์ อดีตหัวหน้าศูนย์ต่อต้านก่อการร้าย ยังย้ำในจดหมายลาออกว่าอิสราเอลใช้ช่องทางลับโน้มน้าวสหรัฐฯ แต่ทรัมป์และทำเนียบขาวปฏิเสธทั้งหมด

บริบทความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน

ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านยืดเยื้อมานาน โดยอิหร่านสนับสนุนกลุ่มฮามาสและฮิซบุลเลาะห์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามหลักต่ออิสราเอล การโจมตี 7 ตุลาคมที่คร่าชีวิตชาวอิสราเอลกว่า 1,200 ราย ส่งผลให้เกิดสงครามกาซาและการตอบโต้ต่ออิหร่าน ทรัมป์ในสมัยแรกเคยถอนตัวจากสนธิสัญญานิวเคลียร์อิหร่าน (JCPOA) และสั่งสังหารนายพลกาเซม โซไลมานี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบายกดดันสูงสุด

  • ทรัมป์ยืนยันจุดยืนต่อต้านนิวเคลียร์อิหร่าน
  • ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากสื่อและอดีตเจ้าหน้าที่
  • คาดหวังการเปลี่ยนแปลงระบอบในอิหร่าน

การชี้แจงของทรัมป์นี้ช่วยลดทอนข้อครหาที่ว่าสหรัฐฯ ถูกอิสราเอลลากเข้าสู่สงคราม endless war แต่ผู้เชี่ยวชาญยังกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลาม หากอิหร่านพัฒนานิวเคลียร์สำเร็จ

ในมุมมองของผู้เขียน การยืนยันของทรัมป์แสดงให้เห็นถึงนโยบายต่างประเทศที่เด็ดขาดต่ออิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่สันติภาพในตะวันออกกลาง หากมีการเจรจาที่เข้มแข็ง คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – ทรัมป์ยืนยัน อิสราเอลไม่เคยกล่อมเขาให้ทำสงครามกับอิหร่าน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มาโพสต์ต้นฉบับ : Truth Social

“สุริยะ” เร่งสรุปปุ๋ยยูเรียรัสเซีย คาด 3 เดือนถึงไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ เกษตรกรและคนรักวงการเกษตรทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวดีมาอัปเดตให้ฟังกันครับ เกี่ยวกับปัญหาปุ๋ยที่เกษตรกรไทยกำลังเผชิญหนักๆ ในช่วงนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาเผยว่า กำลังเร่งรัดการสรุป“สุริยะ” เร่งสรุปความต้องการปุ๋ยยูเรีย ร่วมกับภาคเอกชน ก่อนที่จะทำหนังสือแจ้งไปยังทางการรัสเซีย เพื่อนำเข้าปุ๋ยยูเรียจำนวนมากมาช่วยเหลือเกษตรกรไทย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญเลยนะครับ เพราะปุ๋ยยูเรียเป็นหัวใจหลักในการปลูกพืชผลต่างๆ โดยเฉพาะข้าว ยางพารา และผลไม้เมืองร้อนของเรา

“สุริยะ” เร่งสรุปความต้องการปุ๋ยยูเรีย ก่อนทำหนังสือถึงรัสเซีย

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2567 นายสุริยะได้เดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อเจรจาเรื่องนี้โดยตรง หลังจากที่ไทยมีปริมาณปุ๋ยยูเรียไม่พอต่อความต้องการ สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์โลกที่ปุ๋ยราคาพุ่งสูง จากปัญหาสงครามและการคว่ำบาตร รัสเซียเองเป็นมหาอำนาจผลิตปุ๋ยตัวจริงของโลก แต่ก่อนหน้านี้มีนโยบายจำกัดการส่งออก ทำให้ไทยต้องหันไปพึ่งแหล่งอื่นที่ราคาแพงเวอร์ ตอนนี้ผลการเจรจาดีมาก รัสเซียจัดโควตาให้ไทยแล้ว โดยเบื้องต้นขอไว้ 1-2 ล้านตัน แต่กำลังตรวจสอบตัวเลขจริงกับเอกชน เพื่อสรุปให้ชัดเจนที่สุด ก่อนส่งหนังสืออย่างเป็นทางการ

คาดหลังลงนาม 3 เดือน ปุ๋ยยูเรียถึงไทยทันที

ส่วนเรื่อง timeline นายสุริยะยืนยันชัดว่า หลังจากลงนามข้อตกลงแล้ว ไม่เกิน 3 เดือน ปุ๋ยยูเรียก็จะเดินทางมาถึงไทยแน่นอนครับ นี่เป็นข่าวที่เกษตรกรรอคอยมานาน เพราะฤดูปลูกกำลังมา ปุ๋ยขาดแคลนแบบนี้ ผลผลิตลด ต้นทุนพุ่ง เกษตรกรเดือดร้อนหนัก แต่ถ้าปุ๋ยจากรัสเซียมาได้จริง คงช่วยลดภาระได้เยอะเลย

  • ขั้นตอนการนำเข้าปุ๋ยยูเรีย: สรุปความต้องการกับเอกชน → ทำหนังสือถึงรัสเซีย → เจรจาราคากับผู้ผลิต 2 รายใหญ่ → ลงนาม → ขนส่ง 3 เดือน
  • โควตาเบื้องต้น 1-2 ล้านตัน พอเลี้ยงเกษตรกรทั้งประเทศ
  • เน้นราคายุติธรรม ถ้าสูงเกินไป “ไม่ซื้อ” ชัดๆ

ที่สำคัญเรื่องราคานะครับ นายสุริยะย้ำว่าต้องคุยกับผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย 2 เจ้า ถ้าราคาไม่สมเหตุสมผล ก็ไม่เอา เพราะต้องคำนึงถึงเกษตรกรไทยเป็นหลัก ต้องสมดุลระหว่างการขาดแคลนปุ๋ยในตลาดโลกและราคาที่จ่ายไหว ผมว่าท่านคิดถูกแล้วครับ เพราะถ้าปุ๋ยถูกเกินไป เกษตรกรได้ประโยชน์เต็มๆ ผลผลิตดี รายได้เพิ่ม

ปุ๋ยยูเรียคืออะไรกันแน่? สำหรับมือใหม่ มันคือปุ๋ยไนโตรเจนเข้มข้น 46% ใช้เร่งโตใบและลำต้น เหมาะกับพืชใบมากๆ ในไทยเราใช้กันมหาศาล โดยเฉพาะนาข้าวที่กินปุ๋ยตัวนี้เป็นหลัก ปัญหาที่ผ่านมา ปุ๋ยนำเข้าจากจีนหรือแอฟริกา ราคาพุ่งไป 1,000 บาท/ถุง จากปกติ 700-800 บาท ถ้าจากรัสเซียได้ราคาดี ก็น่าจะลงมาได้บ้าง

นอกจากนี้ การเจรจาครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึง外交เกษตรที่แข็งแกร่งของไทย รัสเซียเคยหยุดส่งออกปุ๋ยเพราะเก็บใช้เอง แต่ตอนนี้เปิดโอกาสให้ไทย น่าจะเพราะความสัมพันธ์ที่ดี หวังว่าต่อไปจะมีข้อตกลงระยะยาวนะครับ ไม่ใช่แค่รอบเดียว

สรุปแล้ว “สุริยะ” เร่งสรุปความต้องการปุ๋ยยูเรีย ครั้งนี้ ถ้าสำเร็จ จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยได้ทันท่วงที ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ในยุคที่เศรษฐกิจเกษตรกำลังลุ้น ผมเชื่อว่ามันจะเกิดผลดีแน่นอน

ความเห็นส่วนตัวนะครับ นี่เป็นนโยบายที่ตรงจุดมาก เกษตรกรไทยสมควรได้ปุ๋ยราคาถูก คุณล่ะคิดยังไง? ถ้าปุ๋ยจากรัสเซียมาแล้ว ผลผลิตจะดีขึ้นแค่ไหน? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ ติดตามข่าวเกษตรอัปเดตเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – “สุริยะ” เร่งสรุปความต้องการปุ๋ยยูเรีย ก่อนทำหนังสือถึงรัสเซีย คาดหลังลงนาม 3 เดือนปุ๋ยถึงไทย

มาครงเผย ทหารฝรั่งเศสดับในเลบานอน คาดฝีมือฮิซบอลเลาะห์

มาครงเผย ทหารฝรั่งเศสดับในเลบานอน คาดฝีมือฮิซบอลเลาะห์ เป็นข่าวร้ายที่สะเทือนใจวงการระหว่างประเทศ เมื่อทหารฝรั่งเศสที่กำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาสันติภาพในเลบานอนเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ออกมาแถลงอย่างชัดเจนว่าหลักฐานทั้งหมดชี้ไปที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียด

มาครงเผย ทหารฝรั่งเศสดับในเลบานอน คาดฝีมือฮิซบอลเลาะห์

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ทหารฝรั่งเศสชื่อฟลอเรียน มอนโตริโอ จากกรมทหารช่างพลร่มที่ 17 ซึ่งสังกัดกองกำลังชั่วคราวของสหประชาชาติในเลบานอน (UNIFIL) ถูกสังหารระหว่างปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ยังมีทหารฝรั่งเศสอีก 3 นายบาดเจ็บ โดย 2 นายมีอาการสาหัส มาครงกล่าวว่า “หลักฐานทุกอย่างบ่งชี้ว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต้องรับผิดชอบ” และเรียกร้องให้ทางการเลบานอนจับกุมผู้กระทำผิดทันที

UNIFIL ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า หน่วยลาดตระเวนกำลังเก็บกู้ระเบิดบริเวณถนนในหมู่บ้านกานดูริยาห์ ทางตอนใต้ของเลบานอน แต่ถูกกลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐ ใช้อาวุธปืนขนาดเล็กโจมตี สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน ระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีก่อนหน้า หลังการเจรจาครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่วอชิงตัน

ปฏิกิริยาจากทุกฝ่ายหลังมาครงเผย ทหารฝรั่งเศสดับในเลบานอน

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธข้อหาอย่างหนักแน่น ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รอผลสอบสวนจากกองทัพเลบานอนก่อนสรุป ส่วนนายกรัฐมนตรีเลบานอน นาวาฟ ซาลาม ประณามเหตุการณ์นี้ สั่งสอบสวนทันที และเตือนว่าพฤติกรรมเช่นนี้ทำลายความสัมพันธ์กับพันธมิตร

กองทัพอิสราเอลก็กล่าวหาฮิซบอลเลาะห์ละเมิดหยุดยิง พบผู้ก่อการร้ายพยายามประชิดทหาร จึงตอบโต้ด้วยการโจมตีแม่นยำ ทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อ UNIFIL ซึ่งมีกำลังพลกว่า 10,000 นายจาก 50 ประเทศ มีหน้าที่รักษาสันติภาพตามแนวชายแดนเลบานอน-อิสราเอลมาตั้งแต่ปี 1978 ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในผู้ส่งกำลังพลหลัก

พื้นหลังความขัดแย้งและบทบาทของ UNIFIL

  • UNIFIL ก่อตั้งหลังสงครามเลบานอนปี 1978 เพื่อเฝ้าระวังชายแดน
  • ขยายหน้าที่ปี 2006 หลังสงครามอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์
  • เผชิญโจมตีบ่อยครั้งจากกลุ่มติดอาวุธ
  • ฝรั่งเศสส่งทหารกว่า 700 นาย

เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าความไม่สงบยังคงรุนแรง แม้มีหยุดยิง สถานการณ์ตะวันออกกลางซับซ้อน โดยฮิซบอลเลาะห์ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ขณะที่อิสราเอลและชาติตะวันตกมองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์มาครงเผย ทหารฝรั่งเศสดับในเลบานอน คาดฝีมือฮิซบอลเลาะห์ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตใหม่ หากไม่มีการสอบสวนโปร่งใสและลงโทษผู้กระทำผิด จะกระทบความเชื่อมั่นใน UNIFIL และเสถียรภาพภูมิภาค

เราควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่ คุณคิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้!

ที่มา – มาครงเผย ทหารฝรั่งเศสดับในเลบานอน คาดฝีมือฮิซบอลเลาะห์

Scroll to top