อิสราเอล

ศาลอิสราเอล เปิดไต่สวนคดี “เนทันยาฮู” คอร์รัปชั่น

ศาลอิสราเอล เปิดไต่สวนคดี “เนทันยาฮู” คอร์รัปชั่น อีกครั้งแล้วครับ หลังจากที่ต้องหยุดพักชั่วคราวเพราะสถานการณ์สงครามรุนแรงกับอิหร่าน ล่าสุดศาลแขวงกรุงเยรูซาเล็มประกาศยกเลิกมาตรการฉุกเฉิน ทำให้คดีสำคัญคดีนี้กลับมาดำเนินการต่อได้ตามปกติ

ศาลอิสราเอล เปิดไต่สวนคดี “เนทันยาฮู” คอร์รัปชั่น

ในวันที่ 10 เมษายน 2569 คดีทุจริตของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู จะกลับมาเริ่มพิจารณาอีกครั้งในวันอาทิตย์ เวลา 09.30 น. โดยจะรับฟังพยานฝ่ายจำเลยต่อจากเดิม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องระงับเพราะศาลใช้นโยบายจำกัดเฉพาะคดีเร่งด่วนเท่านั้น เนื่องจากสถานการณ์ความมั่นคงที่ย่ำแย่

ก่อนสงคราม กระทรวงยุติธรรมอิสราเอลออกมาตรการพิเศษตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ 2569 ทำให้คดีอาญาและแพ่งส่วนใหญ่หยุดชะงักไปหมด แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติแล้ว คดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบค้านพยาน ไม่ใช่เริ่มใหม่ทั้งหมด

รายละเอียดคดี “เนทันยาฮู” ที่โลกจับตา

เนทันยาฮูถูกตั้งข้อหาตั้งแต่ปี 2562 ใน 3 คดีใหญ่ ได้แก่ คดี 1000, 2000 และ 4000 เขายืนยันปฏิเสธทุกข้อหา และเริ่มขึ้นให้การในศาลตั้งแต่ธันวาคม 2567 จากนั้นอัยการเริ่มสอบค้านตั้งแต่กลางปี 2568

  • คดี 1000: รับของขวัญมูลค่าสูงจากบุคคลใกล้ชิด เช่น ซิการ์และแชมเปญ จากมหาเศรษฐีชาวอิสราเอล
  • คดี 2000: แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับเจ้าของสื่อ เพื่อให้รายงานข่าวในเชิงบวก และช่วยออกกฎระเบียบที่เอื้อประโยชน์
  • คดี 4000 (เบเซก-วาลลา): ข้อหาหนักสุด รับสินบนจากบริษัท Bezeq เพื่อให้สื่อ Walla รายงานข่าวเอื้อนายกฯ

คดีเหล่านี้สร้างความฮือฮาในอิสราเอลมาก เพราะเกี่ยวข้องกับคำถามใหญ่: ผู้นำที่ถูกฟ้องคดีอาญาควรอยู่ในตำแหน่งต่อไหม ท่ามกลางสงครามและความขัดแย้งที่ยังคุกรุ่น

ผลกระทบทางการเมืองจากศาลอิสราเอล เปิดไต่สวนคดี “เนทันยาฮู” คอร์รัปชั่น

การกลับมาไต่สวนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่อิสราเอลยังเผชิญความท้าทายด้านความมั่นคง โดยเฉพาะหลังสงครามกับอิหร่านที่ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก นักวิเคราะห์การเมืองมองว่าคดีนี้อาจสั่นคลอนฐานอำนาจของเนทันยาฮู ซึ่งเป็นนายกฯ ที่ดำรงตำแหน่งมานานที่สุดในประวัติศาสตร์อิสราเอล

ฝ่ายค้านเรียกร้องให้เขาลาออกเพื่อเคารพกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ผู้สนับสนุนยืนยันว่าเป็นการเมืองสกปรกเพื่อโค่นล้มเขา นอกจากนี้ คดียังกระทบภาพลักษณ์ของอิสราเอลในเวทีโลก โดยเฉพาะเรื่องธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชั่น

นับตั้งแต่เริ่มคดี เนทันยาฮูต้องต่อสู้ทั้งในศาลและในสภา ทำให้รัฐบาลชะงักงันหลายครั้ง ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายชี้ว่าการไต่สวนครั้งนี้จะยาวนาน อาจถึงหลายเดือน โดยพยานสำคัญหลายรายรอให้การ

เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลองดูไทม์ไลน์สำคัญ:

  • 2562: ฟ้องคดีอย่างเป็นทางการ
  • 2567: เนทันยาฮูขึ้นให้การครั้งแรก
  • 2568: อัยการสอบค้านเริ่มต้น
  • ต้น 2569: หยุดชั่วคราวเพราะสงคราม
  • เม.ย. 2569: กลับมาไต่สวนต่อ

สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบเนทันยาฮูคนเดียว แต่ยังสะท้อนปัญหาคอร์รัปชั่นในผู้นำทั่วโลก ที่มักถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส

ในมุมมองของผม การที่ศาลอิสราเอล เปิดไต่สวนคดี “เนทันยาฮู” คอร์รัปชั่นต่อ แสดงถึงความเข้มแข็งของระบบยุติธรรม แม้ในยามวิกฤต หากเนทันยาฮูรอดคดีนี้ได้ อาจยิ่งเสริมภาพลักษณ์นักรบที่ไม่ยอมแพ้ แต่ถ้าพ่ายแพ้ อาจเปิดทางให้ผู้นำรุ่นใหม่เข้ามาเปลี่ยนแปลงอิสราเอล

คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? ติดตามอัปเดตล่าสุดและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ศาลอิสราเอล เปิดไต่สวนคดี “เนทันยาฮู” คอร์รัปชั่น อีกครั้งหลังหยุดพักไปช่วงสงคราม

ผู้นำอิหร่านประกาศชัยชนะเหนือสหรัฐฯ ลั่นยุคใหม่คุมฮอร์มุซ

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนๆ จากตะวันออกกลางกันดีกว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศชัยชนะเหนือสหรัฐฯ-อิสราเอล ลั่นเข้าสู่ “ยุคใหม่” คุมช่องแคบฮอร์มุซ นี่คือประเด็นที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในเวทีโลกเลยทีเดียว ผู้นำสูงสุดอิหร่านอย่างท่านอายาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ได้ออกแถลงการณ์สำคัญผ่านโทรทัศน์ของรัฐบาล ซึ่งส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภูมิภาค

ผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศชัยชนะเหนือสหรัฐฯ-อิสราเอล ลั่นเข้าสู่ “ยุคใหม่” คุมช่องแคบฮอร์มุซ

ในคำแถลง ท่านคาเมเนอี ย้ำชัดว่าอิหร่านไม่เคยอยากให้เกิดสงคราม แต่จะไม่ยอมสละสิทธิ์ที่ชอบธรรมของชาติเด็ดขาด อิหร่านมองว่าทุกแนวร่วมต่อต้านศัตรูคือพี่น้องร่วมกัน และการควบคุม ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จะเป็นจุดเริ่มต้นของ "ยุคใหม่" ที่อิหร่านมีอำนาจมากขึ้นบนเวทีโลก

ท่านผู้นำยังชี้ว่าความผิดพลาดของฝ่ายตรงข้าม ทำให้ช่วงปลายปีอิหร่าน (ราวกุมภาพันธ์-มีนาคม 2026) กลายเป็นจุดพลิกผันสำคัญ อิหร่านจะยกระดับบทบาทของตัวเองให้เด่นชัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่านช่วยเหลือกันและกัน เพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลนที่เกิดจากผลกระทบสงคราม แม้กองทัพจะต้องนิ่งเงียบชั่วคราว แต่พี่น้องประชาชนยังมีบทบาทสำคัญในทุกพื้นที่

รายละเอียดสำคัญจากคำแถลงของผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศชัยชนะเหนือสหรัฐฯ-อิสราเอล

มาดูประเด็นเด็ดๆ จากคำพูดกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ:

  • ไม่ปล่อยให้ลอยนวล: อิหร่านจะไม่ยอมให้ผู้โจมตีหนีรอด จะเรียกร้องค่าชดเชยทุกบาททุกสตางค์ รวมถึงราคาเลือดเนื้อของ martyrs และผู้บาดเจ็บ
  • เตือนประเทศเพื่อนบ้าน: อย่าเชื่อคำสัญญาเท็จจากมหาอำนาจ มาอยู่ฝั่งที่ถูกต้อง ร่วมมือกับอิหร่านดีกว่า
  • สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ: ท่ามกลางความตึงเครียดเรื่องหยุดยิง สหรัฐฯ กดดันให้เปิดเส้นทางเดินเรือ แต่การเจรจาถาวรจะเริ่มที่อิสลามาบัด ปากีสถาน โดย JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ นำทีม

ช่องแคบฮอร์มุซนี่สำคัญมากนะครับ เพราะเป็นทางผ่านน้ำมันกว่า 20% ของโลก ถ้าอิหร่านคุมได้จริง ราคาน้ำมันทั่วโลกอาจปั่นป่วนได้เลย สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากข้อตกลงหยุดยิงที่ยังไม่แน่นอน สหรัฐฯ อยากให้เปิดทางเรือ แต่ดูเหมือนอิหร่านจะมีไพ่เด็ดในมือ

จากมุมมองของผม สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในตะวันออกกลาง อิหร่านกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องพลังงานโลก ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในเอเชียอย่างไทยเราที่พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ต้องจับตาใกล้ชิด เพราะอาจกระทบราคาน้ำมันและเศรษฐกิจได้

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ลองนึกภาพดู: ถ้าอิหร่านเข้าสู่ "ยุคใหม่" จริง ภูมิภาคนี้อาจเห็นการรวมตัวของชาติต่อต้านอิทธิพลตะวันตกมากขึ้น สหรัฐฯ กับอิสราเอลคงต้องคิดหนัก การประกาศชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงความมั่นใจของเตหะราน

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าประชาคมโลกควรติดตามการเจรจาที่ปากีสถานให้ดี เพราะอาจเป็นกุญแจไขปัญหาความขัดแย้งครั้งนี้ได้ คุณล่ะคิดยังไงกับ ผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศชัยชนะเหนือสหรัฐฯ-อิสราเอล ลั่นเข้าสู่ “ยุคใหม่” คุมช่องแคบฮอร์มุซ ? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความเห็นกันด้านล่างเลยนะครับ หรือกดแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่เว็บเรา!

ที่มา – ผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศชัยชนะเหนือสหรัฐฯ-อิสราเอล ลั่นเข้าสู่ “ยุคใหม่” คุมช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์เผย เป็นคนขอเนทันยาฮู ให้ลดโจมตีเลบานอน

ทรัมป์เผย เป็นคนขอเนทันยาฮู ให้ลดโจมตีเลบานอน ในช่วงที่สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด สหรัฐฯ กำลังพยายามหาทางออกเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน

ทรัมป์เผย เป็นคนขอเนทันยาฮู ให้ลดโจมตีเลบานอน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยในสัมภาษณ์กับ NBC News เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ว่า เขาเป็นคนร้องขอให้นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ลดระดับการโจมตีในเลบานอนลง เพื่อเปิดโอกาสให้การเจรจากับอิหร่านดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ทรัมป์ระบุว่าได้พูดคุยกับ “บีบี” (ชื่อเล่นของเนทันยาฮู) และขอให้ “เพลาๆ มือลงหน่อย” เกี่ยวกับปฏิบัติการในเลบานอน

“ผมได้คุยกับบีบีแล้ว และเขาจะลดระดับความรุนแรงลง ผมแค่คิดว่าเราต้องทำตัวให้ดูเงียบลงกว่านี้อีกนิด” ทรัมป์กล่าว พร้อมยืนยันว่าอิสราเอลกำลังลดขนาดปฏิบัติการในเลบานอนลงแล้ว ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานของ CNN ที่ระบุว่าทรัมป์ได้ขอร้องเนทันยาฮูในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อวันพุธ และกำลังเข้าสู่กระบวนการเจรจากับรัฐบาลเลบานอนเพื่อปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

บริบทการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน

ท่าทีของทรัมป์เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาที่เข้มข้น โดยคณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ เตรียมเดินทางไปปากีสถานเพื่อหารือในวันเสาร์นี้ แม้จะมีความเห็นไม่ตรงกันในหลายประเด็น แต่ทรัมป์แสดงความมองโลกในแง่ดีต่อข้อตกลงสันติภาพที่จะเกิดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด

“ผมมองโลกในแง่ดีมาก พวกเขามีเหตุผลมากขึ้นเยอะ พวกเขากำลังยอมตกลงในทุกสิ่งที่จำเป็นต้องตกลง” ทรัมป์กล่าวกับ NBC โดยชี้ว่าผู้นำอิหร่านแสดงท่าทีเปิดรับสันติภาพในการสนทนาส่วนตัว และอิหร่านถูก “ปราบ” จนไม่มีกองทัพเหลือ

  • ทรัมป์ร้องขอเนทันยาฮูลดโจมตีเลบานอนเพื่อเจรจากับอิหร่าน
  • อิสราเอลกำลังลดขนาดปฏิบัติการในเลบานอน
  • คณะผู้แทนสหรัฐฯ เดินทางปากีสถานหารือสันติภาพ
  • ทรัมป์มั่นใจในการตกลงกับอิหร่าน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงซับซ้อน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนเป็นพันธมิตรสำคัญของอิหร่าน การลดโจมตีจึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสันติภาพ การเคลื่อนไหวของทรัมป์แสดงถึงยุทธศาสตร์外交ที่เน้นการประนีประนอมเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการเจรจาครั้งนี้มีโอกาสสำเร็จสูง เนื่องจากอิหร่านเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการทหาร หากข้อตกลงลุล่วง จะช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคได้อย่างมาก

ทรัมป์เผย เป็นคนขอเนทันยาฮู ให้ลดโจมตีเลบานอน ถือเป็นข่าวสำคัญที่สะท้อนนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในยุคนี้ ซึ่งเน้นการทูตมากกว่าการเผชิญหน้า

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ทรัมป์เผย เป็นคนขอเนทันยาฮู ให้ลดโจมตีเลบานอน

สหรัฐฯ เผย เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา ทูตอิสราเอล-เลบานอน

สหรัฐฯ เผย เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา ทูตอิสราเอล-เลบานอน เพื่อลดระดับความรุนแรงบริเวณชายแดนที่ตึงเครียดมานาน สถานการณ์ล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ของเลบานอน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ทำให้เกิดการปะทะกันบ่อยครั้ง

สหรัฐฯ เผย เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา ทูตอิสราเอล-เลบานอน

ตามรายงานจาก CBS News เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไทยสหรัฐฯ ระบุว่า ตัวแทนจากเลบานอนและอิสราเอลจะเดินทางมาพบกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในสัปดาห์หน้า โดยสหรัฐฯ จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาครั้งนี้ การประชุมจะจัดขึ้นที่ตึกกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดระดับความรุนแรงตามแนวชายแดนอิสราเอล-เลบานอน

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ รวมถึงเจ้าหน้าที่เลบานอน เปิดเผยว่าการหารือครั้งนี้มุ่งสำรวจแนวทางในการเริ่มเจรจาโดยตรง เพื่อคลายความตึงเครียดที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการโจมตีข้ามพรมแดนจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามหลักต่อความมั่นคงของอิสราเอล

ผู้เข้าร่วมสำคัญในการเจรจา

  • ไมเคิล อิสสา: เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเลบานอน จะเป็นผู้ dẫnด่านำการเจรจา
  • นาดา ฮามาเดห์ โมอาวาด: เอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐฯ
  • เยคีล ไลเตอร์: เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม มีความไม่แน่นอนจากฝั่งเลบานอน สำนักข่าว CNN รายงานว่า เจ้าหน้าที่เลบานอน 2 รายยืนยันว่ารัฐบาลเลบานอนยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการประชุมนี้ และไม่เคยได้ยินข้อมูลการนัดหมายในสัปดาห์หน้าเลย แม้เจ้าหน้าที่อิสราเอลและสหรัฐฯ จะประกาศแล้วก็ตาม

ท่าทีของผู้นำทั้งสองฝ่าย

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ประกาศสั่งการให้รัฐบาลเปิดเจรจาโดยตรงกับเลบานอน “โดยเร็วที่สุด” หลังได้รับคำร้องขอหลายครั้งจากฝั่งเลบานอน แต่เลบานอนย้ำว่า “จะไม่เจรจาภายใต้ห่ากระสุน” และยังไม่มีคำเชิญอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศหรือทำเนียบประธานาธิบดี

นอกจากนี้ เนทันยาฮู ยังยืนยันว่าจะไม่มีการหยุดยิงในเลบานอน แม้จะผลักดันการเจรจาก็ตาม สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบทบาทของฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับอาวุธจากอิหร่าน ทำให้การไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ เป็นความหวังสำคัญในการลดความรุนแรง

ความตึงเครียดชายแดนอิสราเอล-เลบานอนยืดเยื้อมายาวนาน ตั้งแต่สงครามปี 2006 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับพัน การเจรจาครั้งนี้อาจเป็นก้าวแรกสู่ข้อตกลงหยุดยิงระยะยาว หากทั้งสองฝ่ายยอมรับเงื่อนไข สหรัฐฯ ในฐานะมหาอำนาจมีประสบการณ์ในการเป็นตัวกลาง เช่น ในข้อตกลงอับราฮัมแอคคอร์ด

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการเจรจานี้อาจเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในกาซาและอิหร่าน ซึ่งสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ (ตามบริบทปี 2569) กำลังพยายามสร้างสมดุลในภูมิภาค หากสำเร็จ จะช่วยลดความเสี่ยงสงครามใหญ่

ในมุมมองของผู้เขียน การริเริ่มของ สหรัฐฯ เผย เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา ทูตอิสราเอล-เลบานอน นี้เป็นสัญญาณบวกท่ามกลางความมืดมน แต่ต้องติดตามว่าฝั่งเลบานอนจะตอบรับอย่างไร หากพลาดโอกาส อาจนำไปสู่การปะทะรุนแรงยิ่งขึ้น สนใจข่าวต่างประเทศ ติดตามเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!

ที่มา – สหรัฐฯ เผย เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา ทูตอิสราเอล-เลบานอน

เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและเลบานอนยังคงตึงเครียด โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า จะไม่หยุดการโจมตี แม้จะมีคำสั่งให้เริ่มเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลเลบานอนเพื่อปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ก็ตาม ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง

เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 นายเบนจามิน เนทันยาฮู ได้เผยแพร่ข้อความวิดีโอในเย็นวันพฤหัสบดี โดยย้ำว่าอิสราเอลจะไม่หยุดยิงเลบานอน “ผมต้องการบอกพวกคุณว่า ไม่มีการหยุดยิงในเลบานอน เรากำลังเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างรุนแรงต่อไป และเราจะไม่หยุดจนกว่าจะฟื้นฟูความปลอดภัยให้พวกคุณได้” เนทันยาฮูกล่าวอย่างหนักแน่น

แม้จะมีแผนเจรจาโดยตรง แต่เนทันยาฮูชี้แจงว่า การเจรจานี้มีเป้าหมายเพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์และสร้าง “ข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนและเป็นประวัติศาสตร์” เขายังภูมิใจที่เคยทำข้อตกลงสันติภาพกับประเทศอาหรับมาแล้ว 4 ฉบับ และพร้อมทำเพิ่มเติม

คำตอบโต้จากเลบานอน

ฝั่งเลบานอนไม่ยอมง่ายๆ เจ้าหน้าที่เลบานอนให้สัมภาษณ์ CNN ว่า “จะไม่มีการเจรจาภายใต้ห่ากระสุน” เพื่อปฏิเสธแผนเจรจาของอิสราเอล ในวันเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยังคงโจมตีต่อเนื่อง และออกคำสั่งอพยพใหม่ในพื้นที่ตอนใต้ของเบรุต

ไทม์ไลน์เหตุการณ์ล่าสุด

  • วันพุธ: อิสราเอลเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่ม สังหารผู้ก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์กว่า 300 ราย บาดเจ็บ 1,150 ราย เป้าหมายคือศูนย์บัญชาและฐานที่มั่น 100 แห่ง
  • วันพฤหัสบดี: เนทันยาฮูสั่งเริ่มเจรจา แต่ยืนยันไม่หยุดยิง
  • ปัจจุบัน: การโจมตียังดำเนินต่อไป สถานการณ์มนุษยธรรมย่ำแย่

ความขัดแย้งนี้มีรากเหง้าจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งอิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามหลัก การโจมตีล่าสุดทำให้พลเรือนเลบานอนได้รับผลกระทบหนัก สร้างแรงกดดันจากนานาชาติให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง แต่เนทันยาฮูยืนกรานเพื่อความมั่นคงของอิสราเอล

นอกจากนี้ อิสราเอลยังคงเสริมกำลังทหารบริเวณชายแดนเลบานอน เพื่อป้องกันการตอบโต้จากฮิซบอลเลาะห์ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การเจรจาครั้งนี้อาจนำไปสู่สันติภาพระยะยาว หากเลบานอนยอมปลดอาวุธกลุ่มติดอาวุธได้ แต่ในเบื้องต้น เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว อิสราเอลรายงานว่าปฏิบัติการนี้ประสบความสำเร็จในการทำลายโครงสร้างฮิซบอลเลาะห์ ขณะที่เลบานอนเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้าแทรกแซง

ผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง

  • เพิ่มความตึงเครียดกับอิหร่าน ผู้สนับสนุนฮิซบอลเลาะห์
  • กระทบเศรษฐกิจเลบานอนที่ย่ำแย่อยู่แล้ว
  • อาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่ หากไม่มีการเจรจาที่แท้จริง

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การตัดสินใจของเนทันยาฮูสะท้อนยุทธศาสตร์ “ต่อสู้ไปพร้อมเจรจา” ซึ่งเคยใช้สำเร็จในอดีต แต่เสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติม

ติดตามสถานการณ์ข่าวต่างประเทศแบบเรียลไทม์ และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง สนับสนุนเราด้วยการแชร์บทความนี้เพื่อให้คนไทยรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง!

ที่มา – เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

ดับพุ่ง 303 ศพ หลังอิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ

ดับพุ่ง 303 ศพ หลังอิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

ดับพุ่ง 303 ศพ หลังอิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนได้อัปเดตตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ของอิสราเอลในวันพุธที่ผ่านมา โดยยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 303 ราย และผู้บาดเจ็บอีก 1,150 ราย ขณะที่ทีมกู้ภัยยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตและร่างกายที่ติดค้างใต้ซากอาคารที่พังทลายในหลายพื้นที่ของเลบานอน

การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นปฏิบัติการที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มยกระดับการโจมตีตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม โดยอิสราเอลระบุว่าได้ทิ้งระเบิดใส่เป้าหมายทางทหารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มากกว่า 100 แห่ง รวมถึงศูนย์บัญชาการและฐานที่มั่นสำคัญ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางทั้งในด้านมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐาน

ผลกระทบสะสมจากการโจมตีต่อเนื่อง

นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อ 2 มีนาคม จำนวนผู้เสียชีวิตในเลบานอนรวมกันอยู่ที่ 1,888 ราย และผู้บาดเจ็บ 6,092 ราย ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความรุนแรงของความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งมีรากฐานมาจากประเด็นการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาค

  • ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 303 ราย จากการโจมตีวันพุธเพียงวันเดียว
  • ผู้บาดเจ็บกว่า 1,150 ราย ต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล
  • ความเสียหายต่ออาคารและโครงสร้างพื้นฐานในหลายเมือง
  • ทีมกู้ภัยเผชิญความยากลำบากจากซากปรักหักพังจำนวนมาก

ดับพุ่ง 303 ศพ หลังอิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งชั่งใจเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติม สถานการณ์นี้ยังส่งผลกระทบต่อประชาชนพลเรือนจำนวนมาก ซึ่งต้องอพยพหนีภัยและเผชิญกับวิกฤตมนุษยธรรม

บริบทความขัดแย้งอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์

ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอิสราเอลมองว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์เป็นภัยคุกคามหลักจากอิทธิพลของอิหร่าน ในขณะที่เลบานอนกล่าวหาอิสราเอลบุกรุกน่านฟ้าและดินแดน การโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ที่ยกระดับขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบได้หากไม่มีการแทรกแซงจากนานาชาติ

นอกจากนี้ ดับพุ่ง 303 ศพ ยังทำให้เศรษฐกิจเลบานอนที่ย่ำแย่อยู่แล้วยิ่งทรุดตัวลง โรงพยาบาลหลายแห่งล้นpatients ขาดแคลนยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ องค์กรช่วยเหลือระหว่างประเทศอย่างกาชาดและ UNICEF กำลังเร่งส่งความช่วยเหลือ แต่สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในความสัมพันธ์ภูมิภาค หากไม่มีการเจรจาสันติภาพ อาจลุกลามไปยังประเทศใกล้เคียงอย่างซีเรียและอิหร่านได้

สำหรับผู้อ่านที่สนใจติดตามพัฒนาการ สามารถคลิกที่นี่เพื่ออ่านข่าวต่างประเทศเพิ่มเติม และอย่าลืมแบ่งปันบทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับวิกฤตมนุษยธรรมในตะวันออกกลาง

ที่มา – ดับพุ่ง 303 ศพ หลังอิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ

เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน

เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน เป็นประเด็นที่กำลังสร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองและความมั่นคงโลก เมื่อเลขาธิการใหญ่นาโตออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนต่อสาธารณะ สะท้อนถึงความสามัคคีของพันธมิตรตะวันตกในยามวิกฤตครั้งใหญ่

เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน

วันที่ 9 เมษายน 2569 นายมาร์ค รุตเต เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ได้แถลงข่าวที่กรุงวอชิงตัน โดยยืนยันว่าพันธมิตรนาโตไม่ได้นิ่งนอนใจต่อภัยคุกคามจากอิหร่าน และกำลังให้การสนับสนุนสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มกำลังตามคำร้องขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แม้ในช่วงแรกจะมีความล่าช้าจากบางประเทศ แต่ปัจจุบันทุกฝ่ายต่างเร่งมือเต็มที่

“ให้ความเป็นธรรมกับพันธมิตรด้วยครับ พวกเขาตกใจไม่น้อย เพราะทรัมป์เลือกเก็บความลับการโจมตีระลอกแรกเพื่อความสำเร็จในการจู่โจมแบบเซอร์ไพรส์” รุตเตกล่าวอย่างเข้าใจ พร้อมชื่นชมว่าปัจจุบัน “พันธมิตรทุกประเทศกำลังทำทุกอย่างที่สหรัฐร้องขอ แทบไม่มีข้อยกเว้น”

บริบทของสงครามสหรัฐ-อิหร่าน

สงครามครั้งนี้ปะทุขึ้นจากความตึงเครียดเรื่องนิวเคลียร์และการโจมตีทางทะเล โดยสหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ได้ตอบโต้การกระทำของอิหร่านอย่างเด็ดขาด สร้างแรงกดดันให้พันธมิตรยุโรปต้องเลือกข้าง ทรัมป์เคยวิจารณ์นาโตว่าล้าหลังและไม่แบ่งปันภาระ แต่ล่าสุดรุตเตยืนยันว่า เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน จริง โดยเฉพาะในภารกิจช่องแคบฮอร์มุซที่สำคัญต่อการค้าทั่วโลก

  • สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำในการรับประกันเส้นทางเดินเรือ
  • นาโตพร้อมส่งกำลังหากจำเป็น
  • ยุโรปเพิ่มการสนับสนุนอาวุธและข่าวกรอง

บทบาทสำคัญของนาโตในวิกฤต

นาโตแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะมีส่วนร่วมหากสามารถทำได้ โดยรุตเตชื่นชมนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรที่นำกลุ่มพันธมิตรนานาชาติ “ถ้านาโตช่วยได้ เราจะช่วยแน่นอน” เขากล่าว หลังจากเพิ่งเข้าเฝ้าทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันก่อน และสนทนาอย่างตรงไปตรงมาด้วยความเป็นเพื่อน แม้ทรัมป์จะโพสต์วิจารณ์นาโตใน Truth Social ต่อไป

สถานการณ์นี้ไม่เพียงยืนยันความแข็งแกร่งของนาโต แต่ยังแสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับการหนุนหลังจากพันธมิตรอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในขณะที่อิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันจากทุกทิศทาง การสนับสนุนนี้ช่วยให้สหรัฐมีข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์มหาศาล

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการที่ เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน จะช่วยลดความเสี่ยงการขยายวงสงคราม และอาจนำไปสู่การเจรจาสันติภาพในอนาคต แต่ต้องจับตาการตอบโต้จากอิหร่านและพันธมิตรอย่างรัสเซีย

สำหรับประเทศไทย สถานการณ์นี้กระทบราคาน้ำมันและการค้าทั่วโลกโดยตรง รัฐบาลควรติดตามใกล้ชิดเพื่อปรับนโยบายพลังงานให้ทันท่วงที

มุมมองของผู้เขียน: การยืนยันจากเลขาฯ นาโตนี้เป็นสัญญาณบวกต่อความมั่นคงโลก แสดงว่าพันธมิตรตะวันตกยังคงเป็นปึกแผ่น แม้จะมีความขัดแย้งภายใน แนะนำให้ผู้อ่านติดตามพัฒนาการต่อไป เพราะอาจเปลี่ยนโฉมหน้าแผนที่โลกได้

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่: ไทยรัฐต่างประเทศ

ที่มา – เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน

เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นที่สนใจของโลก หลังจากนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศสั่งการให้เริ่มการเจรจาระดับสูงทันที

เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 หรือ ค.ศ. 2026 นายเบนจามิน เนทันยาฮู ได้ออกแถลงการณ์สำคัญ โดยระบุว่าอิสราเอลพร้อมเปิดการ “เจรจาโดยตรง” กับเลบานอนอย่างเร่งด่วนที่สุด มุ่งเป้าหมายหลักคือการปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามหลักต่อความมั่นคงของอิสราเอลมานานหลายทศวรรษ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการสร้างความสัมพันธ์อันสันติภาพระหว่างสองประเทศเพื่ออนาคตที่มั่นคง

“เลบานอนได้ร้องขอให้มีการเจรจาโดยตรงหลายครั้ง และเมื่อวานนี้ผมจึงสั่งการให้คณะรัฐมนตรีเริ่มกระบวนการทันที” เนทันยาฮูกล่าวในแถลงการณ์ เขายังขานรับถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีเลบานอนที่เรียกร้องให้กรุงเบรุตเป็นเขตปลอดทหาร ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับการเจรจาครั้งนี้

พื้นหลังความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้กลายเป็นคู่ขัดแย้งหลักของอิสราเอล โดยเฉพาะหลังจากสงครามในเลบานอนปี 2006 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับพัน กลุ่มนี้ครอบครองอาวุธขั้นสูง รวมถึงขีปนาวุธที่สามารถยิงถึงใจกลางอิสราเอลได้ ล่าสุด อิสราเอลถูกวิจารณ์จากนานาชาติหลังปฏิบัติการโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 182 ราย และบาดเจ็บ 890 ราย แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ และปากีสถานเป็นตัวกลาง แต่รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่าข้อตกลงไม่ครอบคลุมการกวาดล้างฮิซบอลเลาะห์

  • การเจรจาครั้งนี้มุ่งปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์อย่างสมบูรณ์
  • สร้างเขตปลอดทหารบริเวณชายแดน
  • พัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าทางการทูตระหว่างอิสราเอล-เลบานอน
  • รับประกันความมั่นคงให้ทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ฝั่งเลบานอนยังเงียบงันต่อข้อเสนอนี้ ซึ่งอาจเป็นเพราะแรงกดดันภายในจากฮิซบอลเลาะห์และอิหร่านที่อ้างว่าต้องปกป้องเลบานอนภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

หากการเจรจาสำเร็จ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในตะวันออกกลาง ลดความตึงเครียดชายแดน และเปิดทางให้เลบานอนฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ถ้าล้มเหลว อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ นักวิเคราะห์มองว่าอิสราเอลใช้โอกาสนี้กดดันเลบานอนให้ตัดขาดอิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์สนับสนุนเต็มที่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่ต้องจับตา เช่น บทบาทของนานาชาติอย่างสหประชาชาติ และกลุ่มอาหรับที่อาจเข้าแทรกแซง การเคลื่อนไหวของเนทันยาฮูครั้งนี้แสดงถึงกลยุทธ์ “สันติภาพผ่านความแข็งแกร่ง” ที่อิสราเอลยึดถือมาโดยตลอด

ในมุมมองของผู้เขียน การเจรจานี้มีโอกาสสำเร็จสูง หากเลบานอนยอมรับข้อเสนอเขตปลอดทหาร มันจะเป็นชัยชนะทางการเมืองของเนทันยาฮูท่ามกลางแรงกดดันภายในประเทศ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

นานาชาติรุมจวกอิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ตาย-เจ็บนับพันราย

นานาชาติรุมจวกอิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ตาย-เจ็บนับพันราย สร้างความตกตะลึงให้กับประชาคมโลก หลังจากที่อิสราเอลก่อการโจมตีทางอากาศครั้งรุนแรงที่สุดในเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 182 ราย และบาดเจ็บกว่า 890 ราย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา การกระทำนี้ถูกมองว่าเป็นการคุกคามโดยตรงต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน

นานาชาติรุมจวกอิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ตาย-เจ็บนับพันราย

กระแสประณามจากทั่วโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ว่า การโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงทำให้เกิดความสูญเสียทางชีวิตจำนวนมาก แต่ยังเสี่ยงต่อการลุกลามของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปากีสถานซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญในการเจรจาหยุดยิง ยืนยันว่าเลบานอนสมควรได้รับการคุ้มครองเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล อ้างว่าปฏิบัติการนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เท่านั้น และไม่อยู่ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว

ปฏิกิริยาจากชาติยุโรปต่อนานาชาติรุมจวกอิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่

ในยุโรป ผู้นำหลายประเทศออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประณามการโจมตีว่าเป็นการกระทำแบบ “ไม่เลือกหน้า” ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิง นางอีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ระบุว่าการโจมตีนี้สร้างความเสียหายรุนแรง และอังกฤษต้องการให้เลบานอนถูกรวมในข้อตกลง นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน วิจารณ์เนทันยาฮูว่ายอมรับไม่ได้ที่เพิกเฉยต่อคุณค่าชีวิตและกฎหมายระหว่างประเทศ

ส่วนที่อิตาลี นายอันโตนิโอ ทายานี รัฐมนตรีต่างประเทศ โทรศัพท์ตรงถึงประธานาธิบดีโจเซฟ อาอูน ของเลบานอน เพื่อแสดงความเสียใจต่อการโจมตีที่ไร้ความชอบธรรม และเตือนว่าอย่าให้เลบานอนกลายเป็น “กาซาแห่งที่สอง”

เสียงจากตะวันออกกลางและองค์กรระหว่างประเทศ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยืนยันการสนับสนุนรัฐบาลเลบานอนเต็มที่ เพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของภูมิภาค กาตาร์ประณามการโจมตีว่า “โหดเหี้ยม” และเรียกร้องให้นานาชาติร่วมกันหยุดยั้งอิสราเอล ตุรกีใช้ถ้อยคำรุนแรงที่สุด กล่าวหาว่ารัฐบาลเนทันยาฮูกำลังทำลายความพยายามสร้างสันติภาพ

  • สหประชาชาติ (UN): เลขาธิการอันโตนิโอ กูเตอร์เรส ประณามและเรียกร้องยุติการสู้รบเพื่อป้องกันข้อตกลงหยุดยิงพังทลาย
  • คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC): แสดงความโกรธแค้นต่อความสูญเสียในพื้นที่หนาแน่น

นานาชาติรุมจวกอิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ตาย-เจ็บนับพันราย สะท้อนถึงความกังวลร่วมกันว่าความขัดแย้งนี้อาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่ การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด โดยอิสราเอลอ้างว่าต้องกำจัดภัยคุกคามจากฮิซบอลเลาะห์ แต่ประชาคมโลกมองว่าเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรม สถานการณ์ในเลบานอนกำลังย่ำแย่ ประชาชนนับล้านต้องเผชิญความหวาดกลัวและขาดแคลนอาหาร ยา และที่อยู่อาศัย

จากข้อมูลล่าสุด พื้นที่ทางใต้ของเลบานอนได้รับผลกระทบหนักสุด โดยโรงพยาบาลหลายแห่งล้น患者 บรรยากาศในเบรุตเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและการประท้วงต่ออิสราเอล นักวิเคราะห์ชี้ว่าการตอบโต้จากนานาชาติอาจนำไปสู่การคว่ำบาตรหรือการเจรจาใหม่ เพื่อฟื้นฟูข้อตกลงหยุดยิง

ในมุมมองของผู้เขียน การโจมตีครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากนานาชาติรวมพลังกันกดดันอิสราเอลได้ทัน อาจป้องกันหายนะได้ อย่าปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย สันติภาพในตะวันออกกลางต้องมาก่อน

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด

ที่มา – นานาชาติรุมจวกอิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ตาย-เจ็บนับพันราย

Scroll to top