อิสราเอล

ทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน หากตัวเขาไม่สนับสนุน

ทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน หากตัวเขาไม่สนับสนุน คำเตือนสุดกร้าวจากอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความฮือฮาในเวทีการเมืองโลก เมื่อเขายืนยันว่าผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านจะครองอำนาจได้ไม่นาน ถ้าไม่มีเสียงสนับสนุนจากเขา สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยิ่งรุนแรงขึ้นหลังจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์

ทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน หากตัวเขาไม่สนับสนุน

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ ABC News อย่างตรงไปตรงมา โดยระบุว่า “เขาจะต้องได้รับการอนุมัติจากเรา ถ้าเขาไม่ได้รับการอนุมัติจากเรา เขาก็จะอยู่ได้ไม่นาน” คำพูดนี้สะท้อนถึงนโยบายแข็งกร้าวของทรัมป์ต่ออิหร่าน ซึ่งเขาเคยกดดันหนักในสมัยประธานาธิบดี โดยเฉพาะการถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA และการสังหารนายพลกาเซม โซไลมานี

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังประกาศชัดเจนบนเครื่องบิน Air Force One ว่า เขาต้องการมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้นำอิหร่านคนใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาซ้ำซาก “เราต้องการเลือกผู้นำที่จะไม่นำพาประเทศไปสู่สงคราม” เขากล่าว นอกจากนี้ ในสัมภาษณ์ CNN ทรัมป์ยังเปิดประตูให้ผู้นำทางศาสนา หากบุคคลนั้นเหมาะสม “ผมดีลกับผู้นำทางศาสนามาเยอะ และพวกเขายอดเยี่ยม”

สถานการณ์ล่าสุดในอิหร่านหลังทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน

ทางการอิหร่านยืนยันแล้วว่าได้เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แทนคาเมเนอี แต่ยังไม่เปิดเผยชื่อ สร้างความกดดันมหาศาลจากนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่จับตาการเปลี่ยนผ่านอำนาจนี้อย่างใกล้ชิด ท่าทีของทรัมป์อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงการแทรกแซงทางการเมืองหรือทางทหาร หากผู้นำใหม่ไม่เป็นมิตร

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์แสดงจุดยืนชัดเจนต่ออิหร่าน สมัยที่เขาดำรงตำแหน่ง เคยเรียกอิหร่านว่า “ผู้ก่อการร้ายรัฐ” และบังคับใช้การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วง จนเศรษฐกิจอิหร่านทรุดตัว ล่าสุด คำเตือนเรื่อง ทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน หากตัวเขาไม่สนับสนุน อาจจุดชนวนความขัดแย้งใหม่

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากคำพูดของทรัมป์

  • ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง: อิสราเอลและชาติอาหรับพันธมิตรสหรัฐฯ อาจตอบโต้หนักขึ้น
  • ตลาดน้ำมันโลก: ราคาน้ำมันพุ่งสูงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง
  • การเจรจานิวเคลียร์: โอกาสฟื้น JCPOA ลดลงอย่างมาก
  • ภายในอิหร่าน: กลุ่มอนุรักษนิยมอาจรวมตัวต่อต้านสหรัฐฯ

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าคำพูดนี้เป็นกลยุทธ์ “America First” ของทรัมป์ เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมจำนน โดยเฉพาะในช่วงที่สหรัฐฯ เตรียมรับมือกับภัยคุกคามนิวเคลียร์จากเตหะราน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเคยโพสต์บน Truth Social ว่า “อิหร่านต้องเลือกทางที่ถูกต้อง มิฉะนั้นจะเจอผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด” ซึ่งย้ำย้ำถึงอิทธิพลของเขาต่อนโยบายต่างประเทศ แม้จะไม่ได้อยู่ในทำเนียบขาว

สถานการณ์นี้ยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็ว ชาวโลกต่างจับตาว่าอิหร่านจะตอบโต้อย่างไร และผู้นำใหมาจะรอดพ้นจากคำขู่ของทรัมป์ได้หรือไม่

มุมมองของผู้เขียน: คำเตือนของทรัมป์อาจเป็นใบมีดสองคม หากนำไปสู่สันติภาพได้ยิ่งดี แต่หากจุดชนวนสงคราม ก็จะเป็นหายนะสำหรับภูมิภาค ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!

ที่มา – ทรัมป์ลั่น ผู้นำใหม่อิหร่านอยู่ได้ไม่นาน หากตัวเขาไม่สนับสนุน

ซาอุดีอาระเบีย ดับ 2 ศพเจ็บนับสิบ มิสไซล์ตกใส่ย่านที่พักอาศัย

ซาอุดีอาระเบีย ดับ 2 ศพเจ็บนับสิบ มิสไซล์ตกใส่ย่านที่พักอาศัย เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่านปะทุขึ้น สร้างความตกใจให้กับประชาชนและนานาชาติ เมื่อขีปนาวุธลูกหนึ่งพุ่งตกใส่พื้นที่อยู่อาศัย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 12 คน

ซาอุดีอาระเบีย ดับ 2 ศพเจ็บนับสิบ มิสไซล์ตกใส่ย่านที่พักอาศัย

เหตุการณ์ร้ายแรงนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ที่เมืองอัล-คาร์จ (Al-Kharj) ซึ่งห่างจากกรุงริยาดทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 107 กิโลเมตร สำนักงานป้องกันพลเรือนของซาอุดีอาระเบียรายงานว่า มิสไซล์ตกใส่ที่พักของพนักงานบริษัทซ่อมบำรุงและทำความสะอาด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาวอินเดีย 1 ราย และชาวบังกลาเทศ 1 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 12 ราย เป็นชาวบังกลาเทศทั้งหมด ทีมกู้ภัยรีบเข้าช่วยเหลือทันที โดยตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด

รายละเอียดเหตุการณ์มิสไซล์ตกที่อัล-คาร์จ

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ซาอุดีอาระเบียรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศ นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา แม้แถลงการณ์ทางการจะไม่ระบุผู้ยิงชัดเจน แต่สื่อของอิหร่านอย่าง IRIB รายงานว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อ้างว่าทำการโจมตีระบบเรดาร์ในหลายจุด รวมถึงที่อัล-คาร์จ

เมืองอัล-คาร์จตั้งอยู่ใกล้ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่าน ซึ่งเป็นฐานทัพหลักของกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย ทำให้กลายเป็นเป้าหมายซ้ำซากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความรุนแรงที่ลุกลามของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ผลกระทบต่อประชาชนและแรงงานต่างชาติ

ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามชาติจากอินเดียและบังกลาเทศ ซึ่งทำงานในซาอุดีอาระเบียจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียทางชีวิต แต่ยังก่อให้เกิดความหวาดกลัวในชุมชนแรงงาน โดยเฉพาะย่านที่พักอาศัยที่หนาแน่น รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มมาตรการป้องกัน เช่น เตือนประชาชนให้หลบภัยและเสริมระบบเตือนภัยทางอากาศ

  • ผู้เสียชีวิต: 2 ราย (ชาวอินเดีย 1, ชาวบังกลาเทศ 1)
  • ผู้บาดเจ็บ: 12 ราย (ชาวบังกลาเทศทั้งหมด)
  • สถานที่: เมืองอัล-คาร์จ ใกล้ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่าน
  • วันที่เกิดเหตุ: 8 มีนาคม 2569

พื้นหลังสงครามและการตอบโต้

สงครามครั้งนี้เริ่มต้นจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพพันธมิตร ซาอุดีอาระเบียในฐานะพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ จึงตกเป็นเป้า การโจมตีครั้งนี้ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น นานาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบ

จากข้อมูลล่าสุด ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่านถูกโจมตีหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีรายงานผู้เสียชีวิตพลเรือน สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อชีวิตประชาชน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังลุกลามอย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอาจนำไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ เช่น ราคาน้ำมันพุ่งสูง หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ในมุมมองของเรา เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าความขัดแย้งอาจลามสู่พลเรือนมากขึ้น ทุกฝ่ายควรหาทางเจรจาเพื่อยุติความรุนแรงโดยด่วน

ที่มา – ซาอุดีอาระเบีย ดับ 2 ศพเจ็บนับสิบ มิสไซล์ตกใส่ย่านที่พักอาศัย

เรือลากจูง UAE ระเบิดก่อนจมในช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือสูญหาย 3 คน

เรือลากจูง UAE ระเบิดก่อนจมในช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือสูญหาย 3 คน เหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก สร้างความกังวลให้กับวงการเดินเรือและชุมชนชาวเรือทั่วโลก

เรือลากจูง UAE ระเบิดก่อนจมในช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือสูญหาย 3 คน

เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา เรือลากจูงชื่อ “มูซาฟฟาห์ 2” (Musaffah 2) ซึ่งติดธงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้เกิดระเบิดอย่างรุนแรงก่อนที่จะจมลงในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้มีลูกเรือสูญหายไป 3 ราย โดยทั้งหมดเป็นชาวอินโดนีเซีย ตามแถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย

เรือลำนี้มีลูกเรือรวม 7 คน ประกอบด้วยชาวอินโดนีเซีย อินเดีย และฟิลิปปินส์ ผู้รอดชีวิต 4 รายปลอดภัยแต่บาดเจ็บ บางรายถูกไฟไหม้และกำลังรับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองคาซับ ประเทศโอมาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังคงปฏิบัติการค้นหาลูกเรือที่สูญหายอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุการระเบิดและโจมตีด้วยขีปนาวุธ

ก่อนเกิดเหตุ เรือมูซาฟฟาห์ 2 กำลังเข้าไปช่วยเหลือเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ “เซฟีน เพรสทิจ” (Safeen Prestige) ที่ติดธงมอลตา ซึ่งถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธไปก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม บริษัทรักษาความปลอดภัย “แวนการ์ด” (Vanguard) ยืนยันว่า เรือลากจูง UAE ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ 2 ลูก ส่งผลให้เกิดไฟไหม้และจมลงในที่สุด

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ โดยขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลกผ่านที่นี่ ทำให้เป็นจุด hotspot ของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ มีรายงานการโจมตีเรือหลายครั้ง สร้างความหวาดกลัวให้กัปตันเรือและบริษัทขนส่ง

ผลกระทบต่อลูกเรือและครอบครัว

ลูกเรือที่สูญหายทั้ง 3 รายเป็นชาวอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นแรงงานหลักในอุตสาหกรรมเดินเรือระดับโลก กระทรวงการต่างประเทศไทยอินโดนีเซียกำลังประสานงานกับทางการ UAE และโอมานเพื่อเร่งค้นหา ขณะที่ผู้รอดชีวิตเล่าว่าเหตุระเบิดเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ทุกคนแตกตื่นและพยายามหนีตาย

  • ผู้รอดชีวิต 4 ราย: ชาวอินโดนีเซีย 1, อินเดีย 2, ฟิลิปปินส์ 1
  • สูญหาย 3 ราย: ชาวอินโดนีเซียทั้งหมด
  • บาดเจ็บหลัก: ไฟไหม้และบาดเจ็บจากแรงระเบิด

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงสูงของลูกเรือในพื้นที่ขัดแย้ง บริษัทเจ้าของเรือและรัฐบาลต่างๆ ควรเพิ่มมาตรการความปลอดภัย เช่น การติดตั้งระบบตรวจจับขีปนาวุธหรือหลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง

บริบทสงครามและความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซมีความกว้างเพียง 21 ไมล์ แต่เป็นประตูสู่ทะเลอาหรับและอ่าวเปอร์เซีย ตั้งแต่ความขัดแย้งลุกลาม มีเรือสินค้าถูกโจมตีหลายลำ ส่งผลให้ค่าน้ำมันพุ่งสูงและห่วงโซ่อุปทานโลกสะดุด นักวิเคราะห์คาดว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน

องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ได้ออกคำเตือนให้เรือหลีกเลี่ยงพื้นที่นี้ และหลายบริษัทขนส่งเลือกเส้นทางอ้อม ซึ่งเพิ่มต้นทุนการขนส่ง 20-30%

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์เรือลากจูง UAE ระเบิดก่อนจมในช่องแคบฮอร์มุซนี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ก่อวินาศกรรมจากกลุ่มติดอาวุธที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน สร้างความตึงเครียดให้ชาติอาหรับและชาติตะวันตก

เพื่อป้องกันในอนาคต ควรมีการเจรจาสันติภาพเร่งด่วน และเพิ่มกองกำลังคุ้มครองทางทะเลจากนานาชาติ สุดท้ายนี้ หวังว่าลูกเรือที่สูญหายจะได้รับการค้นพบอย่างปลอดภัย และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย

ติดตามข่าวสารเหตุการณ์เรือลากจูง UAE ระเบิดก่อนจมในช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือสูญหาย 3 คน และอัปเดตความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลางได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – เรือลากจูง UAE ระเบิดก่อนจมในช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือสูญหาย 3 คน

อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านครั้งแรก ดับ 4 ศพ ไฟลุกไหม้รุนแรง

อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามรอบใหม่ปะทุขึ้นเมื่อ 8 วันก่อน สร้างความเสียหายหนักหน่วง ไฟลุกโหมกระหน่ำ ดับชีวิต 4 ราย สร้างควันดำปกคลุมท้องฟ้าเตหะราน สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้นในตะวันออกกลาง

อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านครั้งแรก ดับ 4 ศพ ไฟลุกไหม้รุนแรง

จากรายงานของสำนักข่าวอัลจาซีรา เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2569 อิสราเอลได้发动การโจมตีทางอากาศครั้งแรกต่อคลังน้ำมันของอิหร่าน นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา การโจมตีนี้ครอบคลุม 4 จุดสำคัญ ทำให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรง ควันดำหนาทึบปกคลุมน่านฟ้าเหนือกรุงเตหะราน ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย ส่วนใหญ่เป็นคนขับรถบรรทุกน้ำมัน

ไฟไหม้ที่คลังน้ำมันชาห์รัน (Shahran)
ไฟไหม้ที่คลังน้ำมันชาห์รัน (Shahran)

สงครามระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่านดำเนินมาถึงวันที่ 9 แล้ว ผู้เสียชีวิตสะสมในอิหร่านกว่า 1,300 ราย เลบานอน 300 ราย ขณะที่ฝั่งอิสราเอลเสียชีวิต 12 ราย สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า ขีปนาวุธตกใส่คลังน้ำมัน 4 แห่ง ได้แก่ คลังน้ำมันอักดาซีเอห์ (Aghdasieh) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเตหะราน โรงกลั่นน้ำมันเตหะรานทางตอนใต้ คลังชาห์รันทางตะวันตก และคลังในเมืองคาราจ จังหวัดอัลบอร์ซ

ผลกระทบจากการโจมตีคลังน้ำมันอิหร่าน

น้ำมันรั่วไหลลงถนน สร้างความเสี่ยงสูง ทางการอิหร่านยืนยันยังไม่ขาดแคลนเชื้อเพลิง แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเร่งทำงาน อิสราเอลแถลงว่าการโจมตีมุ่งเป้าคลังที่สนับสนุนโครงสร้างทหารอิหร่าน นายโตฮิด อาซาดี ผู้สื่อข่าวอัลจาซีรา จากเตหะราน ระบุว่านี่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิด นับตั้งแต่สงคราม 12 วันปีก่อน เขาเห็น “หยดฝนสีดำ” ตกในเช้าตรู่ เสี่ยงอากาศเป็นพิษ สถานการณ์วิกฤตทั้งสงครามและสิ่งแวดล้อม

ไฟไหม้ที่คลังน้ำมันอักดาซีเอห์ (Aghdasieh)
ไฟไหม้ที่คลังน้ำมันอักดาซีเอห์ (Aghdasieh)

เหตุการณ์ อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านครั้งแรก นี้ สะท้อนความขัดแย้งที่ลุกลาม กระทบเศรษฐกิจพลังงานโลก ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูง หากสงครามยืดเยื้อ อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ การถูกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานแบบนี้ อาจนำไปสู่การตอบโต้รุนแรงยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงต้องอพยพ ไฟไหม้ลุกลามนานหลายชั่วโมง สร้างมลพิษทางอากาศรุนแรง ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงความเสี่ยงสุขภาพระยะยาวจากควันพิษ

  • จุดโจมตีหลัก: คลังชาห์รัน, อักดาซีเอห์, โรงกลั่นเตหะราน, คลังคาราจ
  • ผู้เสียชีวิต: อย่างน้อย 4 ราย จากรถบรรทุกน้ำมัน
  • ผลกระทบ: ไฟลุกไหม้รุนแรง, ควันดำปกคลุม, เสี่ยงขาดแคลนเชื้อเพลิง
  • บริบทสงคราม: เข้าสู่วันที่ 9, ผู้ตายรวมกว่า 1,600 ราย

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดสุดขีด การโจมตีครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ สามารถติดตามอัปเดตได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด เราคิดว่าสงครามครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก ควรจับตาอย่างใกล้ชิด

ที่มา – อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่านครั้งแรก ดับ 4 ศพ ไฟลุกไหม้รุนแรง

สภาอิหร่านเผย เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร

สภาอิหร่านเผย เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการข่าวต่างประเทศทันที เมื่อสมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านหลายคนออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญนี้ สร้างความฮือฮาให้กับโลกทั้งใบ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล

สภาอิหร่านเผย เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 อยาตอลเลาะห์ อาหมัด อาลาม อัล-โฮดา ซึ่งเป็นนักบวชระดับสูงและสมาชิกของสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเมห์ร (Mehr) อย่างชัดเจนว่า การเลือกตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และบุคคลที่ได้รับเลือกก็ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเรียบร้อย นายอัล-โฮดายังปฏิเสธข่าวลือที่แพร่สะพัดว่าสภายังไม่ได้ตัดสินใจ โดยเรียกมันว่า “คำลวงทั้งสิ้น” และย้ำว่าตอนนี้ขึ้นอยู่กับสำนักงานเลขาธิการของสภา ซึ่งนำโดยอยาตอลเลาะห์ ฮอสเซนี บูเชห์รี ที่จะประกาศผลเมื่อใด

นอกจากนี้ อยาตอลเลาะห์ ไฮดารี สมาชิกสภาอีกคน ก็ยืนยันผ่านสำนักข่าว ISNA ว่าตัวเลือกที่ “ดีที่สุด” ได้รับความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่แล้ว และที่น่าสนใจคือ แม้แต่ “ซาตานผู้ยิ่งใหญ่” ซึ่งเป็นคำเรียกสหรัฐอเมริกาตามที่ผู้นำการปฏิวัติอิสลามอย่างอายาตอลเลาะห์ โคเมนี และอาลี คาเมเนอี เคยใช้ ก็ยังเอ่ยชื่อบุคคลผู้นี้

สภาอิหร่านเผยข้อมูลสำคัญท่ามกลางวิกฤต

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาแสดงท่าทีต่อต้านการสืบทอดตำแหน่งของโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ทรัมป์มองว่าเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้หากเกิดการสืบทอดแบบ王朝

แม้สภาจะเลือกเสร็จแล้ว แต่การประกาศยังล่าช้า สมาชิกสภาหลายคนเริ่มไม่พอใจ โดยผู้เชี่ยวชาญบางส่วนชี้ว่าปัญหาอยู่ที่ไม่สามารถประชุมตัวต่อตัวได้ เนื่องจากภัยคุกคามจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล นายโมห์เซน บอร์ฮานี นักกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเตหะราน โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า ตามรัฐธรรมนูญอิหร่าน การประชุมต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 2 ใน 3 เข้าร่วมด้วยตนเอง มิเช่นนั้นการประกาศจะขาดความชอบธรรมทางกฎหมาย

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของระบบการเมืองอิหร่าน ที่ผู้นำสูงสุดมีอำนาจสูงสุดเหนือประธานาธิบดี สภาผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วยนักบวชชิอะห์ 88 คน คัดเลือกโดยประชาชน และมีหน้าที่สำคัญในการกำกับดูแลและเลือกผู้นำสูงสุด หลังจากคาเมเนอีเสียชีวิต สภาเร่งดำเนินการท่ามกลางสงครามตัวแทนในตะวันออกกลาง

  • ประวัติสภาผู้เชี่ยวชาญ: ก่อตั้งหลังปฏิวัติ 1979 มีบทบาทคัดเลือกผู้นำ
  • ตัวผู้สมัครที่เป็นไปได้: โมจตาบา คาเมเนอี หรือนักบวชอื่นๆ
  • ผลกระทบ: อาจเปลี่ยนทิศทางนโยบายนิวเคลียร์และความสัมพันธ์กับตะวันตก

ข่าว สภาอิหร่านเผย เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร นี้ยังคงเป็นปริศนา และอาจส่งผลต่อภูมิรัฐศาสตร์โลก นักวิเคราะห์มองว่าอิหร่านกำลังเตรียมพร้อมรับมือแรงกดดันจากภายนอก

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หากผู้นำใหม่มีแนวทางแข็งกร้าวยิ่งขึ้น คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – สภาอิหร่านเผย เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร

“ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก

“ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก เป็นคำประกาศที่สะเทือนขวัญจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ลุกลามเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอลกับอิหร่านกำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูง

“ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกร้าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซ วัน ระหว่างการเดินทาง โดยยืนยันว่าไม่สนใจเจรจากับอิหร่านอีกต่อไป สงครามจะยุติลงเมื่อกองทัพและผู้นำอิหร่านถูกกำจัดจนสิ้นซาก “เมื่อถึงจุดหนึ่ง คงไม่มีใครเหลือให้พูดว่า ‘เรายอมแพ้’ แล้ว” ทรัมป์กล่าวกับนักข่าว

ทรัมป์ยังปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการโจมตีโรงเรียนสตรีในอิหร่านที่คร่าชีวิตเด็กนับร้อย โดยชี้ว่าเป็นฝีมืออิหร่านเองจากอาวุธที่ไม่แม่นยำ แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางรายจะยอมรับความเป็นไปได้จากฝั่งตน

การตอบโต้จากอิหร่านและสถานการณ์เลบานอน

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ขอโทษประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียที่ได้รับผลจากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และขอให้วางตัวเป็นกลาง แต่ปฏิเสธยอมจำนนโดยไร้เงื่อนไขของทรัมป์ว่าเป็น “ความเพ้อฝัน” สภาผู้นำชั่วคราวอิหร่านตกลงหยุดโจมตีเพื่อนบ้านชั่วคราว เว้นแต่ถูกใช้เป็นฐานโจมตี

ในเลบานอน สถานการณ์รุนแรง อิสราเอลถล่มอาคารพักอาศัยในเบรุต ทำให้ยอดตายพุ่งเกือบ 300 รายตั้งแต่จันทร์ ขณะที่เตหะรานมีเสียงระเบิดสนั่น อิสราเอลอ้างทำลายคลังแสง แต่พลเรือนอิหร่านตายกว่า 1,332 ราย

ผลกระทบเศรษฐกิจโลกจากสงคราม

ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ส่งผลโลจิสติกส์สะดุด ราคาน้ำมันทะยานสูงสุดในรอบปี คูเวต อิรัก กาตาร์ ลดผลิตน้ำมัน ซาอุฯ ขู่ตอบโต้หากถูกโจมตีโครงสร้างพลังงาน

  • ยอดตายอิหร่าน: พลเรือน 1,332 ราย บาดเจ็บพันคน
  • อิสราเอล: ตาย 10 รายจากอิหร่าน
  • สหรัฐฯ: ทหารตาย 6 นาย ร่างถึงเดลาแวร์
  • เลบานอน: ตาย ~300 รายจากอิสราเอล

กลุ่มนักบวชอิหร่านเรียกร้องเลือกผู้นำสูงสุดใหม่ด่วน ประชุมอาทิตย์นี้ ท่ามกลางทางตันทางการทูต

สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าสงครามอาจยืดเยื้อ ส่งผลเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาน้ำมันต้องจับตา ผู้สนใจข่าวต่างประเทศควรติดตามอัปเดตเพื่อวางแผนการเงินให้ดี

คุณคิดอย่างไรกับคำขู่ของทรัมป์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – “ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก

อิหร่านโจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซียต่อเนื่อง พุ่งเป้าสนามบินคูเวต–น่านฟ้าซาอุฯ

อิหร่านโจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซียต่อเนื่อง พุ่งเป้าสนามบินคูเวต–น่านฟ้าซาอุฯ สงครามในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นทุกวัน ล่าสุดอิหร่านระดมยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับอย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลกระทบหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญและเศรษฐกิจน้ำมันของภูมิภาค

อิหร่านโจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซียต่อเนื่อง พุ่งเป้าสนามบินคูเวต–น่านฟ้าซาอุฯ

สถานการณ์ตึงเครียดเข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว โดยอิหร่านมุ่งเป้าไปที่คูเวต ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) อย่างต่อเนื่อง ทางการคูเวตรายงานว่า สนามบินนานาชาติคูเวตถูกฝูงโดรนโจมตีโดยตรง ทำให้ต้องส่งเครื่องสกัดกั้นและเกิดความเสียหายจากเศษซาก แรงระเบิดกระทบถังเก็บเชื้อเพลิง ส่งผลให้บริษัทน้ำมันแห่งชาติสั่งลดกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อความปลอดภัย

รายละเอียดการโจมตีที่คูเวตและซาอุฯ

กองทัพคูเวตเปิดเผยว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มี.ค. มีโดรนศัตรูบุกน่านฟ้า เป้าหมายหลักคือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสนามบิน ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย กระทรวงกลาโหมรายงานสกัดกั้นโดรน 15 ลำที่มุ่งย่านสถานทูตในริยาด ขีปนาวุธ 3 ลูกไปฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่าน ซึ่งมีกองกำลังสหรัฐประจำการ และโดรนอีก 17 ลำเหนือแหล่งน้ำมันเชย์บาห์

กาตาร์ก็ไม่รอด เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มี.ค. ถูกขีปนาวุธนำวิถี 10 ลูกและครูซ 2 ลูกจากอิหร่าน แต่สกัดกั้นได้เกือบทั้งหมดไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติดูไบในยูเออี ต้องหยุดบริการชั่วคราวหลังสกัดวัตถุปริศนา มีรายงานเสียงระเบิดและควันหนา ชาวปากีสถานเสียชีวิต 1 รายจากเศษซาก

  • ยูเออีถูกโจมตีหนักสุด: ขีปนาวุธนำวิถี 221 ลูก โดรนกว่า 1,300 ลำ ตั้งแต่ 28 ก.พ.
  • เป้าหมายหลัก: สนามบินอาบูดาบี, ปาล์ม จูไมราห์, เบิร์จ อัล อาหรับ, สถานกงสุลสหรัฐฯ ในดูไบ
  • บาห์เรน: สกัดขีปนาวุธ 92 ลูก โดรน 151 ลำ

แม้อิหร่านจะขอโทษก่อนหน้า แต่หัวหน้าตุลาการประกาศกร้าวว่าจะโจมตีต่อไปในประเทศที่ยอมให้สหรัฐใช้พื้นที่ ประธานาธิบดียูเออี โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัล นาห์ยาน แถลงว่าประเทศอยู่ในสภาวะสงคราม แต่จะก้าวผ่านไปอย่างแข็งแกร่ง

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความมั่นคง

อิหร่านโจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซียต่อเนื่อง สร้างความเสียหายมหาศาลต่ออุตสาหกรรมน้ำมัน ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของภูมิภาค ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง สนามบินปิดชั่วคราวกระทบการท่องเที่ยวและการค้า กลุ่มประเทศอ่าวต้องเพิ่มมาตรการป้องกัน สหรัฐและพันธมิตรสนับสนุนด้านอาวุธ แต่สถานการณ์ยังยืดเยื้อ

นอกจากนี้ การโจมตีเหล่านี้ยังจุดชนวนความขัดแย้งกว้างขึ้น อาจลุกลามไปยังอิสราเอลหรือยุโรป หากไม่มีการเจรจาสันติภาพด่วน ประชาชนในภูมิภาคต้องเผชิญความเสี่ยงสูง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สงครามครั้งนี้สะท้อน proxy war ระหว่างอิหร่าน-สหรัฐผ่านกลุ่มฮูธีและพันธมิตร กลุ่มประเทศอ่าวควรรวมพลัง外交และทหารเพื่อหยุดยั้ง หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ติดตามอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญ และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก

ที่มา – อิหร่านโจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซียต่อเนื่อง พุ่งเป้าสนามบินคูเวต–น่านฟ้าซาอุฯ

ผู้นำอิสราเอลลั่นโจมตีอิหร่านสุดกำลัง ใกล้ครองน่านฟ้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวต่างประเทศ! วันนี้มีเรื่องร้อนที่ใครๆ ก็กำลังจับตามอง นั่นคือ ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว คำประกาศกร้าวจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ที่ทำให้สถานการณ์ตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียดเข้าไปใหญ่ มาดูกันครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น และจะส่งผลกระทบยังไงบ้าง

ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 หรือตรงกับปีนี้พอดี เนทันยาฮูได้ออกแถลงการณ์ที่บันทึกไว้ล่วงหน้า ประกาศชัดเจนว่าอิสราเอลจะไม่หยุดยั้ง จะโจมตีอิหร่านด้วย “สรรพกำลังทั้งหมดที่เรามี” เขายังโวด้วยว่ากองทัพอิสราเอลร่วมกับสหรัฐฯ ใกล้จะยึดครองน่านฟ้าของอิหร่านได้ทั้งหมดแล้ว สุดยอดไปเลยใช่ไหมครับ? นี่ไม่ใช่แค่คำขู่ธรรมดา แต่ตามด้วยการโจมตีกรุงเตหะรานระลอกใหม่ทันทีหลังแถลง!

เนื้อหาในแถลงการณ์ของเนทันยาฮูมีอะไรบ้าง?

ในคลิปแถลง เนทันยาฮูบอกว่าพวกเขาควบคุม “น่านฟ้าอิหร่านได้เกือบทั้งหมด” และยังมี “เป้าหมายและเซอร์ไพรส์อีกมากมาย” รออยู่ เขายังสัญญาว่าจะสั่นคลอนระบอบการปกครองอิหร่าน จนเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่โต นอกจากนี้ยังส่งคำขู่ตรงๆ ไปยังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) หน่วยรบชั้นนำของอิหร่านว่า “เรากำลังเล็งพวกคุณอยู่” โหดมาก!

  • เป้าหมายหลัก: สร้างเงื่อนไขให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นกำหนดชะตากรรมตัวเอง
  • คำกระตุ้น: เรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านฮือฮาจัดการทรราช
  • วิสัยทัศน์: ปลดปล่อยอิหร่านเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสงบ แต่สุดท้ายขึ้นกับพวกเขาเอง

ไม่ใช่แค่อิหร่านนะครับ เนทันยาฮูยังพูดถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่อิสราเอลโจมตีหนักขึ้นเรื่อยๆ เขาเรียกร้องให้รัฐบาลเลบานอนทำตามข้อตกลงหยุดยิงเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ มิฉะนั้นจะมีผลกระทบเลวร้ายแน่นอน “ถึงเวลากำหนดโชคชะตาด้วยมือตัวเอง” คำพูดนี้ฟังดูจริงจังมาก

สถานการณ์หลังประกาศ: อิสราเอล-อิหร่านจะไปทางไหน?

หลังจาก ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว สถานการณ์ยิ่งเดือด อิสราเอลเพิ่งทิ้งระเบิดเตหะรานใหม่ๆ ทำให้ IRGC ต้องตอบโต้ สหรัฐฯ ที่ร่วมมือกันนี้ ทำให้สมดุลกำลังในภูมิภาคเปลี่ยนไปเยอะ เราเห็นได้จากปฏิบัติการร่วมที่เน้นยึดน่านฟ้าและฐานทัพสำคัญ ถ้าอิหร่านตอบโต้หนัก อาจลามไปชาติอื่นๆ อย่างเลบานอนหรือซาอุฯ ได้

มาดูประเด็นสำคัญกันแบบเป็นกันเองหน่อยนะครับ สงครามนี้อาจไม่ใช่แค่สองฝ่าย แต่เกี่ยวข้อง proxy wars มากมาย ฮิซบอลเลาะห์ ฮามาส หรือกลุ่มอื่นๆ ในตะวันออกกลาง ตอนนี้โลกกำลังจับตาว่าประธานาธิบดีทรัมป์ (สมมติจากบริบท) จะหนุนอิสราเอลแค่ไหน เพราะนโยบายแข็งกร้าวของเขาเคยทำให้อิหร่านเจ็บหนักมาแล้ว

จากมุมมองผม สถานการณ์นี้เสี่ยงมากครับ อิสราเอลได้เปรียบทางเทคโนโลยีและพันธมิตร แต่ประชาชนอิหร่านอาจลุกฮือจริงถ้าการกดขี่หนักขึ้น อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนระบอบด้วยสงครามอาจนำมาซึ่งความวุ่นวายยาวนาน เหมือนที่เคยเกิดในอิรักหรือลิเบีย

เพื่อให้เข้าใจชัดขึ้น ลองดู timeline สั้นๆ:

  • พฤศจิกายน 2567: ข้อตกลงหยุดยิงเลบานอน
  • ต้น 2569: อิสราเอลโจมตี IRGC เพิ่ม
  • 7 มี.ค. 2569: แถลงการณ์เนทันยาฮู + โจมตีเตหะราน

สุดท้ายแล้ว เพื่อนๆ คิดยังไงกับเรื่องนี้? อิสราเอลจะสำเร็จไหม หรืออิหร่านจะพลิกเกม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเพื่ออัพเดทข่าวต่างประเทศล่าสุด แบบเรียลไทม์! สถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก อย่าพลาดนะ

ที่มา – ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว

อิหร่านเผย อาจเลือกผู้นำคนใหม่ได้ ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า

อิหร่านเผย อาจเลือกผู้นำคนใหม่ได้ ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนระอุ สภาผู้อ่านผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านกำลังเร่งมือเพื่อคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ หลังจากอยาตอลเลาะห์อาลี คาเมเนอี ผู้ดำรงตำแหน่งมานานล่วงลับไป ข่าวนี้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก เพราะอาจเปลี่ยนทิศทางนโยบายต่างประเทศของอิหร่านได้อย่างสิ้นเชิง

อิหร่านเผย อาจเลือกผู้นำคนใหม่ได้ ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า

สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ว่า สภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งมีสมาชิก 88 คน รับผิดชอบหน้าที่สำคัญนี้ กำลังรอเงื่อนไขให้พร้อมสำหรับการประชุมด่วน อยาตอลเลาะห์ โมซัฟฟารี สมาชิกสภาฯ กล่าวว่า ทุกคนกำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ และหวังว่าภารกิจจะสำเร็จภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า เขายังย้ำว่ายังไม่มีการตัดสินใจใดๆ และขอให้ประชาชนอย่าคาดเดาหรือแพร่ข่าวลือ

สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านทำงานอย่างไร

สภาผู้เชี่ยวชาญคือองค์กรที่ได้รับมอบหมายจากรัฐธรรมนูญอิหร่านให้คัดเลือก ตรวจสอบ และถอดถอนผู้นำสูงสุดได้ สมาชิกทั้ง 88 คนมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน แต่ต้องผ่านการรับรองจากสภาปกป้องรัฐธรรมนูญ ทำให้เป็นระบบที่เข้มงวด สภาฯ นี้เคยเลือกอยาตอลเลาะห์คาเมเนอีเมื่อปี 2535 หลังจากอยาตอลเลาะห์โคเมนีเสียชีวิต และตอนนี้กำลังเผชิญภารกิจครั้งใหญ่ท่ามกลางวิกฤตสงคราม

ตัวเก็งหลักคือใคร

รายงานหลายแห่งชี้ว่า นายโมจตาบา คาเมเนอี ลูกชายคนที่สองของอยาตอลเลาะห์อาลี คาเมเนอี คือตัวเต็งอันดับหนึ่ง เขาไม่ได้ลงสมัครชิงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเปิดเผย แต่มีอิทธิพลมหาศาลเบื้องหลัง โดยเฉพาะกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกำลังทหารหลักของอิหร่าน และกลุ่มบาสิจ (Basij) เครือข่ายอาสาสมัครกึ่งทหาร โมจตาบาถูกมองว่าเป็นผู้สืบทอดทางสายเลือดที่เหมาะสมที่สุด

  • จุดเด่นของโมจตาบา คาเมเนอี:
  • มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับ IRGC และบาสิจ
  • มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายภายในและความมั่นคง
  • ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอนุรักษนิยมสายแข็ง
  • หลีกเลี่ยงการปรากฏตัวสาธารณะ ทำให้ดูเป็นปริศนา

การเลือกตั้งครั้งนี้อาจนำไปสู่การสืบทอดอำนาจแบบราชวงศ์ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในระบบเทโอเครตีของอิหร่าน

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่เป็นตัวเร่ง

ข่าว อิหร่านเผย อาจเลือกผู้นำคนใหม่ได้ ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐฯ สงครามในกาซาและเลบานอนยังดำเนินต่อเนื่อง IRGC ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ การเปลี่ยนผู้นำอาจส่งผลต่อการเจรจานิวเคลียร์ การโจมตีโดรน และพันธมิตรกับรัสเซีย-จีน ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าผู้นำใหม่ต้องรับมือกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่หนักหน่วงด้วย

นอกจากนี้ อิหร่านยังเผชิญแรงกดดันภายในจากประชาชนที่ประท้วงเรื่องเศรษฐกิจและสิทธิสตรี การเลือกผู้นำที่แข็งกร้าวอย่างโมจตาบาอาจทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด

ในมุมมองของผู้เขียน การเปลี่ยนผ่านอำนาจครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตะวันออกกลาง หากโมจตาบาขึ้นสู่อำนาจ อิหร่านอาจยึดมั่นนโยบายต่อต้านตะวันตกต่อไป ส่งผลให้สงครามยืดเยื้อ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญ

ที่มา – อิหร่านเผย อาจเลือกผู้นำคนใหม่ได้ ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า

Scroll to top