อิสราเอล

นักวิชาการ ชี้ สงครามอิหร่าน ทุบส่งออกไทยวูบ 6 หมื่นล้าน ราคาน้ำมันโลกพุ่ง

นักวิชาการ ชี้ สงครามอิหร่าน ทุบส่งออกไทยวูบ 6 หมื่นล้าน ราคาน้ำมันโลกพุ่ง สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังสร้างผลกระทบหนักหน่วงต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่อาจสูญเสียมูลค่าสูงถึง 60,000 ล้านบาท หากสงครามยืดเยื้อ ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่พุ่งปรี๊ด

นักวิชาการ ชี้ สงครามอิหร่าน ทุบส่งออกไทยวูบ 6 หมื่นล้าน ราคาน้ำมันโลกพุ่ง

นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน ได้วิเคราะห์สถานการณ์การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯและอิสราเอลอย่างละเอียด หากเกิดสงครามและยืดเยื้อ 1-3 เดือน ไทยจะสูญเสียรายได้จากการส่งออกไปยังอิหร่านและตะวันออกกลางราว 10,000-60,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.1-0.6% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดของไทยไปทั่วโลก หรือ 2.5-15% ของการส่งออกไปตะวันออกกลาง 16 ประเทศ ในปี 2568 ไทยส่งออกไปอิหร่าน 4,000 ล้านบาท และไปตะวันออกกลางทั้งหมด 400,000 ล้านบาท สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะตะวันออกกลางคือตลาดสำคัญสำหรับสินค้าไทย

ผลกระทบหลักจากนักวิชาการ ชี้ สงครามอิหร่าน

นอกจากการส่งออกที่หดตัวแล้ว ราคาน้ำมันโลกยังมีแนวโน้มพุ่งสูง หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ราคาน้ำมันดิบ WTI อาจทะยาน 20-100% จากระดับ 67 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ข้อมูลล่าสุด 28 ก.พ. 2569) ไปแตะ 70-75 ดอลลาร์ เพราะช่องแคบนี้ขนส่งน้ำมัน 20% ของปริมาณการผลิตโลกต่อวันที่ 100 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและขนส่งสินค้าไทยเพิ่มขึ้นทันที โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาน้ำมันสูงอย่างเคมีภัณฑ์ ยานยนต์ และอาหารแปรรูป

ไม่ใช่แค่น้ำมัน ค่าขนส่งทางทะเลและประกันภัยก็พุ่งกระฉูด 50-140% เพราะเรือสินค้าจากเอเชียและอาเซียนไปยุโรปต้องเลี่ยงทะเลแดงและคลองสุเอซ เปลี่ยนเส้นทางยาวขึ้น ใช้เวลานานขึ้น ค่าขนส่งตู้ 40 ฟุตอาจทะลุ 3,075-12,000 ดอลลาร์ จากเดิม 2,050-5,000 ดอลลาร์ สิ่งนี้กระทบผู้ส่งออกไทยที่พึ่งพาเส้นทางนี้หนักหน่วง

ข้อเสนอแนะรับมือผลกระทบสงครามอิหร่าน

นักวิชาการแนะนำผู้ประกอบการและภาครัฐดังนี้

  • ผู้ส่งออก: เร่งวิเคราะห์ความเสี่ยงเส้นทางขนส่งไปยุโรป เปรียบเทียบค่าขนส่งและประกันภัยแต่ละเส้นทาง เพื่อเลือกทางที่คุ้มทุนที่สุด
  • วิเคราะห์ราคาน้ำมัน: ติดตามความผันผวนของราคาน้ำมันโลก เพื่อบริหารต้นทุนรวมของบริษัทให้แม่นยำ ป้องกันกำไรหายวับ
  • ภาครัฐ: เกาะติดค่าเงินบาทใกล้ชิด เพราะสงครามทำให้เงินดอลลาร์ผันผวนจากเงินทุนไหลไปสินทรัพย์ปลอดภัย รักษาค่าเงินบาทให้เหมาะสมจะช่วยลดแรงกระแทกต่อการส่งออกปี 2569

สถานการณ์นี้เตือนใจว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์สูง ผู้ประกอบการควรกระจายตลาด ลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง และพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อแข่งขันได้ในยุคไม่แน่นอน นอกจากนี้ การลงทุนในเทคโนโลยีขนส่งทางรางหรืออากาศอาจเป็นทางเลือกใหม่

ในมุมมองของผู้เขียน สงครามอิหร่านไม่เพียงกระทบตัวเลข แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ผู้ส่งออกไทยที่ปรับตัวไวจะรอดและโตได้ ลองคิดดู ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่งออกตอนนี้ คุณจะทำอะไรเป็นขั้นแรก?

ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและเคล็ดลับรับมือความเสี่ยงได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – นักวิชาการ ชี้ สงครามอิหร่าน ทุบส่งออกไทยวูบ 6 หมื่นล้าน ราคาน้ำมันโลกพุ่ง

“พาณิชย์” เฝ้าระวังศึกตะวันออกกลาง ผลกระทบส่งออกไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้สนใจเรื่องเศรษฐกิจและการส่งออกไทยทุกท่าน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กระทบตรงๆ ต่อผู้ประกอบการไทยกันครับ คือ “พาณิชย์” เฝ้าระวังศึกตะวันออกกลาง สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก ประเมินผลกระทบส่งออกไทย สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจทำให้ราคาพลังงานโลกพุ่งปรี๊ด ค่าเดินเรือแพงหูฉี่ และตลาดการเงินสั่นคลอนได้ กระทรวงพาณิชย์จึงไม่รอช้า รีบสั่งการให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวังแบบวันต่อวัน เพื่อปกป้องการส่งออกของไทยที่กำลังโตสวยงามในปีนี้

“พาณิชย์” เฝ้าระวังศึกตะวันออกกลาง สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก ประเมินผลกระทบส่งออกไทย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ากระทรวงได้สั่งการให้หน่วยงานทั้งหมดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อพลังงาน โลจิสติกส์ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตะวันออกกลางไม่ใช่แค่ตลาดสำคัญของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก ถ้าศึกนี้ลุกลาม ไทยอาจเจอทั้งต้นทุนสูงขึ้นและยอดสั่งซื้อลดลงได้ง่ายๆ

เพื่อรับมือ รมว.พาณิชย์ได้กำชับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) 58 แห่งทั่วโลก ให้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจ การค้า และมาตรการของคู่ค้าทุกวัน โดยโฟกัสที่ตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐฯ ที่อาจโดนกระเทือนทางอ้อม เช่น การเปลี่ยนเส้นทางเรือ ค่าประกันภัยทะเลที่พุ่ง และพฤติกรรมผู้นำเข้าที่อาจชะลอออร์เดอร์

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดกับการส่งออกไทย

มาดูกันครับว่าศึกตะวันออกกลางจะกระทบไทยยังไงบ้าง กระทรวงกำลังประเมินเชิงลึกแบบรายสินค้า เพื่อหาความเสี่ยงเฉพาะอุตสาหกรรม นี่คือประเด็นหลักๆ:

  • ราคาพลังงานโลกพุ่ง: น้ำมันแพงขึ้น ต้นทุนผลิตและขนส่งของผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมหนัก จะเพิ่มทันที
  • โลจิสติกส์สะดุด: ถ้าช่องแคบฮอร์มูซหรือเส้นทางสำคัญถูกปิด ค่าเหมาลงเรืออาจพุ่ง 2-3 เท่า สินค้าไทยที่ส่งทางทะเลจะลำบาก
  • ตลาดคู่ค้าหด: กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ อิสราเอล และแถบนั้นเป็นตลาดใหญ่ของไทย สินค้าอาหาร ข้าว ผลไม้ ยางพารา อาจโดนลดสั่งซื้อเพราะเศรษฐกิจชะงัก
  • ความผันผวนการเงิน: ค่าเงินบาทอาจแกว่ง นักลงทุนต่างชาติถอนทุน ส่งผลต่อภาคธุรกิจ SME

มาตรการช่วยเหลือจากกระทรวงพาณิชย์

ไม่ต้องกังวลครับ รัฐบาลมีแผนพร้อม! นอกจากสั่งทูตพาณิชย์แล้ว ยังเตรียมกระจายตลาดส่งออกไปเอเชียใต้ แอฟริกา ลาตินอเมริกา เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดเดียว นอกจากนี้ จะจัดประชุมใหญ่ร่วมภาคเอกชน สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ เพื่อหามาตรการบรรเทา เช่น:

  • ประสานธนาคารรัฐ เตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ส่งออกที่เดือดร้อน
  • วิเคราะห์ความเสี่ยงรายสินค้า และแนะนำทางเลือกตลาดใหม่
  • ติดตามพฤติกรรมผู้นำเข้าแบบเรียลไทม์ ช่วยผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์
  • บูรณาการกับกระทรวงต่างประเทศและความมั่นคง เพื่อดูแลคนไทยในพื้นที่ด้วย

ทำไมตะวันออกกลางถึงสำคัญนัก? เพราะปีที่แล้วไทยส่งออกไปกลุ่ม GCC (ประเทศอ่าว) กว่า 1 แสนล้านบาท สินค้าหลักคืออาหารแปรรูป 29% เครื่องจักร 20% สินค้าอุปโภค 15% ถ้าตลาดนี้สะดุด GDP ไทยอาจเสียหายไม่น้อย ดังนั้นการที่ “พาณิชย์” เฝ้าระวังศึกตะวันออกกลาง สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก ประเมินผลกระทบส่งออกไทย แบบนี้ ถือเป็นเชิงรุกที่ฉลาดมาก

สุดท้าย รมว.ศุภจี ฝากบอกผู้ประกอบการว่า “อย่าตื่นตระหนก ติดตามข้อมูลจากภาครัฐ รัฐบาลจะดูแลเต็มที่” ผมเห็นด้วยครับ การเตรียมพร้อมล่วงหน้าและกระจายความเสี่ยงคือกุญแจสู่ความสำเร็จในยุคโลกาภิวัตน์แบบนี้

คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ: เริ่มเช็คห่วงโซ่อุปทานตัวเองเลยครับ ลองมองตลาดใหม่ๆ อย่างอินเดียหรือแอฟริกา และอัพเดทประกันภัยให้ครอบคลุม ติดตามข่าวจาก นโยบายรัฐ เพิ่มเติมได้นะครับ ถ้ามีคำถาม คอมเมนต์ด้านล่างเลย เรายินดีช่วย!

ที่มา – “พาณิชย์” เฝ้าระวังศึกตะวันออกกลาง สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก ประเมินผลกระทบส่งออกไทย

อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทั่วตะวันออกกลาง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เมื่ออิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทั่วตะวันออกกลาง ระเบิดดังสนั่นหลายเมืองใหญ่ ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่ว โดยเฉพาะในเมืองหลวงและศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญหลายแห่งทั่วภูมิภาค

อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทั่วตะวันออกกลาง ระเบิดดังสนั่นหลายเมืองใหญ่

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่า ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนระลอกที่ 6 โดยมุ่งเป้าไปยังอิสราเอลและฐานทัพของสหรัฐอเมริกาที่กระจายอยู่ในตะวันออกกลาง การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่มีการตอบโต้ทางทหารระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และพันธมิตรในภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง

ฝั่งกองทัพอิสราเอลรายงานว่า ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ได้ตรวจพบขีปนาวุธจำนวนมากที่ยิงมาจากอิหร่านมุ่งตรงสู่อิสราเอล ระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่าง Iron Dome และระบบอื่นๆ ได้ทำงานทันทีเพื่อสกัดกั้น เสียงไซเรนเตือนภัยดังก้องไปทั่วพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของอิสราเอล สะท้อนถึงระดับความเสี่ยงที่สูงลิ่ว

ผลกระทบจากการโจมตีในหลายเมืองใหญ่

ไม่ใช่แค่อิสราเอลเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ในนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทีมข่าว CNN รายงานเสียงระเบิดดังอย่างน้อย 3 ครั้ง เวลาประมาณ 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น เศษซากจากการสกัดกั้นเป้าหมายทางอากาศตกลงในย่านธุรกิจ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ที่ท่าเรือเจเบลอาลี ซึ่งเป็นท่าเรือพาณิชย์หลักของเมือง กลุ่มควันหนาพวยพุ่งขึ้นสูง เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย

ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ก็มีรายงานเสียงระเบิดหลายครั้งตั้งแต่ 07.30 น. แม้ยังไม่มีรายงานความเสียหายอย่างละเอียด แต่สถานการณ์ตึงเครียดมาก ในบาห์เรน กระทรวงมหาดไทยออกประกาศทาง X ให้เปิดไซเรนเตือนภัยทั่วประเทศ และเรียกร้องให้ประชาชนสงบสติอารมณ์ เข้าพื้นที่ปลอดภัยใกล้ที่สุด

ขณะที่ในอิรัก ภาพถ่ายที่ยืนยันตำแหน่งโดย CNN แสดงควันดำลอยหนาทึบจากสนามบินเออร์บิล สื่ออิหร่านอย่าง Fars News ยังรายงานเสียงระเบิดหนักในเมืองนั้นด้วย

  • อิสราเอล: ระบบป้องกันทำงานเต็มสูบ ไซเรนดังทั่วประเทศ
  • ดูไบ (UAE): เพลิงไหม้ท่าเรือเจเบลอาลีจากเศษซาก
  • โดฮา (กาตาร์): เสียงระเบิดหลายครั้ง
  • บาห์เรน: ไซเรนเตือนภัยทั่วประเทศ
  • เออร์บิล (อิรัก): ควันไฟจากสนามบิน

การโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงจำกัดอยู่ที่แนวรบหลัก แต่ลุกลามมาถึงประเทศในอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจโลกด้านพลังงาน การบิน และการค้า นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงเตือนว่า หากการตอบโต้ยังคงดำเนินต่อไป โครงสร้างพื้นฐานอย่างสนามบิน ท่าเรือ และฐานทัพต่างชาติมักตกเป็นเป้าหมาย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันโลกและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

ย้อนดูบริบท ความขัดแย้งครั้งนี้มีรากเหง้าจากการโจมตีของอิสราเอลต่อฐานทัพอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรอย่างฮูธีในเยเมน รวมถึงการสังหารผู้นำสำคัญของอิหร่าน อิหร่านจึงตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอ้อมผ่านกลุ่มตัวแทนและตรงๆ ด้วยขีปนาวุธ สหรัฐฯ และอิสราเอลก็เสริมกำลังทางทหารในภูมิภาคเพื่อป้องกัน

ผลกระทบทางเศรษฐกิจเริ่มปรากฏชัด ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นกว่า 5% ในทันทีหลังข่าวการโจมตี สายการบินหลายแห่งยกเลิกเที่ยวบินเข้าออกสนามบินในดูไบและโดฮา หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจนำไปสู่ภาวะน้ำมันแพงทั่วโลก ส่งผลต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสูง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การโจมตีระลอกใหม่นี้เป็นสัญญาณว่าอิหร่านพร้อมยกระดับ หากไม่มีการเจรจาทางการทูต สงครามใหญ่ในตะวันออกกลางอาจเกิดขึ้นจริง ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้า geopolitics ไปตลอดกาล

สถานการณ์ยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้ติดตามควรอัปเดตข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และเตรียมรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจตามมา คุณคิดว่าความขัดแย้งนี้จะลุกลามไปถึงไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและติดตามข่าวเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทั่วตะวันออกกลาง ระเบิดดังสนั่นหลายเมืองใหญ่

9 สายการบิน สุวรรณภูมิ ยกเลิก 32 ไฟล์ท อิสราเอล-อิหร่าน

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบินในภูมิภาค ล่าสุด 9 สายการบิน สนามบินสุวรรณภูมิ ยกเลิกเที่ยวบินแล้ว 32 ไฟล์ท ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องปรับแผนการเดินทางด่วน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเต็มรูปแบบเพื่อไม่ให้เกิดผู้โดยสารตกค้าง หากคุณมีเที่ยวบินที่เกี่ยวข้อง อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลล่าสุดนะครับ

9 สายการบิน สนามบินสุวรรณภูมิ ยกเลิกเที่ยวบินแล้ว 32 ไฟล์ท เหตุอิสราเอล-อิหร่าน

เมื่อคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สนามบินสุวรรณภูมิต้องเผชิญกับการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากจากสถานการณ์อิสราเอล-อิหร่าน โดยมีสายการบินถึง 8 แห่งที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ EL AL Israel Airlines, Air Arabia, Emirates, Qatar Airways, Etihad Airways, Gulf Air, Arkia Israel Inland Airlines และ Kuwait Airways รวมยกเลิก 16 เที่ยวบิน แบ่งเป็นขาออก 14 เที่ยวบิน และขาเข้า 2 เที่ยวบิน

เข้าสู่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 06.48 น. สายการบิน World2Fly ได้แจ้งยกเลิกเพิ่มอีก 1 เที่ยวบิน ทำให้ยอดรวมพุ่งเป็น 9 สายการบิน สนามบินสุวรรณภูมิ ยกเลิกเที่ยวบินแล้ว 32 ไฟล์ท โดยแบ่งเป็นขาออก 16 เที่ยวบิน และขาเข้า 16 เที่ยวบิน สาเหตุหลักมาจากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ทำให้เส้นทางบินไม่ปลอดภัย สายการบินต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือหยุดบินชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ

รายชื่อ 9 สายการบินที่ยกเลิกเที่ยวบินที่สุวรรณภูมิ

  • EL AL Israel Airlines
  • Air Arabia
  • Emirates
  • Qatar Airways
  • Etihad Airways
  • Gulf Air
  • Arkia Israel Inland Airlines
  • Kuwait Airways
  • World2Fly

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสายการบินที่บินผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลาง สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นฮับสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงได้รับผลกระทบโดยตรง ผู้โดยสารที่วางแผนเดินทางไปยังจุดหมายอย่างดูไบ โดฮา อาบู ดาบี อะคูบา หรือเทลอาวิว ควรเตรียมตัวรับมือกับความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลง

มาตรการดูแลผู้โดยสารจาก ทสภ. และสายการบิน

ทสภ. ได้ระดมเจ้าหน้าที่ดูแลผู้โดยสารอย่างใกล้ชิด โดยจัดจุดให้ข้อมูล อำนวยความสะดวก แจกน้ำดื่ม และเพิ่มพื้นที่พักคอยชั่วคราวบริเวณชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้า ประตู 1 และประตู 10 นอกจากนี้ยังประสานงานกับสายการบินเพื่อบริหารจัดการให้ดีที่สุด สายการบินเองก็จัดที่พักให้ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ทำให้ไม่มีผู้โดยสารขาออกตกค้างที่สนามบินแม้แต่น้อย

นอกจากนี้ ทสภ. ยังเตรียมพื้นที่รองรับเพิ่มเติมและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากสถานการณ์อิสราเอล-อิหร่านคลี่คลาย คาดว่าเที่ยวบินจะกลับมา normal เร็วๆ นี้ แต่ผู้โดยสารควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้

คำแนะนำสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางไปตะวันออกกลาง

เพื่อป้องกันปัญหา เราแนะนำให้:

  • ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินผ่านเว็บไซต์หรือแอปของสายการบิน
  • ติดต่อเคาน์เตอร์สายการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • โทรสอบถาม AOT Contact Center 1722 ตลอด 24 ชม.
  • เตรียมแผนสำรอง เช่น เปลี่ยนเที่ยวบินหรือเลื่อนวันเดินทาง
  • ซื้อประกันการเดินทางที่ครอบคลุมการยกเลิกเที่ยวบิน

สถานการณ์แบบนี้เตือนใจเราว่าการเดินทางทางอากาศอาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โลกได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะเส้นทางตะวันออกกลางที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ หากคุณกำลังวางแผนทริป อย่าลืมเช็คข่าวประจำวัน

CTA: หากคุณมีเที่ยวบินจากสุวรรณภูมิในช่วงนี้ กรุณาตรวจสอบสถานะกับสายการบินของคุณทันที เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย และเดินทางปลอดภัยครับ!

ที่มา – 9 สายการบิน สนามบินสุวรรณภูมิ ยกเลิกเที่ยวบินแล้ว 32 ไฟล์ท เหตุอิสราเอล-อิหร่าน

ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ

ในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ทำให้รัฐบาลไทยโดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จึงได้ขานรับนโยบายทันที โดย ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ ช่วยคนไทยในตะวันออกกลาง

ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ ช่วยคนไทยในตะวันออกกลางกลับประเทศ

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. ได้แถลงข่าวว่า พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการด่วนไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคง โดยเฉพาะ ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ เช่น สถานที่ราชการ บุคคลสำคัญ และพื้นที่เสี่ยงต่างๆ

รายละเอียดมาตรการที่ ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ

มาตรการหลักที่ถูกสั่งการมีหลายด้าน เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของความเสี่ยง โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • เพิ่มการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ: ยกระดับการคุ้มครองบุคคลสำคัญ สถานที่ราชการ และสถานที่สาธารณะที่เสี่ยงต่อการก่อเหตุร้าย
  • สืบสวนและเฝ้าระวังต่างด้าว: ติดตามบุคคลต่างชาติจากประเทศเฝ้าระวังที่อาจเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะผู้ที่อาจกระทำผิดกฎหมาย
  • เพิ่มจุดตรวจชายแดน: เข้มงวดช่องทางเข้าออกประเทศ ชายแดนธรรมชาติ ท่าข้าม และท่าเรือต่างๆ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมือง
  • เตรียมรับคนไทยกลับประเทศ: จัดแผนรองรับที่ท่าอากาศยานทุกแห่ง ป้องกันความแออัดและเหตุฉุกเฉิน โดยประสานกับสายการบินและหน่วยแพทย์
  • ช่วยเหลือผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว: ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1155 พร้อมล่ามภาษาต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีการประสานข้อมูลกับกระทรวงการต่างประเทศไทย เหล่าทัพ และหน่วยข่าวกรอง เพื่อติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ทำให้การตอบสนองรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การเฝ้าระวังข่าวปลอมและสื่อสังคมออนไลน์

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการติดตามตรวจสอบข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกัน Fake News หรือข่าวปลอมที่อาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก สร้างความหวาดกลัว หรือนำไปสู่การกระทำผิดกฎหมาย เช่น มาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หากพบข้อมูลบิดเบือนที่กระทบความมั่นคง ศปก.ตร. จะดำเนินการปิดกั้นทันที โดยทำงาน 24 ชั่วโมง

ประสานงานระดับสากลเพื่อช่วยคนไทยในตะวันออกกลาง

ตร.ยังประสานกับองค์การตำรวจสากล (Interpol) หน่วยตำรวจประเทศต้นทาง และช่องทางกงสุลตำรวจ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ช่วยเหลือคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศให้ปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงสูง สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียด เช่น ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน หรือกลุ่มติดอาวุธ ทำให้คนไทยหลายพันคนต้องอพยพ ตร.จึงเตรียมพร้อมทุกด้านเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในไทย

มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยปกป้องความมั่นคงภายใน แต่ยังแสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนไทยที่อยู่ต่างประเทศ การยกระดับแบบนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาไทยได้อีกด้วย

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่คือการตอบสนองที่รวดเร็วและครอบคลุม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์โลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีปัญหา สามารถติดต่อสายด่วนตำรวจ 191 หรือ 1155 เพื่อขอความช่วยเหลือทันที ติดตามข่าวอัปเดตเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่สำคัญ ช่วยคนไทยในตะวันออกกลางกลับประเทศ

นายกฯ สั่ง ทอ. รับคนไทยอิหร่านด่วน ถกสมช.

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังรุนแรงขึ้น ล่าสุด นายกฯ สั่ง ทอ. หาเส้นทางไปรับคนไทยในอิหร่านให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวไทยที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่อันตราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมช่วยเหลือทุกวิถีทาง

นายกฯ ระบุว่า ได้รับรายงานจากหน่วยงานความมั่นคงและการต่างประเทศตั้งแต่เมื่อคืน และสั่งการทันทีให้กองทัพอากาศเตรียมเครื่องบินไปรับคนไทย โดยลำดับแรกคือในอิหร่านที่ถือเป็นจุดเสี่ยงสูงสุด รองลงมาคือประเทศอื่นๆ ที่มีสงคราม ไม่ว่าจะใช้เครื่องบินทหารที่อาจต้องแวะเติมน้ำมัน หรือเช่าเหมาลำให้รวดเร็วที่สุด รัฐบาลยังตรวจสอบน่านฟ้าที่ปิดและแผนอพยพผ่านประเทศที่สามด้วย

นายกฯ สั่ง ทอ. หาเส้นทางไปรับคนไทยในอิหร่านให้เร็วที่สุด

นายกฯ ย้ำว่า เครื่องบินพร้อมตลอด แต่ต้องพิจารณาปลายทางและเส้นทางบิน กระทรวงการต่างประเทศและคมนาคมจะใช้โค้ดการบินรัฐบาลเพื่อบินตรงไม่แวะเติมน้ำมันหากเป็นไปได้ “เราจะทำทุกวิถีทางให้คนไทยปลอดภัย หากอยากกลับ รัฐบาลพร้อมไปรับ” นายกฯ กล่าว

นายกฯ สั่ง ทอ. หาเส้นทางไปรับคนไทยในอิหร่านให้เร็วที่สุดแบบเร่งด่วน

นอกจากนี้ ยังมีคนไทยราว 7 หมื่นคนในพื้นที่สู้รบทั้งหมด รายละเอียดต้องรอแต่ละกระทรวงยืนยัน สถานทูตไทยทุกแห่งเปิดสายด่วนและศูนย์ช่วยเหลือ 24 ชม. แล้ว

เตรียมถก สมช. พรุ่งนี้ รับมือผลกระทบเศรษฐกิจ

ด้านเศรษฐกิจ นายกฯ มอบหมายนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง ดูแลรับมือผลกระทบ ค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน ต้นทุนพลังงาน จะพุ่งแน่นอน แต่ต้องลดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด พรุ่งนี้ 2 มี.ค. เวลา 10.00 น. จะถกศูนย์ประชุมความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมทุกภาคส่วน รวมเอกชน ธนาคาร หอการค้า ผู้ส่งออก-นำเข้า เพื่อพยุงราคาสินค้า

นายกฯ ประเมินสถานการณ์ “ทุกอย่างเป็นไปได้หมด” ไม่ว่าจะลุกลามหรือไม่ ไทยต้องเตรียมพร้อมทุกด้าน ลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด

มาตรการรับมือที่รัฐบาลเตรียมไว้

  • ประสานกองทัพอากาศเตรียมอากาศยานทหารและเช่าเหมาลำ
  • ตรวจสอบน่านฟ้าและเส้นทางอพยพผ่านประเทศที่สาม
  • ประชุมสมช.ถกผลกระทบความมั่นคงและเศรษฐกิจ
  • มอบหมายกระทรวงคลังรับมือค่าครองชีพและพลังงาน
  • สถานทูตเปิดสายด่วนช่วยเหลือคนไทย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังวอนคนไทยในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานทูตอย่างเคร่งครัด เพราะแต่ละประเทศมีมาตรการความปลอดภัยทั้งคนของตนและชาวต่างชาติ

สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ลุกลามส่งผลต่อไทยหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน การขนส่งสินค้าที่อาจสะดุด และความมั่นคงอาหาร รัฐบาลจึงต้องวางแผนเชิงรุก สิ่งสำคัญคือการสื่อสารให้ประชาชนทราบข้อมูลจริงและไม่ตื่นตระหนก

ในมุมมองของผู้เขียน รัฐบาลไทยแสดงความรวดเร็วในการตอบสนองครั้งนี้ได้ดี โดยเฉพาะการใช้กองทัพช่วยเหลือพลเรือน ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย หากสถานการณ์ยืดเยื้อ หวังว่ารัฐจะมีแผนสำรองเพิ่มเติม เช่น สต็อกพลังงานและกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน

เรียกร้องให้ชาวไทยทุกคนติดตามข่าวจากแหล่ง官方อย่างสถานทูต และเตรียมเอกสารเดินทางให้พร้อม หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรสายด่วนสถานทูตได้ทันที

ที่มา – นายกฯ เตรียมถก สมช. พรุ่งนี้ สั่ง ทอ. หาเส้นทางไปรับคนไทยในอิหร่านให้เร็วที่สุด

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน? เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสูญเสียผู้นำ แต่กำลังเขย่าความมั่นคงของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านที่ยืนหยัดมา 47 ปีแล้วนะครับ

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน? นี้คือแผนลับเพื่อถอนรากถอนโคนโครงสร้างอำนาจทั้งระบบ ไม่ใช่แค่กำจัดคนคนเดียว ไตรตา พาร์ซี จาก Quincy Institute ในวอชิงตัน บอกว่าอิสราเอลเห็นโอกาสทองในการปิดฉากยุคสาธารณรัฐอิสลามจากเหตุการณ์นี้

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

ถึงคาเมเนอีอาจไม่ได้สั่งการทางทหารทุกวัน แต่สัญลักษณ์ของเขาคือหัวใจหลัก พาร์ซีชี้ว่าสหรัฐฯ กับอิสราเอลหวังให้แรงกระแทกนี้ทำให้ระบอบแตกหักจากภายใน ไม่ว่าจะจากกองทัพหรือประชาชนลุกฮือ ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์เลยว่ามันคือโอกาสให้ชาวอิหร่านได้ประเทศคืน!

ทางเลือกที่สหรัฐฯ คาดหวังคือ 1) ประชาชนโค่นล้มระบอบศาสนาธิปไตย หรือ 2) ผู้นำใหม่จากระบบเดิมแต่ยอมประนีประนอมมากขึ้น แต่พาร์ซีสงสัยเพราะอิหร่านเคยเสนอนิวเคลียร์ดีกว่ายุคโอบามา แต่สหรัฐฯ ยังเลือกเผชิญหน้า แสดงว่าต้องการยอมจำนนเต็มตัว

เป้าหมายการสังหารลึกซึ้งแค่ไหน

เอยาล มายรอซ จาก University of Sydney บอกว่าการเปลี่ยนระบอบด้วยอากาศยานอย่างเดียวแทบเป็นไปไม่ได้ ชะตาอิหร่านขึ้นกับกลุ่มภายใน โดยเฉพาะกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่แข็งแกร่งสุด

ความเสี่ยงลุกลามทั่วภูมิภาค

คาเมเนอีไม่ใช่แค่ผู้นำอิหร่าน แต่เป็นผู้นำชีอะห์ที่มีอิทธิพลในเลบานอน อิรัก บาห์เรน ซาอุฯ UAE และปากีสถาน การสังหารนี้อาจจุดไฟกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และพันธมิตร หลังเหตุการณ์ 24 ชม. อิหร่านยิงฐานสหรัฐฯ ในอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นเส้นแดงใหม่ คาดว่าความรุนแรงจะยกระดับ

ใครจะสืบทอดอำนาจหลังสังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี”

CIA ประเมินว่าผู้สืบทอดจากสายแข็ง IRGC แต่กระบวนการลับสุดๆ อาจเป็นบุคคลเดียหรือคณะตามรัฐธรรมนูญ ขณะเจรจานิวเคลียร์ อิหร่านผ่อนปรน แต่ผู้นำใหม่อาจแข็งกร้าวกว่า

  • Mojtaba Khamenei: ลูกชายคาเมเนอี ผู้ใกล้ชิดระบบ
  • Ebrahim Raisi: ประธานศาลฎีกา สายอนุรักษ์นิยม
  • IRGC Generals: กลุ่มทหารที่ควบคุมจริง

คำถามใหญ่: สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน? จะล้มระบอบหรือทำให้แข็งแกร่งขึ้น? ถ้า IRGC ครองเต็ม อิหร่านอาจกลายเป็นรัฐทหาร ความสัมพันธ์ตะวันตกยิ่งห่าง

เหตุการณ์นี้เขย่าสมดุลตะวันออกกลาง อาจกำหนดอนาคตหลายทศวรรษ ในมุมผม มันคือจุดเริ่มต้นของความไม่แน่นอนที่โลกต้องจับตา คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์ด้านล่าง หรือคลิกอ่านข่าวอิหร่านเพิ่มเติมเพื่ออัพเดท!

ที่มา – สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

กต.ออกประกาศฉบับ 3 แนะนำคนไทย ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พัก

ในสถานการณ์ความตึงเครียดที่กำลังปะทุขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง กต.ออกประกาศฉบับ 3 แนะนำคนไทย ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พัก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพี่น้องชาวไทยที่กำลังพำนักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศไทยได้ออกประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้คนไทยทุกคนทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

กต.ออกประกาศฉบับ 3 แนะนำคนไทย ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พัก

ประกาศฉบับนี้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 06.00 น. ผ่านเฟซบุ๊กของกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีเนื้อหาหลักคือ แนะนำให้คนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิหร่าน อิสราเอล และพื้นที่เสี่ยงที่มีฐานทัพสหรัฐ ไม่ควรรีบตื่นตระหนก แต่ให้หลบอยู่ในที่พักหรือที่หลบภัยอย่างปลอดภัย ติดตามข่าวสารจากทางการท้องถิ่นและสถานเอกอัครราชทูตไทยอย่างใกล้ชิด

สาเหตุมาจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่สร้างความเสียหายรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินในวงกว้าง ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น กระทรวงฯ จึงขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แนวทางปฏิบัติตามประกาศกต.ฉบับ 3 สำหรับคนไทยในตะวันออกกลาง

  • ไม่ตื่นตระหนก: รักษาสติให้มั่น หลีกเลี่ยงการตัดสินใจ impulsively ที่อาจเพิ่มความเสี่ยง
  • หลบอยู่ในที่พักหรือที่หลบภัย: อยู่ในสถานที่ปลอดภัย ไม่ออกมาโดยไม่จำเป็น
  • ติดตามข่าวสาร: ฟังประกาศจากทางการท้องถิ่น สถานทูตไทย และสื่อที่น่าเชื่อถือ
  • ปฏิบัติตามมาตรการท้องถิ่น: เชื่อฟังคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง: ห้ามเดินทางไปอิหร่าน อิสราเอล หรือฐานทัพสหรัฐ

หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ใกล้เคียง หรือโทรสายด่วน Call Center กรมการกงสุล 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึง Hotline กองคุ้มครองประชาชนในต่างประเทศ

ทำไมประกาศนี้ถึงสำคัญสำหรับคนไทยในต่างแดน

ในช่วงที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น การมีประกาศจาก กต.ออกประกาศฉบับ 3 แนะนำคนไทย ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พัก ถือเป็นแนวทางที่ชัดเจนและทันท่วงที ช่วยลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็น หลายประเทศในภูมิภาคนี้มีประวัติความไม่สงบมานาน และการโจมตีด้วยขีปนาวุธล่าสุดยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้าย

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น สงครามในอิรักหรือซีเรีย คนไทยหลายรายรอดชีวิตได้เพราะปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานทูต ดังนั้น การติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นกุญแจสำคัญ นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังมีระบบช่วยเหลือที่พร้อมทำงานตลอดเวลา เพื่อให้คนไทยรู้สึกมั่นใจ

ข้อควรระวังเพิ่มเติมและเคล็ดลับความปลอดภัย

นอกจากคำแนะนำหลักแล้ว ควรเตรียมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรคให้พร้อมไว้ในที่พัก หลีกเลี่ยงการใช้โซเชียลมีเดียแพร่ข่าวลือที่ไม่มีมูล ซึ่งอาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกเพิ่ม ใช้แอปพลิเคชันของสถานทูตเพื่อรับแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์

สำหรับคนไทยที่วางแผนเดินทางไปตะวันออกกลางในช่วงนี้ ควรรอให้สถานการณ์ดีขึ้นก่อน เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

สุดท้ายนี้ ขอให้พี่น้องชาวไทยทุกท่านรักษาความสงบและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด การมีสติและเชื่อฟังผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ติดตามข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากช่องทางทางการของกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ที่มา – กต.ออกประกาศฉบับ 3 แนะนำคนไทย ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พัก

สื่อเผย! ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิต กองทัพลั่นล้างแค้น

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนักอ่านข่าวต่างประเทศ วันนี้มีข่าวร้อนฉ่าเลยทีเดียว เมื่อสื่อเผยผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตในบ้านพักอย่างน่าตกใจ หลังจากเกิดการโจมตีจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ข่าวนี้ทำให้โลกทั้งใบสั่นสะเทือน เพราะอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี คือหัวใจสำคัญของระบอบอิสลามในอิหร่านมานานกว่า 30 ปี มาดูรายละเอียดกันครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตในบ้านพัก

สำนักข่าวทางการของอิหร่านอย่าง Fars News Agency รายงานว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอีผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานส่วนตัวภายในเขตบ้านพักผู้นำ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเตหะรานใกล้กับมหาวิทยาลัยสำคัญ ภาพถ่ายดาวเทียมจากบริษัท Airbus ชัดเจนมาก แสดงให้เห็นกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นจากพื้นที่ และอาคารหลายหลังเสียหายหนักจากการโจมตีแบบกะทันหัน บ้านพักแห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางการตัดสินใจหลักของผู้นำระบอบศาสนาธิปไตย

การโจมตีเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากสหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่าน ทำให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวาง ข่าวผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตนี้ถูกยืนยันอย่างเป็นทางการ สร้างความโศกสลดให้ประชาชนอิหร่านทันที

ผู้ประกาศข่าวหลั่งน้ำตา รัฐบาลประกาศไว้อาลัย

ภาพที่สะเทือนใจที่สุดคือผู้ประกาศข่าวทางสถานีโทรทัศน์อิหร่านคนหนึ่งที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะอ่านแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำ รัฐบาลอิหร่านสั่งไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วันตามประเพณีอิสลาม ซึ่งแสดงถึงความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงของชาติ

กองทัพอิหร่านลั่นจัดหนักล้างแค้นให้ผู้นำ

ไม่นานหลังยืนยันข่าว กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกำลังทหารชั้นนำของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ขู่ตอบโต้แบบสุดโต่ง พวกเขาระบุว่า “ปฏิบัติการโจมตีที่หนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองกำลังติดอาวุธแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน จะเริ่มขึ้นในไม่ช้านี้ ต่อดินแดนที่ถูกยึดครองและฐานทัพของผู้ก่อการร้ายอเมริกัน” คำขู่ตรงนี้ชี้เป้าสหรัฐและอิสราเอลอย่างชัดเจน

ปฏิกิริยาจากหน่วยงานสำคัญของอิหร่าน

  • รัฐบาลอิหร่าน: ประกาศว่า “อาชญากรรมครั้งใหญ่ครั้งนี้จะต้องได้รับการตอบโต้ และจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในประวัติศาสตร์โลกอิสลาม”
  • สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC): ระบุว่าการโจมตีนี้จะจุดชนวนการลุกฮือครั้งใหญ่เพื่อต่อสู้กับผู้กดขี่ทั่วโลก พร้อมย้ำว่าอิหร่านและพันธมิตรจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

เพื่อให้เข้าใจบริบทมากขึ้น ลองย้อนดูประวัติศาสตร์ครับ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดมาตั้งแต่ปี 1989 หลังการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ รูฮอลลาห์ คูเมนี ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลาม เขาอายุ 85 ปี และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรอย่างฮิซบอลเลาะห์ ฮามาส และฮูธี

ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน สหรัฐ และอิสราเอลรุนแรงมานาน ตั้งแต่การปฏิวัติอิหร่านปี 1979 สหรัฐเคยสังหารนายพลกassem Soleimani ในปี 2020 และล่าสุดการโจมตีครั้งนี้ดูเหมือนเป็นการยกระดับอีกขั้น เหตุการณ์ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตอาจนำไปสู่สงครามตัวแทนที่กว้างขึ้นในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในเลบานอน ซีเรีย และเยเมน

ตอนนี้คำถามสำคัญคือ ใครจะมาเป็นผู้นำคนต่อไป? ตามรัฐธรรมนูญ สภาผู้เชี่ยวชาญจะเลือกจากมารยาทศาสน์ชั้นนำ บางกระแสคาดว่าน่าจะเป็นลูกชายของคาเมเนอีอย่าง Mojtaba Khamenei หรือบุคคลอื่นใน IRGC แต่ไม่ว่าจะใคร สถานการณ์น่าจะตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่การสูญเสียผู้นำ แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่อาจจุดชนวนไฟสงครามใหญ่ในภูมิภาค คุณคิดว่าอิหร่านจะตอบโต้อย่างไร? หรือสงครามโลกครั้งที่ 3 จะเริ่มจากตรงนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ และอย่าลืมกด share แจ้งเตือนเพื่อติดตามอัพเดทข่าวต่างประเทศร้อนๆ แบบนี้!

ที่มา – สื่อเผยผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตในบ้านพัก ด้านกองทัพอิหร่านลั่นจัดหนักล้างแค้นให้ผู้นำ

Scroll to top