เจ้าหน้าที่อุทยาน

เร่งช่วยพระธุดงค์แพแตก กลางอุทยานฯ เหลืออีก 4 รูปติดค้างในป่า

เร่งช่วยพระธุดงค์แพแตก กลางอุทยานฯ เหลืออีก 4 รูปติดค้างในป่า

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังส่งกำลังใจช่วย เมื่อเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อกลุ่มพระธุดงค์ประสบเหตุแพแตกกลางป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง จ.สุราษฎร์ธานี โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังกันอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการเร่งช่วยพระธุดงค์แพแตก กลางอุทยานฯ เหลืออีก 4 รูปติดค้างในป่า ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักในขณะนี้

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีพระธุดงค์ 2 รูป เดินเท้าออกมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ โดยให้ข้อมูลว่ามีคณะพระรวม 12 รูป เดินทางล่องแพมาจาก จ.ระนอง แต่เมื่อมาถึงพื้นที่บ้านบางจำ เกิดเหตุไม่คาดฝันแพแตก ทำให้พระ 1 รูปสูญหายและพระรูปอื่นๆ ต่างกระจายตัวเอาชีวิตรอด ทั้งนี้ ภารกิจการช่วยเหลือยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องเพื่อตามหาพระที่เหลือให้ครบ

สถานการณ์ล่าสุดและการติดตาม เร่งช่วยพระธุดงค์แพแตก กลางอุทยานฯ เหลืออีก 4 รูปติดค้างในป่า

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ร่วมกับอุทยานแห่งชาติแก่งกรุงได้ระดมกำลังออกค้นหาอย่างไม่ลดละ จนสามารถพบพระธุดงค์ที่หลงป่าไปได้แล้วหลายรูป รวมถึงบางรูปที่ได้รับบาดเจ็บก็ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม เป้าหมายหลักคือการเร่งช่วยพระธุดงค์แพแตก กลางอุทยานฯ เหลืออีก 4 รูปติดค้างในป่า ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากอยู่ในตอนนี้

เบื้องต้นข้อมูลระบุว่า พระอีก 4 รูปที่เหลือได้ปักกรดอยู่ใกล้บริเวณจุดที่แพแตก โดยมีหนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บทำให้ไม่สามารถเดินออกมาเองได้ เจ้าหน้าที่ได้วางแผนจัดกำลังชุดเดินเท้าเข้าพื้นที่ทันทีเพื่อนำตัวทั้งหมดออกมาอย่างปลอดภัย โดยมีรายละเอียดการปฏิบัติงานดังนี้:

  • จัดทีมกู้ภัยเชี่ยวชาญเส้นทางป่าลึก
  • ประสานผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่รู้จักเส้นทางดีเข้าช่วย
  • กำหนดพิกัดจุดปักกรดให้ชัดเจนเพื่อความรวดเร็วในการช่วยเหลือ
  • เตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเสบียงอาหาร

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดีในการเดินทางไกลในป่า โดยเฉพาะการใช้ทางน้ำที่คาดเดาไม่ได้ ถือเป็นน้ำใจชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันอย่างเต็มที่เพื่อรักษาชีวิตพระสงฆ์เอาไว้ เราคงต้องร่วมส่งกำลังใจให้ภารกิจการค้นหาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีในเร็ววันนี้ครับ

ที่มา – เร่งช่วยพระธุดงค์แพแตก กลางอุทยานฯ เหลืออีก 4 รูปติดค้างในป่า

โดรนจับภาพ! เรือหางยาวหวิดชนพะยูนแม่ลูก

โดรนจับภาพเรือหางยาวหวิดชน “พะยูน” แม่-ลูก

อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ใช้โดรนสำรวจ พบเรือหางยาวนำเที่ยว วิ่งในเขตอนุรักษ์ หวิดชน “พะยูน” แม่ลูก สร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 มีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่บันทึกได้จากโดรนสำรวจ ขณะปฏิบัติภารกิจสำรวจความเป็นอยู่ของฝูงพะยูนที่อาศัยหากินอยู่ในเขตอุทยานฯ ในช่วงเช้าของวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ภาพจากโดรนแสดงให้เห็นบริเวณอ่าวทึง ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบเรือหางยาวนำเที่ยวลำหนึ่งกำลังแล่นอยู่ในแนวทุ่นอนุรักษ์

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ใต้ท้องเรือลำดังกล่าว มีพะยูนแม่ลูกคู่หนึ่งว่ายน้ำอยู่ใกล้เคียง เป็นสถานการณ์ที่หวุดหวิดจะเกิดเหตุเศร้าสลด เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์พะยูนเสียชีวิตจากการถูกใบพัดเรือมาแล้วหลายครั้ง นับเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและหาทางป้องกันอย่างเร่งด่วน

นายศิริวัฒน์ แสงฉวี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เปิดเผยว่า พะยูนทั้งสองตัวเป็นแม่ลูกกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สำรวจพบเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ทั้งคู่อาศัยหากินอยู่ในแหล่งหญ้าทะเลบริเวณอ่าวทึงและอ่าวน้ำเมา และมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง โดยแม่พะยูนมีสภาพร่างกายสมบูรณ์ระดับ 3/5 ส่วนลูกพะยูนก็มีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์เช่นกัน

ภาพที่บันทึกได้จากโดรนสำรวจเป็นภาพที่น่าตกใจอย่างยิ่ง โดยจุดที่บันทึกภาพได้นั้นอยู่ในแนวเขตทุ่นที่ทางอุทยานฯ ได้ทำการติดตั้งไว้ เพื่อเป็นแนวป้องกันและแจ้งเตือนแก่ผู้ขับเรือ ทั้งนี้ ทางอุทยานฯ จะขอความร่วมมือจากเรือทุกประเภทให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 3 นอต ในช่วงที่แล่นผ่านเขตทุ่น และขอให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์ทะเลหายาก

เบื้องต้น ทางอุทยานฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประสานไปยังชมรมเรือในพื้นที่ เพื่อติดตามเรือลำดังกล่าวให้มาพบและสอบถามข้อเท็จจริงว่ามีการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กำหนดหรือไม่ และผู้ขับเรือได้สังเกตเห็นพะยูนที่กำลังว่ายน้ำอยู่ในบริเวณนั้นหรือไม่ หลังจากนี้ ทางอุทยานฯ จะทำการพูดคุยกับผู้ประกอบการเรือทุกประเภท เพื่อขอความร่วมมือในการเพิ่มความระมัดระวัง และอาจพิจารณาให้ผู้ประกอบการติดตั้งอุปกรณ์ครอบใบจักรเรือ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการชนกับสัตว์ทะเลหายาก เนื่องจากในปัจจุบัน ทางอุทยานฯ ได้สำรวจพบพะยูนอาศัยอยู่ในเขตรับผิดชอบทั้งหมด 5 ตัว รวมทั้งพะยูนแม่ลูกคู่นี้ด้วย

มาตรการป้องกันพะยูนจากอุบัติเหตุทางเรือ

  • กำหนดความเร็วเรือในเขตอนุรักษ์
  • ติดตั้งทุ่นและป้ายเตือน
  • รณรงค์ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเรือ
  • พิจารณาการติดตั้งอุปกรณ์ครอบใบจักรเรือ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก และการตระหนักถึงผลกระทบจากการกระทำของมนุษย์ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป คือกุญแจสำคัญในการปกป้องพะยูนและระบบนิเวศทางทะเลให้คงอยู่สืบไป

ที่มา – โดรนบินสำรวจจับภาพ เรือหางยาวนำเที่ยว วิ่งเขตอนุรักษ์ หวิดชน “พะยูน” แม่-ลูก

“ตั๊น จิตภัสร์” เยี่ยมผู้ประสบภัยชายแดนสระแก้ว

ตั๊น จิตภัสร์” ประธาน ทปษ.รมว.ทส. ลงพื้นที่สระแก้ว เยี่ยมผู้ได้รับผลกระทบสถานการณ์ขัดแย้งไทย-กัมพูชา และมอบกำลังใจเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ

วันที่ 13 ธันวาคม 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มอบหมายนางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปธ.ทปษ.รมว.ทส.) และคณะ ร่วมเดินทางลงพื้นที่ภารกิจตรวจราชการจังหวัดสระแก้ว

โดยนางสาวจิตภัสร์ เปิดเผยว่า ตนและคณะได้เดินทางลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติในพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อร่วมพบปะรับฟังการบรรยายถึงสถานการณ์และผลกระทบในพื้นที่จากเหตุการณ์ปะทะของสถานการณ์จังหวัดชายแดน จากนั้นได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนภายในพื้นที่อุทยานฯ พร้อมทั้งมอบน้ำดื่มและอาหารแห้งให้ผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงการเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยติดเตียง และมอบถุงยังชีพเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ การลงพื้นที่ครั้งนี้ของ “ตั๊น จิตภัสร์” แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและใส่ใจในคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังได้ชมการสาธิตการทำโป่งดินให้สัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานฯ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติสำคัญ โดยการตรวจราชการครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวง ทส. ในการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ควบคู่กับการดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ชายแดนในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด การสร้างโป่งดินถือเป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในระบบนิเวศ และความพยายามที่จะรักษาสมดุลของธรรมชาติในพื้นที่อุทยานฯ อีกด้วย

“ตั๊น จิตภัสร์” เยี่ยมผู้ได้รับผลกระทบชายแดนสระแก้ว

ภารกิจเยี่ยมผู้ประสบภัยชายแดนของ “ตั๊น จิตภัสร์”

การลงพื้นที่ของนางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการส่งมอบความช่วยเหลือ แต่ยังเป็นการรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น การเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงและการมอบถุงยังชีพ เป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยที่มอบให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นพื้นที่ที่ต้องการความใส่ใจและการดูแลอย่างต่อเนื่อง การที่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้แก่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว

การสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก็เป็นส่วนสำคัญในการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน เจ้าหน้าที่เหล่านี้ต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ในการปฏิบัติงาน การได้รับกำลังใจและการสนับสนุนจากผู้บริหาร จะช่วยให้พวกเขามีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่

โดยรวมแล้ว ภารกิจของ “ตั๊น จิตภัสร์” ในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชนในพื้นที่ชายแดน และการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพวกเขา การเยี่ยมเยียนและการมอบความช่วยเหลือ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเอื้ออาทรและความห่วงใยที่มีต่อประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ

การพัฒนาพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน การสนับสนุนและการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย จะช่วยให้พื้นที่ชายแดนมีความเจริญก้าวหน้าและมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

หวังว่าการลงพื้นที่และให้ความช่วยเหลือของ “ตั๊น จิตภัสร์” จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่ชายแดนสระแก้วต่อไป

ที่มา – “ตั๊น จิตภัสร์” เยี่ยมผู้ได้รับผลกระทบชายแดนสระแก้ว มอบกำลังใจเจ้าหน้าที่อุทยานฯ

Scroll to top