เชียงใหม่

ดับเพิ่ม! หญิงชราวัย 90 ปี เหตุดินถล่มบ้านปางอุ๋ง

ข่าวเศร้าล่าสุด! พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย จากเหตุการณ์ดินโคลนถล่มที่ “บ้านปางอุ๋ง” จังหวัดเชียงใหม่ คือหญิงชราวัย 90 ปี หลังเจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 2 ราย และเคลียร์พื้นที่จากเศษซากบ้านเรือนที่เสียหาย

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ รายงานสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มที่บ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย คือ นางไป ตระกูลคูณอนันต์ อายุ 90 ปี เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

นางไป เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยถูกกระแสน้ำพัดพาไปติดอยู่บริเวณซอกบ้าน ห่างจากที่พักอาศัยเดิมประมาณ 100 เมตร ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม สรุปยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้รวมเป็น 8 ราย ยังคงสูญหาย 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 15 ราย ซึ่ง 8 รายได้กลับบ้านแล้ว และ 7 รายยังคงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล

นายพงษ์ศักดิ์ กระจ่างกิจเงินทวี นายก อบต.แม่ศึก กล่าวถึงการเสียชีวิตของนางไปว่า เนื่องจากอายุมากและร่างกายบอบช้ำจากการถูกกระแสน้ำพัดพาและจมอยู่ใต้ดินโคลนเป็นเวลานาน

สถานการณ์ปัจจุบันเข้าสู่วันที่ 6 หลังเกิดเหตุการณ์ ดินถล่มบ้านปางอุ๋ง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ อส. จากส่วนกลางและจังหวัดต่างๆ กว่า 500 นาย เข้ามาสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่เพียงพอและเริ่มอ่อนล้า

ดับเพิ่ม! หญิงชราวัย 90 ปี เหตุดินถล่มบ้านปางอุ๋ง

นายอิสรา เจริญชาศรี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน เปิดเผยว่า กองกำลัง อส. กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ดินถล่มบ้านปางอุ๋ง โดยกระจายกำลังออกปฏิบัติภารกิจต่างๆ ทั้งการค้นหาผู้สูญหาย การเคลื่อนย้ายซากปรักหักพัง และสนับสนุนการดูแลผู้ประสบภัยที่ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถเคลียร์พื้นที่ไปได้บางส่วนแล้ว และจะยังคงประจำการจนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น

ความคืบหน้าล่าสุดเหตุการณ์ดินถล่มบ้านปางอุ๋ง

สถานการณ์ ดินถล่มบ้านปางอุ๋ง ยังคงเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด หน่วยงานต่างๆ เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

  • การค้นหาผู้สูญหายยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง
  • การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากความเสียหายค่อนข้างมาก
  • กำลังใจจากทั่วสารทิศหลั่งไหลไปยังผู้ประสบภัย

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน การสูญเสียที่เกิดขึ้นย้ำเตือนให้เราเห็นถึงความเปราะบางของชีวิต และความจำเป็นในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคสิ่งของ การให้กำลังใจ หรือการช่วยเหลือด้านอื่นๆ เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความหวังและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ดินถล่มบ้านปางอุ๋ง ในครั้งนี้ได้

ที่มา – ดับเพิ่ม 1 ราย หญิงชราวัย 90 ปี ผู้ประสบภัยเหตุดินถล่มบ้านปางอุ๋ง จ.เชียงใหม่

ฮือฮา! ห่านคูเมืองเชียงใหม่ บรรจุเป็นพนักงานแล้ว


มติท่วมท้น! ผลโหวต “ห่านคูเมืองเชียงใหม่” ได้ไปต่อ เตรียมบรรจุเป็นพนักงานเต็มตัว พร้อมฝังไมโครชิพติดแทกระบุตัวตน ขณะที่ “หงส์ อบจ.” สร้างสีสันที่สวนเฉลิมพระเกียรติฯ

หลังจากที่รอลุ้นกันมาหลายวันกับผลโหวตจากประชาชนที่จะตัดสินว่า “น้องห่านคูเมืองเชียงใหม่” ของเทศบาลนครเชียงใหม่จะผ่านการทดลองงานหรือไม่ ล่าสุดผลออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!

แฟนเพจ เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ประกาศผลโหวตอย่างเป็นทางการ หลังเปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นเวลา 48 ชั่วโมง โดยมีผู้ร่วมโหวตจากทั่วประเทศถึง 13,698 คน ผลปรากฏว่ามีผู้โหวตให้ทีมน้องห่านคูเมืองเชียงใหม่ผ่านการทดลองงาน 12,358 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 90 ส่วนผู้ที่โหวตไม่ผ่านมี 1,340 คะแนน หรือร้อยละ 10

หลังจากนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่จะนำห่านทั้งหมดไปดูแลสุขภาพ ตรวจร่างกาย ให้วัคซีน วิตามิน และถ่ายพยาธิ ก่อนจะดำเนินการฝังไมโครชิพเพื่อระบุตัวตน นอกจากนี้ ยังเตรียมออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ให้กับน้องห่านในฐานะพนักงานเทศบาลเต็มตัวอีกด้วย

ผลโหวตที่ออกมานั้น ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนรักน้องห่าน ที่จะได้เห็นน้องๆ สร้างความสุขและความสดใสให้กับคูเมืองต่อไป หลายคนมองว่า แม้การมีอยู่ของห่านอาจจะไม่ได้ช่วยบำบัดน้ำเสียได้มากนัก แต่ก็มีผลในเชิงบวกต่อการท่องเที่ยว และสร้างบรรยากาศให้เมืองมีชีวิตชีวามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในขณะเดียวกัน ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ หรือสวน อบจ.เชียงใหม่ ก็เต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนและนักท่องเที่ยวนับพันคนต่างพากันมาชื่นชม “หงส์ อบจ.” ที่ทาง อบจ.เชียงใหม่ ได้นำมาปล่อยลงในสระน้ำภายในสวน ประกอบไปด้วยหงส์ดำ 8 ตัว และหงส์ขาว 2 ตัว นอกจากนี้ ยังมีหงส์ขาวจากเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมอบให้อีก 4 ตัว (รวมล่าสุดมีหงส์ดำ 8 ตัว หงส์ขาว 6 ตัว)

หงส์ อบจ. ถูกส่งมาเพื่อสร้างความสุขและบรรยากาศการท่องเที่ยว กระตุ้นให้ชาวเชียงใหม่ออกมาเดินออกกำลังกายกันมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้คนจะมากันอย่างเนืองแน่น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารบริเวณด้านหน้าทางเข้าสวน อบจ. พลอยได้รับอานิสงส์ขายดิบขายดีไปด้วย

ห่านคูเมืองเชียงใหม่

ทำไมห่านคูเมืองเชียงใหม่ถึงได้รับความนิยม?

  • สร้างสีสันและความมีชีวิตชีวาให้กับคูเมือง
  • ดึงดูดนักท่องเที่ยว
  • เป็นสัญลักษณ์ของเมือง

เรื่องราวของห่านคูเมืองเชียงใหม่ แสดงให้เห็นว่าสัตว์ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเมืองได้ และสร้างความสุขให้กับผู้คนได้เช่นกัน หากใครมีโอกาสไปเชียงใหม่ อย่าลืมแวะไปทักทายน้องห่านกันนะครับ

ที่มา – “ห่านคูเมืองเชียงใหม่” ได้บรรจุเป็นพนักงานเต็มตัว เตรียมฝังไมโครชิพระบุตัวตน

จับแล้ว! 2 คนร้ายฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ จับแล้ว 2 คนร้ายฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ที่ก่อเหตุอุ้มฆ่านักธุรกิจหนุ่ม แล้วนำศพไปทิ้งในรถยนต์เก๋ง ก่อนจะตั้งใจนำรถไปทิ้งเหว แต่เกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง ทำให้ต้องจุดไฟเผาเพื่ออำพรางคดี

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ถูกไฟไหม้ บริเวณดอยหลวง ถนนสายปางไฮ-แม่ตอน จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อตรวจสอบพบศพปริศนาถูกไฟไหม้เกรียมอยู่บริเวณเบาะหลังคนขับ

จับแล้ว 2 คนร้ายฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง

พลตำรวจตรียุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ทีมสืบสวนเร่งคลี่คลายคดีอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งทราบว่าผู้ตายคือ นายคุณาสิน อินต๊ะยศ อายุ 32 ปี นักธุรกิจหนุ่ม

จากการสืบสวนขยายผล พบว่า ก่อนเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.แม่โจ้ ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายภายในบ้านหลังหนึ่งในตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อไปตรวจสอบพบร่องรอยคราบเลือดในห้องน้ำและค้อนเปื้อนเลือด ซึ่งเชื่อมโยงกับเหตุ จับแล้ว 2 คนร้ายฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง ที่ดอยหลวง

ลำดับเหตุการณ์ฆาตกรรมอำพราง

ตำรวจสันนิษฐานว่า นายวชิรวิทย์ เจ้าของบ้าน ซึ่งรู้จักกับผู้ตาย ได้ร่วมกับคนร้ายอีก 1 คน ทำร้ายนายคุณาสินอย่างโหดเหี้ยม โดยใช้ค้อนและสากทุบตี เนื่องจากพยานได้ยินเสียงร้องโหยหวน ก่อนที่คนร้ายจะนำศพยัดใส่เบาะหลังรถยนต์เก๋ง และขับออกจากบ้านเพื่อนำไปทิ้งเหวและเผาทำลายหลักฐาน โดยมีรถยนต์เก๋งสีดำอีกคันขับตามประกบ

ระหว่างทาง นายวชิรวิทย์ ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์ที่บรรทุกศพ อาจจะไม่ชำนาญเส้นทาง ทำให้รถเสียหลักชนกับราวเหล็กกั้นข้างทาง ส่งผลให้นายวชิรวิทย์ได้รับบาดเจ็บขาหัก รถยนต์ไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ คนร้ายจึงตัดสินใจใช้น้ำมันราดและจุดไฟเผารถยนต์เพื่อทำลายศพและอำพรางคดี

นายดำรงฤทธิ์ คนร้ายอีกรายที่ขับรถเก๋งสีดำตามมา ได้รับตัวนายวชิรวิทย์ที่ได้รับบาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลดอยสะเก็ด ส่วนนายดำรงฤทธิ์ได้หลบหนีไปกบดานที่บ้านญาติในอำเภอจอมทอง จนกระทั่งถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนแก่ผู้ต้องหาทั้งสองราย

จากการสอบสวน นายวชิรวิทย์ ให้การว่า ทำงานปล่อยเงินกู้ และคาดว่าผู้ตายน่าจะมีปัญหาเรื่องหนี้สิน เนื่องจากภายในบ้านยังพบเอกสารการกู้ยืมเงินของลูกค้าอีกหลายราย ซึ่งอาจเป็นชนวนเหตุของการฆาตกรรมในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังคงเร่งสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของคดี จับแล้ว 2 คนร้ายฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง

พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้วที่อำเภอจอมทอง และอยู่ระหว่างนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.แม่โจ้ เพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุต่อไป

คดี จับแล้ว 2 คนร้ายฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง นี้ ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ระมัดระวังในการใช้ชีวิต และการทำธุรกิจ เพราะความขัดแย้งเรื่องเงินทอง อาจนำไปสู่การสูญเสียที่ไม่คาดฝันได้

ที่มา – จับแล้ว 2 คนร้าย ฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง ผิดแผน-บาดเจ็บ เลยต้องจุดไฟเผา

เร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง เสียชีวิต 6 ศพ

สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง! เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง จังหวัดเชียงใหม่ อย่างต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 6 ศพ และยังคงมีผู้สูญหายอีก 3 ราย

จากเหตุการณ์ดินโคลนสไลด์ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 02.50 น. ในพื้นที่หมู่บ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือและเร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋งอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้มีการรายงานยอดผู้เสียชีวิต 4 ศพ และผู้สูญหาย 5 ราย พร้อมทั้งมีการอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มซ้ำ

เร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง

ล่าสุด วันที่ 28 สิงหาคม 2568 สถานการณ์ยังคงตึงเครียด เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติการเร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง ในอำเภอแม่แจ่มอย่างไม่ย่อท้อ จากการค้นหาล่าสุด พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย เป็นชายและหญิง เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายศพออกจากพื้นที่เกิดเหตุเพื่อทำการชันสูตรตามกระบวนการทางกฎหมาย ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในบ้านปางอุ๋งเพิ่มขึ้นเป็น 6 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีก 3 รายที่ยังคงต้องเร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋งกันต่อไป

สภาพของหมู่บ้านปางอุ๋งในขณะนี้ เต็มไปด้วยความเสียหาย บ้านเรือนประชาชนจำนวนนับร้อยหลังได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 300 คนอย่างต่อเนื่อง นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยและว่าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจชาวบ้าน พร้อมทั้งกำชับให้เร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาไฟฟ้าในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยมีการใช้รถปั่นไฟเพื่อให้มีกระแสไฟฟ้าใช้ชั่วคราว ซึ่งจะช่วยให้การสื่อสารเป็นไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานเพื่อจัดหาอาหารให้แก่ผู้ประสบภัยทั้ง 3 มื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าชาวบ้านจะไม่ขาดแคลนอาหาร

ความช่วยเหลือเร่งด่วนจากทุกภาคส่วน

การสำรวจความเสียหายและการฟื้นฟูพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นถนนและบ้านเรือน จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ทำงานทันที พร้อมทั้งทำงานตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่บ้านปางอุ๋งที่เกิดเหตุน้ำป่าดินโคลนถล่มนั้น ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ราย สูญหาย 3 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 24 ราย นอกจากนี้ ยังมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบจำนวน 57 หลังคาเรือน

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนให้เราตระหนักถึงภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมรับมือและมีสติอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทุกท่าน และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้

ที่มา – เร่งค้นหาผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเป็น 6 ศพ

ปางอุ๋งฝนถล่มดินสไลด์: ดับ 2 สูญหาย 5 เร่งช่วยเหลือ

สถานการณ์น่าเศร้าที่หมู่บ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เมื่อเกิดเหตุดินสไลด์และน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน พัดร่างชาวบ้านเสียชีวิต 2 ราย และสูญหายอีก 5 ราย ขณะที่ชาวบ้านริมน้ำแจ่มได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำเซาะตลิ่งและพืชผลทางการเกษตรเสียหายในพริบตา

พ.ต.อ.สถิตชัย นิตยวัน ผกก.สภ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ทับบ้านเรือนชาวบ้านบริเวณบ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมและพังเสียหายประมาณ 10 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย และเด็กหญิงอายุ 12 ปี ยังคงสูญหาย

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือ เนื่องจากยังมีฝนตกต่อเนื่อง ในตัวอำเภอแม่แจ่มเองก็เกิดน้ำท่วม ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก หากฝนยังไม่หยุดตก อาจเกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง จึงแจ้งเตือนให้ชาวบ้านอพยพขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย

หมู่บ้านปางอุ๋งฝนถล่มดินสไลด์

สถานการณ์ล่าสุด (27 ส.ค. 68 เวลา 02.50 น.) รายงานจากเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าหมู่บ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม เกิดเหตุดินสไลด์ บ้านเรือนเสียหายหนักอย่างน้อย 7 หลัง มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 10 ราย ถูกนำส่ง รพ.ขุนยวม และ รพ.แม่แจ่ม มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย คือ นางจู ตระกูลบุญอนันต์ อายุ 47 ปี และมีผู้สูญหาย 5 คน ได้แก่ ด.ญ.สีดา แซ่เห่อ อายุ 8 ปี และชาวไทยใหญ่อีก 4 คนที่ยังไม่ทราบชื่อ

รายชื่อผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 12 ราย:

  • นายชัยชัว (บาดเจ็บสาหัส ใส่ท่อช่วยหายใจ ส่งต่อ ร.พ. จอมทอง)
  • นางอำไพพรรณ (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บสาหัส ใส่ท่อช่วยหายใจ ส่งต่อ ร.พ. จอมทอง)
  • นายวิเชียร (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • นายเปา แซ่จาง (บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • ด.ญ.ชุติมา (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • นายณรงค์ แซ่เจ่า (บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • นายวุฒิชัย (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • น.ส.วัลรี (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • นายรุ่งเรือง (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • นางไมล์ (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • ยุวดี (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)
  • นายยิ่งยอ (ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย)

สถานการณ์ปัจจุบันที่หมู่บ้านปางอุ๋ง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อำเภอแม่แจ่ม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.แม่ศึก มูลนิธิ อาสาสมัคร อสม. กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือ ผู้ป่วยถูกนำส่งโรงพยาบาลเทพรัตน์เวชชานุกูล และโรงพยาบาลจอมทอง

รพ.สต.ปางอุ๋ง จัดตั้งทีมแพทย์พยาบาลเพื่อดูแลผู้ป่วยที่หน้าสถานการณ์ เพื่อรองรับผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนยังคงตกต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำแม่แจ่มเพิ่มสูงขึ้น ชาวบ้านต้องนำกระสอบทรายไปปิดกั้นจุดที่ต่ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม

นอกจากนี้ ที่บ้านท่าเรือ หมู่ 9 ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดลำน้ำแม่แจ่ม ได้รับผลกระทบหนัก ที่ดินทำกินถูกน้ำกัดเซาะเสียหาย ชาวบ้านเสียใจเนื่องจากพืชผลทางการเกษตรถูกน้ำท่วม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปเยียวยาและแก้ไขปัญหา

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ แจ้งเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคเหนือ และแจ้งข้อมูลการเคลื่อนที่ของกลุ่มฝนด้วยเรดาร์ตรวจอากาศไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยเมื่อเวลา 03.00 น. (27 ส.ค. 68) เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องใน อ.แม่แจ่ม ทำให้ดินสไลด์ที่หมู่บ้านปางอุ๋ง และเวลา 06.42 น. เกิดน้ำท่วมฉับพลันบริเวณสามแยกหน้าที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม

เหตุการณ์หมู่บ้านปางอุ๋งฝนถล่มดินสไลด์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การเตรียมพร้อมรับมือ การวางแผนป้องกัน และการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทุกท่าน และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เสียสละกำลังกายและกำลังใจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้

หมู่บ้านปางอุ๋งจะกลับมาสวยงามอีกครั้งด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน

ที่มา – หมู่บ้านปางอุ๋ง ฝนถล่มดินสไลด์ ดับแล้ว 2 ศพ สูญหาย 5 ราย เร่งให้ความช่วยเหลือ

พ่อพาลูก ม.5 แจ้งความ แก๊งคอลฯ หลอกขู่ยึดทรัพย์


พ่อพาลูกชาย ม.5 แจ้งความแก๊งคอลฯ หลังถูกหลอกโอนเงินและวิดีโอคอลข่มขู่ทั้งคืน โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างว่าจะยึดทรัพย์ครอบครัวหากไม่ทำตาม พ่อเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้วัยรุ่นรู้เท่าทันกลโกง

พ่อพาลูก ม.5 แจ้งความแก๊งคอลฯ หลอกขู่ยึดทรัพย์

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 นายกฤษฎากร ได้พาบุตรชายวัย 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 จากโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เข้าแจ้งความแก๊งคอลฯ ที่สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้กลอุบายหลอกลวงบุตรชายจนหลงเชื่อโอนเงินไปให้ และยังถูกบังคับให้วิดีโอคอลตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

นักเรียนผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโทรศัพท์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แจ้งว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาในคดีฟอกเงิน และพบว่าบัญชีธนาคารของตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ ในตอนแรกไม่ได้สนใจและวางสายไป เพราะคิดว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์

แต่หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ ก็มีโทรศัพท์เข้ามาอีกครั้ง โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ DSI เช่นเดิม มีการข่มขู่ว่าหากไม่ให้ความร่วมมือจะถูกดำเนินคดี และจะส่งผลกระทบต่อผู้ปกครองที่เป็นข้าราชการ ซึ่งจะถูกสอบสวน ยึดทรัพย์ และไล่ออกจากราชการ ทำให้ตนเองเริ่มกลัวและหลงเชื่อ เพราะปลายสายทราบว่าผู้ปกครองเป็นข้าราชการ

จากนั้น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ให้แอดไลน์ โดยใช้ชื่อโปรไฟล์ว่า “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” พร้อมกับส่งเอกสารราชการที่เกี่ยวข้องกับคดีความผิดมาให้ดูหลายฉบับ และหลอกล่อให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ โดยให้ทดลองโอนเงิน 5 บาท เพื่อตรวจสอบชื่อบัญชีผู้รับเงิน ตนเองกลัวว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นกับผู้ปกครอง จึงโอนเงินไปตรวจสอบก่อน พบว่าบัญชีผู้รับเงินระบุชื่อ “สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ จำกัด” จึงเริ่มเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จากนั้นจึงยอมโอนเงินที่เหลือในบัญชีไปให้ตรวจสอบจำนวน 2,619 บาท แต่พบว่าชื่อบัญชีผู้รับเงินกลับกลายเป็นชื่อ “นภา”

หลังจากโอนเงินไปแล้ว ยังถูกบังคับให้วิดีโอคอลตลอดเวลา ตั้งแต่เวลา 14.30 น. ของวันที่ 23 สิงหาคม จนถึง 09.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม เพื่อติดตามไม่ให้หลบหนีคดี แต่ตนเองเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงอาศัยจังหวะแอบส่งข้อความไปบอกผู้ปกครองตอนตีห้า ก่อนที่ผู้ปกครองจะแจ้งให้คุณครูเข้ามาควบคุมตัวไว้ ไม่ให้ออกจากห้องพัก และให้วางสายทันที

นายกฤษฎากร กล่าวว่า ทันทีที่ทราบเรื่อง ได้เดินทางจากจังหวัดเชียงรายมาหาบุตรชายทันที พร้อมกับรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความแก๊งคอลฯ ที่ สภ.แม่ปิง เพื่อดำเนินคดีกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยระบุว่า บุตรชายมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ และพักอยู่ในห้องพักที่คุณครูดูแลอยู่ แต่ยอมรับว่าบุตรชายอาจจะให้ความสนใจกับเรื่องเรียนมากเกินไป และไม่ได้ติดตามข่าวสาร ทำให้ขาดความรู้เท่าทัน แต่ก็ยังโชคดีที่มีสติส่งข้อความมาบอกพ่อแม่ ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกบังคับให้ออกจากห้องพักไปยังสถานที่อื่นๆ ที่เป็นอันตราย

ทำไมนักเรียน ม.5 ถึงตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์?

สิ่งที่น่าสงสัยคือ ข้อมูลบัญชีธนาคารที่นำมาใช้แอบอ้างหลอกลวง เป็นบัญชีที่บุตรชายเปิดไว้กับธนาคารที่มาออกบูธแนะแนวการออมเงินที่โรงเรียน และที่ผ่านมาก็ไม่ได้ทำธุรกรรมใดๆ กับบัญชีนี้ จึงไม่ทราบว่าข้อมูลรั่วไหลมาจากส่วนใด นอกจากนี้ ยังพบว่าระหว่างถูกบังคับวิดีโอคอล แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังส่งลิงก์มาให้บุตรชายกด ซึ่งเป็นการบล็อกไม่ให้มีสายโทรศัพท์เข้ามาได้ ซึ่งหลังจากนี้จะสอบถามไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง

นายกฤษฎากรเชื่อว่า กลุ่มนักเรียนนักศึกษาเป็นเป้าหมายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกชายเป็นกรณีศึกษา หากเด็กๆ เจอกับสถานการณ์เช่นนี้ ควรแจ้งให้ผู้ปกครองทราบทันที โชคดีที่ลูกชายไม่มีเงินในบัญชีมากนัก

ด้าน พ.ต.ท.อดุลย์ศิริ วงศ์ตันกาศ สารวัตรสอบสวน สภ.แม่ปิง ได้ดำเนินการให้ผู้เสียหายแจ้งความแก๊งคอลฯ ผ่านระบบออนไลน์ตามขั้นตอน เนื่องจากเข้าข่ายคดีออนไลน์ หลังจากนี้เมื่อได้เลขรับแจ้งความ จะเชิญผู้เสียหายและผู้ปกครองมาสอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงเป็นภัยร้ายที่คุกคามสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง พวกเขาใช้กลอุบายที่ซับซ้อนและหลากหลาย เพื่อหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัว การตระหนักถึงกลโกงเหล่านี้ และการมีสติอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

ที่มา – พ่อพาลูก ม.5 แจ้งความแก๊งคอลฯ หลอกโอนเงิน-วิดีโอคอลทั้งคืน ขู่ยึดทรัพย์ครอบครัว

ฮิตไม่หยุด! เหล่าเซเลปเชียงใหม่ “ห่านเทศบาล”

กระแสแรงไม่มีตก! เหล่าเซเลปเชียงใหม่ที่กำลังมาแรงสุดๆ นาทีนี้ต้องยกให้ “ห่านเทศบาล” แห่งคูเมืองเชียงใหม่ ที่ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนก็มีผู้คนแห่แหนไปชมความน่ารักกันอย่างเนืองแน่น ล่าสุดทางเทศบาลนครเชียงใหม่ใจดี สร้างบ้านหลังใหม่สุดอลังการให้น้องห่านแล้วจ้า!

จากกรณีที่เทศบาลนครเชียงใหม่ได้นำ “ห่านเทศบาล” มาทดลองบำบัดน้ำเสียในคูเมืองบริเวณประตูเชียงใหม่ ปรากฏว่าน้องห่านได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ต่างพากันไปชมและถ่ายรูปความน่ารักของน้องห่านที่แหวกว่ายอย่างสบายใจ จนกลายเป็นกระแสฟีเวอร์ในช่วงข้ามคืน

เหล่าเซเลปเชียงใหม่ “ห่านเทศบาล”

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เทศบาลได้ทำการสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับน้องห่านทั้ง 10 ตัว แทนคอกไม้ไผ่ชั่วคราวริมสะพาน โดยบ้านหลังใหม่นี้เป็นแพไม้ไผ่ติดทุ่นลอยน้ำ ตั้งอยู่ริมคูเมือง มีรั้วรอบขอบชิดแข็งแรง และมุงหลังคาเพื่อกันแดดกันฝน เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้กับน้องห่านมากยิ่งขึ้น

นายจักขุบาล ธนัญชัย หัวหน้าฝ่ายสถาปัตยกรรมเทศบาลนครเชียงใหม่ กล่าวว่า การสร้างบ้านใหม่ให้กับเหล่า “ห่านเทศบาล” นี้ ก็เพื่อให้น้องห่านมีที่อยู่ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่อาจมีฝนตกหนัก ทำให้น้องห่านไม่สบายได้ นอกจากนี้ บ้านหลังเดิมเป็นเพียงที่อยู่ชั่วคราว ทางเทศบาลจึงได้จัดเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้น้องห่านคุ้นเคยกับที่อยู่ใหม่

บ้านใหม่ของเหล่า “ห่านเทศบาล”

แพที่อยู่ใหม่ของน้องห่าน ตั้งอยู่ริมน้ำ โดยไม่กีดขวางทางสัญจรของประชาชน และไม่กระทบต่อความสวยงามของพื้นที่ ส่วนที่อยู่ชั่วคราวเดิม จะถูกรื้อถอนออกไป หลังจากนี้น้องห่านทั้งหมดจะอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่ จนกว่าจะจดจำที่อยู่ได้ภายใน 3-5 วัน จากนั้นก็จะปล่อยให้น้องห่านหากินอย่างอิสระ เพื่อกำจัดแพลงก์ตอนและวัชพืชในคูเมือง

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการนี้ยังอยู่ในช่วงทดลอง และต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ หากได้รับความเห็นชอบและก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ ในอนาคตอาจมีการขออนุมัติเพิ่มจำนวนห่านในคูเมืองต่อไป ขณะนี้อยู่ในช่วงทดสอบและวิจัยเป็นวันที่สอง ซึ่งจะมีการติดตามผลเป็นเวลา 7 วัน และหารือเพื่อดำเนินการต่อไป

สำหรับใครที่อยากไปชมความน่ารักของเหล่า “ห่านเทศบาล” ก็สามารถไปได้ที่คูเมืองเชียงใหม่ช่วงเย็นๆ นะคะ น้องห่านออกมาว่ายน้ำเล่นกันเพลินเลยค่ะ รับรองว่าต้องตกหลุมรักในความน่ารักของน้องๆ อย่างแน่นอน!

ที่มา – เหล่าเซเลปเชียงใหม่ “ห่านเทศบาล” ดังไม่หยุด คนแห่ชมเพียบ ล่าสุดได้บ้านหลังใหม่แล้ว

SRTA เปิดจอง บ้านเพื่อคนไทย เชียงใหม่ เฟส 2

25 ส.ค. “SRTA” เตรียมเปิดจอง “บ้านเพื่อคนไทย” จ.เชียงใหม่ เฟส 2

เตรียมตัวให้พร้อม! 25 สิงหาคมนี้ “SRTA” เตรียมเปิดให้จอง “บ้านเพื่อคนไทย” จังหวัดเชียงใหม่ เฟส 2 ในรูปแบบคอนโดมิเนียม 8 ชั้น จำนวน 250 ยูนิต โอกาสทองสำหรับคนอยากมีบ้านเป็นของตัวเองในราคาที่เข้าถึงได้

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เผยว่า บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ได้รายงานความคืบหน้าโครงการบ้านเพื่อคนไทยในจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีแผนจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนจองสิทธิ์โครงการบ้านเพื่อคนไทย จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มเติมในวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568 เนื่องจากมีผู้สนใจจำนวนมากและผ่านการประเมินสินเชื่อเบื้องต้น (Pre-approve) ในโครงการนำร่องระยะที่ 1 จำนวนถึง 24,860 คน ซึ่งมากกว่าจำนวนบ้านเดี่ยวที่มีอยู่เพียง 34 หลัง

เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน SRTA จึงเปิดตัวโครงการบ้านเพื่อคนไทย จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มเติมจากโครงการนำร่องระยะที่ 1 ที่เป็นบ้านเดี่ยว ซึ่งก่อสร้างบนที่ดิน 7.97 ไร่

รายละเอียดโครงการบ้านเพื่อคนไทย เชียงใหม่ เฟส 2

โครงการบ้านเพื่อคนไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในรูปแบบคอนโดมิเนียมจะดำเนินการก่อสร้างบนที่ดินขนาด 3.5 ไร่ เป็นอาคารชุดพักอาศัย (Low Rise) สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร รวม 250 ยูนิต โดยมีห้อง 2 ขนาดให้เลือก:

  • ห้องขนาด 30 ตร.ม. (60%)
  • ห้องขนาด 45 ตร.ม. (40%)

คาดการณ์ว่าค่าผ่อนเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่) สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้จองสิทธิ์ในโครงการ สามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์ได้ที่ www.บ้านเพื่อคนไทย.th/ ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เวลา 09:00 น. ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 24:00 น. รวมระยะเวลา 7 วันเต็ม

โครงการบ้านเพื่อคนไทย ในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ใกล้สถานีรถไฟเชียงใหม่ ซึ่งเป็นทำเลที่สะดวกสบายในการเดินทาง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2569 และเปิดให้เข้าอยู่ได้ภายในปี 2570

โครงการนี้เป็นการนำที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาพัฒนาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนชาวไทย ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) และผู้มีรายได้ปานกลาง ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ ในทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านที่พักอาศัยและค่าเดินทาง รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะทางราง

โครงการนี้เป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยราคาประหยัดในทำเลที่ดีของเชียงใหม่ อย่ารอช้า รีบเตรียมตัวลงทะเบียนจองสิทธิ์บ้านเพื่อคนไทย ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้!

ที่มา – 25 ส.ค. “SRTA” เตรียมเปิดจอง “บ้านเพื่อคนไทย” จ.เชียงใหม่ เฟส 2 ผุดคอนโด 8 ชั้น

ผงะ! ขับมา 6 ปี เพิ่งเจอ **ยาบ้าซุก 8 หมื่นเม็ด**

เรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นจริง! หนุ่มใหญ่ถึงกับช็อก ขับรถกระบะที่ประมูลมาจาก ปปส. มานานถึง 6 ปี เพิ่งจะมาพบว่ามียาบ้าซุกซ่อนอยู่ใต้ท้องรถถึง 8 หมื่นเม็ด! เรื่องราวสุดพีคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มาติดตามกัน

ขับมา 6 ปี เพิ่งรู้มียาบ้าซุก 8 หมื่นเม็ด

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อหนุ่มใหญ่รายหนึ่งได้ทำการประมูลรถกระบะจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) เมื่อปี 2562 หลังจากใช้งานมาอย่างยาวนาน รถก็เริ่มเก่าและผุพัง เขาจึงตัดสินใจขายต่อให้กับอู่รับซื้อรถเก่าแห่งหนึ่ง เพื่อให้ชำแหละเป็นเศษเหล็กและอะไหล่ยนต์ แต่แล้วก็ต้องตกตะลึง เมื่อทางอู่ได้พบกับสิ่งที่คาดไม่ถึง นั่นคือ ยาบ้าจำนวนมหาศาลถึง 80,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ใต้ท้องรถ!

ด้วยความตกใจและเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หนุ่มใหญ่จึงรีบนำหลักฐานทั้งหมดเข้าพบตำรวจ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและขอความเป็นธรรม โดยยืนยันว่าตนเองไม่เคยทราบเรื่องยาบ้าที่ซุกซ่อนอยู่ในรถมาก่อนเลย

พ.ต.อ.ศุภชัย จันทรา ผกก.สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องการพบยาบ้าจำนวน 80,000 เม็ดที่ซุกซ่อนอยู่ในซากรถคันดังกล่าวแล้ว และได้รายงานไปยังตำรวจภูธรเชียงใหม่และตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เรียกเจ้าของรถมาสอบสวนเพื่อขยายผลถึงที่มาของยาบ้า

ที่มาของรถกระบะซุกยาบ้า 8 หมื่นเม็ด

จากการตรวจสอบพบว่า รถยนต์คันดังกล่าวถูกประมูลมาจากหน่วยงาน ปปส. เมื่อปี 2562 ในราคา 120,000 บาท หลังจากนั้นผู้ประมูลได้นำรถมาใช้งานเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งรถเก่าและผุพัง จึงได้ขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งทางร้านได้นำรถไปตัดเป็นเศษเหล็กเพื่อขายต่อ แต่กลับพบกระสอบยาบ้าจำนวนกว่า 80,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวนขยายผลเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป โดยรถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถของกลางในคดียาเสพติดที่ผู้ต้องหาถูกจับกุมในท้องที่ สภ.แม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนปี 2562

เจ้าของรถกระบะที่ประมูลมาจาก ปปส. ให้การว่า ตนเองได้ประมูลรถคันดังกล่าวมาจากสำนักงาน ปปส. ภาค 5 เมื่อปี 2562 เพื่อนำมารับซื้อของเก่า และใช้งานมานานกว่า 6 ปีแล้ว รถอยู่ในสภาพเก่ามาก จึงได้ขายต่อไปยังอู่รับซื้อรถเก่าในราคา 60,000 กว่าบาท โดยไม่รู้ว่ารถคันดังกล่าวจะมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ใต้ท้องรถ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอยสะเก็ด ได้ทำการตรวจสอบยาบ้าดังกล่าวแล้ว พบว่าอยู่ในสภาพเก่า และตรวจสอบพบว่ารถกระบะคันดังกล่าวเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 จับกุมก่อนปี 2562 อย่างไรก็ตาม ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ตำรวจภาค 5 และภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ทำการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้กระจ่างและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป

เรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าปลอดภัย อาจมีอันตรายซ่อนอยู่ก็เป็นได้ การตรวจสอบและสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัวอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันตัวเองจากภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน

ที่มา – ขับมา 6 ปี เพิ่งรู้มียาบ้าซุก 8 หมื่นเม็ด หนุ่มใหญ่เผยประมูลรถกระบะจาก ปปส.

Scroll to top