เตือนฝนตกหนัก

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน 23-25 ก.พ. ฝนหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน แล้วนะครับ เพื่อเตือนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศไทยตอนบนให้เตรียมตัวรับมือกับพายุฤดูร้อนที่กำลังมาเยือนในช่วงวันที่ 23–25 กุมภาพันธ์ 2569 ใครที่กำลังวางแผนออกนอกบ้านหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งช่วงนี้ อย่าประมาทเลย เพราะอาจเจอฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าด้วย

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน ครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน นี้เริ่มมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นลุยต่อไปยังภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก พื้นที่เสี่ยงสูงได้แก่ จังหวัดในอีสานตอนบนอย่างเลย หนองคาย อุดรธานี แล้วตามด้วยเชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก นครสวรรค์ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง เป็นต้น

ผลกระทบหลักจากประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน

  • ฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง
  • ลมกระโชกแรง อาจทำให้ต้นไม้หัก โครงสร้างเสียหาย
  • ลูกเห็บตก โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทและภูเขา
  • ฟ้าผ่า เพิ่มความเสี่ยงในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

สภาพอากาศแบบนี้เกิดจากมวลอากาศเย็นจากจีนที่เคลื่อนลงมาปกคลุมอีสานและทะเลจีนใต้ ทำให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดเข้ามาปะทะกับอากาศร้อนในไทยตอนบน บวกกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่ผ่านภาคเหนือ ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อนแบบนี้แหละครับ

เตรียมตัวอย่างไรเมื่อมีประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน

เพื่อความปลอดภัย กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ถ้าจำเป็นต้องออกจากบ้าน ควรวางแผนเส้นทางและเช็คพยากรณ์อากาศล่วงหน้า สำหรับเกษตรกรด้วยนะครับ ควรเสริมความแข็งแรงให้เรือนกระจก ฟาร์มไก่ หรือรวบรวมผลไม้ให้เรียบร้อย เตรียมผ้าใบคลุมผลผลิต และย้ายสัตว์เลี้ยงเข้าที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงแบบนี้ อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองและครอบครัวด้วย ดื่มน้ำมากๆ สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม และถ้ามีอาการไม่สบายให้รีบพบแพทย์ทันที พายุฤดูร้อนแบบนี้มักมาเร็วไปเร็ว แต่ถ้าประมาทอาจเสียหายหนักได้

ช่องทางติดตามข้อมูลพายุฤดูร้อน

  • เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา: www.tmd.go.th
  • โทรสอบถาม: 0-2399-4012-13 หรือ 1182 ตลอด 24 ชม.
  • แอปพลิเคชัน TMD Weather

ในมุมมองของผม พายุฤดูร้อนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปีในฤดูนี้ แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการเตรียมพร้อมล่วงหน้าจึงสำคัญมาก หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ลองแชร์ประสบการณ์พายุครั้งก่อนๆ ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือบอกเพื่อนๆ ให้ช่วยกันแชร์ข่าวนี้เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะครับ สุดท้าย อย่าลืมติดตามประกาศจากกรมอุตุฯ อย่างใกล้ชิด!

ที่มา – ประกาศฉบับ 2 เตือน “พายุฤดูร้อน” ช่วงวันที่ 23–25 ก.พ. มีฝนตกหนักบางแห่ง

เตือน! ภาคใต้ฝนตกหนักมาก เช็กพื้นที่เสี่ยง

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน! ภาคใต้เตรียมรับมือ ฝนตกหนักถึงหนักมาก หลายพื้นที่เสี่ยงภัย น้ำท่วมฉับพลัน–น้ำป่าไหลหลาก เช็กด่วน! พื้นที่ไหนบ้างต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

เตือนภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก เช็กพื้นที่เสี่ยง “น้ำท่วมฉับพลัน–น้ำป่าไหลหลาก”

วันที่ 11 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 12 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 11-13 ธันวาคม 2568 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างเคลื่อนผ่าน

ในช่วงวันที่ 14-16 ธันวาคม 2568 ภาคใต้ตอนล่างยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

คลื่นลมแรงในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน

นอกจากฝนตกหนักแล้ว คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น อ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณฝนฟ้าคะนอง

สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง อนึ่ง ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่งในช่วงวันที่ 11-13 ธันวาคม 2568 เนื่องจากมีลมตะวันออกพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ภาคใต้ ช่วงวันที่ 11 – 15 ธันวาคม 2568 โดยมีพื้นที่เสี่ยงดังนี้:

  • จ.นครศรีธรรมราช: อ.เมืองนครศรีธรรมราช พรหมคีร ลานสกา เชียรใหญ่ ชะอวด ท่าศาลา ปากพนัง ร่อนพิบูลย์ สิชล หัวไทร พระพรหม นบพิตำ และเฉลิมพระเกียรติ
  • จ.พัทลุง: อ.เมืองพัทลุง กงหรา เขาชัยสน ตะโหมด ควนขนุน ศรีบรรพต บางแก้ว ป่าพะยอม และศรีนครินทร์
  • จ.สงขลา: อ.เมืองสงขลา สะบ้าย้อย ระโนด กระแสสินธุ์ และสะเดา
  • จ.ตรัง: อ.ย่านตาขาว
  • จ.ปัตตานี: อ.หนองจิก ปะนาเระ มายอ ทุ่งยางแดง สายบุรี ยะหริ่ง ยะรัง และกะพ้อ
  • จ.ยะลา: อ.เบตง ธารโต บันนังสตา และรามัน
  • จ.นราธิวาส: อ.ตากใบ และสุไหงปาดี

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยืนยันว่า หน่วยงานต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ในช่วงวันที่ 11-12 ธันวาคม 2568

ลักษณะฝนที่ตกในช่วงนี้จะเป็นกลุ่มฝนที่เคลื่อนตัวผ่านไป ไม่ใช่ฝนตกแช่เหมือนที่ผ่านมา อาจมีน้ำท่วมขังเล็กน้อยในบางพื้นที่จากการที่ขยะอุดตันท่อระบายน้ำ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะใช้ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาในการประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ พร้อมส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว

ที่มา – เตือนภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก เช็กพื้นที่เสี่ยง “น้ำท่วมฉับพลัน–น้ำป่าไหลหลาก”

ประกาศฉบับ 3: ฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคใต้!

กรมอุตุนิยมวิทยาออก ประกาศฉบับ 3 เตือนประชาชนในจังหวัดภาคใต้ให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงคลื่นลมแรงในบริเวณอ่าวไทย โดยสถานการณ์นี้คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ซึ่งจะมีผลกระทบไปจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ในช่วงวันที่ 11–13 ธันวาคม 2568 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมี ฝนตกหนักถึงหนักมาก ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา นอกจากนี้ ยังมีฝนตกหนักในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา สาเหตุหลักมาจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกที่เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้

สำหรับช่วงวันที่ 14–16 ธันวาคม 2568 สถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก จะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อ่าวไทยตอนล่างจะมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ในทะเลอันดามันห่างฝั่งคลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตร และในบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจาก ฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ชาวเรือที่สัญจรในอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้เพื่อความปลอดภัย

นอกจากสถานการณ์ในภาคใต้แล้ว ประเทศไทยตอนบนก็จะมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่งในช่วงวันที่ 11–13 ธันวาคม 2568 เนื่องจากมีลมตะวันออกพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุม จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส และจะมีอากาศเย็นถึงหนาวพร้อมลมแรง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ และเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับผลผลิตทางการเกษตร

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศฉบับ 3: ฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคใต้

พื้นที่เสี่ยงภัย ฝนตกหนักถึงหนักมาก

รายชื่อจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา:

วันที่ 11 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักมาก: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา

วันที่ 12 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักมาก: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา

วันที่ 13 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักมาก: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร พัทลุง สงขลา ระนอง และพังงา

วันที่ 14 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

วันที่ 15 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานียะลา และนราธิวาส

วันที่ 16 ธันวาคม 2568

  • พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก: จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

สถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ที่กำลังเกิดขึ้นในภาคใต้ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – ประกาศฉบับ 3 เช็กรายชื่อจังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมือ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

เตือน! ฝนตกหนักภาคใต้ถึง 16 ธ.ค. ประกาศฉบับ 1

กรมอุตุนิยมวิทยาออก ประกาศฉบับ 1 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงวันที่ 16 ธ.ค. พร้อมแจ้งเตือนคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ประชาชนในจังหวัดเสี่ยงภัยเตรียมรับมือสถานการณ์

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศเตือน เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงวันที่ 16 ธ.ค. ฉบับที่ 1 (374/2568) เพื่อแจ้งให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

ประกาศฉบับ 1 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงวันที่ 16 ธ.ค.

คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 11–12 ธันวาคม 2568 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ที่จะมีฝนตกหนัก รวมถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักมาก ทั้งนี้เนื่องจากอิทธิพลของคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกที่เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้

สำหรับช่วงวันที่ 13–16 ธันวาคม 2568 ภาคใต้ตอนล่างยังคงต้องเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นตามไปด้วย โดยอ่าวไทยตอนล่างจะมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ประชาชนควรเตรียมรับมือกับอะไรบ้าง?

  • ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
  • ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณฝนฟ้าคะนอง
  • ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง

นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 11–13 ธันวาคม 2568 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเกิดขึ้นบางแห่ง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส ทำให้มีอากาศเย็นถึงหนาวและมีลมแรง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทย ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสอบถามได้ที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงวันที่ 16 ธ.ค. เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงวันที่ 16 ธ.ค.

เตือน! 7 จังหวัดใต้ รับมือ “ฝนตกหนัก”

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับสุดท้าย เตือน! ภาคใต้ตอนล่างยังคงต้องรับมือกับ “ฝนตกหนัก” โดยเฉพาะ 7 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เสี่ยงฝนตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก อ่าวไทยยังมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 23 (362/2568) เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ซึ่งมีผลกระทบต่อเนื่องจนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568

ประกาศฉบับสุดท้าย เตือน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ยังต้องรับมือ “ฝนตกหนัก”

สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงคือ ภาคใต้ตอนล่างยังคงเผชิญกับฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัด พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล สาเหตุหลักมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เคลื่อนตัวไปปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและช่องแคบมะละกา ประกอบกับอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน

คำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย “ฝนตกหนัก”

  • ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น ย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น พื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน หรือพื้นที่ลุ่ม
  • หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้สังเกตระดับน้ำและเตรียมพร้อมอพยพหากจำเป็น
  • ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยตอนบน อากาศจะเย็นลงและมีลมแรง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีอากาศเย็นลง ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน ได้แผ่ลงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์ “ฝนตกหนัก” ในครั้งนี้ แต่สถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้น การติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

แม้ว่าประกาศฉบับนี้จะเป็นฉบับสุดท้าย แต่เราไม่ควรประมาท ควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเสมอ การมีสติและวางแผนรับมือกับภัยธรรมชาติ จะช่วยลดความเสียหายและรักษาชีวิตของเราและคนรอบข้างได้

ที่มา – ประกาศฉบับสุดท้าย เตือน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ยังต้องรับมือ “ฝนตกหนัก”

อุตุฯ เตือน! 8 จังหวัดใต้ฝนตกหนักมาก

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนฉบับที่ 19 ให้ประชาชนใน 8 จังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมือกับ ฝนตกหนักมาก ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

อุตุฯ เตือน 8 จังหวัดภาคใต้ “ฝนตกหนักมาก” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

ตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 สถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างยังคงน่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัด นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล

สาเหตุหลักมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเผชิญกับ ฝนตกหนักมาก อย่างต่อเนื่อง

พื้นที่เสี่ยงต้องระวัง!

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ควรเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายจาก ฝนตกหนักมาก ฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

  • ตรวจสอบระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองอย่างสม่ำเสมอ
  • เตรียมพร้อมอพยพหากสถานการณ์เริ่มรุนแรง
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

นอกจากสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้แล้ว กรมอุตุนิยมวิทยายังแจ้งถึงสถานการณ์อากาศหนาวเย็นในประเทศไทยตอนบน โดยอุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และยอดภูมีอากาศหนาว

ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ควรดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอก

สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีกจนถึงวันที่ 25 พ.ย. 68

เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างไร?

การเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักมาก และน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน นี่คือคำแนะนำเพิ่มเติม:

  • จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น: เตรียมน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาประจำตัว ไฟฉาย และของใช้จำเป็นอื่นๆ ให้พร้อม
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้า: ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และควรติดตั้งเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ
  • เคลื่อนย้ายสิ่งของ: ยกสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม
  • ติดตามข่าวสาร: ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • วางแผนอพยพ: วางแผนเส้นทางอพยพและจุดนัดพบในกรณีที่จำเป็นต้องอพยพ

สถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ในภาคใต้ครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – อุตุฯ เตือน 8 จังหวัดภาคใต้ “ฝนตกหนักมาก” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

สภาพอากาศวันนี้: ไทยตอนบนฝนหนัก กทม.ฝน 60%

เตรียมตัวรับมือ! กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา (tmd.go.th) รายงาน สภาพอากาศวันนี้ โดยระบุว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับฝนฟ้าคะนอง

สำหรับชาวเรือ บริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณฝนฟ้าคะนองเพื่อความปลอดภัย

สภาพอากาศวันนี้ พยากรณ์อากาศประเทศไทย

พยากรณ์อากาศตั้งแต่ 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้:

ภาคเหนือ:

ฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ลำพูน ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:

ฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง:

ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก:

ฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก):

ฝนฟ้าคะนอง 10% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร, ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก):

ฝนฟ้าคะนอง 20% ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล:

มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

สรุป สภาพอากาศวันนี้ หลายพื้นที่ในประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนัก โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ดังนั้น เตรียมร่ม พกเสื้อกันฝน และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น แม้ สภาพอากาศวันนี้ จะไม่เป็นใจนัก

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่ง กทม. เจอฝน 60%

อุตุฯ เตือน! 22-27 ก.ย. เฝ้าระวังฝนตกหนักสะสม

กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักสะสม ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 22-27 กันยายนนี้ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ณ วันที่ 20 กันยายน 2568 พบว่า สภาพอากาศโดยรวมของประเทศไทยในช่วงนี้ยังคงมีฝนตกชุก โดยมีฝนตกหนักเบาสลับกันไปในแต่ละพื้นที่

ในช่วงวันที่ 20 กันยายน – 1 ตุลาคม 2568 ทั่วประเทศไทยจะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านและสวิงขึ้นลง ทำให้หลายพื้นที่มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับฝนตกหนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันที่ 22-27 กันยายน 2568 ที่กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำให้ประชาชนเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด ฝนตกหนักสะสม อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์น้ำท่วมขัง น้ำรอการระบาย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้

อุตุฯ เตือน! 22-27 ก.ย. เฝ้าระวังฝนตกหนักสะสม

สถานการณ์ ฝนตกหนักสะสม ที่เกิดขึ้นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนในหลายพื้นที่ ทำให้การเดินทางสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรได้

พื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ระบุถึงพื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วง ฝนตกหนักสะสม ได้แก่

  • ภาคเหนือ: บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และน่าน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี และขอนแก่น
  • ภาคกลาง: บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท และลพบุรี
  • ภาคตะวันออก: บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

คำแนะนำในการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วม

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสอบและทำความสะอาดท่อระบายน้ำบริเวณบ้านเรือน เพื่อป้องกันการอุดตัน
  • เตรียมพร้อมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย เทียน น้ำดื่ม และอาหารแห้ง
  • หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรเตรียมแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง
  • หากจำเป็นต้องเดินทางในช่วงฝนตกหนัก ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วม

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักสะสม อย่างรอบคอบ จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของเราได้เป็นอย่างดี อย่าประมาท ติดตามข่าวสาร และเตรียมพร้อมเสมอ!

ที่มา – อุตุฯ เตือนช่วง 22-27 ก.ย. เฝ้าระวังฝนตกหนักสะสม อาจเกิดน้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง

สภาพอากาศวันนี้: ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น เตือนภัยฝนหนัก!

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามาอัปเดตสภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นกันนะครับ เตรียมตัวรับมือกับฝนที่อาจจะตกหนักในบางพื้นที่ด้วยนะ

“กรมอุตุนิยมวิทยา” พยากรณ์สภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น พร้อมเตือน 4 จังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” บางแห่ง

วันที่ 17 ก.ย. 2568 เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า “ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระนอง พังงา จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 19–20 กันยายน 2568″

สภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้:

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์

อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดอุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร, ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

เป็นยังไงกันบ้างครับกับสภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น อย่าลืมเตรียมตัวรับมือกับฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักกันด้วยนะครับ ขับรถก็ระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น เตือน 4 จังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

Scroll to top